- หน้าแรก
- ยายแก่ย้อนกลับมายุค 70 พร้อมมิติ พิฆาตเสบียง
- ตอนที่ 3 จัดซื้อเสบียง!!
ตอนที่ 3 จัดซื้อเสบียง!!
ตอนที่ 3 จัดซื้อเสบียง!!
ตอนที่ 3 จัดซื้อเสบียง!!
ฟู่เหยียนชวนกอดภรรยาที่กำลังสะอึกสะอื้นอย่างอารมณ์พุ่งพล่าน พร้อมปลอบว่า
“ไม่เป็นไรแล้ว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ตอนนี้ยังทัน เรายังมีเวลา”
เสิ่นจวินหรูพยักหน้ารับก่อนจะปาดน้ำตาแห่งความเสียใจออกจากใบหน้า
ในดวงตาที่แดงก่ำของเธอ ตอนนี้ไม่มีความเจ็บปวดหรือเสียใจอีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตให้ได้
“เรายังมีเวลาอีกสามวัน ตอนนี้คุณรีบโทรหาลูก ๆ ให้พวกเขากลับบ้าน บอกแค่ว่าฉันเตรียมของอร่อยไว้ให้ อย่าพูดอะไรเกินกว่านี้ เพราะเราอาจจะถูกดักฟังอยู่” เสิ่นจวินหรูเตือน
สีหน้าของฟู่เหยียนชวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตาเขาแสดงความระแวดระวังอย่างเคร่งเครียด เขาพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ผมจะระวังตัว”
เสิ่นจวินหรูวางแผนต่อ “ฉันจะไปสหกรณ์ เดี๋ยวต้องเตรียมของกินไว้เยอะๆ สำหรับมื้อรวมญาติ”
ฟู่เหยียนชวนรู้ดีว่าเธอกำลังจะไปตุนของ เพราะตอนนี้มีพื้นที่จี้หยกแล้ว จะเก็บอะไรก็ได้โดยไม่มีใครล่วงรู้
เขาเป็นห่วงว่าเธออาจโดนจับตา จึงกำชับ “ระวังตัวด้วยล่ะ”
ตอนที่เสิ่นจวินหรูคว้าตะกร้าอาหารจะออกจากบ้าน เธอหันกลับมากำชับอีกว่า
“เก็บของมีค่าทุกอย่างในบ้านไว้ให้เรียบร้อย พอฉันลับมา จะเอาเข้าพื้นที่จี้หยก แล้วใส่เครื่องหมายไว้ จะได้ไม่ตกไปอยู่ในมือคนเลว!”
ฟู่เหยียนชวนพยักหน้าอย่างจริงจัง
พวกเขารู้ดีว่าครอบครัวที่เคยถูก ‘คณะกรรมการปราบทรัพย์’ เยี่ยมเยียนนั้น สภาพเป็นยังไง — โดนกวาดเรียบยิ่งกว่าตั๊กแตนลงนา
ไม่มีจริยธรรม ไม่มีความเมตตา ใครโดนจับตามักจะหมดตัว
ตอนนี้บ้านของเขาก็อยู่ในรายชื่อแล้ว ทอง เครื่องเพชร เครื่องประดับ ภาพเขียน ของเก่าโบราณ ถ้ายังซ่อนไว้ไม่ดี ก็คงรักษาไว้ไม่ได้แน่นอน
โชคดีที่ชาตินี้มี “พื้นที่จี้หยก” ฟู่เหยียนชวนจึงไม่กลัวว่าจะถูกยึดอีกแล้ว
ทั้งสองแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน — เสิ่นจวินหรูออกไปซื้อของ ส่วนฟู่เหยียนชวนโทรหาลูก ๆ
“แม่พวกแกคิดถึง เลิกงานแล้วกลับบ้านมากินข้าวนะ พาเด็ก ๆ มาด้วย แม่เขาอยากเจอหลานๆ” เขาบอกลูกชายคนโตทางโทรศัพท์
ฝั่งลูกชาย ฟู่เหวินเหริน รับสายแล้วตอบกลับทันที “ได้ครับ เดี๋ยวผมพาภรรยาและลูกไปเย็นนี้ครับ พ่อจะให้ซื้ออะไรติดมือไปไหม?”
“ไม่ต้อง ๆ แม่พวกแกไปซื้อไว้แล้ว มาแต่ตัวก็พอ!”
ฟู่เหยียนชวนวางสายจากลูกชายคนโต แล้วโทรหาลูกสาว กับ ลูกชายคนเล็กต่อ พูดเรื่องเดิมอีกครั้ง
เสิ่นจวินหรูและฟู่เหยียนชวนเป็นรักแรกของกันและกัน ตั้งแต่เด็กโตมาด้วยกัน รักกันตั้งแต่วัยหนุ่มสาว
แต่งงานมีลูกด้วยกัน ชายสองคน หนึ่งหญิงคน
หลังคลอดลูกชายคนเล็กได้เพียงเดือนเดียว ฟู่เหยียนชวนกลัวว่าภรรยาจะลำบากกับการตั้งครรภ์อีก จึงแอบไปทำหมันโดยไม่บอกใคร
ความรักของเขานั้นลึกซึ้งจริง ๆ
ผ่านความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 30 ปี ทั้งคู่รักกันแน่นแฟ้น ดั่งมิตรและคู่ชีวิต เดินฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกันมามากมาย
ไม่คาดคิดเลยว่าตอนแก่จะต้องมาเจอบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตอีกครั้ง
ฟู่เหยียนชวนไม่กล้าคิดเลยว่าในชาติก่อน หลังจากเขาตาย ภรรยาต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวแบบไหน
ชาตินี้ เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่นานขึ้นอีกสักหน่อย อยู่กับเธอให้นานที่สุด
แค่คิดว่าต้องทิ้งเธอไว้คนเดียว เขาก็เจ็บปวดจนใจแทบสลาย
แต่โชคดี ที่เธอได้เกิดใหม่
สวรรค์ยังมีตา มอบโอกาสให้พวกเขาได้เปลี่ยนชะตาชีวิตอีกครั้ง!
เสิ่นจวินหรูสะพายตะกร้าเดินออกไปนอกบ้าน ระหว่างทางก็ทักทายเพื่อนบ้านใน “เรือนพักอาจารย์มหาวิทยาลัยฮวาต้า”
สามีของเธอ ฟู่เหยียนชวน เป็นอาจารย์อาวุโสของมหาวิทยาลัย ทั้งสองจึงอาศัยอยู่ในเรือนพักนี้
ลูกชายทั้งสองคนต่างก็มีครอบครัวแล้ว จึงแยกย้ายไปอยู่ในเรือนสี่ประสาน (四合院 – ซื่อเหอหย่วน-บ้านรูปแบบดั้งเดิมจีน) เพราะที่เรือนพักคับแคบเกินไป
เฉพาะช่วงวันหยุดเท่านั้นที่ลูกหลานจะกลับมาเยี่ยมพ่อแม่
เพื่อนบ้านคนหนึ่งทักเสิ่นจวินหรูอย่างคุ้นเคย
“ไปซื้อกับข้าวเหรอ? วันนี้ไม่กินโรงอาหารเหรอ?”
เสิ่นจวินหรูส่ายหน้า “ไม่กินน่ะ คิดถึงลูก ๆ เลยชวนพวกเขามากินข้าวที่บ้าน คิดถึงหลาน ๆ ด้วย”
พี่สาวข้างบ้านพยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริง ลูก ๆ เธอก็รักพ่อแม่ หลาน ๆ ก็น่ารักเรียบร้อย ถ้าบ้านพักใหญ่พอให้ทุกคนอยู่ด้วยกันได้ก็คงดีนะ”
เสิ่นจวินหรูเพียงยิ้มรับโดยไม่พูดอะไร
แล้วพี่สาวข้างบ้านก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เธอกับหลินเป่าจูทะเลาะกันเหรอ? ฉันเห็นยัยนั่นร้องไห้ออกมาจากบ้านเธอหน่ะ?”
"อืม มีปัญหากันนิดหน่อยน่ะ เธอมาขอยืมของ ฉันไม่ให้ ก็เลยทะเลาะกัน เธอน่ะเห็นแก่ตัวสุด ๆ แค่อะไรไม่ถูกใจก็คิดว่าคนอื่นไม่เห็นค่าเธอ"
เสิ่นจวินหรูพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
พี่สาวข้างบ้านที่แอบชอบดูคนอื่นทะเลาะกันหัวเราะเสียงดัง
"เพิ่งรู้เหรอ? ยัยนั่นมันก็แค่คนชอบยกหางตัวเอง ดูถูกคนอื่น หน้าไหว้หลังหลอก มีแค่เธอนั่นแหละที่ยังทนคบกับเธอ ฉันูหน่ะไม่เคยอยากยุ่งด้วย ทะเลาะกันไปเลยก็ดี จะได้ไม่โดนเอาเปรียบอีก!"
เสิ่นจวินหรูพยักหน้าพลางตอบ
"ก็จริง ที่บ้านยังมีของต้องเตรียมอีกเยอะ ไว้คุยกันวันหลังนะคะ!"
เธอกำลังคิดถึงการตุนเสบียง ตอนนี้เวลามีแค่ 3 วัน ต้องรีบที่สุด
หากไม่กลัวคนอื่นสงสัยว่าเธอเปลี่ยนไป เสิ่นจวินหรูไม่อยากทักใครเลยด้วยซ้ำ
แต่เพราะต้อง "แกล้งทำตัวปกติ" เพื่อไม่ให้ใครสงสัย เธอจึงจำเป็นต้องเข้าบทบาทให้เนียนที่สุดก่อนจะลงมือจริง
พี่สาวข้างบ้านก็แค่พยักหน้าและมองตามเธอไป ไม่รู้สึกว่าเสิ่นจวินหรูแปลกไปตรงไหนเลย
ถึงแม้ร้านค้าสหกรณ์ จะอยู่ไม่ไกลจากเรือนพัก แต่เสิ่นจวินหรูเลือกที่จะไม่ไปสาขาใกล้บ้าน
เธอขึ้นรถประจำทางไปยังสหกรณ์อีกแห่งที่อยู่ไกลออกไป — ที่แห่งนั้นเธอเคยไปกับหลินเป่าจูช่วงแย่งซื้อไข่มาก่อน
วันนี้เธอปลอมตัวเต็มที่ — ใช้ผ้าพันคอปิดหน้าครึ่งล่าง ติดไฝปลอมไว้ตรงคิ้วโดยใช้แป้งแปะกับหมึกดำ แต่งตัวไม่ให้มีใครจำได้
เวลานี้ยังไม่เย็นมาก ผักยังเหลือค่อนข้างเยอะ เธอมองรอบ ๆ ไม่เห็นใครคุ้นหน้า ก็เริ่มลงมือทันที
“เอากะหล่ำปลีให้ฉัน 100 หัว หนุ่มสาวในโรงงานกินเยอะ!”
“มันฝรั่งวันนี้ดูดี เอามา 100 ชั่ง (ประมาณ 50 กิโลกรัม) จะเอาไปทำวุ้นเส้นมันฝรั่ง”
“แครอทนี่ดูดี เอามา 100 ชั่งเหมือนกัน”
“หัวหอมก็ไม่เลว เอามาอีก 100 ชั่ง”
พนักงานขายเริ่มมองเธอด้วยสายตาสงสัย แต่เสิ่นจวินหรูยังคงใบหน้าเรียบนิ่ง ดูไม่เหมือนคนโกหกแม้แต่น้อย
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ? ป้ามาซื้อให้โรงงานนะ แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
พนักงานทำหน้าเก้อ ๆ ก่อนจะยิ้มตอบ
“อ้อ... มาซื้อให้โรงงานเองเหรอ แล้วเป็นโรงงานไหนเหรอ?”
เสิ่นจวินหรูตอบชื่อโรงงานมั่ว ๆ ไปชื่อหนึ่ง เธอรู้ว่าพนักงานก็แค่สงสัย ไม่ได้จะตามไปตรวจสอบจริงจัง
พนักงานพอใจแล้วก็รีบบอกต่อทันที
“โอ้...เข้าใจแล้ว ของโรงงานนั่นเอง! งั้นอย่างนี้นะ เรามีหัวไชเท้าขาวอยู่ล็อตหนึ่ง สดใหม่ กรอบ หวานเลย จะเอาไหม? ลดให้เลยตั้ง 1 เหมา ต่อชั่ง!”
เสิ่นจวินหรูถาม
“ของมีเยอะไหม?”
เธอรู้อยู่แก่ใจว่า ที่ที่พวกเขาจะถูกส่งไปในอนาคตนั้นขาดแคลนทุกอย่าง โดยเฉพาะผักผลไม้ แทบไม่มีให้กินเลย
ตอนนี้มีโอกาสตุนได้ จะปล่อยให้หลุดมือไม่ได้เด็ดขาด
พนักงานลดเสียงลงเหมือนจะเป็นความลับ
“ล็อตนี้เราสั่งเข้ามาเกินนิดหน่อย เหลืออยู่ 500 ชั่ง ถ้าป้ารับหมด ฉันจะลดราคาพิเศษให้เลย”
เหตุผลจริง ๆ คือ หัวหน้าแผนกอยากให้ของล็อตนี้รีบขายออกไปก่อนที่พวกเบื้องบนจะรู้ว่าโกงตัวเลขการสั่งซื้อ
เสิ่นจวินหรูไม่ลังเลเลย “เอาหมดเลย! พนักงานในโรงงานเราชอบกินผักพวกนี้ โดยเฉพาะหัวไชเท้ากับกะหล่ำปลี!”
“แล้วกะหล่ำปลีมีอีกไหม?”
พนักงานดีใจสุด ๆ “มี! เอาเท่าไหร่ก็ได้!”
“เอาหมดที่มีเลย ผักกะหล่ำปลีถ้าเก็บไว้นานหน่อยจะยิ่งหวาน เพราะน้ำลด”
เธอแสดงท่าทางเป็นมืออาชีพเรื่องอาหารสุด ๆ รู้จักลักษณะของวัตถุดิบเป็นอย่างดี
พนักงานยิ้มจนตาแทบปิด ดีใจที่ของขายออกเร็ว
“ได้เลย! ผักทั้งหมดอยู่ที่คลังด้านหลัง เดี๋ยวป้าไปช่วยฉันยกหน่อยได้มั้ยคะ”
เสิ่นจวินหรูพยักหน้ายิ้ม ๆ เธอคือ “คนยกของ” คนเดียวของตัวเอง
จากนั้นเธอก็ถามต่อ
“โรงงานเราคนเยอะ ข้าวกับแป้งพอมีไหม? ป้ามีคูปองอาหารอยู่ 100 ชั่ง อยากซื้อเก็บเพิ่ม”
พนักงานเหลือบมองไปรอบ ๆ ไม่เห็นใครใส่ใจ จึงกระซิบ
“ฉันมีของอยู่บ้าง ถ้าป้าอยากได้ ฉันยังมีคูปองเหลือ พอให้ยืมใช้ได้”
จบตอน 3
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ประกาศๆๆ ......มหกรรมการชอปกระจายกำลังจะเกิดขึ้นแล้วจ้าาาาาา !!!!!