- หน้าแรก
- สามก๊ก : ระบบรู้แจ้งไร้ขีดจำกัด เมื่อข้ามีพรสวรรค์ระดับพระเจ้า
- บทที่ 313 - คำท้าทายจากหม่าเชา
บทที่ 313 - คำท้าทายจากหม่าเชา
บทที่ 313 - คำท้าทายจากหม่าเชา
บทที่ 313 - คำท้าทายจากหม่าเชา
เมื่อเห็นท่าทีมั่นใจเกินร้อยของซี่จื้อไฉ พลันนึกถึงพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวของขุนพลสวรรค์บนสนามรบ ในใจของเขาก็มีแต่ความขมขื่น
เวลานี้หากเผ่าซยงหนูไม่อยากถูกลบชื่อออกจากหน้าประวัติศาสตร์ ก็ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
เขาถอนหายใจยาว "ข้ายินดีทำตามการจัดสรรของฮวาซย่า นำพาเผ่าชนอพยพเข้าสู่ฮวาซย่า ขอเพียงท่านกุนซืออย่าลืมคำสัญญาในวันนี้ มิเช่นนั้นซยงหนูของพวกเราคงต้อง..."
ซี่จื้อไฉตบไหล่เขาเบาๆ "วางใจเถอะ อาณาจักรใหญ่โตอย่างพวกเรา จะกลับกลอกได้อย่างไร"
"ตอนที่เตรียมจะออกเดินทาง นายท่านได้สั่งการไว้เป็นพิเศษว่า หากเผ่าซยงหนูสามารถช่วยฮวาซย่ากวาดล้างเผ่าอูหวนได้ ก็จะอนุญาตให้พื้นที่อยู่อาศัยแต่ละแห่งมีเจ้าหน้าที่ปกครองชาวซยงหนูหนึ่งคน แต่การจะเข้ารับตำแหน่งขุนนางได้นั้น ต้องผ่านการฝึกอบรมจากฮวาซย่า และสอบผ่านเกณฑ์เสียก่อน"
"ซยงหนูของพวกเจ้ายินดีจะรับใช้ราชสำนักหรือไม่"
คำพูดนี้ดังก้องในหูของปู้หลู่ราวกับเสียงสวรรค์ เขาพยักหน้ารัวๆ "ชาวซยงหนูทุกคนยินดีรับใช้ราชสำนัก ต่อให้ต้องตายก็ไม่เสียดาย"
ซี่จื้อไฉหัวเราะลั่น พยุงปู้หลู่ลุกขึ้น "อีกสามวันให้หลัง ให้คนแก่ ผู้หญิง และเด็กเดินทางล่วงหน้าไปที่แคว้นปิงโจวก่อน ที่นั่นจะมีคนคอยต้อนรับ ส่วนพวกเราจะมุ่งหน้าตรงไปยังดินแดนเหลียวตง เพื่อกวาดล้างเผ่าอูหวนให้สิ้นซาก"
"รับทราบ"
ซีเหลียง เมืองอู่เวย
ในช่วงแรก หม่าเทิงและหานซุยยังคิดอยากจะลองงัดข้อกับเย่เฟิงดู อย่างน้อยก็เพื่อครองความเป็นใหญ่ในซีเหลียง
แต่เมื่อข่าวการศึกที่จิงเซียงแพร่กระจายมาถึงซีเหลียง โดยเฉพาะข่าวที่เย่เฟิงบรรลุระดับขุนพลเทพ กองกำลังทั้งสองฝ่ายก็ละทิ้งความคิดต่อต้านโดยสิ้นเชิง และยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดี
เดิมทีคิดว่าหลังจากยอมสวามิภักดิ์แล้ว จะได้เป็นตัวแทนของฮวาซย่านำทัพม้าเหยียบแดนซีอวี้ สร้างความดีความชอบ
ใครจะรู้ว่าเย่เฟิงให้หม่าเทิงนำทัพกวาดล้างซีอวี้ก็จริง แต่กลับส่งกวนอูให้มานำทัพร่วมด้วย กลายเป็นการเดินทัพสองทาง
เพราะมัวแต่รอสองคนนี้ แผนการบุกซีอวี้จึงล่าช้าไปถึงครึ่งเดือน หม่าเทิงและหานซุยเข้าใจหลักการเป็นขุนนางดี รู้ว่ากวนอูเป็นขุนพลที่เย่เฟิงไว้วางใจ จึงไม่ได้มีท่าทีขัดเคืองใดๆ
ทว่าเหล่าขุนพลใต้บังคับบัญชาอย่างหม่าเชา ผังเต๋อ หม่าไต้ และคนอื่นๆ กลับทนเก็บความโกรธเกรี้ยวไว้ในใจไม่ได้
วันนี้เป็นวันที่กวนอูและจ้าวอวิ๋นเดินทางมาถึงเมืองอู่เวย
หม่าเทิงสั่งให้ทุกคนออกไปต้อนรับนอกเมือง เรื่องนี้ทำให้หม่าเชาและคนอื่นๆ ทนไม่ไหวอีกต่อไป
"ท่านพ่อ เดินทัพบุกซีอวี้สองทาง ไม่แบ่งแยกตัวหลักตัวรอง ทำไมพวกเราต้องออกไปต้อนรับนอกเมืองด้วย"
"แม้พวกเขาจะอ้างว่าฝนตกหนักจนทำให้เดินทัพล่าช้า แต่ก็ยังถือว่าฝ่าฝืนคำสั่งกองทัพอยู่ดี หากว่ากันตามตรงควรจะถูกลงโทษตามกฎทหารด้วยซ้ำ"
"ต้องมาทำตัวต่ำต้อย คอยปั้นหน้ายิ้มประจบสอพลอแบบนี้ ข้าทนไม่ได้จริงๆ"
แม้ผังเต๋อ หม่าไต้ และหม่าเถี่ยจะไม่ได้เอ่ยปาก แต่ก็พยักหน้าเห็นด้วย แววตาของพวกเขาก็แสดงความไม่พอใจเช่นกัน
หม่าเทิงยิ้มบางๆ "ท่านขุนพลกวนอูติดตามนายท่านมาตั้งแต่แรกเริ่ม ผ่านศึกเหนือเสือใต้ สร้างความดีความชอบนับไม่ถ้วน แม้พวกเราจะมีความดีความชอบจากการยอมสวามิภักดิ์ แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่มีผลงานอะไรเลย"
"อาณาจักรกำลังจะก่อตั้งขึ้น การผูกมิตรกับเขามีอะไรเสียหายหรือ"
"หากต้องมาเสียโอกาสอันดีงามนี้ไปเพียงเพราะความโกรธชั่ววูบ จะไม่น่าเสียดายแย่หรือ"
"ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ากำลังมองหาโอกาสทะลวงสู่ระดับขุนพลสวรรค์ขั้นปลายไม่ใช่หรือ"
"หากเขายินดีชี้แนะ ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะได้โอกาสทะลายกำแพงข้อจำกัดนี้จริงๆ ก็ได้"
หม่าเชาชะงักไป ดวงตาฉายแววไม่อยากจะเชื่อ "ท่านพ่อ ท่านหมายความว่ากวนอูอยู่ในระดับขุนพลสวรรค์ขั้นปลายงั้นหรือ"
"จะเป็นไปได้อย่างไร"
"ในใต้หล้าตอนนี้ นอกจากลิโป้ที่ถูกฆ่าตายไปแล้ว และนายท่านผู้เป็นคนสังหารเขา ยังมีใครที่ไปถึงระดับนั้นได้อีก"
"ข้าไม่เชื่อหรอก รอเขามาถึง ข้าจะต้องดูให้เห็นกับตาว่าเขามีน้ำยาแค่ไหน"
"หากเขามีฝีมือจริง ต่อให้ต้องรอเขานานกว่านี้ ข้าก็จะไม่บ่นสักคำ"
หม่าเทิงไม่คิดเลยว่าลูกชายจะใจร้อนวู่วามขนาดนี้ จึงส่ายหน้าปฏิเสธ "อย่าใจร้อนไปเลย"
"วันนี้ขุนนางบุ๋นบู๊แห่งซีเหลียงต่างก็มารวมตัวกันอยู่นอกเมือง หากเจ้าเข้าไปท้าทายเขาต่อหน้าผู้คน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ในใจกวนอูย่อมเกิดความขุ่นเคืองอย่างแน่นอน"
"ต่อให้จะประลองกัน ก็ต้องรอให้พ้นวันนี้ไปก่อน"
หม่าเชาไม่ได้คัดค้านและก็ไม่ได้เห็นด้วย ทว่าสายตาที่แน่วแน่ของเขาได้อธิบายทุกอย่างไว้หมดแล้ว
หม่าเทิงถอนหายใจเบาๆ เขารู้จักนิสัยของหม่าเชาดี จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ ความจริงแล้วในใจเขาก็มีความขุ่นเคืองซ่อนอยู่เช่นกันไม่ใช่หรือ
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป
ยามเที่ยงวัน เส้นสีดำปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้า ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าดังสนั่น ทหารม้านับหมื่นนายกำลังพุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็ว
กวนอูถือหน้าง้าวมังกรเขียว ใบหน้าสีแดงก่ำดั่งผลพุทรา ดูสง่างามน่าเกรงขาม นำหน้ากองทัพมา
เมื่อเข้าใกล้ประตูเมือง เห็นหม่าเทิงและคนอื่นๆ รอคอยอยู่ก่อนแล้ว มุมปากของกวนอูก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เขาไม่ได้วางมาดโอหังจนเกินไปนัก กระโดดลงจากหลังม้า "ท่านขุนพลหม่าเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าทำให้กำหนดการเดินทัพล่าช้า จะรบกวนให้พวกท่านออกมาต้อนรับด้วยตัวเองได้อย่างไร"
"ช่างละอายใจจริงๆ"
แม้คำพูดจะดูถ่อมตน แต่ความหยิ่งยโสที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขานั้น ทุกคนล้วนสัมผัสได้
หม่าเทิงโบกมือ "ท่านขุนพลช่วยนายท่านพิชิตจิงเซียง ชื่อเสียงระบือไกลไปทั่วหล้า เมื่อมีท่านขุนพลออกโรง ชนเผ่าเชียงและแคว้นต่างๆ ในแดนซีอวี้ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอาณาจักรเราอย่างแน่นอน"
"นอกเมืองได้ตั้งค่ายทหารไว้แล้ว ให้กองทัพพักแรมอยู่ข้างนอกเถิด เชิญท่านขุนพลเข้าไปข้างใน ข้าจะได้ทำหน้าที่เจ้าบ้านต้อนรับขับสู้ท่านอย่างเต็มที่"
กวนอูพยักหน้า กำลังจะเดินเข้าเมือง
หม่าเชาที่อยู่ด้านข้างไม่สนสายตาห้ามปรามของหม่าเทิง เขาก้าวพรวดออกไปเบื้องหน้า แล้วเอ่ยเสียงดังลั่น "ได้ยินมาว่าท่านขุนพลกวนอูเก่งกาจไร้เทียมทาน เป็นรองเพียงนายท่าน ข้าชื่นชมชื่อเสียงของท่านมานาน ไม่ทราบว่าท่านจะกรุณาแสดงฝีมือให้พวกเราได้ประจักษ์ เพื่อให้พวกเราได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของสวรรค์และปฐพีได้หรือไม่"
"ยิ่งไปกว่านั้น การศึกในภายหน้ายังต้องอาศัยความร่วมมือจากทัพซีเหลียงของข้า ทหารในกองทัพล้วนเคารพผู้ที่แข็งแกร่ง หากเป็นคนไร้ฝีมือ เกรงว่าจะทำให้ผู้คนไม่ยอมรับนะ"
การท้าทายของหม่าเชานั้นชัดเจนเจนเกินไป กวนอูที่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวถึงกับหยุดชะงัก หันกลับมามองหม่าเชาด้วยความสนใจ
ชั่วครู่ต่อมา พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย
เพียงแค่กลิ่นอาย ก็ทำให้ผังเต๋อ หม่าไต้ และคนอื่นๆ รู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างรุนแรง ราวกับว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ขยับนิ้ว พวกเขาก็ต้องสิ้นชีพลงตรงนั้น
มีเพียงหม่าเชาที่ไม่หวาดหวั่นต่อแรงกดดันของกวนอู พลังปราณในร่างของเขาก็พวยพุ่งออกมาเช่นกัน เข้าปะทะกับกลิ่นอายของกวนอูอย่างดุเดือด
แม้ทั้งสองจะยังไม่ได้ลงมือ แต่เจตจำนงการต่อสู้ก็เข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่งแล้ว
[จบแล้ว]