เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: เถ้าถ่านลุกโชน

บทที่ 13: เถ้าถ่านลุกโชน

บทที่ 13: เถ้าถ่านลุกโชน


"ฉินเทียน ฉินเทียน!"

เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความร้อนรนและเป็นกังวัลดังก้องอยู่ข้างหู

ฉินเทียนสะบัดหัว ภาพการมองเห็นที่พร่ามัวค่อยๆ กลับมาชัดเจนขึ้น

"ฉันไม่เป็นไร"

ฉินเทียนโบกมือปัด เขารู้สึกเปียกชื้นที่จมูก พอใช้มือเช็ดดูก็พบว่ามีแต่เลือดเต็มมือ

"เลือดกำเดานายนไหลน่ะ"

เซียวอวิ๋นหลงฉีกผ้ากอซออกจากกระเป๋าคาดเอวทางยุทธวิธี ม้วนมันเป็นก้อนแล้วยัดเข้าไปในรูจมูกของฉินเทียน จนแทบจะทิ่มจมูกเขาพัง

ฉินเทียนผงะหงายหลัง เส้นเลือดดำปูดโปนเต้นตุบๆ ที่หน้าผาก สองมือเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาจ้องมองเซียวอวิ๋นหลงด้วยใบหน้าไร้อารมณ์แล้วเอ่ยเสียงเรียบ:

"ปล่อย~"

เซียวอวิ๋นหลงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำรุนแรงเกินไป จึงรีบปล่อยมือแล้วเกาหัวแก้เก้อ

พรืด~~~

หลิวเจาเจากลั้นไว้ไม่อยู่จนหลุดขำพรืดออกมา

ส่วนฉินต้าตี้ก็ทั้งระอาทั้งขำ

"อะแฮ่ม โทษที ฉันร้อนรนไปหน่อย"

เซียวอวิ๋นหลงลูบจมูกตัวเองแก้เขิน ก่อนจะพูดด้วยความตื่นเต้นว่า "ฉินเทียน เมื่อกี้นี้นายโคตรเท่เลย! ปฏิกิริยากับการเคลื่อนไหวของนายเร็วจนแม้แต่แมววิญญาณยังแตะตัวนายไม่ได้ด้วยซ้ำ"

"อืม"

ฉินเทียนดึงผ้ากอซออกแล้วโยนทิ้งลงพื้น เขามีพรสวรรค์สีเขียว 'ฟื้นฟูฉับไว' เลือดกำเดาไหลแค่นี้แป๊บเดียวก็หยุดแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ของพวกนี้เลยสักนิด

"เฮ้ นั่นมันแมววิญญาณระดับสองเลยนะ ขนาดฉันยังตามความเร็วของมันไม่ทัน นายทำได้ยังไงเนี่ย?" เซียวอวิ๋นหลงเบิกตากว้าง ภายในใจเต็มไปด้วยคำถามนับล้าน

"ก็แค่... หลบแบบชิลๆ น่ะ"

ฉินเทียนย่อตัวลง หยิบปืนไรเฟิลบนพื้นขึ้นมา จากนั้นก็ลูบผ่านซากศพของแมววิญญาณอย่างแนบเนียน ลูกแก้วแสงสีเขียวลอยเข้าสู่ร่างกายของเขาและถูกซึมซับเข้าสู่พรสวรรค์ 'กล้ามเนื้อและกระดูกเงา' อย่างรวดเร็ว

น่าเสียดายที่ไม่มีพรสวรรค์อื่นอีก

ฉินเทียนลุกขึ้นยืน เอียงคอหลบกระสุนหลงที่พุ่งเฉียดหูไปได้อย่างฉิวเฉียด

เดี๋ยวฉันคงต้องหาหมวกเกราะยุทธวิธีใบใหม่มาใส่ซะแล้ว

ในสนามรบ หมวกเกราะถือเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้

ต่อให้ตอนนี้เขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วสุดขีดจนหลบกระสุนหลงได้ แต่การมีเครื่องป้องกันเพิ่มขึ้นอีกชั้นย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหาย

ยิ่งไปกว่านั้น หมวกเกราะยุทธวิธีไม่ได้มีไว้แค่ปกป้องศีรษะ แต่ยังมีฟังก์ชันหลากหลาย ทั้งมุมมองกว้าง เลนส์ซูมระยะไกล การวิเคราะห์ และการแลกเปลี่ยนข้อมูล แม้แต่ผู้ใช้พลังวิญญาณก็ยังสวมหมวกเกราะยุทธวิธี เพียงแต่หมวกของพวกเขาจะล้ำสมัยกว่าก็เท่านั้น

"หลบแบบชิลๆ..."

เซียวอวิ๋นหลงถึงกับพูดไม่ออก แต่เขาก็รู้ดีว่าฉินเทียนมีนิสัยแบบนี้ จึงทำอะไรไม่ได้นอกจากข่มความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้และเลิกซักไซ้

"อวิ๋นหลง เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ห้ามเลือดก่อนเถอะ แล้วค่อยฉีดอะดรีนาลีน"

ฉินต้าตี้ดึงแผ่นแปะห้ามเลือดออกมาแปะลงบนบาดแผลของเซียวอวิ๋นหลง จากนั้นก็ฉีดยาให้เขาในทันที

"ฟู่ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย"

เซียวอวิ๋นหลงกระทืบเท้าสองสามที ขาที่เคยอ่อนแรงไปเมื่อครู่ ตอนนี้กลับมามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

ติ๊ด ติ๊ด~~

จังหวะนั้นเอง กำไลข้อมือของฉินต้าตี้ก็ส่งเสียงร้องเตือน

ภารกิจใหม่มาถึงแล้ว

"เร็วเข้า ไปช่วยคนกัน"

ฉินต้าตี้โบกมือส่งสัญญาณ นำทีมมุ่งหน้าไปยังพื้นที่เป้าหมาย

"ผู้กอง เรากำลังจะไปช่วยใครครับ?" เซียวอวิ๋นหลงถามขณะวิ่ง

ฉินต้าตี้ตอบ "หน่วยดารา แต่ตอนนี้ในหน่วยของพวกเขาเหลือแค่หลี่เหลยคนเดียวแล้ว"

หน่วยดารา

เซียวอวิ๋นหลงเงียบไป ค่ายพักของหน่วยดาราอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา และมักจะแวะเวียนไปหากันอยู่เสมอ ถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก

ทว่าสหายร่วมรบที่เคยให้กำลังใจกันก่อนสงคราม และสัญญากันว่าจะไปดื่มด้วยกันหลังสงครามจบ ตอนนี้กลับต้องพรากจากกันด้วยความตาย ไม่มีวันได้พบกันอีกแล้ว

"วิ่งให้เร็วกว่านี้หน่อย!"

เซียวอวิ๋นหลงเร่งฝีเท้าและวิ่งนำหน้าฉินต้าตี้ไป

แต่น่าสลดใจนัก เมื่อพวกเขามาถึงตำแหน่งที่ศูนย์บัญชาการแจ้งไว้ หลี่เหลย สมาชิกคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็สละชีพไปแล้ว ร่างของเขานอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น แผ่นหลังเต็มไปด้วยลูกธนูปักคาอยู่

"หลี่เหลย..."

ฉินต้าตี้หลุบตาลงและถอนหายใจในความเงียบ

นี่แหละคือสงคราม สงครามย่อมมีคนตายเสมอ

หากไม่ใช่เพราะฉินเทียนระเบิดพลังปาฏิหาริย์ออกมาเมื่อครู่ หน่วยมังกรปฐพีก็คงถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นไม่ต่างจากหน่วยดารา

เซียวอวิ๋นหลงและหลิวเจาเจาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ พวกเขาอายุน้อยกว่าฉินต้าตี้สิบกว่าปีและยังไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องการพลัดพรากจากความตายมากนัก เริ่มจากหวงซวิ่น และตามด้วยหน่วยดาราที่คุ้นเคย

ความโหดร้ายของสมรภูมิได้มอบบทเรียนอันแสนสาหัสให้กับคนหนุ่มสาวทั้งสอง

ตอนนั้นเอง ฉินเทียนก็ย่อตัวลง ถอดหมวกเกราะยุทธวิธีของหลี่เหลยออกมาสวมไว้บนหัวของตัวเอง

เมื่อเห็นเช่นนั้น ทั้งสามคนก็สนับสนุนการกระทำของฉินเทียน

ทว่าในจุดที่ไม่มีใครมองเห็น ลูกแก้วแสงสีน้ำเงินก็ลอยพุ่งออกจากร่างของหลี่เหลยและหลอมรวมเข้ากับร่างกายของฉินเทียน

[การโจมตีคริติคอลเถ้าถ่านลุกโชน]

ประเภท: พรสวรรค์เรียกใช้งาน

คำอธิบาย: เผาผลาญเจตจำนง พละกำลัง และพลังงานสูงสุด 5% การโจมตีครั้งต่อไปมีโอกาสสูงที่จะสร้างความเสียหาย 150%-170% มีโอกาสเล็กน้อยที่จะสร้างความเสียหาย 180%-200% มีโอกาสน้อยมากที่จะสร้างความเสียหาย 250%-300% และมีโอกาสน้อยนิดอย่างยิ่งที่จะสร้างความเสียหายได้สูงสุดถึง 500%

ซี๊ด ถูกแจ็กพอตเข้าแล้ว!

นัยน์ตาของฉินเทียนเปล่งประกาย ความรู้สึกประหลาดใจอย่างแรงกล้าเอ่อล้นขึ้นมาในใจ

[การโจมตีคริติคอลเถ้าถ่านลุกโชน] เข้ากันได้ดีกับทักษะการซุ่มยิงของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ทันทีที่เรียกใช้งาน มันสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างน้อย 150% หากบวกกับความโชคดีจนสร้างความเสียหายได้ 300% หรือแม้แต่ 500% ล่ะก็ ต่อให้เป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสามก็คงไม่อาจทนรับกระสุนของเขาได้แม้แต่นัดเดียว

นอกจากนี้ พรสวรรค์นี้ยังมีโบนัสมหาศาลสำหรับผู้ใช้พลังวิญญาณอีกด้วย หากเชี่ยวชาญวิทยายุทธ์สายระเบิดพลัง บวกกับโบนัสจาก [การโจมตีคริติคอลเถ้าถ่านลุกโชน] การต่อสู้ข้ามระดับก็กลายเป็นเรื่องง่ายดาย

ฉินเทียนก้มลงมองร่างไร้วิญญาณของหลี่เหลย พลังนี้คือพลังพิเศษของเขา พูดตามตรง ผู้มีพลังพิเศษสายบริสุทธิ์ไม่สามารถปลดปล่อยพลังของพรสวรรค์นี้ออกมาได้อย่างเต็มที่หรอก

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พลังงานและพละกำลังของพวกเขามีจำกัด และพวกเขาไม่มีพลังวิญญาณในร่างกาย เมื่อเรียกใช้งานเกินห้าครั้ง พวกเขาจะรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าหลี่เหลยเชี่ยวชาญการใช้ปืนก็คงดี เขาคงสามารถใช้มันเพื่อขยายอานุภาพของอาวุธปืนได้ ทว่า...

ฉินเทียนเหลือบมองดาบศึกเปื้อนเลือดที่อยู่ข้างกายหลี่เหลย เขาพูดได้แค่ว่าหลี่เหลยเลือกเส้นทางผิดไปแล้วจริงๆ~

ฉินต้าตี้รายงานสถานการณ์ของหน่วยดาราให้เบื้องบนทราบ และรอคอยคำสั่งชุดต่อไป

ในช่วงเวลานี้ ฉินเทียนก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เขายิงปลิดชีพพวกออร์คที่อยู่ในสายตาทีละตัวๆ เพื่อเก็บเกี่ยวแต้มวิวัฒนาการ

ทว่า ก่อนที่หน่วยมังกรปฐพีจะได้รับคำสั่งใหม่ ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

ตู้ม~ ตู้ม~

บนที่ราบสูงโกลัน ลำแสงสีแดงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า วาดเป็นเส้นโค้งกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งตกลงมาราวกับห่าฝนดาวตกกระหน่ำใส่ที่ตั้งของศูนย์บัญชาการแนวหลัง

วิง~~~

ระบบป้องกันของศูนย์บัญชาการทำงานทันที ขีปนาวุธถูกยิงออกไปเพื่อสกัดกั้นเป้าหมาย ในขณะเดียวกัน โล่พลังงานสีฟ้าซีดจางขนาดมหึมาราวกับชามคว่ำ ก็ปรากฏขึ้นปกป้องศูนย์บัญชาการเอาไว้

"ท่านผู้บังคับการครับ นั่นคือคริสตัลเพลิง พวกมันขุดเจาะลงไปถึงเหมืองคริสตัลเพลิงแล้วครับ"

นายทหารคนสนิทเดินมาข้างกายผู้บังคับการและรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ฉันเห็นแล้ว"

ผู้บังคับการพยักหน้าและออกคำสั่ง "เตรียมตัวถอยทัพ"

พวกเขาบุกโจมตีที่ราบสูงโกลันก็เพื่อเหมืองคริสตัลเพลิงที่อยู่ใต้ดิน ตอนนี้เหมืองคริสตัลเพลิงถูกพวกออร์คยึดครองไปแล้ว หากมีไขกระดูกหยกคริสตัลเพลิงอยู่จริง มันก็คงถูกพวกออร์คชิงไปตั้งนานแล้ว

ขืนดันทุรังสู้ต่อไปก็มีแต่จะเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตอย่างสูญเปล่า

… … … …

"เพิ่งได้รับแจ้งมา สั่งให้กองกำลังทั้งหมดถอยทัพ"

ฉินต้าตี้ลดข้อมือลงแล้วเอ่ยด้วยความประหลาดใจ

"พวกเราถอยได้แล้วเหรอ?"

ทุกคนตื่นเต้นดีใจ ที่ราบสูงโกลันถูกบุกโจมตีมาเป็นเวลานานโดยไม่มีวี่แววแห่งชัยชนะ พวกเขาอยากถอยทัพมาตั้งนานแล้ว คำสั่งนี้ช่างมาได้ถูกจังหวะพอดี

"ไป!"

ฉินต้าตี้โบกมือและรีบถอยทัพไปตามเส้นทางที่ศูนย์บัญชาการกำหนดให้อย่างรวดเร็ว

การถอยทัพก็เป็นทักษะทางยุทธวิธีอย่างหนึ่ง หากสั่งการไม่ดี อาจกลายเป็นการแตกพ่ายหนีตายได้ทันที

โชคดีที่ศูนย์บัญชาการมีแผนสำรองเตรียมไว้ ภายใต้การคุ้มกันจากเครื่องบินรบ ขีปนาวุธ และกองกำลังทหารชั้นยอด หน่วยรบแนวหน้าจึงสามารถถอยกลับไปยังแนวหลังได้อย่างราบรื่น

… …

ที่ราบสูงโกลัน

บนเนินเขา มนุษย์หัวเสือร่างกำยำน่าเกรงขามในชุดเกราะสีดำทอดสายตามองไปเบื้องหน้า เมื่อเห็นกองทหารของมนุษย์หายลับไปที่เส้นขอบฟ้า รอยยิ้มเยือกเย็นก็ผุดขึ้นที่มุมปาก

"หึ หนีเร็วนักนะ แต่ข้าไม่ปล่อยพวกแกไปง่ายๆ หรอก"

"ราตรีนี้คือถิ่นของข้า"

เบื้องหลังของมัน มนุษย์แมวเงาร่างสูงตระหง่านหลายสิบตัวที่มีขนสีดำขลับต่างแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

จบบทที่ บทที่ 13: เถ้าถ่านลุกโชน

คัดลอกลิงก์แล้ว