- หน้าแรก
- สมรภูมิอวกาศ ตามเก็บพรสวรรค์ขั้นเทพ
- บทที่ 13: เถ้าถ่านลุกโชน
บทที่ 13: เถ้าถ่านลุกโชน
บทที่ 13: เถ้าถ่านลุกโชน
"ฉินเทียน ฉินเทียน!"
เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความร้อนรนและเป็นกังวัลดังก้องอยู่ข้างหู
ฉินเทียนสะบัดหัว ภาพการมองเห็นที่พร่ามัวค่อยๆ กลับมาชัดเจนขึ้น
"ฉันไม่เป็นไร"
ฉินเทียนโบกมือปัด เขารู้สึกเปียกชื้นที่จมูก พอใช้มือเช็ดดูก็พบว่ามีแต่เลือดเต็มมือ
"เลือดกำเดานายนไหลน่ะ"
เซียวอวิ๋นหลงฉีกผ้ากอซออกจากกระเป๋าคาดเอวทางยุทธวิธี ม้วนมันเป็นก้อนแล้วยัดเข้าไปในรูจมูกของฉินเทียน จนแทบจะทิ่มจมูกเขาพัง
ฉินเทียนผงะหงายหลัง เส้นเลือดดำปูดโปนเต้นตุบๆ ที่หน้าผาก สองมือเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เขาจ้องมองเซียวอวิ๋นหลงด้วยใบหน้าไร้อารมณ์แล้วเอ่ยเสียงเรียบ:
"ปล่อย~"
เซียวอวิ๋นหลงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำรุนแรงเกินไป จึงรีบปล่อยมือแล้วเกาหัวแก้เก้อ
พรืด~~~
หลิวเจาเจากลั้นไว้ไม่อยู่จนหลุดขำพรืดออกมา
ส่วนฉินต้าตี้ก็ทั้งระอาทั้งขำ
"อะแฮ่ม โทษที ฉันร้อนรนไปหน่อย"
เซียวอวิ๋นหลงลูบจมูกตัวเองแก้เขิน ก่อนจะพูดด้วยความตื่นเต้นว่า "ฉินเทียน เมื่อกี้นี้นายโคตรเท่เลย! ปฏิกิริยากับการเคลื่อนไหวของนายเร็วจนแม้แต่แมววิญญาณยังแตะตัวนายไม่ได้ด้วยซ้ำ"
"อืม"
ฉินเทียนดึงผ้ากอซออกแล้วโยนทิ้งลงพื้น เขามีพรสวรรค์สีเขียว 'ฟื้นฟูฉับไว' เลือดกำเดาไหลแค่นี้แป๊บเดียวก็หยุดแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ของพวกนี้เลยสักนิด
"เฮ้ นั่นมันแมววิญญาณระดับสองเลยนะ ขนาดฉันยังตามความเร็วของมันไม่ทัน นายทำได้ยังไงเนี่ย?" เซียวอวิ๋นหลงเบิกตากว้าง ภายในใจเต็มไปด้วยคำถามนับล้าน
"ก็แค่... หลบแบบชิลๆ น่ะ"
ฉินเทียนย่อตัวลง หยิบปืนไรเฟิลบนพื้นขึ้นมา จากนั้นก็ลูบผ่านซากศพของแมววิญญาณอย่างแนบเนียน ลูกแก้วแสงสีเขียวลอยเข้าสู่ร่างกายของเขาและถูกซึมซับเข้าสู่พรสวรรค์ 'กล้ามเนื้อและกระดูกเงา' อย่างรวดเร็ว
น่าเสียดายที่ไม่มีพรสวรรค์อื่นอีก
ฉินเทียนลุกขึ้นยืน เอียงคอหลบกระสุนหลงที่พุ่งเฉียดหูไปได้อย่างฉิวเฉียด
เดี๋ยวฉันคงต้องหาหมวกเกราะยุทธวิธีใบใหม่มาใส่ซะแล้ว
ในสนามรบ หมวกเกราะถือเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้
ต่อให้ตอนนี้เขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วสุดขีดจนหลบกระสุนหลงได้ แต่การมีเครื่องป้องกันเพิ่มขึ้นอีกชั้นย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหาย
ยิ่งไปกว่านั้น หมวกเกราะยุทธวิธีไม่ได้มีไว้แค่ปกป้องศีรษะ แต่ยังมีฟังก์ชันหลากหลาย ทั้งมุมมองกว้าง เลนส์ซูมระยะไกล การวิเคราะห์ และการแลกเปลี่ยนข้อมูล แม้แต่ผู้ใช้พลังวิญญาณก็ยังสวมหมวกเกราะยุทธวิธี เพียงแต่หมวกของพวกเขาจะล้ำสมัยกว่าก็เท่านั้น
"หลบแบบชิลๆ..."
เซียวอวิ๋นหลงถึงกับพูดไม่ออก แต่เขาก็รู้ดีว่าฉินเทียนมีนิสัยแบบนี้ จึงทำอะไรไม่ได้นอกจากข่มความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้และเลิกซักไซ้
"อวิ๋นหลง เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ห้ามเลือดก่อนเถอะ แล้วค่อยฉีดอะดรีนาลีน"
ฉินต้าตี้ดึงแผ่นแปะห้ามเลือดออกมาแปะลงบนบาดแผลของเซียวอวิ๋นหลง จากนั้นก็ฉีดยาให้เขาในทันที
"ฟู่ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย"
เซียวอวิ๋นหลงกระทืบเท้าสองสามที ขาที่เคยอ่อนแรงไปเมื่อครู่ ตอนนี้กลับมามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
ติ๊ด ติ๊ด~~
จังหวะนั้นเอง กำไลข้อมือของฉินต้าตี้ก็ส่งเสียงร้องเตือน
ภารกิจใหม่มาถึงแล้ว
"เร็วเข้า ไปช่วยคนกัน"
ฉินต้าตี้โบกมือส่งสัญญาณ นำทีมมุ่งหน้าไปยังพื้นที่เป้าหมาย
"ผู้กอง เรากำลังจะไปช่วยใครครับ?" เซียวอวิ๋นหลงถามขณะวิ่ง
ฉินต้าตี้ตอบ "หน่วยดารา แต่ตอนนี้ในหน่วยของพวกเขาเหลือแค่หลี่เหลยคนเดียวแล้ว"
หน่วยดารา
เซียวอวิ๋นหลงเงียบไป ค่ายพักของหน่วยดาราอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา และมักจะแวะเวียนไปหากันอยู่เสมอ ถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก
ทว่าสหายร่วมรบที่เคยให้กำลังใจกันก่อนสงคราม และสัญญากันว่าจะไปดื่มด้วยกันหลังสงครามจบ ตอนนี้กลับต้องพรากจากกันด้วยความตาย ไม่มีวันได้พบกันอีกแล้ว
"วิ่งให้เร็วกว่านี้หน่อย!"
เซียวอวิ๋นหลงเร่งฝีเท้าและวิ่งนำหน้าฉินต้าตี้ไป
แต่น่าสลดใจนัก เมื่อพวกเขามาถึงตำแหน่งที่ศูนย์บัญชาการแจ้งไว้ หลี่เหลย สมาชิกคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็สละชีพไปแล้ว ร่างของเขานอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น แผ่นหลังเต็มไปด้วยลูกธนูปักคาอยู่
"หลี่เหลย..."
ฉินต้าตี้หลุบตาลงและถอนหายใจในความเงียบ
นี่แหละคือสงคราม สงครามย่อมมีคนตายเสมอ
หากไม่ใช่เพราะฉินเทียนระเบิดพลังปาฏิหาริย์ออกมาเมื่อครู่ หน่วยมังกรปฐพีก็คงถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นไม่ต่างจากหน่วยดารา
เซียวอวิ๋นหลงและหลิวเจาเจาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ พวกเขาอายุน้อยกว่าฉินต้าตี้สิบกว่าปีและยังไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องการพลัดพรากจากความตายมากนัก เริ่มจากหวงซวิ่น และตามด้วยหน่วยดาราที่คุ้นเคย
ความโหดร้ายของสมรภูมิได้มอบบทเรียนอันแสนสาหัสให้กับคนหนุ่มสาวทั้งสอง
ตอนนั้นเอง ฉินเทียนก็ย่อตัวลง ถอดหมวกเกราะยุทธวิธีของหลี่เหลยออกมาสวมไว้บนหัวของตัวเอง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทั้งสามคนก็สนับสนุนการกระทำของฉินเทียน
ทว่าในจุดที่ไม่มีใครมองเห็น ลูกแก้วแสงสีน้ำเงินก็ลอยพุ่งออกจากร่างของหลี่เหลยและหลอมรวมเข้ากับร่างกายของฉินเทียน
[การโจมตีคริติคอลเถ้าถ่านลุกโชน]
ประเภท: พรสวรรค์เรียกใช้งาน
คำอธิบาย: เผาผลาญเจตจำนง พละกำลัง และพลังงานสูงสุด 5% การโจมตีครั้งต่อไปมีโอกาสสูงที่จะสร้างความเสียหาย 150%-170% มีโอกาสเล็กน้อยที่จะสร้างความเสียหาย 180%-200% มีโอกาสน้อยมากที่จะสร้างความเสียหาย 250%-300% และมีโอกาสน้อยนิดอย่างยิ่งที่จะสร้างความเสียหายได้สูงสุดถึง 500%
ซี๊ด ถูกแจ็กพอตเข้าแล้ว!
นัยน์ตาของฉินเทียนเปล่งประกาย ความรู้สึกประหลาดใจอย่างแรงกล้าเอ่อล้นขึ้นมาในใจ
[การโจมตีคริติคอลเถ้าถ่านลุกโชน] เข้ากันได้ดีกับทักษะการซุ่มยิงของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ทันทีที่เรียกใช้งาน มันสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างน้อย 150% หากบวกกับความโชคดีจนสร้างความเสียหายได้ 300% หรือแม้แต่ 500% ล่ะก็ ต่อให้เป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสามก็คงไม่อาจทนรับกระสุนของเขาได้แม้แต่นัดเดียว
นอกจากนี้ พรสวรรค์นี้ยังมีโบนัสมหาศาลสำหรับผู้ใช้พลังวิญญาณอีกด้วย หากเชี่ยวชาญวิทยายุทธ์สายระเบิดพลัง บวกกับโบนัสจาก [การโจมตีคริติคอลเถ้าถ่านลุกโชน] การต่อสู้ข้ามระดับก็กลายเป็นเรื่องง่ายดาย
ฉินเทียนก้มลงมองร่างไร้วิญญาณของหลี่เหลย พลังนี้คือพลังพิเศษของเขา พูดตามตรง ผู้มีพลังพิเศษสายบริสุทธิ์ไม่สามารถปลดปล่อยพลังของพรสวรรค์นี้ออกมาได้อย่างเต็มที่หรอก
เพราะท้ายที่สุดแล้ว พลังงานและพละกำลังของพวกเขามีจำกัด และพวกเขาไม่มีพลังวิญญาณในร่างกาย เมื่อเรียกใช้งานเกินห้าครั้ง พวกเขาจะรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
ถ้าหลี่เหลยเชี่ยวชาญการใช้ปืนก็คงดี เขาคงสามารถใช้มันเพื่อขยายอานุภาพของอาวุธปืนได้ ทว่า...
ฉินเทียนเหลือบมองดาบศึกเปื้อนเลือดที่อยู่ข้างกายหลี่เหลย เขาพูดได้แค่ว่าหลี่เหลยเลือกเส้นทางผิดไปแล้วจริงๆ~
ฉินต้าตี้รายงานสถานการณ์ของหน่วยดาราให้เบื้องบนทราบ และรอคอยคำสั่งชุดต่อไป
ในช่วงเวลานี้ ฉินเทียนก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เขายิงปลิดชีพพวกออร์คที่อยู่ในสายตาทีละตัวๆ เพื่อเก็บเกี่ยวแต้มวิวัฒนาการ
ทว่า ก่อนที่หน่วยมังกรปฐพีจะได้รับคำสั่งใหม่ ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ตู้ม~ ตู้ม~
บนที่ราบสูงโกลัน ลำแสงสีแดงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า วาดเป็นเส้นโค้งกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งตกลงมาราวกับห่าฝนดาวตกกระหน่ำใส่ที่ตั้งของศูนย์บัญชาการแนวหลัง
วิง~~~
ระบบป้องกันของศูนย์บัญชาการทำงานทันที ขีปนาวุธถูกยิงออกไปเพื่อสกัดกั้นเป้าหมาย ในขณะเดียวกัน โล่พลังงานสีฟ้าซีดจางขนาดมหึมาราวกับชามคว่ำ ก็ปรากฏขึ้นปกป้องศูนย์บัญชาการเอาไว้
"ท่านผู้บังคับการครับ นั่นคือคริสตัลเพลิง พวกมันขุดเจาะลงไปถึงเหมืองคริสตัลเพลิงแล้วครับ"
นายทหารคนสนิทเดินมาข้างกายผู้บังคับการและรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ฉันเห็นแล้ว"
ผู้บังคับการพยักหน้าและออกคำสั่ง "เตรียมตัวถอยทัพ"
พวกเขาบุกโจมตีที่ราบสูงโกลันก็เพื่อเหมืองคริสตัลเพลิงที่อยู่ใต้ดิน ตอนนี้เหมืองคริสตัลเพลิงถูกพวกออร์คยึดครองไปแล้ว หากมีไขกระดูกหยกคริสตัลเพลิงอยู่จริง มันก็คงถูกพวกออร์คชิงไปตั้งนานแล้ว
ขืนดันทุรังสู้ต่อไปก็มีแต่จะเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตอย่างสูญเปล่า
… … … …
"เพิ่งได้รับแจ้งมา สั่งให้กองกำลังทั้งหมดถอยทัพ"
ฉินต้าตี้ลดข้อมือลงแล้วเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
"พวกเราถอยได้แล้วเหรอ?"
ทุกคนตื่นเต้นดีใจ ที่ราบสูงโกลันถูกบุกโจมตีมาเป็นเวลานานโดยไม่มีวี่แววแห่งชัยชนะ พวกเขาอยากถอยทัพมาตั้งนานแล้ว คำสั่งนี้ช่างมาได้ถูกจังหวะพอดี
"ไป!"
ฉินต้าตี้โบกมือและรีบถอยทัพไปตามเส้นทางที่ศูนย์บัญชาการกำหนดให้อย่างรวดเร็ว
การถอยทัพก็เป็นทักษะทางยุทธวิธีอย่างหนึ่ง หากสั่งการไม่ดี อาจกลายเป็นการแตกพ่ายหนีตายได้ทันที
โชคดีที่ศูนย์บัญชาการมีแผนสำรองเตรียมไว้ ภายใต้การคุ้มกันจากเครื่องบินรบ ขีปนาวุธ และกองกำลังทหารชั้นยอด หน่วยรบแนวหน้าจึงสามารถถอยกลับไปยังแนวหลังได้อย่างราบรื่น
… …
ที่ราบสูงโกลัน
บนเนินเขา มนุษย์หัวเสือร่างกำยำน่าเกรงขามในชุดเกราะสีดำทอดสายตามองไปเบื้องหน้า เมื่อเห็นกองทหารของมนุษย์หายลับไปที่เส้นขอบฟ้า รอยยิ้มเยือกเย็นก็ผุดขึ้นที่มุมปาก
"หึ หนีเร็วนักนะ แต่ข้าไม่ปล่อยพวกแกไปง่ายๆ หรอก"
"ราตรีนี้คือถิ่นของข้า"
เบื้องหลังของมัน มนุษย์แมวเงาร่างสูงตระหง่านหลายสิบตัวที่มีขนสีดำขลับต่างแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม