- หน้าแรก
- ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
- บทที่ 13 แมตช์คัดตัวนัดที่สอง; ทีม A ปะทะ ทีม C
บทที่ 13 แมตช์คัดตัวนัดที่สอง; ทีม A ปะทะ ทีม C
บทที่ 13 แมตช์คัดตัวนัดที่สอง; ทีม A ปะทะ ทีม C
บทที่ 13 แมตช์คัดตัวนัดที่สอง; ทีม A ปะทะ ทีม C
ปรี๊ดดดดดด
เสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้นแทบจะทันทีหลังจากที่ทีม B เขี่ยลูกเริ่มเกม และการแข่งขันก็จบลงโดยทีม C เป็นฝ่ายเอาชนะไปด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 3 ของทีม B
ทั้งสองทีมเดินลากขาออกจากสนาม ฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยความผิดหวังในขณะที่อีกฝั่งเต็มไปด้วยความปิติยินดี และพวกเขาทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังอัฒจันทร์
เจสันเดินไปนั่งบนอัฒจันทร์กับเพื่อนร่วมทีม เขารื้อหยิบขวดน้ำออกจากกระเป๋าแล้วกระดกพรวดเดียวหมดไปกว่าครึ่งขวด แม้ว่าแมตช์ที่เพิ่งเตะจบไปจะไม่ได้ดุเดือดเท่ากับเกมระดับอาชีพที่เขาเคยลงเล่นในชีวิตก่อน แต่มันกลับทำให้เขาตื่นเต้นกดดันยิ่งกว่าที่เคย ทว่าตอนนี้การแข่งขันจบลงแล้ว เขาก็รู้สึกโล่งใจเสียที
ด้วยผลงาน 2 แอสซิสต์ กับอีก 1 ประตู รวมถึงบทบาทการมีส่วนร่วมในเกมของเขา เขารู้ดีว่าต่อให้ไม่ต้องลงเล่นในแมตช์ต่อไป เขาก็การันตีได้รับความสนใจจากแมวมองแน่นอน นอกเสียจากว่าพวกแมวมองที่ดูอยู่จะไม่ถูกชะตากับหน้าตาของเขา ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่าเรื่องพรรค์นั้นจะเกิดขึ้นหรอก
โค้ชคนหนึ่งเดินมาที่จุดที่เจสันและเพื่อนร่วมทีมอยู่ และบอกพวกเขาว่ามีเวลาพักหนึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงแมตช์ปะทะทีม A ซึ่งจะเป็นแมตช์ปิดท้ายของการทดสอบฝีเท้าครั้งนี้
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทีม C และทีม A ก็กลับลงสู่สนามและพร้อมที่จะฟาดแข้งกันแล้ว
ผู้เล่น 11 ตัวจริงของทีม C เป็นชุดเดียวกับที่ลงสนามในแมตช์ที่แล้ว ยกเว้นแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น
ครั้งนี้เจสันนั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง และคนที่ลงสนามเป็นตัวจริงแทนเขาก็คือเจอร์รี่ เจสันเลือกหมอนี่ให้มาลงแทนเพราะจู่ ๆ เขาก็ไม่อยากเป็นตัวจริงในแมตช์ที่เจอกับทีม A ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
เขารู้ดีว่าพวกทีม A จะต้องเพ่งเล็งมาที่เขาเป็นพิเศษแน่ ๆ ถ้าเขาลงเล่น และถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็จะไม่มีอิสระในการเล่นอย่างที่ต้องการ สู้ลงไปเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังตอนที่พวกตัวประกบเริ่มหมดแรงแล้วยังจะดีกว่า
การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นโดยทีม C เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเกม
พวกเขาเคาะบอลไปมาเพื่อหาช่องว่างเจาะทะลุแนวรับ แต่ทีม A ก็ยืนตำแหน่งกันได้อย่างแข็งแกร่งและไม่เปิดพื้นที่ว่างให้เลย และในไม่ช้า ทีม C ก็เสียบอลไป
รูปเกมกลายเป็นการผลัดกันรุกผลัดกันรับของทั้งสองทีม มีการผ่านบอลไปมาและหาจังหวะสับไกยิงได้บ้างประปราย แต่ประตูแรกก็ยังไม่มาจนกระทั่งถึงนาทีที่ 13
ทีม C เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกอีกครั้ง พวกเขาต่อบอลกันอย่างไหลลื่นและแม่นยำในแดนของคู่แข่ง จู่ ๆ เจอร์รี่ก็สังเกตเห็นนิโก้สลัดหลุดตัวประกบและกำลังวิ่งตัดเข้าใน พร้อมกับส่งสายตาอย่างรู้กันมาทางเขา
เจอร์รี่ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาจ่ายบอลเลียดทะลุช่องระหว่างกองหลังไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นิโก้ก็โผล่ทะลุขึ้นไปรับบอลพร้อมกับกระชากเข้ากรอบเขตโทษด้วยการตวัดปลายเท้าอย่างนิ่มนวลโดยไม่เสียเวลาจับบอลเลย
กองหลังทีม A รีบวิ่งไล่กวดตามมา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะนิโก้พาบอลจี้เข้าหาผู้รักษาประตูไปแล้ว
ด้วยลูกยิงปั่นโค้งหลบตัวนายด่าน บอลก็พุ่งไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม สกอร์ตอนนี้คือ 1-0 ทีม C ขึ้นนำ
หลังจากประตูดังกล่าว ราวกับว่าทำนบกั้นน้ำถูกพังทลาย ทั้งสองทีมต่างก็กระหน่ำยิงประตูกันเป็นว่าเล่น
เริ่มจากทีม A ตามตีเสมอได้จากลูกเตะมุมที่เซ็นเตอร์แบ็กของพวกเขาโหม่งเข้าไปในนาทีที่ 16 จากนั้นทีม C ก็ทำประตูขึ้นนำอีกครั้งจากการจ่ายบอลไปถึงแดเนียลในกรอบเขตโทษ
เขาพลิกตัวบังบอลหนีตัวประกบก่อนจะซัดตุงตาข่าย ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-1 พาทีมกลับมาขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 18 แต่ทีม A ก็ยังไม่ยอมแพ้ และบวกสกอร์เพิ่มได้จากการเปิดบอลริมเส้นให้กองหน้าโหม่งผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปในนาทีที่ 21
ประตูที่สามของทีม C ได้มาจากจอร์จที่ตะบันลูกเรียดเต็มข้อจากนอกกรอบเขตโทษพุ่งวาบเข้าประตูไปในนาทีที่ 25
จากนั้น ปีกขวาของทีม A ก็สลัดหลุดเทรเวอร์ได้ในนาทีที่ 29 ก่อนจะเลี้ยงตัดเข้ากรอบเขตโทษและสับขาหลอกเควินไปสองสามที แล้วสับไกยิงผ่านมือแอรอนส์เข้าไป เป็นประตูตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จก่อนหมดครึ่งแรกพอดี
เจสันนั่งดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึงอยู่บนอัฒจันทร์ เขาไม่คิดเลยว่าทีมของเขาจะสามารถต่อกรกับพายุการทำประตูจากทีม A ได้สูสีขนาดนี้ แถมยังเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนด้วยซ้ำ แต่ที่สำคัญกว่านั้น เขาดูออกว่าทั้งสองทีมได้ละทิ้งเกมรับไปแล้ว และเอาแต่จ้องจะยิงประตูให้เยอะกว่าคู่แข่งให้ได้ นี่คือสาเหตุที่มีพื้นที่ว่างมากมายให้ทั้งสองทีมเจาะเข้าไปทำประตูกันอย่างสนุกสนาน
ถ้ารูปเกมยังเป็นแบบนี้ต่อไป ทีมไหนเกมรุกบอดก่อน ทีมนั้นก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ซึ่งเขาก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ใช่ทีมของเขา แต่ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก และเหล่านักเตะก็เดินออกจากสนามไปพักก่อนที่เกมจะดำเนินต่อ
คราวนี้ไม่มีการโต้เถียงกันเรื่องการเปลี่ยนตัวอีก เพราะพวกเขาได้ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม
ออร์แลนด์จะลงมาแทนแดเนียล, เทรเวอร์จะถูกถอดออกให้เจย์เดนลงแทน, เทอร์เรนซ์จะลงมาแทนคาร์ลอส และนิโก้จะเปลี่ยนออกให้เจสันลงมาแทน ซึ่งการเปลี่ยนตัวทั้งหมดจะเกิดขึ้นในช่วงพักครึ่ง ยกเว้นแค่เจสันที่จะลงมาแทนนิโก้
เจสันยังไม่อยากลงสนามตอนนี้ เขาเลยบอกให้นิโก้ยืนระยะเล่นต่อไปจนถึงนาทีที่ 10 ของครึ่งหลัง ซึ่งนิโก้เองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะได้เวลาโชว์ฝีเท้าเพิ่ม ดังนั้นเขาจึงไม่ขัดข้อง
ไม่นานเวลาพักสิบนาทีก็หมดลง ผู้เล่นกลับลงสู่สนามเพื่อลุยต่อในครึ่งหลัง โดยมีทีม A เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเกม
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═