- หน้าแรก
- ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
- บทที่ 12 จบการแข่งขันคัดตัวแมตช์แรก
บทที่ 12 จบการแข่งขันคัดตัวแมตช์แรก
บทที่ 12 จบการแข่งขันคัดตัวแมตช์แรก
บทที่ 12 จบการแข่งขันคัดตัวแมตช์แรก
"เวรเอ๊ย" เจสันสบถพึมพำหลังเห็นเทอร์เรนซ์แจกจุดโทษจากการเข้าสกัดสุดห่วยที่ไม่ได้มีความคิดจะกวาดโดนลูกบอลเลยแม้แต่น้อย
ผู้เล่นทีม C รีบกรูเข้าไปหาผู้ตัดสินเพื่อพยายามประท้วงว่ามันไม่ใช่จุดโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเห็นจังหวะสกัดนั้นชัดเจนเต็มสองตาและรู้ดีว่ายังไงก็ต้องเป่าให้
เขายังแอบรำคาญความหน้าด้านของพวกนักเตะที่พยายามเข้ามากดดันให้เขาเปลี่ยนคำตัดสิน ทั้งที่พวกนั้นเองก็เห็นอยู่เต็มอกว่ามันเป็นจุดโทษชัดเจน
ไม่ว่านักเตะจะงัดข้ออ้างอะไรมาเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียจุดโทษ ผู้ตัดสินก็ยังคงยืนกรานคำตัดสินเดิม และลูกบอลก็ถูกนำไปวางบนจุดโทษเตรียมพร้อมสำหรับการสังหาร
คนที่รับหน้าที่เตะจุดโทษคือปีกขวาของทีม B ซึ่งก็คือคนที่โดนทำฟาวล์นั่นเอง
เขาวิ่งเหยาะ ๆ เข้าหาลูกบอลก่อนจะซัดเต็มแรงส่งบอลพุ่งไปทางมุมซ้ายล่างของประตู
ลูกบอลพุ่งทะยานอย่างรุนแรงก่อนจะเช็ดเสาเข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม ขณะที่แอรอนส์ได้แต่ยืนขาตายรอดูบอลเข้าประตูไป
โกลลลลลลลล!!!
3 : 2
สกอร์ตอนนี้คือ 3 ต่อ 2 ทีม B พลิกกลับมานำ และสถานการณ์ของทีม C ก็ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะแพ้ในแมตช์ที่ตัวเองเคยเป็นฝ่ายนำมาก่อน
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ กัปตันทีมควรจะก้าวออกมาและพยายามพูดปลุกใจลูกทีม แต่เจสันไม่คิดจะทำแบบนั้น
เขาไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กของใคร และที่ผ่านมาเขาก็แบกทีมนี้จนหลังแอ่นมากพอแล้ว เขาจึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องกดดันตัวเองให้มากไปกว่านี้เพื่อมากระตุ้นทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเคยเตือนพวกนี้ไปแล้วก่อนเริ่มครึ่งหลังให้เน้นเกมรับ แต่พวกนั้นกลับเมินคำแนะนำของเขาเอง
แต่ถึงแม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจสวมบทนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะถอดใจจากแมตช์นี้ และเพื่อที่จะพลิกเกมให้ได้ เขาต้องการใครสักคนในทีมที่ยังไม่ยอมแพ้เช่นกัน
เขากวาดสายตาสำรวจใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมทุกคนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่ายังมีสามหน้าที่มีไฟแห่งชัยชนะลุกโชนอยู่ในแววตา
สามคนนั้นคือ นิโก้ เจอร์รี่ และแดเนียล
‘อย่างน้อยถ้ามีสามคนนี้คอยสนับสนุน แมตช์นี้ก็ยังไม่จบ’ เจสันคิดในใจขณะนำลูกบอลไปตั้งตรงกลางสนามเพื่อเขี่ยบอลเริ่มเกมต่อ
เกมกลับมาเริ่มอีกครั้ง ทีม C เป็นฝ่ายเขี่ยบอลและพยายามเน้นการต่อบอลไปมาเพื่อไม่ให้เสียการครอบครอง แต่ทีม B ที่ตอนนี้ขึ้นนำไปแล้วไม่ได้กะจะปล่อยโอกาสให้ พวกเขาเดินหน้าเพรสซิ่งเข้าใส่อย่างหนัก โดยมีผู้เล่นอย่างน้อยสามคนวิ่งไล่บีบแย่งบอลแทบจะตลอดเวลา
แม้จะมีเสียบอลไปบ้าง แต่ทีม C ก็ทำเต็มที่เพื่อแพ็กเกมรับให้แน่นและไม่เสียประตูเพิ่ม ในขณะเดียวกัน ความพยายามในการทำเกมรุกของพวกเขากลับดูจืดชืดไร้พิษสง
ทีม B หาจังหวะสับไกยิงได้บ้าง แต่สกอร์ก็ยังคงหยุดอยู่ที่ 3 : 2 จนกระทั่งถึงนาทีที่ 26 ของครึ่งหลัง ทีม B ที่กำลังเปิดเกมบุกดันจ่ายบอลพลาด ลูกบอลไปตกอยู่ที่แดนเนียลของทีม C ซึ่งรีบจ่ายบอลต่อไปให้เจอร์รี่ทันที
เจอร์รี่ไม่ลังเลเลยที่จะมองหาเจสัน ซึ่งเป็นคนคอยบัญชาเกมรุกส่วนใหญ่ของทีม เพราะเขารู้ดีว่าตราบใดที่มีเจสันอยู่ในทีม พวกเขาก็ยังมีหวัง
และก็เป็นอย่างที่เขาคิด เจสันกำลังวิ่งทำทางขึ้นหน้าพร้อมกับมองมาทางเขาและส่งสัญญาณขอช่องจ่ายบอลพอดี
เจอร์รี่รีบตักบอลโด่งข้ามแนวรับทะลุช่องไปดักหน้าเจสัน ขณะที่เจสันก็สปีดฉีกหนีตัวสกัดคนสุดท้ายไปไล่ตามลูกพาสนั้น
เขาพักบอลลงอย่างรวดเร็วและเริ่มควบตะบึงเข้าหาผู้รักษาประตู ตอนนี้ไม่มีใครขวางหน้าเขาอีกแล้วเพราะแผงกองหลังดันขึ้นสูงกันหมด ดังนั้นคนเดียวที่เขาต้องดวลด้วยก็คือนายทวาร
ผู้รักษาประตูทีม B รีบถลันออกมาจากหน้าปากประตู ไม่ยอมรอให้เจสันพาบอลเข้าไปถึงระยะทำการที่อันตรายที่สุด แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ เจสันไม่ได้กะจะยิงเองตั้งแต่แรกแล้ว
หลังจากรับบอลจากเจอร์รี่ เจสันก็สังเกตเห็นว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่หลุดแนวรับมาได้ นิโก้ก็สลัดหลุดตัวประกบและกำลังเติมขึ้นมาจากฝั่งซ้ายของสนามเช่นกัน เจสันจึงแตะบอลจี้เข้าไปจนเกือบถึงตัวผู้รักษาประตู ก่อนจะง้างเท้ายิงหลอก ทำเอานายด่านหลงทางจนเสียหลักล้มลงไป จากนั้นเจสันก็แตะบอลอ้อมตัวผู้รักษาประตูที่กองอยู่บนพื้น แล้วถวายพานส่งบอลไปให้นิโก้แปโล่ง ๆ เข้าประตูไป
นิโก้ไม่ทำให้ผิดหวัง แปบอลเข้าก้นตาข่ายอย่างนิ่มนวล ก่อนจะวิ่งเข้าไปสวมกอดเจสันเพื่อขอบคุณสำหรับแอสซิสต์สุดสวย
โกลลลลลลลล!!!
3 : 3
ทีม C เฮลั่นหลังจากเห็นว่าพวกเขาสามารถตามตีเสมอได้สำเร็จในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงสี่นาทีจะหมดเวลา ส่วนสมาชิกทีม B ต่างผิดหวังที่ปล่อยให้ตัวเองโดนตีตื้น แต่เจสันไม่สนใจจะเสียเวลามาฉลอง เพราะพวกเขาก็แค่ตีเสมอได้เท่านั้น ยังไม่ได้เป็นฝ่ายนำ เขาจึงเบี่ยงตัวหลบอ้อมกอดของนิโก้และวิ่งไปล้วงบอลออกจากตาข่าย ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ กลับไปที่วงกลมกลางสนามและวางบอลไว้ให้ทีม B เขี่ยเริ่มเกม
แมตช์กลับมาดำเนินต่อ คราวนี้เป็นทีของทีม C ที่เปิดหน้าแลกบุกใส่บ้าง ขณะที่ทีม B ถอยไปตั้งรับอย่างเหนียวแน่น
ในที่สุดสมาชิกทีม C ก็ตาสว่างและเข้าใจแล้วว่า เจสันคือศูนย์กลางในการบัญชาเกมรุกของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามส่งบอลให้เจสันทุกครั้งที่ได้ครองบอล เจสันพยายามจ่ายบอลทะลุช่องเพื่อสร้างโอกาสทำประตู แต่ก็เป็นเรื่องยากเพราะกองหน้าของทีม C ถูกประกบติดแบบสองรุมหนึ่งกันหมด ยกเว้นแค่ออร์แลนด์
เจสันไม่ไว้ใจให้บอลกับออร์แลนด์มากพอที่จะเชื่อว่าหมอนั่นจะหนีตัวประกบไปทำประตูได้ เขาจึงมักจะเลือกจ่ายบอลกลับไปที่แดนกลางก่อนที่ตัวประกบสองคนของเขาจะเข้ามารุมบีบหนักเกินไป
รูปเกมดำเนินไปแบบนี้จนถึงนาทีที่ 29 และอีกครั้งที่เจสันได้บอลอยู่ตรงกรอบเขตโทษฝั่งขวา โดยมีผู้เล่นสองคนยืนขวางเส้นทางเข้าสู่เขตโทษ แต่คราวนี้เจสันไม่ได้มองหาช่องจ่ายบอลให้เพื่อน เขาตั้งใจจะแหวกทางเข้าไปยิงเอง เพราะรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายแล้ว
เขาสังเกตเห็นแล้วว่าผู้รักษาประตูปักหลักยืนค่อนไปทางเสาซ้าย เขาจึงตั้งใจจะลงโทษความผิดพลาดนั้น เขารอจังหวะอย่างใจเย็นอยู่นอกเขตโทษ คลึงบอลสลับซ้ายขวาไปมา ก่อนจะโยกหลอกกระชากตัดเข้าซ้ายอย่างรวดเร็วเหมือนจะเจาะเข้ากลาง ทำเอาตัวประกบเสียจังหวะและเปิดพื้นที่ว่างให้เขาได้เล็กน้อย
ด้วยพื้นที่เพียงน้อยนิดที่เขาสร้างขึ้นมาได้ เขาก็ง้างเท้าซ้ายซัดเต็มข้อ ปั่นบอลโค้งพุ่งวาบไปที่สามเหลี่ยมมุมบนขวาของประตู
นายด่านที่ยืนค่อนไปทางเสาซ้ายพยายามพุ่งปัดสุดเหยียด แต่ลูกบอลก็ลอยผ่านฝ่ามือของเขาไปเสียบมุมบนตาข่ายอย่างงดงาม
โกลลลลลลลล!!!
3 : 4
ทีม C พลิกกลับมานำอีกครั้งในช่วงก่อนเสียงนกหวีดหมดเวลาพอดี
เจสันมองลูกบอลที่เข้าไปตุงก้นตาข่ายด้วยความรู้สึกดีใจปนเก้อเขินนิดหน่อย
เขาดีใจที่ทำประตูได้และน่าจะพาทีมชนะ และเขาก็อยากจะแสดงความดีใจออกมา แต่ทว่านี่มันเป็นแค่แมตช์คัดตัวที่เขาเตะกับคนแปลกหน้าเป็นส่วนใหญ่ แถมยังไม่มีแฟนบอลบนอัฒจันทร์เลยสักคน มันก็เลยรู้สึกกระดากใจแปลก ๆ ที่จะมาดีใจโอเวอร์แอคติ้ง แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เขาก็ถูกกวาดจนล้มตึงโดยเพื่อนร่วมทีมที่กระโดดโถมเข้ามาทับจนเขาแทบจะแบนเป็นแพนเค้กอยู่ใต้กองทับของพวกนั้นไปเสียแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═