- หน้าแรก
- เป็นศัตรูกับอุจิฮะงั้นหรอ อย่ามาเสียใจที่อุจิฮะทั้งตระกูลหันหลังให้โคโนฮะ
- บทที่ 45 : สำนึกผิดบ้างหรือยัง?
บทที่ 45 : สำนึกผิดบ้างหรือยัง?
บทที่ 45 : สำนึกผิดบ้างหรือยัง?
บทที่ 45 : สำนึกผิดบ้างหรือยัง?
"ทุกคนดูนั่น! ใครยืนอยู่บนไหล่ของเก้าหางน่ะ?"
"ไม่รู้สิ...หน้ากากลายก้นหอย? ชุดแปลกประหลาดแบบนั้นไม่เคยเห็นมาก่อนเลย"
"เก้าหางยอมหยุดนิ่งแล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"หรือว่า..."
สายตาทุกคู่พุ่งไปที่ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น แต่แม้แต่บนใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความมึนงง เขายังไม่สามารถประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าได้ในทันที ไอ้คนลึกลับที่โผล่มานั่นมันทำอะไร ทำไมถึงสยบเก้าหางให้สงบลงได้...?
มิตรหรือศัตรู? คำตอบปรากฏชัดในจังหวะต่อมา
จู่ๆ เก้าหางก็ขยับกาย ตั้งท่าเล็งร่างมหึมาตรงไปยังใจกลางหมู่บ้านโคโนฮะ มันแหงนหน้าขึ้นพร้อมกับที่ "บอลสัตว์หาง" ขนาดมหึมาควบแน่นขึ้นในอากาศ แรงกดดันแห่งการทำลายล้างแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศสั่นสะเทือน
ใบหน้าของทุกคนซีดเผือดไม่เว้นแม้แต่ฮิรุเซ็น
บอลสัตว์หาง! แถมยังเล็งไปทางนั้น…
"แย่แล้ว! หยุดมันเร็ว เข้าไปหยุดมันเดี๋ยวนี้!" ฮิรุเซ็นตะโกนลั่นเรียกสติเหล่านินจา
หากบอลสัตว์หางลูกนั้นไประเบิดในหมู่บ้าน ทุกอย่างที่พวกเขาร่วมสร้างมาจะพินาศสิ้นในพริบตา!
นินจาทุกคนเค้นจักระออกมาจนสุดตัว พยายามโจมตีเพื่อดึงความสนใจของเก้าหางให้หันกลับมาเหมือนที่เคยทำก่อนหน้านี้ ทว่าคราวนี้มันกลับเมินเฉยต่อมดปลวกเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง
และแล้ว ท่ามกลางสายตาที่สิ้นหวัง บอลสัตว์หางขนาดยักษ์ก็พุ่งแหว่งอากาศสร้างคลื่นกระแทกมหาศาล ทะยานตรงเข้าสู่หมู่บ้านทันที
แสงสว่างวาบกลืนกินทุกสิ่ง พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว แม้แต่อากาศรอบๆ ยังบิดเบี้ยวจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า กว่าที่เสียงระเบิดกัมปนาทจะแว่วมาถึงหู เวลาผ่านไปนานหลายสิบวินาที
"สีหน้าแบบนั้น... ช่างน่ารื่นรมย์จริงๆ"
เก้าหางก้มมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ความไม่ยินยอม ความกลัว ความสิ้นหวัง และความโศกเศร้าของเหล่านินจาโคโนฮะ มันแสยะยิ้มด้วยความสะใจอย่างที่สุด
ชั่วอึดใจต่อมา ร่างมหึมาของมันก็เลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงร่างของ นามิคาเซะ มินาโตะ ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นดิน
"จับไอ้หน้ากากนั่นไว้!"
ฮิรุเซ็นคำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธแค้นจนตัวสั่น ต้องเป็นเพราะคำพูดยุแหย่ของไอ้หมอนั่นแน่ๆ ที่ทำให้เก้าหางหันกลับไปถล่มหมู่บ้าน ไม่ว่ามันจะเป็นใคร เขาจะปล่อยให้มันเดินลอยนวลไปไม่ได้เด็ดขาด!
ขณะที่นินจาโคโนฮะพุ่งกรูเข้าไป ชายหน้ากากลายก้นหอยก็ตบมือเข้าหากันเบาๆ เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานเข้าสู่โสตประสาทของทุกคน
"วิชาลับ!!!"
ฮิรุเซ็นและหน่วยลับชะงักกึกทันที พวกเขาตั้งท่ารับมือศัตรูลึกลับอย่างระแวดระวังถึงขีดสุด คนที่บงการเก้าหางได้ย่อมไม่ใช่กระจอกๆ
ทว่าในวินาทีต่อมา น้ำเสียงของชายหน้ากากกลับกลายเป็นเสียงเยาะเย้ย
"คลายคาถาแยกเงา!"
ปึ้ง!
กลุ่มควันสีขาวกระจายตัวออกกลางอากาศ เมื่อควันจางหายไป ใบหน้าของ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น และคนอื่นๆ ก็ดูบูดเบี้ยวและน่าเกลียดราวกับเพิ่ง "กินดิน" เข้าไปคำโต
พวกเขาถูกปั่นหัวเล่นเหมือนตัวตลก!
บนยอดหน้าผาโฮคาเงะ อุจิฮะ ยูซึรุ ยืนตระหง่านอยู่บนรูปสลักเศียรของเซ็นจู โทบิรามะ เขาทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง เห็นชาวหมู่บ้านโคโนฮะที่กำลังร่ำไห้ระงมด้วยสายตาเย็นชา
หลังจากจงใจปล่อยนินจาเหล่านั้นให้รอดชีวิตไปคราวก่อน เขาก็ลอบเร้นกลับเข้ามาในหมู่บ้านด้วยคามุย เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้พลังเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผากระตุ้นให้อุซึมากิ มิโตะ คลุ้มคลั่ง แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าลมหายใจของเธอใกล้จะมอดดับเต็มที เขาจึงเปลี่ยนใจ
แทนที่จะสิ้นเปลืองพลังเนตรโดยใช่เหตุ เขาเลือกที่จะรอเงียบๆ อย่างใจเย็น เพราะเมื่อไม่มี อุซึมากิ คุชินะ โคโนฮะก็ไม่มีใครหน้าไหนที่จะสะกดเก้าหางที่สมบูรณ์แบบได้อีกต่อไป
และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ทันทีที่มิโตะสิ้นใจ สัตว์ร้ายก็ฉีกกระชากพันธนาการออกมา
นินจาล้มตายนับพันชีวิต หมู่บ้านเกือบหนึ่งในสามกลายเป็นซากปรักหักพัง ชาวบ้านนับไม่ถ้วนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน ความสูญเสียครั้งนี้มหาศาลเกินจะประเมินค่า...
'ฉันอยากจะรู้นัก ว่าพวกแกสำนึกถึงความผิดพลาดของตัวเองบ้างหรือยัง'
พวกเขามีชีวิตอยู่ในหมู่บ้านที่ตระกูลอุจิฮะร่วมก่อตั้งขึ้นมา แต่กลับไม่เคยยอมรับคนในตระกูลอย่างแท้จริง แทนที่จะยกย่องเกียรติภูมิที่อุจิฮะมอบให้โคโนฮะ พวกเขากลับตราหน้าว่าตระกูลนี้คือตัวอันตรายที่ทำลายความมั่นคง ถูกกีดกัน ถูกเฝ้าระวัง ถูกใส่ร้ายป้ายสี…
'ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ให้ความจริงมันเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกัน ว่าใครกันแน่ที่มอบสิทธิ์ให้พวกแกได้เสวยสุขบนผืนดินที่มั่งคั่งแห่งนี้!'
ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า
ทว่าลมหนาวกลับพัดกระโชกไม่หยุดหย่อน ชาวบ้านโคโนฮะพากันเบียดเสียดอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดิน ใบหน้าของแต่ละคนดูเซื่องซึมไร้ชีวิตชีวา การอาละวาดของเก้าหางเมื่อรุ่งสากได้พรากชีวิตผู้คนไปมากมาย ย่านที่อยู่อาศัยทั้งแถบกลายเป็นเศษอิฐเศษปูนเพียงชั่วข้ามคืน
สำหรับชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจซบเซาตั้งแต่ตระกูลอุจิฮะถอนตัวออกไป เรื่องนี้เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางวันแสกๆ หลายคนอาจจะต้องลงไปนอนข้างถนนจริงๆ เสียแล้ว
ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วหลุมหลบภัยราวกับหยดหมึกที่ละลายในน้ำ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังสะท้อนขึ้นมา นินจานับสิบคนในสภาพเหนื่อยล้าเจียนตาย เนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นและคราบเลือดเดินเข้ามา หลังจากส่งต่องานให้กับเจ้าหน้าที่เวรเสร็จ พวกเขาก็ล้มฟุบลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ
"เหนื่อยเป็นบ้า... พลังของเก้าหางน่ากลัวชะมัด แค่เห็นซากปรักหักพังพวกนั้น ก็จินตนาการออกเลยว่าบอลสัตว์หางตอนมันระเบิดมันนรกขนาดไหน"
"ทำไมเราต้องยอมให้พลังสถิตร่างเก้าหางมาอยู่ในหมู่บ้านด้วยนะ? ถ้าไม่มีมัน เราคงไม่ต้องสูญเสียขนาดนี้!"
"มันช่วยไม่ได้หรอก หมู่บ้านอื่นเขาก็มีสัตว์หางกันทั้งนั้น ถ้าเราขาดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์แบบนี้ไปหมู่บ้านเดียว เราจะเสียเปรียบอย่างมหาศาล"
"ก็จริง หมู่บ้านอื่นก็คงสภาพไม่ต่างจากเรานักหรอก พลังของสัตว์หางมันมาพร้อมความเสี่ยงเสมอ"
จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งก็ขัดขึ้น
"ไม่หรอก อย่างน้อยคุโมะงาคุเระก็ไม่เป็นแบบเรา"
ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว "เท็ตสึ หมายความว่ายังไง?"
"เพราะฉันเห็นมากับตาตัวเองน่ะสิ" ฮาราดะ เท็ตสึ กัดฟันพูด "ตอนทำภารกิจนอกหมู่บ้านคราวก่อน ฉันบังเอิญไปเจอกับพลังสถิตร่างของคุโมะเข้า"
"หมอนั่นควบคุมพลังของสัตว์หางได้อย่างอิสระเลยล่ะ!"
"ว่าไงนะ?!"
ความตกตะลึงระเบิดขึ้นในฝูงชน หลุมหลบภัยที่เคยเงียบเหงากลับเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึง ผู้คนพากันรุมล้อมนินจาที่พันแผลเต็มตัวคนนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"พรรคพวกของฉันตายด้วยน้ำมือของพลังสถิตร่างคนนั้น ฉันรู้ดีว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่"
"เขาสามารถใช้หางของสัตว์ร้ายป้องกันการโจมตีทุกอย่างที่เราซัดใส่"
ภาพการตายของเพื่อนร่วมทีมผุดขึ้นในหัวของเท็ตสึ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้น
"ถ้าท่านจิไรยะไม่มาช่วยไว้ ฉันก็คงกลายเป็นศพไปแล้ว"
"แต่สัตว์หางมันดุร้ายจะตายไป พวกมันดูไม่เหมือนพวกที่จะยอมให้มนุษย์ยืมใช้พลังง่ายๆ เลยนะ"
เมื่อเห็นคนรอบข้างเริ่มสงสัย ทาจิบานะ ฮิโกะ และ ยามาดะ โคชิ ก็ถอนหายใจและก้าวออกมาข้างหน้า "จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแท้แต่เถอะ แต่พวกเราเห็นมากับตาจริงๆ ท่านจิไรยะเองก็เป็นพยานได้"
"โฮโจ ชินโรคุ เองก็รู้เรื่องนี้ แต่เขาเพิ่งตายเพราะเก้าหางเมื่อคืนนี้เอง"
พอได้ยินชื่อจิไรยะ ความสงสัยของฝูงชนก็มลายหายไป เพราะคนระดับนินจาในตำนานไม่มีทางปล่อยให้ใครมาแอบอ้างชื่อเพื่อโกหกพกลมแน่
"น่าอิจฉาชะมัด..." ใครบางคนพึมพำพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ "ถ้าพลังสถิตร่างของเราทำได้อย่างคุโมะล่ะก็ พวกเราคงไม่ต้องมาทนทุกข์แบบนี้"
"นั่นแหละคือประเด็น" ฮาราดะ เท็ตสึ ตะโกนขึ้นเสียงดัง "
เหตุผลที่ฉันกำลังโกรธจนตัวสั่นอยู่นี่ไง!"