เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 : ยอมรับความอ่อนแอ ถึงจะรู้จักความอ่อนโยน

บทที่ 31 : ยอมรับความอ่อนแอ ถึงจะรู้จักความอ่อนโยน

บทที่ 31 : ยอมรับความอ่อนแอ ถึงจะรู้จักความอ่อนโยน


บทที่ 31 : ยอมรับความอ่อนแอ ถึงจะรู้จักความอ่อนโยน

"อึก...ทำไม...ทำไมหมอนั่นถึงไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิด?"

"การโจมตีของเราทำอะไรมันไม่ได้เลย นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ!"

"แล้วดวงตาคู่นั้น แค่จ้องมองก็รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นแล้ว..."

ขณะที่เหล่านินจาซึนะยืนแข็งทื่อด้วยความช็อก ยูซึรุก็ยกยิ้มที่มุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม

"หนี! หนีเร็วเข้า!"

เสียงตะโกนหนึ่งดังขึ้น และในวินาทีต่อมา ขบวนรบของซึนะก็แตกพ่ายไม่เป็นท่า ภาพของยูซึรุที่ยืนอาบเลือดประดุจเทพ ทำลายล้างความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจนหมดสิ้น พวกมันต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดไปคนละทิศละทาง

"พวกสุนัขจนตรอก..."

ยูซึรุพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้พวกรอบข้าง

ทันใดนั้น อุจิฮะ ฟูกาคุ ก็พานินจาคนอื่นๆ พุ่งทะยานออกไปไล่ล่าทันที

ต่อให้เสือจะถูกขังอยู่ในกรงมานานแค่ไหน แต่เมื่อใดที่มันกางกรงเล็บและเผยเขี้ยวอันแหลมคมออกมา มันก็ยังคงเป็นจ้าวป่าที่สร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้พบเห็นอยู่ดี

การต่อสู้จบลงง่ายกว่าที่คิดมาก

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ถอดใจและคิดแต่จะหนีเหล่านินจาอุจิฮะก็กวาดล้างพวกมันได้อย่างง่ายดาย

โดยเฉพาะฟูกาคุ ในจังหวะที่โจนินสองคนสุดท้ายของซึนะตัดสินใจสู้ตาย เขาสามารถรับมือทั้งคู่ได้พร้อมกันโดยไม่เพลี่ยงพล้ำแม้แต่นิดเดียว แม้แต่ยูซึรุเองยังรู้สึกทึ่ง

หากประเมินจากความแข็งแกร่งและความเฉียบคมของฟูกาคุในตอนนี้ ถ้าในเส้นเรื่องเดิมเขาตัดสินใจลุกขึ้นสู้ในคืนสังหารหมู่ตระกูล ผลลัพธ์อาจจะออกมาต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ไม่นานนัก นินจาอุจิฮะที่ออกไปไล่ล่าก็กลับมาพร้อมหน้า

นินจาซึนะทั้ง 50 คน รวมถึงโจนินอีก 5 คน ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ความตื่นเต้นฉายชัดอยู่บนใบหน้าของสมาชิกตระกูลทุกคน เลือดอุจิฮะที่ไหลเวียนอยู่ในกายทำให้ความบ้าคลั่งจากการต่อสู้กลายเป็นสิ่งที่น่ามัวเมา

"ยูซึรุ" ฟูกาคุเดินเข้ามาหา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวล "นินจาซึนะตายหมดแบบนี้ เราควรเตรียมรับมือกับการล้างแค้นจากซึนะงาคุเระนะ"

ทว่ายูซึรุกลับดูไม่ยี่หระ "ฟูกาคุ นายนี่มันใจอ่อนเกินไปจริงๆ"

"ความอ่อนแอมีแต่จะเชื้อเชิญความโหดร้ายให้มาหา ทางเดียวที่จะได้รับความเคารพ คือต้องทำให้ผู้อื่นหวาดกลัวนาย"

"นินจาซึนะที่เย่อหยิ่งคนนั้น...พอมันเผชิญหน้ากับความตายเท่านั้นแหละ มันถึงยอมละทิ้งศักดิ์ศรีโง่ๆ นั่นลงได้"

"ความกลัวไม่ใช่บาป ความกลัวทำให้คนเราตระหนักถึงความอ่อนแอของตัวเอง และเมื่อพวกเขายอมรับความอ่อนแอนั้นได้ พวกเขาก็จะเรียนรู้ที่จะปฏิบัติกับเราด้วยความเกรงใจ... และความอ่อนโยน"

ฟูกาคุขมวดคิ้ว "ถึงอย่างนั้น สำหรับหมู่บ้านใหญ่อย่างซึนะ การเสียโจนินไปถึง 5 คนคือความสูญเสียที่หนักหนา...พวกมันต้องโต้กลับแน่"

"จำไว้ให้ดี ฟูกาคุ" ยูซึรุขัดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา "คนอ่อนแอ ต่อให้อยู่เฉยๆ ก็ยังดึงดูดสายตาที่หิวกระหายของคนอื่นอยู่ดี"

"เกียรติยศและฐานะของตระกูลอุจิฮะจะไม่มีวันได้มาจากการศิโรราบต่อผู้อื่น แต่มันจะได้มาจากพลังหมัดของพวกเราเอง"

"นับจากนี้ไป แค่ทำตามคำสั่งของฉันก็พอ... เรื่องใช้สมอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง"

ฟูกาคุเผลอยืดตัวตรงโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้น

"รับทราบ!"

ชัยชนะเหนือนินจาซึนะส่งผลให้บารมีของยูซึรุพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ในตระกูล

ด้วยการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ อุจิฮะ ทาโร่ จึงส่งมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลให้แก่เขาโดยตรง ซึ่งยูซึรุก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะในฐานะผู้นำ แผนการของเขาจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างไร้สิ่งกีดขวาง

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างสงบเงียบ การสังหารหมู่หน่วยรบซึนะไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมมากนักในตอนแรก  ในระหว่างนั้น มีทูตจากหมู่บ้านนินจาเล็กๆ หลายแห่งเดินทางมาถึง แต่ละแห่งต่างหวังจะโน้มน้าวให้ตระกูลอุจิฮะไปตั้งรกรากในแคว้นของตน บางหมู่บ้านถึงขั้นเสนอตำแหน่งผู้นำหมู่บ้านให้เลยด้วยซ้ำ

แต่ยูซึรุปฏิเสธไปทั้งหมด

หมู่บ้านเล็กๆ เหล่านั้นขาดแคลนทั้งประชากร ทรัพยากร และพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของอุจิฮะ หากต้องการเติบโตอย่างแท้จริง พวกเขาจำเป็นต้องร่วมมือกับหนึ่งในห้าหมู่บ้านมหาอำนาจเท่านั้น

ไม่กี่วันต่อมา เมื่อชายร่างกำยำก้าวเข้ามาในห้อง ยูซึรุผายมือเชื้อเชิญอย่างสุภาพ

"คิทสึจิ เชิญนั่งก่อนสิ"

"ขอบใจ"

คิทสึจินั่งลงฝั่งตรงข้ามและเข้าเรื่องทันที "หัวหน้าตระกูลยูซึรุ ตระกูลอุจิฮะพอจะมีความสนใจที่จะย้ายไปปักหลักที่อิวะงาคุเระบ้างไหม? พวกเราสามารถมอบที่ดินทำกินและสภาพแวดล้อมที่มั่นคงให้คนของนายได้"

ยูซึรุนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับ "แค่พื้นฐานพวกนั้นน่ะเหรอ?"

คิทสึจิพยักหน้าพร้อมส่งเสียงทุ้มต่ำในลำคอ "ถูกต้อง แค่นั้นแหละ"

"ถ้าอยากให้พวกเราย้ายไปที่อิวะงาคุเระ" ยูซึรุเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พวกเราต้องการอำนาจในการปกครองตนเองระดับหนึ่ง และต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของหมู่บ้านด้วย"

"นอกจากนี้ เราต้องการส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมบางส่วนเพื่อเป็นรากฐานในการดำรงชีพของคนในตระกูล แน่นอนว่าพวกเราจะจ่ายค่าตอบแทนสำหรับสิ่งที่ได้รับมา"

"ส่วนเรื่องคัมภีร์วิชาลับและทรัพยากรของตระกูล พวกเราขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจเองว่าจะแบ่งปันให้หรือไม่"

ข้อเรียกร้องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุ แม้แต่ตอนที่อยู่โคโนฮะ พวกเขาก็เคยได้รับเอกสิทธิ์ที่คล้ายคลึงกันนี้

ทว่าใบหน้าของคิทสึจิกลับฉายแววลังกเลอย่างชัดเจน "เรื่องอื่นน่ะพอจะเป็นไปได้ แต่เรื่องการปกครองตนเองและสิทธิ์ในการมีเสียงในระดับบริหารของอิวะงาคุเระ... มันน่าจะลำบาก"

ยูซึรุยกจอกชาขึ้นจิบอย่างช้าๆ

คิทสึจิลุกขึ้นยืน "หัวหน้าตระกูลยูซึรุ ฉันจะนำข้อเสนอของนายไปหารือกับท่านพ่อก่อน สำหรับวันนี้ฉันคงต้องขอตัว"

ขณะที่มองตามแผ่นหลังของคิทสึจิที่เดินจากไป ยูซึรุรู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆ

แม้แต่โอโนกิชายที่เคยเห็นพลังอันท่วมท้นของอุจิฮะ มาดาระ มากับตา ก็ยังกลายเป็นคนสายตาสั้นไปแล้วงั้นเหรอ?

แต่เขาก็พอจะเข้าใจได้ เพราะบาดแผลที่มาดาระทิ้งไว้ในใจคงทำให้โอโนกิขยาด และหวาดกลัวว่าหากปล่อยให้คนตระกูลอุจิฮะก้าวเข้าไปถึงแกนกลางอำนาจของหมู่บ้าน ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยเดิม

'ก็ได้แต่หวังว่า' ยูซึรุคิดในใจ 'สักวันหนึ่งเขาจะไม่นึกเสียใจที่มัวแต่ลังเลแบบนี้'

ณ ชายแดนแคว้นแห่งไฟ นินจาสวมหน้ากากเก้าคนเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านป่าทึบโดยแบ่งออกเป็นสามทีม

ไม่นานนัก พวกเขาก็ลอบข้ามพรมแดนเข้าสู่แคว้นทุ่งนา สำหรับแคว้นที่ไม่มีหมู่บ้านนินจาปกครอง การลอบเร้นเข้ามาจึงง่ายดายราวกับเด็กเล่น

"คำสั่งของท่านดันโซชัดเจน นำตัวอุซึมากิ คุชินะ กลับโคโนฮะให้ได้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไรก็ตาม"

"และ...ถ้าเป็นไปได้ ให้ชิงตัวพวกอุจิฮะกลับมาด้วย จะจับตายหรือจับเป็นก็ได้ทั้งนั้น"

เหล่านินจาหน่วยรากเพิ่งจะได้รู้เป้าหมายที่แท้จริงของภารกิจก็ตอนนี้ ทว่าอารมณ์ความรู้สึกถูกกำจัดออกไปจากการฝึกฝนมานานแล้ว พวกเขาเพียงแค่พยักหน้าและจดจำเป้าหมายให้ขึ้นใจ

ทันใดนั้น เสียงแหบพร่าดังก้องขึ้นในบริเวณใกล้เคียง เหล่านินจาหน่วยรากหันขวับไปมอง ร่างกำยำสองร่างปรากฏขึ้นไม่ไกลนัก

"แหม ดูซิว่าเราเจออะไร... พวกหนูท่อจากโคโนฮะ คลานกระดืบๆ มาถึงที่นี่เลยเรอะ"

"ซวยชะมัด"

หัวหน้าทีมหน่วยรากเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "ภารกิจของพวกเราไม่เกี่ยวข้องกับคุโมะงาคุเระ ถ้าไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหมู่บ้าน ฉันแนะนำให้พวกแกไสหัวไปซะเดี๋ยวนี้"

ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นหักคอดังกร๊อบพลางแสยะยิ้ม "พล่ามบ้าอะไรของแกวะ?"

"บี เริ่มกันเลยเถอะ"

"โย่!"

จบบทที่ บทที่ 31 : ยอมรับความอ่อนแอ ถึงจะรู้จักความอ่อนโยน

คัดลอกลิงก์แล้ว