เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: นายไม่เชื่อเหรอ? แต่ฉันเชื่อนะ

บทที่ 6: นายไม่เชื่อเหรอ? แต่ฉันเชื่อนะ

บทที่ 6: นายไม่เชื่อเหรอ? แต่ฉันเชื่อนะ


บทที่ 6: นายไม่เชื่อเหรอ? แต่ฉันเชื่อนะ

"เจียงฉางหยวน!"

กู้ชิงจ้องมองเจียงฉางหยวนด้วยสายตาดุดัน กัดฟันกรอดราวกับอยากจะพุ่งเข้าไปอัดเขาให้หมอบ

เมื่อเห็นดังนั้น คิ้วของเจียงฉางหยวนก็กระตุกยิกๆ

"ประธาน..."

"ฉันไม่มีทางปล่อยให้นายทำสำเร็จหรอก!"

โดยไม่เปิดโอกาสให้เจียงฉางหยวนได้อ้าปากอธิบาย กู้ชิงก็แค่นเสียงเย็นชาแล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป

ปัง!

บานประตูถูกกระแทกปิดเสียงดังสนั่น สีหน้าของเจียงฉางหยวนมืดครึ้มลงในพริบตา ความโมโหตีตื้นขึ้นมาในอก

เพื่อชีวิตอันมีความสุขของพระเอกและนางเอก เขาอุตส่าห์เค้นสมองคิดหาวิธีตั้งมากมาย แล้วนี่คือผลตอบแทนงั้นเหรอ?

เชื่อทุกข่าวลือที่ได้ยินเนี่ยนะ? นี่หรือประธาน? สมองหายไปไหนหมด?

เขาขี้เกียจจะอธิบายอะไรอีกแล้ว ปล่อยให้มันพังพินาศไปเลยก็แล้วกัน!

หลังจากเห็นเจียงฉางหยวนเดินจากไป เหล่าสมาชิกสภานักเรียนถึงกล้าผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

"เมื่อกี้โคตรจะตึงเครียดเลย ให้ตายเถอะ ฉันลืมหายใจไปเลยเนี่ย"

"ประธานสภานักเรียนกับประธานสโมสรนักเรียนฟาดฟันกันเพราะเรื่องความรัก ช่างเป็นละครฉากใหญ่จริงๆ!"

"พี่น้องทั้งหลาย อย่าลืมนะว่าพวกเรามาจากสภานักเรียน งานนี้เราต้องยืนอยู่ข้างท่านประธานอยู่แล้ว แต่ก็นะ... ข่าวเมาท์เรื่องนี้มันแซ่บจริงๆ..."

การเผชิญหน้าที่ไม่สู้ดีนักครั้งนี้ทำให้ข่าวลือแพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง

เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่เจียงฉางหยวนก้าวเท้าถึงหน้าประตูโรงเรียน เขาก็ได้รับความสนใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาก็พบว่าไม่มีใครมองเขาด้วยสายตาปกติเลยสักคน

ทันทีที่เขาเดินเข้าห้องเรียน เจ้าอ้วนคนหนึ่งก็รีบปรี่เข้ามาหาเขาอย่างกระตือรือร้น

"นายน้อยเจียง พวกเราแอบคุยกันแล้วนะ พวกเราสนับสนุนลูกพี่เต็มที่เลย"

เจียงฉางหยวนถึงกับงุนงงไปหมด สนับสนุนเรื่องอะไรกัน?

จังหวะนั้นเอง เสียงหวานนุ่มนวลก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"จะ...เจียงฉางหยวน..."

เมื่อได้ยินเสียงนั้น เจียงฉางหยวนก็หันขวับไปมอง และเห็นซูอิงอิงยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อเล็กน้อย

"น้องชายคนนี้คอยหนุนหลังลูกพี่อยู่นะ นายน้อยเจียง ลุยให้เต็มที่เลย ผมไม่กวนแล้วล่ะ"

พูดจบ เจ้าอ้วนที่คิดเอาเองว่าตัวเองอ่านสถานการณ์ขาด ก็หัวเราะคิกคักแล้วเดินกลับไปนั่งที่ของตน

ซูอิงอิงหอบหายใจแผ่วเบา ใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอแดงซ่านยิ่งกว่าเดิม บางทีอาจจะเพราะเพิ่งวิ่งมา

"ฉะ...ฉันก็สนับสนุนนายเหมือนกันนะ"

"สนับสนุนเรื่องอะไร?"

เจียงฉางหยวนก้าวถอยหลังด้วยความสับสน หรือว่าความงี่เง่ามันจะติดต่อกันได้?

วันนี้ทุกคนทำตัวแปลกประหลาดกันไปหมดทีละคนสองคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ซูอิงอิงโผล่มา สายตาของคนรอบข้างก็ยิ่งดูผิดปกติเข้าไปใหญ่

ดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดแสงสีทองอันอบอุ่น ลอดผ่านหน้าต่างบานใสเข้ามาตกกระทบระหว่างพวกเขาทั้งสอง ขับเน้นภาพความงดงามแห่งวัยหนุ่มสาวให้ดูสว่างไสว

สิ่งแรกที่กู้ชิงเห็นเมื่อก้าวเข้ามาในห้องเรียนคือภาพของพวกเขาทั้งสองคนที่กำลังอาบไล้แสงแดดอยู่ด้วยกัน และสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับเพิ่งกลืนแมลงวันเข้าไปในพริบตา

เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เจียงฉางหยวนกำลังคิดแผนชั่วร้ายอยู่ ทุกอย่างที่ไอ้หมอนี่ทำก็เพื่อจะแย่งซูอิงอิงไป!

"อิงอิง!"

กู้ชิงเดินหน้าดำคร่ำเครียดเข้ามาหา ดึงตัวซูอิงอิงให้ออกห่างจากเจียงฉางหยวน

"หมอนี่เข้าใกล้เธอเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝง อย่าไปหลงกลเขานะ"

"ใช่ๆๆ นายว่าไงก็ถูกหมดนั่นแหละ"

เจียงฉางหยวนตอบกลับไปแบบขอไปที หันหลังกลับและเดินเข้าไปในห้องเรียน หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานตอนเลิกเรียน เขาก็ตัดสินใจที่จะยอมแพ้และปล่อยเลยตามเลยแล้ว

ตอนนี้ฉันเป็นแค่คนขี้เกียจสันหลังยาว ไม่มีความทะเยอทะยานอะไรทั้งนั้น กู้ชิงคงไม่หาเรื่องฉันไม่เลิกหรอกมั้ง?

เขาหารู้ไม่ว่าในสายตาของซูอิงอิง ท่าทีของเจียงฉางหยวนคือท่าทีของคนที่ถูกปรักปรำแต่ไม่ยอมอธิบาย อย่างไรเสีย แค่เรื่องที่กู้ชิงกระแทกประตูใส่เมื่อวาน ก็ถูกข่าวลือบิดเบือนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว

ส่วนเหตุผลที่เจียงฉางหยวนไม่อธิบายงั้นเหรอ?

กู้ชิงเป็นถึงประธานสภานักเรียน ถ้าเขาอยากจะรังแกเจียงฉางหยวน มันจะไม่มีวิธีเป็นร้อยเป็นพันวิธีที่จะทำให้ชีวิตเขาอยู่ยากเลยเชียวหรือ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูอิงอิงก็สะบัดมือของกู้ชิงออกด้วยความโกรธ

"เขาก็ยอมถอยให้ขนาดนี้แล้ว นายยังต้องการอะไรจากเขาอีก?"

"เจียงฉางหยวนคิดไม่ซื่อนะอิงอิง ฟังฉันอธิบายก่อน..."

"นายไม่ต้องอธิบายหรอก ฉันรู้หมดแล้ว ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะเป็นคนแบบนี้ ฉันมองนายผิดไปจริงๆ"

น้ำเสียงของเธอช่างนุ่มนวลและอ่อนโยน ทว่าถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับใบมีดคมกริบที่แทงทะลุกลางใจของกู้ชิง

นี่เป็นครั้งแรกที่อิงอิงพูดจาร้ายกาจกับเขาแบบนี้

กู้ชิงยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ วินาทีต่อมา แววตาของเขาก็มืดมนลงด้วยความขุ่นมัว

เจียงฉางหยวนเล่นละครได้แนบเนียนมาก จงใจทำให้อิงอิงเข้าใจเขาผิด คิดว่าทำแบบนี้แล้วเขาจะยอมแพ้งั้นเหรอ?

ไม่มีทางเด็ดขาด!

บรรดานักเรียนที่มุงดูเรื่องสนุกเห็นสายตาของกู้ชิงกวาดมองมา ก็รีบแสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเรียนทันที ทว่าหูของพวกเขากลับผึ่งรอฟังเต็มที่

ในขณะเดียวกัน สมาชิกสโมสรนักเรียนต่างก็แอบลอบดีใจ สมกับเป็นนายน้อยเจียงจริงๆ แค่ประโยคเดียวก็สามารถยุแยงให้กู้ชิงกับซูอิงอิงผิดใจกันได้แล้ว

นอกจากเขาแล้วยังมีใครทำแบบนี้ได้อีก?

ในช่วงสิบนาทีก่อนจะถึงคาบโฮมรูมตอนเช้า กู้ชิงก็สาวเท้าก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องเรียน แล้วเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะของเจียงฉางหยวนด้วยสีหน้าถมึงทึง

"เจียงฉางหยวน นายคิดว่าลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้จะเอาชนะฉันได้งั้นเหรอ?"

"ไม่! นายคิดผิดแล้ว! คนอย่างฉัน กู้ชิง ไม่มีวันพ่ายแพ้ให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น!"

เจียงฉางหยวนเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย นึกอยากจะถามเหลือเกินว่าวันนี้กู้ชิงกินยาลืมเขย่าขวดหรือไง

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเพิ่งจะเอ่ยปากพูดไปแค่ประโยคเดียว แถมยังเป็นการพูดเออออห่อหมกเห็นด้วยกับอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ่งมีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้พลุ่งพล่านมากกว่าเดิมเสียอีก... ในการหาเรื่องเขาน่ะนะ

"นายไม่เชื่อเหรอ? ถ้างั้นนายกล้า..."

"ฉันเชื่อ!"

เจียงฉางหยวนชิงตอบอย่างรวดเร็ว พลางมองกู้ชิงด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง ราวกับจะบอกว่า 'ฉันเชื่อแล้ว ตอนนี้ก็เชิญไปสงบสติอารมณ์ที่อื่นซะทีเถอะ'

กู้ชิงที่อ้าปากเตรียมจะร่ายยาวเป็นชุด ถูกสกัดดาวรุ่งจนพูดไม่ออกในพริบตา เขาอุตส่าห์วางแผนไว้แล้วว่าจะจัดการกับเจียงฉางหยวนยังไง

ถ้าเจียงฉางหยวนกล้าปริปากบอกว่าไม่เชื่อแม้แต่ครึ่งคำ เขาจะทำให้เจ้าหมอนี่ต้องเสียใจ

แต่เจียงฉางหยวนดันบอกว่าเขาเชื่อซะอย่างนั้น!

ชั่วขณะหนึ่ง กู้ชิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกบนเวทีที่ไม่รู้จะลงจากเวทียังไงดี

"ชิ แกคิดจะมาเบ่งใส่ใครฮะ? นายน้อยเจียงของเราก็แค่ไม่อยากจะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับแกก็เท่านั้นแหละ"

"อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย นายน้อยเจียงของเราใช้นิ้วเดียวก็บี้แกให้แบนติดดินได้แล้ว"

เจียงฉางหยวนแค่อยากจะเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวที่ใช้ชีวิตเงียบๆ แต่เขาก็ไม่อาจห้ามปรามกลุ่มเพื่อนร่วมทีมสมองหมูที่ยืนอยู่ข้างหลังได้เลย

พอเป็นเรื่องของการปะทะหน้ากันตรงๆ ไอ้พวกเพื่อนร่วมทีมสมองหมูนี่ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ!

เจ้าอ้วนเป็นคนที่กระตือรือร้นที่สุด น้ำลายของเขาแทบจะกระเด็นรดหน้ากู้ชิงอยู่รอมร่อ

บรรดานักเรียนที่มุงดูต่างก็มีดวงตาเป็นประกาย ในหัวว้าวุ่นไปหมด ถ้าเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นมา พวกเขาควรจะเข้าข้างฝั่งไหนดีล่ะ?

"หุบปากให้หมดทุกคนเลย!"

เสียงคำรามของเจียงฉางหยวนทำเอาทั้งห้องเรียนเงียบกริบเป็นเป่าสาก

เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยสีหน้าทะมึนทึง แผนการเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวของเขากำลังไปได้สวย เขาจะปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมสมองหมูพวกนี้มาทำลายกลยุทธ์ใหม่ของเขาไม่ได้เด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของกู้ชิง พฤติกรรมของเขากลับเป็นการประกาศสงครามชัดๆ

"ทำได้ดีมาก เจียงฉางหยวน นายมันเป็นหมาป่าห่มหนังแกะจริงๆ"

"วันนี้ ต่อหน้าคนทั้งห้อง สภานักเรียนขอท้าประลองกับสโมสรนักเรียน นายกล้ารับคำท้าไหม?"

สีหน้าของเจียงฉางหยวนถึงกับแตกสลาย บ้าเอ๊ย ฉันอยู่ข้างเดียวกะนายชัดๆ!

ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาจะไม่ยิ่งซิ่งทะยานไปบนเส้นทางแห่งการต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับพระเอกหรอกเหรอ?

ไม่มีทาง!

เจียงฉางหยวนกระแอมไอเคลียร์คอ ก่อนจะเอ่ยปากพูด

"รับคำท้า! ใครปอดแหกยอมถอยก่อนก็เป็นไอ้ลูกหมา!"

"มีอะไรต้องกลัวฮะ? ตั้งกฎมาเลย สโมสรนักเรียนของเราพร้อมลุยทุกรูปแบบอยู่แล้ว!"

เจียงฉางหยวนที่เพิ่งจะอ้าปากค้าง นึกอยากจะไปขโมยเข็มของแม่นมหรงมาเย็บปากไอ้พวกเพื่อนร่วมทีมสมองหมูนี่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

มีปากไว้พูดก็เอาแต่พ่นเรื่องหาทำกันหรือไงฮะ? อวดเก่งกันนักใช่ไหม?

"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ที่ฉันจะพูดก็คือ..."

"สิ่งที่นายน้อยเจียงจะบอกก็คือ การที่รับคำท้าของแกก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว ไม่งั้นแกคิดว่าตัวเองมีค่าพอหรือไง?"

เจ้าอ้วนคือราชาแห่งการพูดแทรกคนอื่นตัวจริง หลังจากพูดจบ เขาก็มองหน้าเจียงฉางหยวนด้วยสีหน้าประจบประแจง ในขณะที่เจียงฉางหยวนอยากจะตบกะโหลกมันสักสองฉาด

"ดี! ดีมาก! พวกนายกล้าหาญชาญชัยกันนักใช่ไหม!"

สีหน้าของกู้ชิงมืดครึ้มจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้ เจียงฉางหยวนกล้าฉีกหน้าเขาขนาดนี้ เขาไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ แน่

"เราจะแข่งกันด้วยผลสอบวัดระดับประจำเดือนในเดือนหน้า ถ้าคะแนนของสโมสรนักเรียนสูงกว่าสภานักเรียนล่ะก็ ฉันจะเดินไปที่ห้องกระจายเสียงแล้วประกาศยอมรับด้วยตัวเองเลยว่าสภานักเรียนด้อยกว่าสโมสรนักเรียน"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเจียงฉางหยวนก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ พอเป็นเรื่องกิน ดื่ม เที่ยวเล่น สโมสรนักเรียนนั้นเชี่ยวชาญไปเสียทุกอย่าง แต่ให้มาแข่งเรื่องผลการเรียนเนี่ยนะ... นั่นมันไม่ต่างอะไรกับให้เด็กอนุบาลไปงัดข้อกับเด็กมหาวิทยาลัยเลยไม่ใช่หรือไง?

จบบทที่ บทที่ 6: นายไม่เชื่อเหรอ? แต่ฉันเชื่อนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว