- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 46 ปล่อยหลินอันซูไปลุยตามใจเถอะ
บทที่ 46 ปล่อยหลินอันซูไปลุยตามใจเถอะ
บทที่ 46 ปล่อยหลินอันซูไปลุยตามใจเถอะ
ตาข่ายรั้วป้องกันหลังเขาใช้เวลาติดตั้งทั้งหมดสามวันครึ่ง
เลือกใช้แบบเสาตั้งพร้อมแผ่นตาข่ายความสูงหนึ่งเมตรแปดสิบเซนติเมตร
หลังจากติดตั้งตาข่ายรั้วป้องกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่หลินอันซูต้องจ่ายเงินงวดสุดท้ายและส่งพวกเขากลับ
หลังจากจ่ายเงินงวดสุดท้ายจำนวนเกือบห้าพันหยวนไปแล้ว หลินอันซูก็โบกมือลาช่างที่มาติดตั้งรั้วให้อย่างเป็นกันเอง
“เถ้าแก่หลิน คราวหน้าถ้ามีงานแบบนี้อีก อย่าลืมทักวีแชทมาหาผมนะครับ”
จางหลิง หัวหน้าทีมติดตั้งรั้วชะโงกหน้าออกมาจากรถพลางกำชับ
“ได้เลยค่ะ ไว้คราวหน้าถ้ามีอะไรให้ช่วย จะติดต่อไปเป็นคนแรกแน่นอน” หลินอันซูตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“เยี่ยมไปเลยครับ! งั้นก็ขออวยพรล่วงหน้าให้เถ้าแก่หลินร่ำรวยๆ นะครับ”
“อ้อ จริงสิ ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าไก่ป่าของเถ้าแก่โตเมื่อไหร่ อย่าลืมบอกผมด้วยนะ ผมจะมาซื้อ อย่าลืมซะล่ะ” จางหลิงเตือนความจำอีกรอบ
“ไม่ลืมหรอกค่ะ ฉันจดไว้แล้ว”
“งั้นก็ดีครับ ลาก่อนครับเถ้าแก่หลิน!”
จางหลิงและเพื่อนร่วมทีมขับรถจากบ้านของหลินอันซูไปด้วยความอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย
อันที่จริง จะทำงานที่ไหนมันก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ?
ขอแค่มีงานให้ทำ พวกเขาก็ได้เงิน
เมื่อก่อนพวกเขาเคยคิดแบบนี้มาตลอด
แต่จนกระทั่งได้มาทำงานที่บ้านของหลินอันซู พวกเขาก็ตกหลุมรักที่นี่เข้าอย่างจัง
ไม่ใช่เพราะสภาพแวดล้อมดีเลิศเลออะไรนักหนา และไม่ใช่เพราะนายจ้างแสนดีอะไรขนาดนั้น
แต่หลักๆ เป็นเพราะอาหารการกินที่นี่มันสุดยอดต่างหาก
หลังจากกินข้าวที่นี่มาสามวัน จางหลิงและลูกน้องอีกสองคนก็แทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว
ถ้างานหน้ามีอาหารระดับนี้ให้กินล่ะก็ ต่อให้ต้องทำจนตายพวกเขาก็ยอม จริงๆ นะ!
ตาข่ายรั้วป้องกันติดตั้งเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการไปหาซื้อต้นกล้า ต้นไม้ดอกไม้ และลูกไก่ลูกเป็ด
ในช่วงสามวันที่ผ่านมา หลินอันซูกับพ่อหลินขับรถขึ้นลงเขาเพื่อขนท่อนไม้กันอย่างขะมักเขม้น
ตอนนี้ในลานบ้านของพวกเขามีท่อนไม้กองพะเนินเทินทึกกำลังตากแดดอยู่ แม่หลินพาทีมงานไปปลูกผักในที่ดินห้าหมู่ที่เพิ่งเช่ามาใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว แถมเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วัน ผักกาดกวางตุ้งและผักกาดขาวพันธุ์เล็กที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้ก็เริ่มแทงยอดอ่อนออกมาให้เห็นแล้ว
หลินอันซูอาศัยจังหวะที่ไปเดินตรวจตราแปลงผักสิบหมู่นั้น แอบส่งพลังปราณเข้าไปหล่อเลี้ยงพวกมันอย่างลับๆ
หลังจากส่งหน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิไปที่เมืองหยางเฉิงยังไม่ทันพ้นสามวัน ก็มีคนส่งข้อความมาหาหลินอันซูอย่างบ้าคลั่ง เพื่อขอซื้อหน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิจากเธออีก รวมไปถึงชาผูกงอิงก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากคนกลุ่มนั้นเช่นกัน
ดังนั้น หลินอันซูจึงต้องรีบขึ้นเขาไปขุดหน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิมาอีกล็อตใหญ่ พร้อมกับแพ็กชาผูกงอิงส่งไปให้พวกเขาอย่างเร่งด่วน
นับตั้งแต่เริ่มขายหน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิและชาผูกงอิงจนถึงวันนี้ ผ่านไปไม่ถึงสิบวัน เธอก็มีรายได้เข้ามาถึงสองหมื่นกว่าหยวนแล้ว เมื่อรวมกับเงินที่ขายผักป่าไปก่อนหน้านี้ รายได้ของเธอก็ทะลุสามหมื่นหยวนไปแล้วอย่างสวยงาม
พอนึกถึงเงินเดือนตอนที่ยังทำงานประจำ...
ถุย ทำงานแทบตายทั้งเดือน พอเห็นเงินเดือนสี่พันสามร้อยหยวน แถมยังจ่ายไม่ตรงเวลาอีก
ให้ตายเถอะ ลาออกกลับมาทำฟาร์มนี่แหละคือทางสว่างที่แท้จริง ขืนทำงานประจำต่อไป ต่อให้ทำจนตาย ชาตินี้เธอก็คงไม่มีวันรวยหรอก
แต่ถ้าทำฟาร์มล่ะก็ มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ
อย่าว่าแต่หลินอันซูเลย แม้แต่พ่อหลินและแม่หลินพอรู้รายได้ของลูกสาว ทั้งคู่ก็ถึงกับเงียบไปพักใหญ่
ไม่ถึงเดือนหาเงินได้สามหมื่นหยวน มันเยอะมากจริงๆ
พวกเขาทำไร่ไถนามาตั้งหลายปี ยังไม่เคยหาเงินได้เยอะขนาดนี้ในเดือนเดียวเลย
นี่ขนาดหลินอันซูเพิ่งจะเริ่มตั้งไข่ ค่อยๆ ขยายกิจการไปทีละนิดเท่านั้นนะ
ผลกำไรในอนาคตจะเป็นยังไง ใครก็บอกไม่ได้
พ่อหลินยิ่งรู้สึกว่า พรสวรรค์ของลูกสาวคนรองอาจจะเป็นการทำฟาร์มจริงๆ ก็ได้ การที่เธอลาออกกลับมาทำฟาร์ม ถือว่ามาถูกทางแล้ว
ดูสิ ลูกเพิ่งกลับมาไม่ถึงเดือน ผิวพรรณก็ขาวผ่องขึ้น ดูมีน้ำมีนวล แถมยังดูสูงขึ้นอีกนิดหน่อยด้วย เทียบกับตอนที่เพิ่งกลับมาใหม่ๆ ดูสวยขึ้นเป็นกอง แถมยังหาเงินได้อีก
คิดยังไงก็คุ้มค่าสุดๆ ไปเลย!
แม่หลินที่เคยเป็นห่วงเธอมาตลอดก็แทบจะไม่บ่นอะไรเธออีกแล้ว
เอาเป็นว่า... ปล่อยหลินอันซูไปลุยตามใจเถอะ
อย่าว่าแต่คนที่เมืองหยางเฉิงเริ่มคลั่งไคล้ชาผูกงอิงเลย แม้แต่สินค้าที่วางขายในร้านค้าบนแอปเถาเป่าก็ยังถูกกวาดซื้อจนเกลี้ยง แถมยังมีคนส่งข้อความส่วนตัวมาถามหลังไมค์ตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่จะเติมของ
อันที่จริง ในมือของหลินอันซูยังมีชาผูกงอิงที่คั่วเองตุนไว้อีกเพียบ
เพียงแต่ถุงซิปล็อกสำหรับใส่ใบชาที่สั่งทำไว้ก่อนหน้านี้มีน้อยเกินไป ส่วนล็อตใหม่ที่สั่งซื้อไปก็ยังอยู่ระหว่างจัดส่ง เธอจึงตั้งใจจะรออีกสักวันสองวันค่อยเปิดขายใหม่
เธออาศัยช่วงเวลานี้เดินทางไปที่ตัวอำเภอ เพื่อไปรับใบอนุญาตประกอบกิจการอาหารและใบอนุญาตผลิตอาหารฉบับจริงที่เคยไปทำเรื่องไว้ และยังแวะไปทำใบรับรองแพทย์มาด้วย
จากนั้นก็แวะไปที่โรงเรียนมัธยมปลายประจำอำเภอ เพื่อเอาซาลาเปายี่สิบกว่าลูกกับขนมอีกถุงใหญ่ไปส่งให้หลินอันอวี่
ตอนที่ไปส่งซาลาเปา หลินอันซูยังได้เจอกับรูมเมตทั้งสามคนของหลินอันอวี่ด้วย
ไอ้สามแสบนั่นก็ไม่ได้ต่างจากในโทรศัพท์เท่าไหร่ พอเจอหน้าเธอก็พากันเรียกพี่รองๆ อย่างกระตือรือร้น แถมยังจงใจบอกเธอด้วยว่า เรื่องเรียนของหลินอันอวี่มีพวกเขาสามคนคอยกวดขันให้ รับรองว่าการสอบครั้งหน้าอันดับต้องพุ่งขึ้นแน่นอน
หลินอันซูดีใจมาก ตัดสินใจว่าคราวหน้าถ้ามาหา จะเอาของกินอร่อยๆ อย่างอื่นมาฝากพวกเขาอีก มีเพียงหลินอันอวี่คนเดียวที่หน้าบูดเป็นตูดหมึก
เขาโกรธจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!
ความฝันของเขาคือการเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตนะ!
แต่ผลลัพธ์คือ ตอนนี้เขากลับถูกรูมเมตผลัดกันบังคับให้เรียนหนังสือ ติวพิเศษ ทำโจทย์ ทำแบบฝึกหัดทุกวัน
ไอ้พวกเวรนั่นยังมีเวลาเล่นเกม แต่เขาที่ถูกกดขี่ข่มเหงกลับปลีกตัวไปเล่นไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แทบจะทำให้เขาอกแตกตายอยู่แล้ว
แต่ยังดีที่พี่รองบอกไว้ว่า ถ้าคะแนนสอบของเขาดีขึ้นจริงๆ จะซื้อสกินฮีโร่ตัวใหม่ให้เป็นของขวัญ
พอคิดถึงตรงนี้ หลินอันอวี่ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โกรธขนาดนั้นแล้ว
ช่างเถอะๆ ตั้งใจเรียนไปก่อนก็แล้วกัน รอให้คะแนนดีขึ้นเมื่อไหร่ เขาไม่เพียงแต่จะหลุดพ้นจากการทรมานของพวกรูมเมตปีศาจได้เท่านั้น
แต่ยังจะได้รับคำชมจากคนในครอบครัวและรางวัลจากพี่รองอีกด้วย
ถึงตอนนั้นค่อยเอาสกินใหม่ไปโชว์เทพในเกม ก็ยังสามารถไล่คิลกวาดล้างศัตรูได้สบายๆ อยู่ดี
“อันอัน วันนี้ลูกไปซื้อต้นกล้ากับดอกไม้คนเดียวจะไหวหรอ?” หลังจากกินข้าวเสร็จ พ่อหลินก็ถามด้วยความเป็นห่วง
“พ่อคะ พ่อลืมไปแล้วหรอว่านอกจากหนูแล้ว ยังมีลูกพี่ลูกน้องของเลขาฯ จางไปเป็นเพื่อนหนูด้วยไงคะ?”
“ขาของเขา... จะไหวหรอ?”
“เขาบอกว่าไหว ก็ต้องไหวสิคะ”
“วางใจเถอะค่ะพ่อ ไม่ต้องเดินเยอะหรอก ไม่กระทบกระเทือนแผลที่ขาเขาแน่นอน”
“งั้นก็เอาเถอะ ลูกก็ระวังตัวกันหน่อยนะ รีบไปรีบกลับล่ะ” พ่อหลินกำชับ
“รับทราบค่ะพ่อ หนูไปแล้วนะคะ”
หลังจากออกจากบ้าน หลินอันซูก็ขับรถตู้คันเก่งไปจอดหน้าบ้านพักของจี้ชวน แล้วบีบแตรสามครั้ง
ไม่นาน จี้ชวนที่เดินขากะเผลกก็เดินออกมาจากในบ้าน
จะว่าไปแล้ว หลังจากพักฟื้นขามาเกือบครึ่งเดือน อาการของเขาก็ดีขึ้นมากแล้ว
ตอนนี้ถึงจะเอาเท้าข้างที่เจ็บเหยียบลงพื้นเบาๆ ก็ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่แล้ว
แต่เพื่อให้อาการหายขาด เขาจึงยังคงกัดฟันเดินขากะเผลกต่อไป
อันที่จริงหลินอันซูไม่ได้ตั้งใจจะพาเขาไปด้วยหรอก รำคาญจะตายชัก แต่ทนลูกตื๊อของเลขาฯ จาง ลูกพี่ลูกน้องของเขาไม่ไหว เลขาฯ จางอุตส่าห์ทักวีแชทมาหาหลินอันซูด้วยตัวเอง ขอร้องให้เธอพาจี้ชวนออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเป็นครั้งคราว เธอเลยไม่กล้าปฏิเสธ
แต่เหตุผลหลักๆ ก็คือ หลังจากคราวที่แล้ว จี้ชวนก็มาขอซื้อชาผูกงอิงราคาสูงลิ่วจากเธอไปอีกสองจิน
เพื่อรักษาลูกค้าชั้นดีคนนี้ไว้ ท่าทีที่หลินอันซูมีต่อจี้ชวนก็เลย... ถือว่าพอทนได้
“รีบขึ้นรถเลย เตรียมตัวออกเดินทาง”
“หลินอันซู ทำไมเธอถึงได้รีบร้อนขนาดนี้เนี่ย”
ถึงจี้ชวนจะบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็เร่งฝีเท้ากะเผลกขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว
เถ้าแก่ที่ขายต้นกล้าและไม้ผลก็เป็นคนที่คนในกลุ่มแชทขายผักแนะนำมา
หลินอันซูแอดวีแชทของเถ้าแก่คนนั้น และนัดแนะกันไว้แล้วว่าจะเข้าไปซื้อต้นกล้าในวันนี้
ส่วนที่อยู่ เถ้าแก่ก็ส่งโลเคชันมาให้ทางวีแชทแล้ว
ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของหลินอันซูมากนัก ถ้ารถไม่ติด ขับไปประมาณสี่สิบถึงห้าสิบนาทีก็ถึง
“นี่ หลินอันซู ถามจริงๆ เถอะ... วันๆ เธอเอาอะไรยัดเข้าท้องเนี่ย ทำไมถึงได้แรงเยอะขนาดนั้น?”