เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 เงินในมือมันพอให้ผลาญเล่นขนาดนั้นเลยหรอ?

บทที่ 39 เงินในมือมันพอให้ผลาญเล่นขนาดนั้นเลยหรอ?

บทที่ 39 เงินในมือมันพอให้ผลาญเล่นขนาดนั้นเลยหรอ?


“ตกลง ไม่มีปัญหาครับ” เฮยเสี่ยวปัวพยักหน้าตอบรับ

ความจริงแล้วเขาเป็นเจ้าของจุดรับส่งพัสดุของขนส่งเฮยเฟิงที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองอำเภอ ปกติเขามักจะขับรถของบริษัทออกไปวิ่งรอกส่งของตามพื้นที่รอบๆ เป็นประจำ โดยมีภรรยากับพ่อแม่พักอาศัยอยู่ที่ห้องด้านหลังจุดรับส่งพัสดุ คอยช่วยดูแลร้านให้ในยามที่เขาไม่อยู่

ตอนที่ตัดสินใจเซ้งร้านนี้มาทำเอง เขาเคยพกความมุ่งมั่นมาเต็มเปี่ยม แต่พอทำไปได้สักพักถึงได้รู้ว่า ขนส่งเฮยเฟิงในเขตชนบทนั้นมันเข็นให้รุ่งยากเหลือเกิน

หากชาวบ้านแถวนี้ไม่ได้รีบร้อนจะส่งของอะไรนัก พวกเขาก็มักจะเลือกใช้บริการขนส่งเจ้าอื่นที่คุ้นหูมากกว่า น้อยคนนักที่จะเดินเข้ามาหาขนส่งเฮยเฟิง แม้ว่าบริการจะรวดเร็วและดีเยี่ยมแค่ไหน แต่ราคาก็ถือว่าแพงเอาเรื่องอยู่ดี

เมื่อเห็นว่าธุรกิจเริ่มจะไปไม่รอด ใจที่เคยแน่วแน่ก็เริ่มสั่นคลอน แต่ตอนนี้เขากลับมองเห็นแสงแห่งความหวังรางๆ จากตัวเด็กสาวตรงหน้า หากวันข้างหน้าธุรกิจของเธอไปได้สวยและเลือกใช้บริการขนส่งของเขาเป็นประจำ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย ดังนั้นเรื่องส่วนลดที่หลินอันซูเสนอมา เขาจึงต้องตอบตกลงอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่ใช่แค่ให้ส่วนลดเท่านั้น แต่เขาต้องยกระดับคุณภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อมัดใจให้แม่หนูคนนี้เลือกใช้บริการแค่ขนส่งของเขาเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น

“ค่าส่งทั้งหมด 235 หยวน ผมลดให้เหลือ 79 เปอร์เซ็นต์แล้วกันนะ”

“รวมแล้วก็ 185.65 หยวน ผมปัดเศษทิ้งให้ เหลือแค่ 185 หยวนถ้วนก็พอครับ”

“พี่เฮย พี่นี่ใจสปอร์ตสุดๆ ไปเลย!” หลินอันซูโอนเงินให้อย่างรวดเร็ว

“วันหลังถ้ามีของจะส่งอีก ทักข้อความมาหาผมได้เลยนะ”

“เหมือนเดิมครับ ถ้าผมว่าง ผมจะมารับของให้ถึงที่บ้านเลย ถึงขนส่งเฮยเฟิงของเราจะแพงไปหน่อย แต่เรื่องความเร็วนี่ไว้ใจได้แน่นอน ชัวร์ปึ้ง”

“ได้เลยค่ะ วันหลังถ้าจะส่งของ หนูจะเรียกพี่แน่นอน” หลินอันซูเอ่ยสำทับ

“โอเค งั้นผมไปก่อนนะ”

เฮยเสี่ยวปัวให้หลินอันซูถ่ายรูปใบส่งของเก็บไว้ตามลำดับ จากนั้นก็ขนของขึ้นรถแล้วขับออกไปพร้อมกับชาผูกงอิงห่อเล็กที่เขาซื้อติดมือไปด้วย

ความจริงเขาก็แอบสนใจหน่อไม้ฤดูใบไม้ผลินั่นอยู่เหมือนกัน แต่พอได้ยินราคาเขาก็ตัดใจได้ทันที เอาเงินจำนวนนั้นไปซื้อซี่โครงหมูมาตุ๋นกินไม่ดีกว่าหรอกเหรอ?

หลินอันซูที่นั่งอยู่ในลานบ้านหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งรูปใบส่งของให้ลูกค้าแต่ละราย พร้อมกับโอนเงินค่าส่งส่วนเกินคืนให้ทุกคนจนครบถ้วน เมื่อจัดการธุระเสร็จเธอกำลังจะลุกไปทำอย่างอื่นต่อ แต่กลับเห็นว่ามีคนแท็กชื่อเธอในกลุ่ม

พ่อของฉีฉี: เถ้าแก่หลิน ชาผูกงอิงของบ้านคุณยังมีเหลือไหมครับ? ผมอยากซื้อ

พ่อของฉีฉี: ได้ยินมาว่าชานั่นชงดื่มแล้วรสชาติดีมากเลย

ป่าลึกพบอันซู: มีค่ะ แต่ช่วงนี้ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีเวลาเข้าไปส่งในอำเภอหรือเปล่านะคะ

พ่อของฉีฉี: งั้นผมกดสั่งในร้านเถาเป่าของคุณเลยดีไหม?

ป่าลึกพบอันซู: เอาอย่างนี้ไหมคะ คุณรอสักครู่ เดี๋ยวฉันลองถามดูว่าในหมู่บ้านมีใครจะเข้าไปในอำเภอบ้าง จะได้ฝากเขาไปส่งให้เลย

ถ้าสั่งผ่านระบบร้านค้า เธอต้องวุ่นวายไปหาบริษัทขนส่งอีก ซึ่งมันค่อนข้างยุ่งยากสำหรับเธอในตอนนี้

พ่อของฉีฉี: ได้ครับ งั้นรบกวนคุณช่วยถามให้หน่อยนะ (สติกเกอร์ประสานมือ)

ในเมื่ออยู่ในกลุ่มแชทแล้ว หลินอันซูจึงถือโอกาสพิมพ์ข้อความถามออกไปตรงๆ

ป่าลึกพบอันซู: รบกวนถามทุกคนหน่อยนะคะ มีใครรู้จักร้านที่ขายตาข่ายรั้วป้องกันบ้างไหมคะ?

ป่าลึกพบอันซู: ฉันกะว่าจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ บนภูเขาหลังบ้านน่ะค่ะ กลัวพวกมันจะวิ่งหนีหายไปหมดเลยอยากจะล้อมรั้วไว้ก่อน

พ่อของฉีฉี: โอ้โห เถ้าแก่หลินมีภูเขาเป็นของตัวเองด้วยหรอเนี่ย สุดยอดไปเลย!

เหมยแดงกลางหิมะ: พ่อหนุ่มข้างบ้านฉันทำธุรกิจนี้อยู่พอดีเลยจ้ะ นิสัยดีแถมยังทำมาค้าขายซื่อสัตย์ด้วยนะ

เหมยแดงกลางหิมะ: เถ้าแก่หลินจ๊ะ ถ้าต้องการ เดี๋ยวฉันส่งวีแชทของเขาให้เอาไหม?

ป่าลึกพบอันซู: ดีเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ @เหมยแดงกลางหิมะ

เหมยแดงกลางหิมะ: ไม่เป็นไรจ้ะ คราวหน้าถ้ามาขายผักอีก อย่าลืมเก็บไว้ให้ฉันเยอะๆ หน่อยนะ

ปล่อยไปตามกรรม: เถ้าแก่หลินยังต้องการอะไรอีกไหม? บอกมาได้เลยนะ เดี๋ยวฉันลองดูว่ารู้จักใครที่พอจะช่วยได้บ้าง

ชิงเหอ: ฉันเองก็รู้จักคนเยอะเหมือนกันนะ (สติกเกอร์ยิ้ม)

เมื่อเห็นทุกคนในกลุ่มมีน้ำใจช่วยเหลือขนาดนี้ หลินอันซูก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื้นตันใจ เธอจึงพิมพ์ข้อความต่อ

ป่าลึกพบอันซู: ฉันอยากจะซื้อต้นฮวาเจียว โกจิเบอร์รี่ แล้วก็กุหลาบเลื้อยด้วยค่ะ ไม่ทราบว่ามีใครรู้จักคนขายบ้างไหมคะ?

ชิงเหอ: จะซื้อต้นกล้าหรอ? ฉันมีพี่ชายคนหนึ่งเปิดสวนเพาะชำอยู่ มีขายทั้งต้นกล้าไม้ประดับและไม้ผลทุกชนิดเลย เดี๋ยวฉันช่วยถามให้นะ

ป่าลึกพบอันซู: เยี่ยมเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ @ชิงเหอ

หลังจากจบบทสนทนา ในรายชื่อผู้ติดต่อของหลินอันซูก็มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน เธอต้องรีบติดตั้งรั้วป้องกันบนภูเขาให้เร็วที่สุด เพราะเมื่อมีรั้วแล้ว เธอถึงจะไปรับลูกไก่ลูกเป็ดที่แม่หลินช่วยสืบหามาเลี้ยงได้ ส่วนต้นฮวาเจียว โกจิเบอร์รี่ และกุหลาบเลื้อยที่เธออยากได้นั้น เธอตั้งใจจะปลูกไว้ริมรั้วป้องกัน

รั้วอาจจะกันคนซื่อสัตย์ได้แต่กันคนพาลไม่ได้ หากใครคิดจะเข้ามาขโมยของจริงๆ ก็คงหาทางจนได้ เธอเลยคิดจะปลูกพืชที่มีหนามไว้รอบๆ เสียเลย

ส่วนกุหลาบเลื้อยนั่น นอกจากจะเลื้อยไปตามรั้วได้แล้ว ยังออกดอกสวยงามอีกด้วย แม่ของเธอต้องชอบแน่ๆ เพราะแม่หลินไม่มีงานอดิเรกอะไรมากนัก นอกจากความชอบเรื่องดอกไม้ที่แสดงออกอย่างชัดเจน

ในลานบ้าน หน้าประตูบ้าน หรือแม้แต่หลังบ้าน ล้วนเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่แม่หลินปลูกไว้ แม้แต่ดอกพลับพลึงสีแดงก็ยังมี เธอจึงมั่นใจว่าเมื่อกุหลาบเลื้อยออกดอกและเชิญแม่มาดู แม่จะต้องมีความสุขแน่นอน

หลังจากคุยกับชายหนุ่มที่ทำธุรกิจรั้วป้องกันอยู่ครู่หนึ่ง หลินอันซูก็ลองเช็กราคาในอินเทอร์เน็ตดู ซึ่งราคาก็ไม่ได้ต่างจากที่เขาเสนอมาเท่าไหร่นัก เธอจึงตัดสินใจตกลงร่วมงานกับเขาในทันที

หากไม่มีอะไรผิดพลาด บ่ายนี้เขาจะส่งคนขนอุปกรณ์เข้ามาเริ่มล้อมรั้วบนภูเขา ส่วนเรื่องซื้อต้นกล้าคงต้องรออีกสักสองสามวัน เมื่อล้อมรั้วเสร็จแล้วเธอค่อยขับรถไปรับต้นกล้ามาปลูกเอง

พอคิดมาถึงตรงนี้ หลินอันซูก็รู้สึกว่ารถสามล้อคันเล็กของบ้านเธอมันช่างเล็กเกินไปและใช้งานไม่ค่อยสะดวกเอาเสียเลย หรือว่าเธอควรจะซื้อรถตู้เล็กมือสองสักคันดีนะ?

ยังไงซะเมื่อผักในไร่เริ่มเก็บเกี่ยวได้ เธอก็ต้องขับรถขนผักออกไปขายอยู่ดี รถสามล้อคันนั้นจะขนไปได้สักเท่าไหร่กันเชียว

ความคิดนี้ผุดขึ้นมาแล้วก็ยากที่จะสลัดทิ้งไปได้ เธอสอบใบขับขี่ได้ตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง ส่วนพ่อของเธอก็เพิ่งจะไปสอบใบขับขี่มาเมื่อปีที่แล้วตอนที่ว่างงาน มีใบขับขี่แต่ไม่มีรถขับ นานไปเดี๋ยวจะลืมวิธีขับเอาเสียเปล่าๆ ดังนั้นเมื่อพ่อหลินกับแม่หลินกลับมาถึงบ้านตอนเที่ยง หลินอันซูจึงรีบเสนอความคิดนี้ให้ทั้งสองคนฟังทันที

“อะไรนะ? ซื้อรถ? เงินในมือแกมันพอให้ผลาญเล่นขนาดนั้นเลยหรอ?” แม่หลินถามขึ้น

“ไม่พอหรอกค่ะ หนูถึงบอกว่าจะซื้อแบบมือสองไงคะ! มือสองราคาถูก ไม่ต้องใช้เงินเยอะแต่มันช่วยงานได้มหาศาลเลยนะ ต่อไปจะขนของ ขนผลไม้ หรือขนผักไปขาย ก็ต้องใช้รถที่มันใหญ่หน่อยไม่ใช่หรอคะ?” หลินอันซูวิเคราะห์ให้ฟัง

นอกจากรถสามล้อคันเล็กแล้ว บ้านเธอยังมีรถสามล้อเครื่องแบบเก่าที่ต้องใช้มือหมุนสตาร์ทและส่งเสียงดังปึงปังเวลาวิ่ง แถมยังใช้น้ำมันดีเซลอีกต่างหาก

แต่รถคันนั้นเธอขับไม่เป็นเลยสักนิด แถมความเร็วและสมรรถนะก็ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ความจุของมันก็สู้รถตู้เล็กที่เธอเล็งไว้ไม่ได้

จบบทที่ บทที่ 39 เงินในมือมันพอให้ผลาญเล่นขนาดนั้นเลยหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว