เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 พี่เชาสายชิล

บทที่ 31 พี่เชาสายชิล

บทที่ 31 พี่เชาสายชิล


หลังจากแลกเปลี่ยนของกันเสร็จ ทั้งหลินอันซูและเถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้ต่างก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

หลินอันซูหอบหิ้วผลไม้หายากที่แลกมาได้ แวะซื้อเบียร์อีกนิดหน่อยแล้วก็มุ่งหน้ากลับบ้าน ส่วนเถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้ที่ได้ยอดอ่อนเซียงชุนมาก็ยิ้มแก้มแทบปริ เธอจัดการปิดร้านแล้วหิ้วยอดอ่อนเซียงชุนเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี

คราวก่อนที่เธอทำยำผักป่าเย็นกับเกี๊ยวผักป่า ลูกชายของเธอชอบกินมากจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเอง ครั้งนี้ เธอตั้งใจจะให้ลูกชายได้ลิ้มลองเสน่ห์ของยอดอ่อนเซียงชุนดูบ้าง

อ๊ะ จริงสิ ยอดอ่อนเซียงชุนต้องเอาไปผัดกับไข่ถึงจะอร่อย เธอต้องแวะซื้อไข่ไก่สักหน่อยแล้ว

แต่เพราะเดินออกมาไกลพอสมควรแล้ว ขืนให้เดินย้อนกลับไปตลาดสดก็คงจะไกลเกินไป เถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้จึงตัดสินใจแวะเข้าไปซื้อไข่ไก่ในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ริมถนนแทน

ระหว่างที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในโซนผักสด เธอก็บังเอิญเห็นว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตก็มียอดอ่อนเซียงชุนขายเหมือนกัน เพียงแต่ของที่นี่จะถูกแพ็กใส่กล่องพลาสติกใส ซีลด้วยพลาสติกแรป แล้วก็แปะป้ายราคาเอาไว้

เธอหยิบขึ้นมาดูเล่นๆ กล่องหนึ่ง ก่อนจะเบิกตาโพลงพร้อมกับอุทานในใจว่า แม่เจ้าโว้ย!

ก่อนหน้านี้เธอยังแอบบ่นว่ายอดอ่อนเซียงชุนของหลินอันซูขายแพงอยู่เลย แต่พอมาดูราคาในซูเปอร์มาร์เก็ต กิโลกรัมละ 259 หยวน! ราคามันก็ไม่ได้ต่างจากที่หลินอันซูขายเลยนี่นา

ไม่สิ... ต่างกันสิ ยอดอ่อนเซียงชุนที่เธอเอาผลไม้ไปแลกมาจากหลินอันซูนั้นสดใหม่มาก แถมยังทั้งหอมทั้งอวบอิ่ม ส่วนของที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตดูยังไงก็สู้ของที่อยู่ในมือเธอตอนนี้ไม่ได้เลยสักนิด

พอคิดได้แบบนี้ เถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้ก็ยิ่งอารมณ์ดีขึ้นไปอีก

เมื่อกลับถึงบ้าน หลังจากล้างไม้ล้างมือเสร็จ เธอก็แทบจะอดใจรอไม่ไหว รีบลงมือทำอาหารทันที ทั้งยอดอ่อนเซียงชุนผัดไข่ ยอดอ่อนเซียงชุนผัดหมูรมควัน ข้าวผัดยอดอ่อนเซียงชุน ยอดอ่อนเซียงชุนดอง...

เธอจัดการนำยอดอ่อนเซียงชุนที่หิ้วกลับมาทั้งหมดไปทำอาหารรวดเดียวจนเกลี้ยง ไม่เหลือทิ้งไว้เลยแม้แต่ก้านเดียว

ขณะที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาสามีกับลูกชายเพื่อถามว่าจะกลับถึงบ้านเมื่อไหร่ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น คนที่กลับมาคือหวังต้าไห่ สามีของเธอนั่นเอง

นอกจากหวังต้าไห่แล้ว ยังมีผู้ชายอีกคนเดินตามเข้ามาด้วย ชายคนนี้รูปร่างค่อนข้างท้วมดูมีฐานะ สวมสร้อยคอทองคำเส้นเขื่อง และหนีบกระเป๋าเอกสารไว้ที่ใต้รักแร้

“ที่รัก นี่คือเถ้าแก่หลี่ เถ้าแก่หลี่เป็นหนึ่งในพ่อค้าผลไม้รายใหญ่ที่สุดในเมืองอันเฉิงของเราเลยนะ”

“เร็วเข้า รีบรินน้ำให้เถ้าแก่หลี่สิ”

“อ๊ะ เชิญด้านในเลยค่ะเถ้าแก่หลี่” หลิวจู เถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้รีบเชื้อเชิญแขกเข้าบ้านอย่างกระตือรือร้น

หลังจากรินน้ำชา หยิบบุหรี่มาต้อนรับขับสู้ตามธรรมเนียมเสร็จสรรพ เถ้าแก่หลี่ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น

“ดูจากท่าทางพวกคุณแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวกันล่ะสิ?”

“เอาอย่างนี้ พวกคุณกินข้าวกันไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมดูทีวีรอ กินเสร็จแล้วพวกเราค่อยคุยธุระกัน”

แม้การแต่งตัวของเถ้าแก่หลี่จะดูเหมือนพวกนักเลงมีอิทธิพล แต่เวลาพูดจาเขากลับดูสุภาพและมีมารยาทมากทีเดียว

“เถ้าแก่หลี่ทานอะไรมาหรือยังครับ? มาทานด้วยกันไหมครับ?” หวังต้าไห่เอ่ยชวนตามมารยาท

“พวกคุณกินอะไรกันน่ะ? ยอดอ่อนเซียงชุนเหรอ?”

“ฮะๆ ใช่ค่ะ ช่วงนี้ยอดอ่อนเซียงชุนเพิ่งจะออก อ่อนกำลังดีเลย ฉันก็เลยซื้อมาทำอาหารให้ลูกชายลองชิมดูน่ะค่ะ” หลิวจูตอบ

“จะว่าไป ผมเองก็ไม่ได้กินของพวกนี้มาเป็นสิบปีแล้วเหมือนกันนะเนี่ย”

พอได้ยินเถ้าแก่หลี่พูดแบบนั้น หวังต้าไห่ที่ตอนแรกกะจะแค่ชวนตามมารยาทก็รีบเดินเข้าครัวไปหยิบชุดจานชามออกมาเพิ่มทันที

แน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะตักข้าวผัดยอดอ่อนเซียงชุนให้เถ้าแก่หลี่ด้วยหนึ่งชาม

“ลูกชายคุณยังไม่กลับมาไม่ใช่เหรอ? รอเขาก่อนเถอะ”

“ไม่ต้องรอหรอกครับ พวกเรากินกันก่อนเลย ส่วนของลูกชายเดี๋ยวผมแบ่งเก็บไว้ให้เขาก็พอแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นเถ้าแก่หวัง ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ”

พูดจบ เถ้าแก่หลี่ก็หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปากทันที

ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะกินข้าวผัดชามนี้ให้หมด แล้วคีบกับข้าวชิมสักสองสามคำเพื่อรำลึกถึงรสชาติในความทรงจำสมัยก่อนก็พอ

แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า ยอดอ่อนเซียงชุนนี่มันจะอร่อยเหาะขนาดนี้!

มันทั้งสด! ทั้งหอม!

กลิ่นหอมฟุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของยอดอ่อนเซียงชุนผสมผสานกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหมูรมควัน ทันทีที่ตักเข้าปาก ความสดชื่นกลมกล่อมก็แผ่ซ่านอบอวลไปทั่วทั้งกระพุ้งแก้ม

ส่วนยอดอ่อนเซียงชุนผัดไข่นั้น แม้จะไม่มีรสเค็มมันเหมือนผัดหมูรมควัน แต่กลับมีความนุ่มนวลและสดชื่นราวกับได้สัมผัสกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิ มันอร่อยจนแทบจะหยุดกินไม่ได้

ยิ่งข้าวผัดยอดอ่อนเซียงชุนในมือด้วยแล้ว มันคือการผสมผสานระหว่างความหอมของเมล็ดข้าวกับความหอมของยอดอ่อนเซียงชุนได้อย่างลงตัวที่สุด

เมื่อบวกกับการปรุงรสที่พอเหมาะพอเจาะ ยิ่งทำให้คนที่ได้ลิ้มรสรู้สึกฟินจนเหมือนได้ล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ

อร่อย... อร่อยโคตรๆ!

ไม่ใช่แค่เถ้าแก่หลี่ที่กินอย่างเคลิบเคลิ้ม แม้แต่หวังต้าไห่กับหลิวจูเองก็คีบอาหารเข้าปากกันอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นกัน

จนกระทั่งทุกคนฟาดข้าวกันไปคนละสองชามแล้ว ก็ยังรู้สึกว่ากินไม่อิ่มหนำใจเลยสักนิด

หลิวจูแอบคิดในใจ มิน่าล่ะผักของบ้านหลินอันซูถึงได้คุ้มค่านัก รสสัมผัสแบบนี้ รสชาติแบบนี้ มันคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์จริงๆ!

วันนี้ที่เธอเอาผลไม้ไปแลกผักกับหลินอันซู ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเลย

เธอแค่แอบเสียดายที่ตัวเองไปช้าเกินไป เลยไม่ได้แลกผักป่าอย่างอื่นมาด้วย ไม่อย่างนั้นล่ะก็...

พอคิดมาถึงตรงนี้ หลิวจูก็รู้สึกว่าน้ำลายในปากเริ่มสอขึ้นมาอีกแล้ว

ตอนที่ทั้งสามคนกินกันจนเกือบจะหมด หวังโจวโจว ลูกชายที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสองของหลิวจูก็สะพายกระเป๋าเป้เดินเข้ามาในบ้านพอดี

“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว หิวจังเลย!”

“โจวโจว นี่คุณอาหลี่” หวังต้าไห่เอ่ยแนะนำ

“สวัสดีครับคุณอาหลี่” หวังโจวโจวทักทายอย่างมีมารยาท

“โจวโจวเหรอ? สวัสดีๆ นี่เรา... เรียนมัธยมปลายแล้วใช่ไหม?”

“อามาแบบกะทันหัน เลยไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมาให้ เอาซองแดงนี่ไปซื้อขนมกินเล่นแล้วกันนะ”

พูดจบ เถ้าแก่หลี่ก็ล้วงซองแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ทันที

หวังโจวโจวพยายามปฏิเสธ แต่เถ้าแก่หลี่ก็ยัดเยียดให้จนได้ สุดท้ายซองแดงนั้นก็ถูกเถ้าแก่หลี่ยัดใส่ลงไปในกระเป๋าเป้ของหวังโจวโจวหน้าตาเฉย

“เอาล่ะ โจวโจว รีบไปล้างมือเถอะ ในครัวยังมีข้าวเหลือให้ลูกอยู่นิดหน่อยนะ”

“ครับๆ”

หวังโจวโจวเดินเข้าครัวไปด้วยความตื่นเต้น แต่ผลปรากฏว่า...

คำพูดของแม่ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด ข้าวผัดในหม้อน่ะ เหลือให้เขาแค่นิดหน่อยจริงๆ... นิดหน่อยแบบวิญญาณข้าวผัดเลยล่ะ!

ส่วนกับข้าวที่แบ่งใส่จานไว้ให้ ก็มีอยู่แค่หยิบมือเดียว

นี่ยังไม่ได้เริ่มกิน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเองคงไม่อิ่มแน่ๆ

เฮ้อ ช่างเถอะ มีแขกอยู่ด้วย เขาจะยอมไม่เรื่องมากไปก่อนก็แล้วกัน

หวังโจวโจวยกจานข้าวของตัวเองเข้าไปกินในห้อง

ส่วนเถ้าแก่หลี่กับหวังต้าไห่ที่อยู่ข้างนอกก็เริ่มคุยธุระกันอย่างจริงจัง

หลายปีมานี้เถ้าแก่หลี่เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้จนมีเส้นสายกว้างขวาง เขารู้จักพ่อค้าผลไม้และชาวสวนที่ปลูกผลไม้พื้นเมืองจากทั่วทุกสารทิศ รวมถึงพวกที่ทำงานด้านการขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำด้วย

ผลไม้หายากหลายอย่างในร้านของหวังต้าไห่กับหลิวจู หากสั่งผ่านเส้นสายของเถ้าแก่หลี่ล่ะก็ จะช่วยประหยัดต้นทุนไปได้โข แถมคุณภาพของผลไม้ก็ยังรับประกันได้อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง หวังต้าไห่ถึงได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักเพื่อเชิญเถ้าแก่หลี่มาที่บ้านให้ได้

ตอนแรกเถ้าแก่หลี่ก็แค่เห็นแก่ความจริงใจของหวังต้าไห่ เลยกะจะแวะมานั่งคุยเล่นๆ เท่านั้น

แต่ผลปรากฏว่า อาหารมื้อธรรมดาๆ มื้อนี้กลับทำให้เขารู้สึกประทับใจครอบครัวของหวังต้าไห่เป็นอย่างมาก

ไม่มีใครรู้หรอกว่า เขามีความผูกพันเป็นพิเศษกับยอดอ่อนเซียงชุน

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่า ยอดอ่อนเซียงชุนที่เขาเพิ่งจะได้กินเข้าไปนั้น เรียกได้ว่าเป็นยอดอ่อนเซียงชุนที่อร่อยที่สุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา

เขารู้สึกว่าหวังต้าไห่เป็นคนที่พึ่งพาได้จริงๆ แค่ดูจากการที่อีกฝ่ายยอมเอายอดอ่อนเซียงชุนชั้นเลิศขนาดนี้มาต้อนรับเขาก็รู้แล้ว

ในการเจรจาธุรกิจหลังจากนี้ ขอแค่หวังต้าไห่ไม่เรียกร้องอะไรที่มันเกินเลยไปนัก เขาก็ยินดีที่จะตกลงทำธุรกิจด้วย

และผลลัพธ์ก็คือ การเจรจาธุรกิจระหว่างพวกเขาประสบความสำเร็จท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองสุดๆ

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า รายได้จากร้านผลไม้ของครอบครัวหวังต้าไห่หลังจากนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งในสี่ หรืออาจจะถึงหนึ่งในสามเลยทีเดียว

เรื่องนี้ทำให้ทั้งหวังต้าไห่และหลิวจูดีใจกันจนเนื้อเต้น

ก่อนกลับ เถ้าแก่หลี่ยังเอ่ยปากถามหลิวจูถึงพิกัดร้านที่ขายยอดอ่อนเซียงชุนด้วย

หลิวจูจึงจัดการส่งคอนแทกต์วีแชทของหลินอันซูที่เธอเพิ่งแอดไปเมื่อตอนบ่ายให้เถ้าแก่หลี่ทันที

แถมยังช่วยโฆษณาให้อีกว่า ผักป่าของบ้านนี้ก็รสชาติอร่อยล้ำเลิศไม่แพ้ยอดอ่อนเซียงชุนเลยสักนิด

เถ้าแก่หลี่กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหนีบกระเป๋าเอกสารเดินไปขึ้นรถมาเซราติของตัวเอง โดยมีหวังต้าไห่เดินไปส่งถึงที่

ทางด้านหลินอันซูนั้นไม่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

หลังจากขายผักเสร็จและกลับถึงบ้าน เธอก็ตรงดิ่งไปช่วยที่บ้านปลูกผักในไร่ทันที

จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็นนั่นแหละ เธอถึงจะพอมีเวลาว่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

มีคนแอดวีแชทเธอมาอีกแล้ว

สำหรับเรื่องแบบนี้ หลินอันซูรู้สึกชินชาจนไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรอีกต่อไป

กดรับแอด แล้วก็ดึงคนเข้ากลุ่มขายผัก... ขั้นตอนพวกนี้เธอทำได้อย่างลื่นไหลและชำนาญสุดๆ

วินาทีต่อมา เธอก็ได้รับข้อความจากคนที่เพิ่งแอดมาใหม่

พี่เชาสายชิล: ???

พี่เชาสายชิล: คุณคือคนที่ขายยอดอ่อนเซียงชุนใช่ไหม?

พี่เชาสายชิล: ยังมียอดอ่อนเซียงชุนเหลืออยู่ไหม? ผมขอรับห้าจิน

พี่เชาสายชิล: ได้ยินมาว่ามีผักป่าด้วยเหรอ? งั้นเอาผักป่ามาอีกยี่สิบจินเลย

พี่เชาสายชิล: ส่งขนส่งได้ไหม? เดี๋ยวผมส่งที่อยู่ให้?

หลินอันซู: ???

จบบทที่ บทที่ 31 พี่เชาสายชิล

คัดลอกลิงก์แล้ว