- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 31 พี่เชาสายชิล
บทที่ 31 พี่เชาสายชิล
บทที่ 31 พี่เชาสายชิล
หลังจากแลกเปลี่ยนของกันเสร็จ ทั้งหลินอันซูและเถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้ต่างก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
หลินอันซูหอบหิ้วผลไม้หายากที่แลกมาได้ แวะซื้อเบียร์อีกนิดหน่อยแล้วก็มุ่งหน้ากลับบ้าน ส่วนเถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้ที่ได้ยอดอ่อนเซียงชุนมาก็ยิ้มแก้มแทบปริ เธอจัดการปิดร้านแล้วหิ้วยอดอ่อนเซียงชุนเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี
คราวก่อนที่เธอทำยำผักป่าเย็นกับเกี๊ยวผักป่า ลูกชายของเธอชอบกินมากจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเอง ครั้งนี้ เธอตั้งใจจะให้ลูกชายได้ลิ้มลองเสน่ห์ของยอดอ่อนเซียงชุนดูบ้าง
อ๊ะ จริงสิ ยอดอ่อนเซียงชุนต้องเอาไปผัดกับไข่ถึงจะอร่อย เธอต้องแวะซื้อไข่ไก่สักหน่อยแล้ว
แต่เพราะเดินออกมาไกลพอสมควรแล้ว ขืนให้เดินย้อนกลับไปตลาดสดก็คงจะไกลเกินไป เถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้จึงตัดสินใจแวะเข้าไปซื้อไข่ไก่ในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ริมถนนแทน
ระหว่างที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในโซนผักสด เธอก็บังเอิญเห็นว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตก็มียอดอ่อนเซียงชุนขายเหมือนกัน เพียงแต่ของที่นี่จะถูกแพ็กใส่กล่องพลาสติกใส ซีลด้วยพลาสติกแรป แล้วก็แปะป้ายราคาเอาไว้
เธอหยิบขึ้นมาดูเล่นๆ กล่องหนึ่ง ก่อนจะเบิกตาโพลงพร้อมกับอุทานในใจว่า แม่เจ้าโว้ย!
ก่อนหน้านี้เธอยังแอบบ่นว่ายอดอ่อนเซียงชุนของหลินอันซูขายแพงอยู่เลย แต่พอมาดูราคาในซูเปอร์มาร์เก็ต กิโลกรัมละ 259 หยวน! ราคามันก็ไม่ได้ต่างจากที่หลินอันซูขายเลยนี่นา
ไม่สิ... ต่างกันสิ ยอดอ่อนเซียงชุนที่เธอเอาผลไม้ไปแลกมาจากหลินอันซูนั้นสดใหม่มาก แถมยังทั้งหอมทั้งอวบอิ่ม ส่วนของที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตดูยังไงก็สู้ของที่อยู่ในมือเธอตอนนี้ไม่ได้เลยสักนิด
พอคิดได้แบบนี้ เถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้ก็ยิ่งอารมณ์ดีขึ้นไปอีก
เมื่อกลับถึงบ้าน หลังจากล้างไม้ล้างมือเสร็จ เธอก็แทบจะอดใจรอไม่ไหว รีบลงมือทำอาหารทันที ทั้งยอดอ่อนเซียงชุนผัดไข่ ยอดอ่อนเซียงชุนผัดหมูรมควัน ข้าวผัดยอดอ่อนเซียงชุน ยอดอ่อนเซียงชุนดอง...
เธอจัดการนำยอดอ่อนเซียงชุนที่หิ้วกลับมาทั้งหมดไปทำอาหารรวดเดียวจนเกลี้ยง ไม่เหลือทิ้งไว้เลยแม้แต่ก้านเดียว
ขณะที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาสามีกับลูกชายเพื่อถามว่าจะกลับถึงบ้านเมื่อไหร่ เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น คนที่กลับมาคือหวังต้าไห่ สามีของเธอนั่นเอง
นอกจากหวังต้าไห่แล้ว ยังมีผู้ชายอีกคนเดินตามเข้ามาด้วย ชายคนนี้รูปร่างค่อนข้างท้วมดูมีฐานะ สวมสร้อยคอทองคำเส้นเขื่อง และหนีบกระเป๋าเอกสารไว้ที่ใต้รักแร้
“ที่รัก นี่คือเถ้าแก่หลี่ เถ้าแก่หลี่เป็นหนึ่งในพ่อค้าผลไม้รายใหญ่ที่สุดในเมืองอันเฉิงของเราเลยนะ”
“เร็วเข้า รีบรินน้ำให้เถ้าแก่หลี่สิ”
“อ๊ะ เชิญด้านในเลยค่ะเถ้าแก่หลี่” หลิวจู เถ้าแก่เนี้ยร้านผลไม้รีบเชื้อเชิญแขกเข้าบ้านอย่างกระตือรือร้น
หลังจากรินน้ำชา หยิบบุหรี่มาต้อนรับขับสู้ตามธรรมเนียมเสร็จสรรพ เถ้าแก่หลี่ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
“ดูจากท่าทางพวกคุณแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวกันล่ะสิ?”
“เอาอย่างนี้ พวกคุณกินข้าวกันไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมดูทีวีรอ กินเสร็จแล้วพวกเราค่อยคุยธุระกัน”
แม้การแต่งตัวของเถ้าแก่หลี่จะดูเหมือนพวกนักเลงมีอิทธิพล แต่เวลาพูดจาเขากลับดูสุภาพและมีมารยาทมากทีเดียว
“เถ้าแก่หลี่ทานอะไรมาหรือยังครับ? มาทานด้วยกันไหมครับ?” หวังต้าไห่เอ่ยชวนตามมารยาท
“พวกคุณกินอะไรกันน่ะ? ยอดอ่อนเซียงชุนเหรอ?”
“ฮะๆ ใช่ค่ะ ช่วงนี้ยอดอ่อนเซียงชุนเพิ่งจะออก อ่อนกำลังดีเลย ฉันก็เลยซื้อมาทำอาหารให้ลูกชายลองชิมดูน่ะค่ะ” หลิวจูตอบ
“จะว่าไป ผมเองก็ไม่ได้กินของพวกนี้มาเป็นสิบปีแล้วเหมือนกันนะเนี่ย”
พอได้ยินเถ้าแก่หลี่พูดแบบนั้น หวังต้าไห่ที่ตอนแรกกะจะแค่ชวนตามมารยาทก็รีบเดินเข้าครัวไปหยิบชุดจานชามออกมาเพิ่มทันที
แน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะตักข้าวผัดยอดอ่อนเซียงชุนให้เถ้าแก่หลี่ด้วยหนึ่งชาม
“ลูกชายคุณยังไม่กลับมาไม่ใช่เหรอ? รอเขาก่อนเถอะ”
“ไม่ต้องรอหรอกครับ พวกเรากินกันก่อนเลย ส่วนของลูกชายเดี๋ยวผมแบ่งเก็บไว้ให้เขาก็พอแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นเถ้าแก่หวัง ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ”
พูดจบ เถ้าแก่หลี่ก็หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปากทันที
ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะกินข้าวผัดชามนี้ให้หมด แล้วคีบกับข้าวชิมสักสองสามคำเพื่อรำลึกถึงรสชาติในความทรงจำสมัยก่อนก็พอ
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า ยอดอ่อนเซียงชุนนี่มันจะอร่อยเหาะขนาดนี้!
มันทั้งสด! ทั้งหอม!
กลิ่นหอมฟุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของยอดอ่อนเซียงชุนผสมผสานกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหมูรมควัน ทันทีที่ตักเข้าปาก ความสดชื่นกลมกล่อมก็แผ่ซ่านอบอวลไปทั่วทั้งกระพุ้งแก้ม
ส่วนยอดอ่อนเซียงชุนผัดไข่นั้น แม้จะไม่มีรสเค็มมันเหมือนผัดหมูรมควัน แต่กลับมีความนุ่มนวลและสดชื่นราวกับได้สัมผัสกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิ มันอร่อยจนแทบจะหยุดกินไม่ได้
ยิ่งข้าวผัดยอดอ่อนเซียงชุนในมือด้วยแล้ว มันคือการผสมผสานระหว่างความหอมของเมล็ดข้าวกับความหอมของยอดอ่อนเซียงชุนได้อย่างลงตัวที่สุด
เมื่อบวกกับการปรุงรสที่พอเหมาะพอเจาะ ยิ่งทำให้คนที่ได้ลิ้มรสรู้สึกฟินจนเหมือนได้ล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ
อร่อย... อร่อยโคตรๆ!
ไม่ใช่แค่เถ้าแก่หลี่ที่กินอย่างเคลิบเคลิ้ม แม้แต่หวังต้าไห่กับหลิวจูเองก็คีบอาหารเข้าปากกันอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นกัน
จนกระทั่งทุกคนฟาดข้าวกันไปคนละสองชามแล้ว ก็ยังรู้สึกว่ากินไม่อิ่มหนำใจเลยสักนิด
หลิวจูแอบคิดในใจ มิน่าล่ะผักของบ้านหลินอันซูถึงได้คุ้มค่านัก รสสัมผัสแบบนี้ รสชาติแบบนี้ มันคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์จริงๆ!
วันนี้ที่เธอเอาผลไม้ไปแลกผักกับหลินอันซู ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเลย
เธอแค่แอบเสียดายที่ตัวเองไปช้าเกินไป เลยไม่ได้แลกผักป่าอย่างอื่นมาด้วย ไม่อย่างนั้นล่ะก็...
พอคิดมาถึงตรงนี้ หลิวจูก็รู้สึกว่าน้ำลายในปากเริ่มสอขึ้นมาอีกแล้ว
ตอนที่ทั้งสามคนกินกันจนเกือบจะหมด หวังโจวโจว ลูกชายที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสองของหลิวจูก็สะพายกระเป๋าเป้เดินเข้ามาในบ้านพอดี
“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว หิวจังเลย!”
“โจวโจว นี่คุณอาหลี่” หวังต้าไห่เอ่ยแนะนำ
“สวัสดีครับคุณอาหลี่” หวังโจวโจวทักทายอย่างมีมารยาท
“โจวโจวเหรอ? สวัสดีๆ นี่เรา... เรียนมัธยมปลายแล้วใช่ไหม?”
“อามาแบบกะทันหัน เลยไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมาให้ เอาซองแดงนี่ไปซื้อขนมกินเล่นแล้วกันนะ”
พูดจบ เถ้าแก่หลี่ก็ล้วงซองแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ทันที
หวังโจวโจวพยายามปฏิเสธ แต่เถ้าแก่หลี่ก็ยัดเยียดให้จนได้ สุดท้ายซองแดงนั้นก็ถูกเถ้าแก่หลี่ยัดใส่ลงไปในกระเป๋าเป้ของหวังโจวโจวหน้าตาเฉย
“เอาล่ะ โจวโจว รีบไปล้างมือเถอะ ในครัวยังมีข้าวเหลือให้ลูกอยู่นิดหน่อยนะ”
“ครับๆ”
หวังโจวโจวเดินเข้าครัวไปด้วยความตื่นเต้น แต่ผลปรากฏว่า...
คำพูดของแม่ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด ข้าวผัดในหม้อน่ะ เหลือให้เขาแค่นิดหน่อยจริงๆ... นิดหน่อยแบบวิญญาณข้าวผัดเลยล่ะ!
ส่วนกับข้าวที่แบ่งใส่จานไว้ให้ ก็มีอยู่แค่หยิบมือเดียว
นี่ยังไม่ได้เริ่มกิน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเองคงไม่อิ่มแน่ๆ
เฮ้อ ช่างเถอะ มีแขกอยู่ด้วย เขาจะยอมไม่เรื่องมากไปก่อนก็แล้วกัน
หวังโจวโจวยกจานข้าวของตัวเองเข้าไปกินในห้อง
ส่วนเถ้าแก่หลี่กับหวังต้าไห่ที่อยู่ข้างนอกก็เริ่มคุยธุระกันอย่างจริงจัง
หลายปีมานี้เถ้าแก่หลี่เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้จนมีเส้นสายกว้างขวาง เขารู้จักพ่อค้าผลไม้และชาวสวนที่ปลูกผลไม้พื้นเมืองจากทั่วทุกสารทิศ รวมถึงพวกที่ทำงานด้านการขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำด้วย
ผลไม้หายากหลายอย่างในร้านของหวังต้าไห่กับหลิวจู หากสั่งผ่านเส้นสายของเถ้าแก่หลี่ล่ะก็ จะช่วยประหยัดต้นทุนไปได้โข แถมคุณภาพของผลไม้ก็ยังรับประกันได้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้เอง หวังต้าไห่ถึงได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักเพื่อเชิญเถ้าแก่หลี่มาที่บ้านให้ได้
ตอนแรกเถ้าแก่หลี่ก็แค่เห็นแก่ความจริงใจของหวังต้าไห่ เลยกะจะแวะมานั่งคุยเล่นๆ เท่านั้น
แต่ผลปรากฏว่า อาหารมื้อธรรมดาๆ มื้อนี้กลับทำให้เขารู้สึกประทับใจครอบครัวของหวังต้าไห่เป็นอย่างมาก
ไม่มีใครรู้หรอกว่า เขามีความผูกพันเป็นพิเศษกับยอดอ่อนเซียงชุน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่า ยอดอ่อนเซียงชุนที่เขาเพิ่งจะได้กินเข้าไปนั้น เรียกได้ว่าเป็นยอดอ่อนเซียงชุนที่อร่อยที่สุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา
เขารู้สึกว่าหวังต้าไห่เป็นคนที่พึ่งพาได้จริงๆ แค่ดูจากการที่อีกฝ่ายยอมเอายอดอ่อนเซียงชุนชั้นเลิศขนาดนี้มาต้อนรับเขาก็รู้แล้ว
ในการเจรจาธุรกิจหลังจากนี้ ขอแค่หวังต้าไห่ไม่เรียกร้องอะไรที่มันเกินเลยไปนัก เขาก็ยินดีที่จะตกลงทำธุรกิจด้วย
และผลลัพธ์ก็คือ การเจรจาธุรกิจระหว่างพวกเขาประสบความสำเร็จท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองสุดๆ
ซึ่งนั่นก็หมายความว่า รายได้จากร้านผลไม้ของครอบครัวหวังต้าไห่หลังจากนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งในสี่ หรืออาจจะถึงหนึ่งในสามเลยทีเดียว
เรื่องนี้ทำให้ทั้งหวังต้าไห่และหลิวจูดีใจกันจนเนื้อเต้น
ก่อนกลับ เถ้าแก่หลี่ยังเอ่ยปากถามหลิวจูถึงพิกัดร้านที่ขายยอดอ่อนเซียงชุนด้วย
หลิวจูจึงจัดการส่งคอนแทกต์วีแชทของหลินอันซูที่เธอเพิ่งแอดไปเมื่อตอนบ่ายให้เถ้าแก่หลี่ทันที
แถมยังช่วยโฆษณาให้อีกว่า ผักป่าของบ้านนี้ก็รสชาติอร่อยล้ำเลิศไม่แพ้ยอดอ่อนเซียงชุนเลยสักนิด
เถ้าแก่หลี่กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหนีบกระเป๋าเอกสารเดินไปขึ้นรถมาเซราติของตัวเอง โดยมีหวังต้าไห่เดินไปส่งถึงที่
ทางด้านหลินอันซูนั้นไม่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากขายผักเสร็จและกลับถึงบ้าน เธอก็ตรงดิ่งไปช่วยที่บ้านปลูกผักในไร่ทันที
จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็นนั่นแหละ เธอถึงจะพอมีเวลาว่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
มีคนแอดวีแชทเธอมาอีกแล้ว
สำหรับเรื่องแบบนี้ หลินอันซูรู้สึกชินชาจนไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรอีกต่อไป
กดรับแอด แล้วก็ดึงคนเข้ากลุ่มขายผัก... ขั้นตอนพวกนี้เธอทำได้อย่างลื่นไหลและชำนาญสุดๆ
วินาทีต่อมา เธอก็ได้รับข้อความจากคนที่เพิ่งแอดมาใหม่
พี่เชาสายชิล: ???
พี่เชาสายชิล: คุณคือคนที่ขายยอดอ่อนเซียงชุนใช่ไหม?
พี่เชาสายชิล: ยังมียอดอ่อนเซียงชุนเหลืออยู่ไหม? ผมขอรับห้าจิน
พี่เชาสายชิล: ได้ยินมาว่ามีผักป่าด้วยเหรอ? งั้นเอาผักป่ามาอีกยี่สิบจินเลย
พี่เชาสายชิล: ส่งขนส่งได้ไหม? เดี๋ยวผมส่งที่อยู่ให้?
หลินอันซู: ???