- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 22 ชาเจิ้งซานเสี่ยวจง
บทที่ 22 ชาเจิ้งซานเสี่ยวจง
บทที่ 22 ชาเจิ้งซานเสี่ยวจง
เมื่อเห็นหลินอันซูยื่นใบชามาให้ ย่าเก้าก็รับไปอย่างว่าง่าย
เธอหยิบใบชาออกมาเล็กน้อยใส่ลงในแก้วกระดาษแบบใช้แล้วทิ้ง จากนั้นก็ยกกระติกน้ำร้อนขึ้นมารินน้ำเดือดที่ส่งควันกรุ่นลงไป
ทันใดนั้น กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นของใบชาก็เริ่มขจรขจายไปทั่วห้อง จนคนที่ได้กลิ่นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจสั่นไหว
ปู่เก้าที่นั่งพิงเก้าอี้หลับตาพริ้มอยู่ถึงกับเบิกตาโพลงขึ้นมาทันที แถมยังอาศัยจังหวะนี้เลื่อนกาน้ำชาดินเผาจื่อซาใบย่อมของตัวเองไปข้างหน้าอีกด้วย
“ยายแก่ ชงให้ฉันในกานี้ด้วยสิ”
“เหอะ ตาแก่นี่ วันๆ รู้จักแต่ชี้นิ้วสั่งคนอื่นจริงๆ เลยนะ”
ถึงน้ำเสียงของย่าเก้าจะฟังดูเหมือนบ่น แต่การกระทำของเธอกลับไม่ได้ชะงักเลยสักนิด
“ปู่เก้าคะ นี่คือกาน้ำชาดินเผาจื่อซาใช่ไหมคะ? ดูสวยมากเลยค่ะ” หลินอันซูเอ่ยทัก
“สวยใช่ไหมล่ะ? เจ้าลูกชายของปู่ซื้อมาให้เมื่อหลายปีก่อน ปู่เองก็ว่ามันสวยดีเหมือนกัน” ปู่เก้าตอบพลางหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
“หลายปีอะไรกัน? มันสิบกว่าปีแล้วต่างหากล่ะ”
ย่าเก้าที่เพิ่งใส่ใบชาและรินน้ำร้อนลงในกาน้ำชาเสร็จ ยื่นกาน้ำชาส่งให้พลางแอบถลึงตาใส่สามีเบาๆ หนึ่งที
“งั้นหรอ? นานขนาดนั้นแล้วหรอเนี่ย”
“อืม... ชานี่กลิ่นหอมดีจริงๆ นะ อันอัน ไปเอาใบชานี่มาจากไหนล่ะ? ราคาไม่เบาเลยใช่ไหม?”
ปู่เก้าถือกาน้ำชาใบเล็กขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมอย่างตั้งใจ ก่อนจะถามออกมาด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้ม
“ก็แค่ชาเจิ้งซานเสี่ยวจงธรรมดาๆ เองค่ะ หนูซื้อมาจากในตัวอำเภอเมื่อก่อนนี้เอง”
“เห็นเขาบอกว่าชานี้เป็นชาแดง มีฤทธิ์อุ่น ช่วยขับความเย็นและบำรุงกระเพาะ หนูเลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับพวกคุณปู่คุณย่าค่ะ”
“ธรรมดาหรอ? กลิ่นแบบนี้ไม่เหมือนชาธรรมดาเลยนะอันอัน เอาล่ะ บอกมาตรงๆ เถอะว่าอยากให้ปู่ช่วยเรื่องอะไร?”
“คืออย่างนี้ค่ะ! หนูลาออกมาทำฟาร์มที่บ้านแล้วใช่ไหมคะ?”
“ที่ดินที่บ้านก็มีพ่อกับแม่ทำอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีอะไรให้หนูช่วยเท่าไหร่ หนูเลยเช่าที่ดินเองห้าหมู่ เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งจ้างคนมาไถพรวนดินไป และวันนี้ก็เริ่มลงปุ๋ยแล้วค่ะ”
“หนูตั้งใจจะปลูกผักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็เลยจ้างคนมาช่วยลงปุ๋ยเก้าคนค่ะ”
“หนูเลยอยากจะเชิญปู่ให้ช่วยออกโรง ไปช่วยทำอาหารที่บ้านหนูสักไม่กี่วันได้ไหมคะ?”
“พวกผักพวกเนื้อหนูจะเป็นคนซื้อเองทั้งหมด ปู่ต้องการอะไรเพิ่มเติมบอกหนูได้เลยค่ะ”
“แน่นอนว่าถ้าปู่รู้สึกว่าทำอาหารเลี้ยงคนเยอะๆ มันจะเหนื่อยเกินไป ก็ถือว่าหนูไม่ได้พูดแล้วกันนะคะ สุขภาพต้องมาก่อนค่ะ”
พอได้ยินหลินอันซูพูดแบบนั้น ปู่เก้าก็อดไม่ได้ที่จะลังเลใจ
พูดตามตรง เขาไม่ได้ทำอาหารหม้อใหญ่มานานมากแล้ว มันก็รู้สึกคันไม้คันมืออยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเขาตกลงรับงานนี้ พวกคนในทีมบริการที่รู้ข่าวเข้าจะต้องตามมาตื๊อเขาไม่เลิกแน่ๆ อีกอย่าง ชีวิตตอนนี้ของเขาก็ถือว่าผ่อนคลายดีอยู่แล้ว ถ้าเริ่มกลับไปทำอาหารเมื่อไหร่ ความสบายแบบนี้คงหายวับไปกับตาแน่ๆ
ในระหว่างที่กำลังลังเล ปู่เก้าก็ยกกาน้ำชาใบเล็กขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะจิบเข้าไปคำเล็กๆ
ทันใดนั้น รสชาติหอมหวานนุ่มนวลก็พุ่งทะลวงขึ้นไปถึงสมอง ก่อนจะค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย
สวรรค์! นี่มันไม่ใช่ชาธรรมดาแล้ว
นี่มันคือใบชาเกรดพรีเมียมระดับท็อปชัดๆ พูดตามตรง ชาดีขนาดนี้เขาเพิ่งเคยได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย
มิน่าล่ะ!
มิน่าล่ะเมื่อก่อนเคยเห็นในข่าวว่าใบชาเกรดพรีเมียมบางชนิดประมูลกันได้ราคาสูงถึงหลายแสนหยวน เมื่อก่อนเขาได้แต่ดูถูกข่าวพวกนั้นอยู่ในใจ ว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ชาอะไรจะแพงขนาดนั้น ราคาเท่ากับเงินดาวน์บ้านในตัวอำเภอเล็กๆ ของพวกเขาเลยนะนั่น พวกคนรวยนี่คงจะเงินเหลือใช้จนฟุ้งซ่านจริงๆ
จนกระทั่งวันนี้ เมื่อเขาได้ดื่มชานี้เข้าไป เขาก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที
ที่แท้ในโลกนี้มันมีใบชาชั้นเลิศอยู่จริงๆ ชาดีขนาดนี้ถ้าไม่ขายให้แพงหน่อยก็คงจะเสียของแย่เลย
นี่มันรสชาติดีกว่าชาชั่งละห้าพันหยวนที่เขาเคยมีวาสนาได้ชิมมาเสียอีก ไม่ใช่แค่รสชาติดีนะ แต่พอจิบเข้าไปแล้ว เขากลับรู้สึกว่าอาการปวดหลังปวดเอวมันหายเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตาเห็นเลยทีเดียว
“มา ยายแก่ ลองชิมชานี่ดูสิ ดีจริงๆ นะ”
ปู่เก้าจิบไปอีกคำด้วยความติดใจ จากนั้นเขาก็หยิบจอกชาใบเล็กบนโต๊ะน้ำชาขึ้นมา รินชาลงไปหนึ่งจอกแล้วยื่นส่งให้ย่าเก้า
“ฉันไม่ดื่มหรอก ตาแก่นี่ก็รู้ว่าฉันไม่ชอบดื่มของพวกนี้ ดื่มแล้วมันนอนไม่หลับ”
“ลองชิมดูหน่อยเถอะน่า”
เมื่อเห็นปู่เก้าคะยั้นคะยอไม่เลิก ย่าเก้าจึงยอมให้เกียรติเขาสักหน่อย เธอรับจอกชาขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย
“เอ๊ะ? ชานี่กลิ่นหอม รสชาติก็หอม แถมไม่ฝาดเลยสักนิด!” ย่าเก้าอุทานด้วยความประหลาดใจหลังจากจิบไปคำหนึ่ง
“อันอัน ใบชาที่หนูเอามานี่น่าจะหนักถึงหนึ่งจินเลยใช่ไหม?”
“ตกลง ปู่ไปทำอาหารให้ได้ แต่ใบชานี่ ปู่ขอรับไว้แค่สามเหลี่ยงพอ ส่วนที่เหลือหนูเอากลับไปเถอะ” ปู่เก้าปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นพลางเอ่ยบอก
“จริงหรอคะปู่เก้า ดีใจที่สุดเลยค่ะ”
“แต่ว่า ใบชานี่หนูตั้งใจเอามาให้แล้ว จะให้เอากลับไปได้ยังไงกันล่ะคะ”
“หนูซื้อมาแค่สองร้อยสามสิบหยวนเองค่ะ ไม่ได้แพงอะไรเลย ถ้าปู่ไม่รับไว้ พ่อหนูต้องดุหนูแน่ๆ เลยค่ะ” หลินอันซูเอ่ยอ้าง
“อะไรนะ? สองร้อยสามสิบหยวน? เป็นไปไม่ได้หรอก!”
“นี่หนูไปซื้อมาจากที่ไหนกันแน่เนี่ย?” ปู่เก้าถึงกับช็อก
“ก็วันนั้นตอนที่ไปขายผักป่าในตัวอำเภอไงคะ เห็นมีคนมาตั้งแผงขายใบชาอยู่ หนูเห็นว่าเขาน่าสงสารเลยช่วยซื้อมานิดหน่อยค่ะ”
“...” ปู่เก้าถึงกับพูดไม่ออก
ชาดีขนาดนี้ ขายแค่สองร้อยสามสิบหยวนเนี่ยนะ?
ไอ้หนุ่มที่ขายชานั่นมันมาแจกทานหรือไงกัน? คราวหน้าขอให้เขาได้เจอคนใจบุญแบบนี้บ้างเถอะนะ
ถึงจะรู้ว่าราคาใบชาไม่ได้แพงอย่างที่คิด แต่คนรักการดื่มชาอย่างปู่เก้ามีหรือจะดูไม่ออกว่าชานี้ดีหรือไม่ดี ดังนั้นต่อให้หลินอันซูจะพูดยังไง ปู่เก้าก็ยังยืนกรานที่จะรับไว้แค่สาม... อ้อ ไม่ใช่สิ แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
ตอนแรกเขาจะเอาแค่สามเหลี่ยง แต่หลินอันซูพยายามหว่านล้อมอยู่นาน เขาถึงยอมเก็บไว้ครึ่งจิน ส่วนอีกครึ่งจินที่เหลือก็บังคับให้หลินอันซูเอากลับไป
ตอนที่เดินออกจากบ้านปู่เก้า หลินอันซูมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า ปู่เก้านี่เป็นคนดีจริงๆ เลยนะ มีหลักการที่มั่นคงมาก มิน่าล่ะตอนที่เขาเป็นหัวหน้าทีมบริการถึงได้บริหารจัดการทีมออกมาได้ดีขนาดนั้น ตอนนี้ปู่เก้าตอบตกลงจะช่วยทำอาหารให้แล้ว เท่ากับว่าเธอได้แก้ปัญหาไปได้อีกหนึ่งอย่างโดยไม่รู้ตัว
ทีนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องมื้อเที่ยงแล้วล่ะ เฮ้อ เธอควรจะกลับไปเก็บผักป่าต่อได้แล้ว
พอถึงบ้าน หลินอันซูรีบหยิบแอปเปิลในกระเป๋าออกมาล้าง จากนั้นก็ปอกเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ชามยื่นส่งให้คุณย่าหลิน
“ย่าคะ แอปเปิลนี่หนูปอกให้ ย่าต้องทานให้หมดนะคะ”
“หนูจะออกไปเก็บผักป่าแล้วค่ะ เดี๋ยวเที่ยงกลับมานะคะ”
“จ้าๆ ไปเถอะ ข้างนอกแดดร้อนนะลูก เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่าลืมใส่หมวกด้วยล่ะ เดี๋ยวจะโดนแดดเผาเอา” คุณย่าหลินกำชับพลางยิ้มอย่างมีความสุข
หลานสาวกตัญญูขนาดนี้ ถึงกับปอกแอปเปิลมาให้กิน ท่านรู้สึกตื้นตันใจจริงๆ
“รับทราบค่ะ”
ก่อนออกจากบ้าน หลินอันซูรินน้ำร้อนที่ต้มไว้ใส่ลงในกระติกน้ำร้อน และหยิบแก้วกระดาษติดมือไปเป็นปึก หลังจากสวมหมวกฟางเรียบร้อย เธอก็แวะไปที่ไร่เพื่อเยี่ยมทุกคนก่อน พร้อมกับเอากระติกน้ำร้อนไปวางไว้ให้ เพื่อให้ทุกคนได้ดื่มน้ำเวลาที่กระหาย เธอตอบคำถามของคนเหล่านั้นสั้นๆ ก่อนจะเดินลัดเลาะตามคันนาออกไปมุ่งหน้าสู่ป่าบนเขา