- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 19 ก็บอกมาเถอะว่าต้องรออีกนานแค่ไหน
บทที่ 19 ก็บอกมาเถอะว่าต้องรออีกนานแค่ไหน
บทที่ 19 ก็บอกมาเถอะว่าต้องรออีกนานแค่ไหน
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์รู้จักพัฒนาฐานลูกค้า มีความกระตือรือร้นและเป็นมิตร มอบรางวัลพิเศษ คะแนนสะสม +20, เมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวเกรดพรีเมียม 5 ซอง, เมล็ดพันธุ์พริกเกรดพรีเมียม 5 ซอง, เมล็ดพันธุ์มะเขือยาวเกรดพรีเมียม 5 ซอง, เมล็ดพันธุ์ถั่วฝักยาวเกรดพรีเมียม 5 ซอง และเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองเกรดพรีเมียม 5 ซอง]
“สุดยอดไปเลยระบบ!” หลินอันซูดีใจจนเนื้อเต้น
เมื่อกลับถึงบ้านและส่งสวี่อี้เรียบร้อยแล้ว เธอก็ขี่รถสามล้อคันเล็กเข้าไปจอดในลานบ้านแล้วขนของลงมาทั้งหมด พ่อหลิน แม่หลิน และอาเจี้ยนอันที่ไปทำงานในนายังไม่กลับมา หลินอันซูจึงรับหน้าที่ทำมื้อเย็นเอง
เนื้อหัวหมู หูหมู และยำเย็นต่างๆ เป็นของสำเร็จรูปอยู่แล้ว เธอจึงแค่หุงโจ๊กไว้หม้อใหญ่และอุ่นหมั่นโถวอีกสิบกว่าลูก จากนั้นก็ใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าทำยอดกระเทียมผัดหมูเพิ่มอีกจาน และทำยำผักป่าเย็นอีกอย่างหนึ่ง เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จ เธอก็โทรศัพท์ตามพ่อหลินให้รีบกลับมากินข้าวทันที
ตอนแรกจางเจี้ยนอันตั้งใจจะทำงานเสร็จแล้วกลับบ้านเลย แต่พ่อหลินคะยั้นคะยอไม่ยอมปล่อย บอกว่ามื้อนี้ลูกสาวคนรองเป็นคนลงมือทำเองกับมือ แถมยังกำชับนักหนาว่าต้องพาอาเจี้ยนอันกลับไปกินข้าวที่บ้านให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจะโกรธเอา
จางเจี้ยนอันขัดไม่ได้ จึงจอดรถไถทิ้งไว้ที่นาแล้วเดินตามพ่อหลินกลับบ้าน พอไปถึงก็พบว่าหลินอันซูจัดโต๊ะอาหารรอไว้เรียบร้อยแล้ว ทันทีที่เห็นพวกเขาเดินเข้ามา เธอก็รีบเข้าไปในครัวแล้วยกอาหารที่เตรียมไว้ออกมาวางทันที
“คุณอาคะ วันนี้เหนื่อยหน่อยนะคะ ทานเยอะๆ เลยนะค่ะ”
“เอ๊ะ นี่หนูซื้อเนื้อหัวหมูกับเหล้ามาจริงๆ หรอเนี่ย” จางเจี้ยนอันอุทานด้วยความประหลาดใจหลังจากล้างมือเสร็จแล้วมานั่งที่โต๊ะ
“แน่นอนสิคะ รีบทานเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”
“ได้เลย”
หมั่นโถวร้อนๆ ลูกใหญ่สอดไส้ด้วยยอดกระเทียมผัดหมู คำโตๆ แค่สามสี่คำก็หมดลูก กินแกล้มกับเนื้อหัวหมูและหูหมูยำ ตามด้วยโจ๊กร้อนๆ สักอึก ช่างเป็นมื้อที่ฟินสุดๆ ไปเลย
เอ๊ะ? แล้วจานผักสีเขียวๆ นี่คือ...
“นี่ผักอะไรหรอ ทำไมมันอร่อยขนาดนี้ล่ะ” จางเจี้ยนอันถามอย่างสงสัย
“นี่คือต้นจี้ไช่ที่หนูไปเก็บมาจากบนเขาค่ะ เอามายำเย็นดู เป็นยังไงบ้างคะคุณอา ชอบไหมคะ”
“ต้นจี้ไช่ยำแล้วอร่อยขนาดนี้เลยหรอ เมื่อก่อนทำไมฉันไม่เห็นรู้สึกแบบนี้เลยนะ” จางเจี้ยนอันพึมพำ
“ช่วงนี้ฝนตกบ่อยน่ะค่ะ ผักป่าบนเขาเลยเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ”
“ถ้าอาชอบ เดี๋ยวให้อันอันแบ่งไว้ให้เอากลับไปทานที่บ้านนะจ๊ะ” แม่หลินเอ่ยขึ้น
“อื้มๆ” หลินอันซูพยักหน้าเห็นด้วย
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวว่างๆ ฉันให้เมียฉันไปเก็บที่เขาเองก็ได้”
หลินอันซูไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าทานโจ๊กเงียบๆ ผักป่าที่ไปเก็บเองน่ะ รสชาติคงสู้ผักที่เธอส่งให้ไม่ได้หรอกนะจ๊ะ
คืนนั้น ในขณะที่หลินอันซูกำลังออกกำลังกายอยู่บนเสื่อโยคะ จู่ๆ โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆ ก็สั่นรัวไม่หยุด เธอจึงหยุดพักแล้วหยิบขึ้นมาเปิดดูวีแชท
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: อยู่ไหมๆๆ?]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: ผักป่าที่เธอให้มาวันนี้ ไม่ขายจริงๆ หรอ?]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: ไม่ต้องถึงห้าสิบชั่งก็ได้ ส่งน้อยหน่อยก็ได้นะ]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: ให้ราคาสิบแปดหยวนเลย เป็นไง?]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: ทำไมไม่ตอบล่ะ ไม่พอใจราคาหรอ? งั้นยี่สิบเลยไหม?]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: ไฮ้ (สติกเกอร์) ตอบหน่อยสิ น้องหลิน]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: ถ้ายังไม่ตอบ พี่จะโทรวีแชทไปแล้วนะ]
หลินอันซู: “...”
เธอลุกขึ้นนั่งบนเสื่อโยคะแล้วเริ่มพิมพ์ตอบกลับ
[หลินอันซู: พี่คะ วันนี้หนูบอกพี่ไปแล้วไงคะว่าผักป่ามันขายได้อีกไม่กี่วันหรอก ไว้รอผักในไร่หนูโตก่อนนะคะ แล้วหนูจะขายให้พี่เอง]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: แล้วผักจะโตเมื่อไหร่ล่ะ ต้องรออีกนานแค่ไหน? แล้วเธอแน่ใจนะว่ามันจะอร่อยเหมือนผักป่าพวกนี้?]
[หลินอันซู: แน่นอนค่ะ! ผักที่หนูตั้งใจปลูกเองกับมือ แถมยังลงปุ๋ยคอกอย่างดี จะไม่อร่อยได้ยังไงล่ะคะ]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: แหวะ... โอเคๆ งั้นก็บอกมาเถอะว่าต้องรออีกนานแค่ไหน]
[หลินอันซู: อย่างน้อยก็น่าจะเดือนหนึ่งค่ะ เดี๋ยวถ้าผักโตแล้วหนูจะส่งข้อความไปบอกนะคะ ตามนี้ค่ะพี่เหลียงหู หนูจะนอนแล้ว นอนดึกเดี๋ยวผมร่วง พี่ก็รีบนอนด้วยนะคะ บายจ้า]
[เหลียงหู ร้านอาหารหงฉี: โอเค ฝันดีนะ (สติกเกอร์)]
หลังจากคุยกับเหลียงหูเสร็จ เธอก็แวะเข้าไปดูในกลุ่มขายผักของเธอ ตอนนี้ในกลุ่มมีสมาชิกเพิ่มเป็นสามสิบเจ็ดคนแล้ว เนื้อหาที่คุยกันส่วนใหญ่ก็คือการอวดเมนูอาหารจากผักป่า แชร์สูตรอาหาร และที่ขาดไม่ได้คือการรุมเร้าให้หัวหน้ากลุ่มอย่างหลินอันซูรีบเอาผักมาขายเยอะๆ
เอาเถอะ ดูท่าว่าเรื่องปลูกผักนี่ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุดเสียแล้ว
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย หลินอันซูก็นั่งลงบนเตียงเพื่อเริ่มทำสมาธิ ใช่แล้ว เธอเริ่มบำเพ็ญเพียรนั่นเอง เธอพยายามท่องเคล็ดวิชาที่ระบบสอนให้ซ้ำไปซ้ำมา ท่องไปท่องมา... จู่ๆ เธอก็เผลอตัวเอนหลังนอนหลับปุ๋ยไปเสียอย่างนั้น
ในช่วงเวลาต่อมา จางเจี้ยนอันก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งและละเอียดลออมากขึ้น หลังจากกำจัดวัชพืชในที่ดินจนเกลี้ยงเกลา เขาก็ขับรถไถเดินตามมาช่วยไถพรวนดินให้หลินอันซู ที่ดินที่เขาไถนั้นทั้งเรียบเนียนและสม่ำเสมอ แถมยังช่วยย่อยสลายรากหญ้าที่ฝังอยู่ใต้ดินให้อย่างตั้งใจสุดๆ
เพราะรู้ว่าหลินอันซูจะใช้ที่ดินผืนนี้ปลูกผัก เขาจึงช่วยยกแปลงทำร่องให้เสร็จสรรพ แถมยังขุดทางน้ำเล็กๆ ไว้ด้านข้างเพื่อให้สะดวกต่อการรดน้ำในอนาคตอีกด้วย เมื่องานเสร็จสิ้น หลินอันซูก็เตรียมจะจ่ายค่าแรงให้เขา
งานทั้งหมดใช้เวลาไปสองวัน วันละ 600 หยวน รวมเป็นเงิน 1,200 หยวน เมื่อหลินอันซูยื่นเงินสดที่เตรียมไว้ให้ จางเจี้ยนอันกลับทำท่าทางเกรงใจและพยายามปฏิเสธไม่ยอมรับเงิน
หลายวันที่ผ่านมา เขาได้กินข้าวที่บ้านหลินอันซูวันละสองมื้อ ทุกมื้อมีทั้งเนื้อและซุปจนเขาอิ่มแปล้ แถมยังมีกับแกล้ม เบียร์ และเนื้อหัวหมูเตรียมไว้ให้ไม่เคยขาด แม้แต่บุหรี่วันละซองเธอก็จัดหามาให้พร้อมสรรพ ของพวกนี้ล้วนแต่ต้องใช้เงินซื้อทั้งนั้น ในเมื่อหลานสาวดีกับเขาขนาดนี้ เขาจะมัวมาทำตัวแข็งทื่อรับเงินเต็มจำนวนได้ยังไง คิดเสียว่ามาช่วยงานเพื่อนฝูงสักสองวันจะเป็นไรไป
“คุณอาคะ รับไว้เถอะค่ะ! นี่เป็นราคาที่คุณอาลดให้หนูแล้วนะคะ”
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ตัดเศษออกไป อาขอรับไว้แค่หนึ่งพันถ้วนก็พอ”
“หนูต้องปลูกผักอีกไม่ใช่หรอ เก็บเงินส่วนนี้ไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์เถอะจ้ะ”
“คุณอาคะ ส่วนที่เป็นของคุณอาก็ต้องเป็นของคุณอาค่ะ เงินซื้อเมล็ดพันธุ์หนูยังมีเหลืออยู่ค่ะ เอ้า รับไปนะคะ”
หลินอันซูพยายามยัดเงินสองร้อยหยวนใส่มือจางเจี้ยนอัน แต่เขาก็ยังคงบ่ายเบี่ยงและโบกมือปฏิเสธพัลวัน
“อาเจี้ยนอัน เด็กเขาให้ก็รับไว้เถอะ” พ่อหลินช่วยพูดอีกแรง
“จะรับได้ยังไงล่ะ ฉันเป็นผู้ใหญ่จะมาเอาเปรียบเด็กได้ยังไงกัน”
“เอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าอยากให้จริงๆ ก็ช่วยแบ่งผักป่าที่ไปเก็บมาให้ฉันสักถุงก็พอแล้ว”
จางเจี้ยนอันยังคงติดใจในรสชาติผักป่าที่หลินอันซูเก็บมา เมื่อสองวันก่อนเมียเขาก็ไปเก็บผักป่าบนเขามาเหมือนกัน แต่ไม่รู้ทำไม พอกินแล้วรสชาติมันกลับสู้ที่บ้านหลินอันซูไม่ได้เลย พอเขาบ่นเรื่องนี้กับเมีย เธอก็ถลึงตาใส่หาว่าเขาเรื่องมาก หึ คราวนี้แหละเขาจะเอาผักป่าของหลินอันซูไปให้เมียชิมดูสิว่าคราวนี้จะยังกล้าถลึงตาใส่เขาอีกไหม
“ได้เลยค่ะ ไม่มีปัญหา!”
สุดท้ายจางเจี้ยนอันก็ไม่ยอมรับเงินสองร้อยหยวนนั้นไป แต่กลับหิ้วถุงผักป่ากลับบ้านไปอย่างหน้าบาน หลินอันซูจึงหันไปปรึกษาพ่อหลิน
“พ่อคะ งั้นช่วงตรุษจีน พ่อช่วยเอาเงินสองร้อยหยวนนี้ใส่ซองแดงให้ลูกของอาเจี้ยนอันแทนแล้วกันนะคะ”
“โฮ่ อันอันของพ่อโตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย รู้จักเข้าสังคมและวางตัวได้ดีจริงๆ”
“โธ่ พ่อคะ!” หลินอันซูหน้าแดงระเรื่อเมื่อโดนพ่อแซว
“เอาล่ะๆ ไม่แกล้งแล้ว”
“ขั้นตอนต่อไปก็คือการลงปุ๋ย ลูกวางแผนไว้ยังไงล่ะ” พ่อหลินปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นพลางถาม
“พ่อคะ ในหมู่บ้านเรามีใครเลี้ยงหมูหรือเลี้ยงไก่บ้างไหมคะ”
“ถ้าไม่มี เราคงต้องไปหาซื้อจากข้างนอกแล้วล่ะค่ะ”
“ลืมไปแล้วหรอว่าบ้านเราก็เคยเลี้ยงน่ะ ในบ่อก๊าซชีวภาพนั่นไง มีปุ๋ยคอกอยู่เต็มเลย”
“โอเคค่ะ งั้นปัญหาต่อไปก็คือ หนูจะไปหาใครมาช่วยลงปุ๋ยในไร่ดีล่ะคะเนี่ย” หลินอันซูเริ่มครุ่นคิดอย่างหนัก