เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 เทพธิดาจุติ

บทที่ 26 เทพธิดาจุติ

บทที่ 26 เทพธิดาจุติ


บทที่ 26 เทพธิดาจุติ?

รุ่งอรุณเบิกฟ้า ทวีปตอนล่างยังคงสลัวราง

ทันใดนั้น——

แสงหลากสีสันสาดส่องลงมาจากสรวงสวรรค์เป็นเส้นตรง ดั่งปาฏิหาริย์จากทวยเทพจุติลงมายังโลกมนุษย์ ส่องสว่างผืนดินที่มืดมิด ปลุกทวีปตอนล่างทั้งทวีปให้ตื่นจากการหลับใหล

เหนือหมู่เมฆ หลิงเกอมองดูแสงเจ็ดสีที่ปรากฏขึ้นเมื่อช่องทางเชื่อมต่อปิดลง มุมปากก็กระตุกยิกๆ

"นี่มันจะเล่นใหญ่เกินไปหน่อยไหม?" หลีซุ่ยวิจารณ์แทงใจดำ

หลิงเกอกำลังจะอ้าปากพูด พลังอันบริสุทธิ์และแข็งแกร่งสายหนึ่งก็พัดมาราวกับเกลียวคลื่น กวาดล้างหมู่เมฆที่ลอยฟ่องอยู่เต็มฟ้า นางตกใจรีบเงยหน้าขึ้นมอง

พลังนี้มัน?

"ครืน~"

ชั้นเมฆใต้เท้าถูกสลายไป หลิงเกอเหยียบพลาด ร่วงหล่นลงเบื้องล่าง

แสงหลากสีสันอันงดงามตกลงสู่เขาเสียหยาง สถานที่ที่ลึกลับและอันตรายที่สุดในทวีปตอนล่าง

ห่างออกไปหมื่นลี้——

เกี้ยวสีขาวลอยล่องมาตามท้องฟ้าสีคราม มีคนแบกเกี้ยวและเดินนำหน้าตามหลังรวมแปดคน ทุกที่ที่พวกเขาผ่านไป เมฆหมอกล้วนสลายตัว

"ท่านเซียน พวกเรามาถึงทวีปเสวียนชางตอนล่างแล้ว" ชายที่ถือโคมไฟเดินนำหน้าเอ่ยขึ้น

"นางถึงกับตกต่ำมาอยู่ทวีปตอนล่างเลยเชียวหรือ" เสียงอันไพเราะกังวานดังก้องลอดผ่านม่านผ้าโปร่ง แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันตรายบางอย่าง

"แปลกจริงๆ ในฐานะผู้เป็นนายแห่งสี่สัตว์เทพ ต่อให้ท่านผู้นั้นไม่ได้กลับคืนสู่สำนักเซียน ก็ไม่น่าจะตกต่ำถึงเพียงนี้"

"ก็ดีเหมือนกัน" เสียงในเกี้ยวฟังสบายใจ

"ขอรับ" ชายผู้นั้นรับคำอย่างนอบน้อม

ทั้งแปดคนประคองเกี้ยวเหาะมุ่งหน้าไปยังเขาเสียหยาง

เขาเสียหยาง——

เหล่าผู้บำเพ็ญเซียนที่มารอคอยอยู่ด้านนอกหลายวัน เมื่อเห็นแสงสว่างตกลงมาจากขอบฟ้า ต่างก็พากันลุกขึ้นยืน มองไปยังทิศทางที่ 'ปาฏิหาริย์' ร่วงหล่น

"ไม่ผิดแน่ ไม่ผิดแน่ ปาฏิหาริย์ขนาดนี้ คงใกล้จะออกมาแล้วสินะ"

ผู้อาวุโสระดับสูงที่อยู่หน้าสุดพึมพำด้วยความตื่นเต้น ทุกคนได้ยินก็พลอยฮึกเหิมและตื่นเต้นตามไปด้วย

ดี ดีมาก

รอมาตั้งหลายวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาเสียที

"เฮ้! ในแสงเจ็ดสีนั่น เหมือนมีเทพธิดาชุดขาวบินลงมาด้วยนะ"

มีคนชี้ไปที่ขอบฟ้าด้วยความตื่นเต้น ภายใต้แสงศักดิ์สิทธิ์นั้น มี 'เทพธิดาชุดขาว' กำลังเหาะลงมายังโลกมนุษย์อย่างรวดเร็ว ช่างงดงามและสง่างามเหลือเกิน

ผู้คนที่เห็นต่างเบิกตากว้าง

จริงด้วย!

เทพธิดา!

เทพธิดาจริงๆ ด้วย!

"ไม่นึกเลย ว่าจะอัญเชิญเทพธิดาลงมาได้ ดีจริงๆ ดีเหลือเกิน"

พอสิ้นคำพูดนี้ ทุกคนก็ตื่นเต้นฮึกเหิมกันสุดขีด

เทพธิดา พวกเขาเคยเห็นเทพธิดาตัวเป็นๆ ที่ไหนกัน?

ตอนนี้เทพธิดาจุติลงมายังทวีปตอนล่างด้วยตัวเอง แม้จะบอกว่าเป็นเพราะของวิเศษที่กำลังจะออกมา แต่ถ้าพวกเขาขอให้เทพธิดาประทานพรให้ ต่อไปทวีปตอนล่างก็อาจจะไม่ด้อยไปกว่าทวีปตอนกลางเลยก็ได้ หากมีเทพธิดาคอยนำทาง เผลอๆ พวกเขาอาจจะก้าวขึ้นไปเทียบชั้นกับทวีปตอนบนได้เลยด้วยซ้ำ!

ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น จนแทบรอไม่ไหวแล้ว

"รีบเข้าเขาไป เร็วเข้า!"

ไม่รู้ใครตะโกนขึ้นมา ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนก็เริ่มเคลื่อนไหว เก็บข้าวของบนพื้น แล้วก้าวยาวๆ เข้าสู่เขาเสียหยาง

แม้ว่าของวิเศษชิ้นนั้นน่าจะอีกหลายวันกว่าจะปรากฏตัว แต่พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะไปเข้าเฝ้าเทพธิดาที่เหยียบแสงศักดิ์สิทธิ์ลงมาแล้ว

หลังจากผู้บำเพ็ญเซียนเข้าไป เงาร่างลึกลับหลายสายก็พุ่งเข้ามาจากหลายทิศทาง แผ่กลิ่นอายความชั่วร้าย

ชายหนุ่มที่อยู่ตรงกลางมีสีหน้าเจ้าเล่ห์ จ้องมองไปยังทิศทางที่ผู้บำเพ็ญเซียนวิ่งไปอย่างมาดร้าย มุมปากยกยิ้มขึ้น "นกกระสาตีกับหอยแมลงภู่ ชาวประมงจับรวบ"

ของชิ้นนั้น สุดท้ายต้องตกเป็นของพวกเขาวันยันค่ำ

"ลูกพี่ เมื่อกี้ดูเหมือนแสงศักดิ์สิทธิ์จริงๆ นะ หรือว่าจะมีเทพธิดาลงมาจริงๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเราคงแย่งของมาได้ยากขึ้นไหม?"

ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ เอ่ยอย่างเคร่งเครียด หน้าตาเขาดูซื่อสัตย์ แต่กลิ่นอายความชั่วร้ายในตัวกลับสวนทางกับหน้าตาอย่างสิ้นเชิง

"เทพธิดา? เทพธิดาบ้าบออะไร?" ชายหนุ่มแค่นเสียงเย็น ทำหน้าเหยียดหยาม "เล่นปาหี่หลอกเด็ก ต่อให้เป็นเทพธิดา ข้าก็จะทำให้นางกลายเป็นนางมารให้ได้"

ให้มาเป็นเครื่องมือของพวกผู้บำเพ็ญสายมารอย่างเรา!

ชายวัยกลางคนเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ พยักหน้าหงึกๆ

เอาแบบนี้แหละ!

"ฟึ่บฟั่บ——"

ในป่าที่ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นหนาทึบ แสงสว่างจุดหนึ่งพุ่งตกลงมา หักกิ่งไม้ใบไม้เป็นชั้นๆ ใบไม้ใบหญ้าแผ่กระจายบนพื้นราวกับพรมสีเขียว หลิงเกอในชุดกระโปรงยาวสีขาวรัดแขนร่วงหล่นลงมาจากฟ้า

สายลมโชยพัดชายกระโปรงที่ปักลวดลายเมฆาสีแดง ลวดลายดอกไม้สีแดงขาวสลับกันพลันเบ่งบาน แสงเจ็ดสีเรืองรองจางๆ

หลิงเกอร่อนลงพื้นอย่างสวยงามและมั่นคง แสงเจ็ดสีที่เหลืออยู่ก็ค่อยๆ สลายไป ผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยบ่งบอกถึงความทุลักทุเลตอนที่เพิ่งลงมา

หลีซุ่ยถึงกับพูดไม่ออก

"เกือบไปแล้ว เกือบมอบของขวัญชิ้นใหญ่เป็นการล้มหน้าคะมำให้ทวีปตอนล่างซะแล้ว" หอเฉาเยว่นี่ไม่ค่อยได้เรื่องเลยนะ

ช่องทางก็คือช่องทาง พวกเขาเดินทางมาอย่างราบรื่น แต่ผลสุดท้าย...

หลิงเกอพ่นลมหายใจเบาๆ ส่ายหน้าอย่างจนใจ

หินวิญญาณตั้งมากมาย แถมยังมีหินอุกกาบาตพลังงานสูงอีก เอามาสร้างภาพลวงตาที่สวยแต่รูปจูบไม่หอมแบบนี้ มีเงินนี่มันตามใจตัวเองจริงๆ

ช่องทางที่ไม่เคยเปิดใช้มาก่อนที่หมิงซู่พูดถึง เดิมทีก็สร้างมาเพื่อล่อลวงคน เพื่อรักษาหน้าตา ดังนั้นทางออกจึงตั้งไว้เหนือหมู่เมฆ

ก็เพื่อสร้างภาพให้ดูเหมือนเทพเซียนจุติ

ความสูงระดับเมฆแค่นี้สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนไม่ได้มีผลอะไร ก็แค่เหาะลงมา

แต่ตอนที่หลิงเกอออกมา กลับมีพลังพิเศษอีกสายพุ่งชนนาง ทำเอานางเกือบจะล้มหัวคะมำ

โชคดีที่หลิงเกอตอบสนองเร็ว ไม่ถึงกับลงพื้นอย่างน่าสมเพช และไม่ถึงกับไปแขวนคออยู่บนต้นไม้ในป่าแห่งนี้

"นายท่าน ที่นี่ที่ไหน?" หลีซุ่ยมองไปรอบๆ ป่าทึบ

ต้นไม้สูงตระหง่านและกิ่งก้านใบหนาทึบปกคลุมป่าแห่งนี้เป็นชั้นๆ แสงแดดส่องลอดลงมาได้เพียงตามรอยแยกเล็กๆ เท่านั้น

กลิ่นอายที่นี่เย็นยะเยือกและชื้นแฉะ แต่พลังปราณ... กลับหนาแน่นมาก?!

ความรู้สึกแบบนี้เหมือนมีของวิเศษกำลังจะปรากฏตัวเลย?

เดี๋ยวก่อน ยังมีกลิ่นอายอย่างอื่นอีก เหมือนว่า...

หลิงเกอมีสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

"นายท่าน?" หลีซุ่ยเรียกซ้ำอีกครั้ง

เป็นอะไรไปหรือเปล่า?

หลิงเกอได้สติ "ไม่มีอะไร"

นางแค่กำลังคิดว่าพลังอันบริสุทธิ์และแข็งแกร่งสายนั้นมันคุ้นๆ

หลิงเกอหยิบเข็มทิศออกมาจากมิติเก็บของ นี่ไม่ใช่ของวิเศษล้ำค่าอะไร เวลาที่ไม่มีดวงดาว หรือไม่อยากคำนวณด้วยตัวเอง ก็สามารถใช้มันบอกทิศทางได้

นางหยิบหินวิญญาณขนาดประมาณหน้าแข้งออกมาหลายก้อน วางไว้ตามจุดต่างๆ แล้วถือเข็มทิศเดินไปนั่งตรงกลาง ก่อนจะวางเข็มทิศไว้ตรงหน้า

"นายท่าน วิธีนี้จะได้ผลหรือ?" ใช้วิธีหาของแบบพื้นบ้านที่สุดตามหา 'เจ็ดรสไขตะวัน' เนี่ยนะ?

"ในเมื่อไม่มีทิศทาง ก็ต้องลองดูสักตั้ง" กำหนดทิศทางแล้วค่อยไปหา ดีกว่าวิ่งพล่านในทวีปตอนล่างเหมือนแมลงวันหัวขาด

หลีซุ่ยเดาะลิ้น "นั่นก็จริง"

ตอนนี้ก็ทำได้แค่นี้แหละ

วิธีหาของแบบพื้นบ้านที่สุด ก็คือการตั้งจิตอธิษฐาน

พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้จิตของหลิงเกอเป็นตัวตั้งต้น ชักนำด้วยพลังปราณ แล้วใช้วิชาอาคมคำนวณทีละนิด เนื่องจากมีค่ายกลคอยหนุน เข็มทิศก็จะชี้ทิศทางตามการคำนวณของหลิงเกอ

แน่นอนว่า วิธีนี้ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะถูกเสมอไป

ก็อย่างที่หลิงเกอบอก ในเมื่อไม่มีทิศทาง ก็ต้องหาทิศทางออกมาให้ได้

ฉืออวี่ก็ไม่ได้กำหนดเวลาให้นางกลับ มีทิศทางแล้วก็ค่อยๆ หากันไป

หลิงเกอกรีดนิ้วให้เลือดหยดลงบนเข็มทิศ หลับตาลง ถ่ายทอดพลังปราณเข้าสู่หินวิญญาณ แสงปราณโคจรวนเวียนรอบกายนาง สองมือประสานอิน ปลายนิ้วคำนวณ เข็มทิศหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว

หลิงเกอใช้เลือดของตัวเองเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณ แต่วิธีนี้ หลีซุ่ยก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ค่อยน่าเชื่อถืออยู่ดี

วันและคืนสลับสับเปลี่ยน ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นบนหน้าผากหลิงเกอ ในที่สุดเข็มทิศที่หมุนติ้วก็หยุดลง

หลีซุ่ยชะโงกหน้าเข้าไปดู "โอ้โห ทิศใต้"

ตอนนี้พวกเขาน่าจะอยู่ทางทิศเหนือ

หลิงเกอลืมตาขึ้นพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง "ก็ไม่ไกลนี่"

เหนือสุดกับใต้สุด ขี่กระบี่ไปก็ใช้เวลาไม่นานหรอก

"จะหาเจอแบบนี้จริงๆ หรือ?" หลีซุ่ยยังคงสงสัย

"งั้นเจ้าบอกทิศมาสิ"

หลีซุ่ยตอบอย่างหนักแน่น "ทิศใต้!"

หลิงเกอมองบนใส่หลีซุ่ย

เห็นไหมล่ะ เขาก็ไม่มีวิธีอื่นเหมือนกัน

หลีซุ่ยเปลี่ยนเรื่อง "ไม่รู้เหมือนกันว่า 'เจ็ดรสไขตะวัน' หน้าตาเป็นยังไง"

หลิงเกอกลับรู้สึกว่าง่ายมาก "ยังไงก็ต้องหาอยู่แล้ว"

แต่ว่า...

ดวงตาของหลิงเกอมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น "ก็คงไม่น่าเบื่อหรอก ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าหลี่ยู่มาที่ทวีปตอนล่าง ด้วยตบะของเขาที่มาอยู่ที่นี่ คงต้องทำตัวเอิกเกริกน่าดู

พวกเราไปดูทางใต้ก่อน ถ้าไม่เจอ 'เจ็ดรสไขตะวัน' ค่อยไปหาเขา"

อยู่ว่างๆ ก็ว่าง ไปคิดบัญชีกันก่อนก็ดี

ทวีปตอนล่างพลังปราณเบาบาง บรรลุระดับหยวนอิงได้ก็ถือว่าเก่งที่สุดแล้ว

"ตกลง!" หลีซุ่ยรีบตอบตกลงทันที

วันที่สำนักเสวี่ยฉยง นอกจากลั่วไป๋ถังแล้ว ก็มีมันนี่แหละที่ตะโกนเสียงดังสุด

เหอะ! มันยังกล้าออกจากบ้านอีก

หนึ่งคนหนึ่งสัตว์วิเศษ เข้าขากันได้เป็นอย่างดี

หลิงเกอลุกขึ้น เก็บหินวิญญาณที่ยังใช้ได้กลับเข้ามิติเก็บของ แล้วหยิบเข็มทิศขึ้นมา

ทันใดนั้น สายลมพัดวูบในป่า วินาทีต่อมา เข็มทิศในมือหลิงเกอก็หมุนคว้างอย่างบ้าคลั่ง

หลิงเกอกวาดสายตามองรอบด้านด้วยความระแวดระวัง

"ข้าเพียงแค่ผ่านมาทางนี้ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นปีศาจหรือสัตว์วิเศษ พวกเราต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกัน"

"ปัง——"

เข็มทิศในมือหลิงเกอระเบิดแตกละเอียด แม้นางจะใช้พลังปราณคุ้มกันร่างได้ทันท่วงที แต่หลังมือก็ยังถูกพลังมารที่แฝงมาอย่างแนบเนียนเฉี่ยวจนเป็นรอยเลือด

นางจ้องมองรอยแผลที่หลังมือ พลังมารที่หลงเหลืออยู่ตรงปากแผลแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายหลิงเกออย่างรวดเร็ว พลังปราณทั่วร่างได้รับแรงกระตุ้น พลันคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที!

จบบทที่ บทที่ 26 เทพธิดาจุติ

คัดลอกลิงก์แล้ว