เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ฆ่าคนอีกแล้ว

บทที่ 16 ฆ่าคนอีกแล้ว

บทที่ 16 ฆ่าคนอีกแล้ว


บทที่ 16 ฆ่าคนอีกแล้ว??

หลิงเกอโบกมือปฏิเสธ "ไม่ใช่พิษ"

นางค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสำรวจรากปราณ รากปราณที่เคยมืดสลัวและแตกหักพลันมีแสงสว่างวาบขึ้นมาสายหนึ่งจางๆ สีหน้าเคร่งเครียดของนางมลายหายไป แทนที่ด้วยความปิติยินดีที่ยากจะบรรยาย

"ไม่เหมือนเดิมแล้ว"

ฉืออวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง พลังปราณสีเขียวอ่อนโคจรไปรอบตัวหลิงเกอเพื่อสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของรากปราณ

"เจ้านี่นะ ทำเอาข้าตกใจแทบแย่" จากนั้นฉืออวี่ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงปนยิ้มว่า "ยินดีด้วยนะ ที่เข้าถึง 'วิถีเก้าสวรรค์' ในแบบของเจ้าเอง"

วิถีเก้าสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่แค่อ่านเคล็ดวิชาแล้วจะฝึกได้ สิ่งที่สำคัญในตำราทั่วไป สำหรับวิถีเก้าสวรรค์แล้วมันเป็นเพียงแค่ขั้นพื้นฐานเท่านั้น

แน่นอนว่าวิถีเก้าสวรรค์ทั้งเล่ม ก็คือสิ่งที่ถ่ายทอดให้หลิงเกอไปในตอนแรกนั่นแหละ

หลังจากเข้าถึงวิถีเก้าสวรรค์แล้ว การฝึกฝนต่อไปคือการหมั่นทำความเข้าใจจากเคล็ดวิชาพื้นฐานเหล่านั้นจนแตกฉานเป็นสิ่งใหม่ นั่นต่างหากถึงจะเป็นวิถีเก้าสวรรค์ที่เป็นของตนเองอย่างแท้จริง

วิถีเก้าสวรรค์มีทั้งหมด 12 ระดับ หัวใจสำคัญมีเพียงอย่างเดียวคือ—การหยั่งรู้

ผู้ฝึกวิถีเก้าสวรรค์แต่ละคนจะหยั่งรู้ได้ไม่เหมือนกัน การฝึกฝนย่อมแตกต่างกันไป หลิงเกอคือคนที่หยั่งรู้พื้นฐานได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่ฉืออวี่เคยเห็นมา แม้แต่เทพเซียนก็ยังเทียบนางไม่ได้

"ที่เจ้าบอกว่าฝึกวิถีเก้าสวรรค์แล้วฟื้นฟูรากปราณได้ เป็นเรื่องจริงสินะ" นางไม่ได้หลอกจริงๆ ด้วย

ฉืออวี่รู้สึกอ่อนใจเล็กน้อย "ก็จริงน่ะสิ"

หลิงเกอพยักหน้าด้วยความดีใจ

ฉืออวี่เองก็พลอยยินดีไปกับนาง แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเตือน "วิถีเก้าสวรรค์ถอนพิษในตัวเจ้าไม่ได้นะ"

ตราบใดที่พิษยังไม่ถูกถอน ต่อให้นางฟื้นฟูรากปราณขึ้นมาใหม่และสะกดพิษไว้ในส่วนลึกที่สุด วันหนึ่งหากเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจนต้องใช้พลังทะลุขีดจำกัด พิษก็จะถูกกระตุ้นจนกำเริบ และรากปราณก็จะพังทลายลงอีกครั้ง

ที่สำคัญ พิษนี้ถูกรั้งไว้ด้วยรากปราณอันพิเศษของนาง ไม่อาจชักนำไปที่ส่วนอื่นของร่างกายได้ มิเช่นนั้นนางจะสิ้นใจทันทีที่พิษกำเริบ

ในเมื่อต้องเลือกทางที่เลวน้อยกว่า ก็ต้องรักษาชีวิตให้รอดไปก่อน

"ข้าจะไปฝึ..." หลิงเกอก้าวไปได้เพียงก้าวเดียวก็ชะงัก "แล้วสัตว์วิเศษของข้าล่ะ?"

พวกมันเส้นเอ็นขาด ต้องรีบรักษา

"อยู่ในทุ่งสมุนไพร ถึงจะเอาสมุนไพรไปไม่ได้ แต่แค่ให้พวกมันนอนพักรักษาตัวก็ไม่มีปัญหา" พลังปราณสีเขียวอ่อนแผ่ออกไปเพื่อนำทางให้หลิงเกอ

หลิงเกอเดินตามการชี้แนะจนพบเหล่าสัตว์วิเศษที่กำลังพักฟื้นอยู่

"นายท่าน"

เมื่อเห็นหลิงเกอมา พวกมันก็เงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ หากขาของพวกมันยังขยับได้ ป่านนี้คงพุ่งเข้ามากอดนางแล้ว

หลิงเกอไม่พูดอะไร นางก้าวเท้าเข้าไปตรวจดูร่างกายของพวกมันอย่างละเอียดอีกครั้ง

"ที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนไหม? ถ้าเป็นน้ำพุร้อนวิเศษพันปีจะดีมาก" หลิงเกอหยิบยาให้พวกมันกิน สัตว์วิเศษต่างเชื่อฟังและกลืนลงไปอย่างว่าง่าย

ฉืออวี่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะชี้ทางให้

หลิงเกอเห็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีไอสีขาวลอยอวลอยู่ลึกเข้าไปในทุ่งสมุนไพร นางก็ยกยิ้มขึ้น

ที่นี่มีทุกอย่างจริงๆ ไม่ใช่แค่แดนบำเพ็ญเพียร แต่ยังเป็นแดนรักษาตัวด้วย

ซุ่ยซุ่ยพูดถูก รวยแล้วจริงๆ ได้เจอสมบัติล้ำค่าเข้าแล้ว

หลิงเกอพาสัตว์วิเศษลงไปในน้ำพุร้อน พร้อมกับนำสมุนไพรมากมายจากมิติเก็บของใส่ลงไป และทิ้งยาไว้ให้พวกมัน

"ช่วงนี้แช่อยู่ในนี้ไปก่อน ปรับลมปราณทุกวัน ทางที่ดีควรใช้พลังปราณชักนำไปที่เส้นเอ็นแขนขา ยาต้องกินห้ามขาด ต่อให้เจ็บแค่ไหนก็ยังดีกว่าต้องพิการไปตลอดชีวิต"

หลิงเกอกำชับเสียงเข้ม

สัตว์วิเศษพยักหน้าเบาๆ แววตาแน่วแน่

"เด็กดี" หลิงเกอยิ้ม

เหล่าสัตว์วิเศษพลันเปลี่ยนเป็นเชื่องขึ้นมาทันที

สัตว์วิเศษตัวมหึมาที่เมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูจะดุดัน แยกเขี้ยวเคี้ยวฟันฉีกร่างคนเป็นชิ้นๆ ได้ในพริบตา กลับมาย่อขนาดตัวและทำตัวว่านอนสอนง่ายราวกับสัตว์เลี้ยงน่ารักเมื่ออยู่ต่อหน้าหลิงเกอ

ฉืออวี่เห็นแล้วถึงกับพูดไม่ออก

ในอดีตเขาอวี้หลิงก็เคยเลี้ยงสัตว์วิเศษที่บรรลุเป็นเซียนมาไม่น้อย แต่ไม่เคยเห็นตัวไหนเป็นแบบนี้เลย

สัตว์วิเศษขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย แต่หลิงเกอกลับเรียกพวกมันว่า "เด็กดี" ได้หน้าตาเฉย

"นายท่าน พวกเราถอยตามเส้นทางที่วางไว้แต่แรก สัตว์วิเศษตัวอื่นเลยไม่รู้..." เสือทองคำพูดไม่ออก

พวกมันติดตามนายท่านมาหลายปี อยู่ร่วมกันบนเขาชางเสวี่ยจนผูกพัน ไม่อยากให้เพื่อนร่วมทางต้องเผชิญกับอันตราย

"พวกเจ้าตั้งใจรักษาตัวเถอะ ข้าจะหาทางช่วยพวกมันเอง" หลิงเกอลุกขึ้นเดินจากไป

เมื่อส่งสายตามองหลิงเกอจนลับตา ใจของสัตว์วิเศษก็เริ่มสงบลง พวกมันเชื่อมั่นในตัวนายท่านเสมอ

หลิงเกอกลับมาที่เรือนหอคอย นางนั่งลงพลางหอบเหนื่อย เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามหน้าผากไม่หยุด

"ตัวเองยังไม่หายดี แต่กลับไปรักษาคนอื่นก่อนเนี่ยนะ?" ฉืออวี่ไม่เข้าใจความคิดของนางเลย

"ในเมื่อวันนั้นพวกเขาทุกตัวเลือกที่จะติดตามข้า และข้าก็เลี้ยงดูพวกเขามา ข้าต้องรับผิดชอบ" หลิงเกอหยิบขวดยาออกมาจากมิติเก็บของแล้วกรอกจนหมดขวด ลมหายใจถึงเริ่มกลับมาคงที่

ร่างกายของนางในตอนนี้ อ่อนแอเกินไปจริงๆ

พลังปราณในตันเถียนแทบไม่เหลือ มีเพียงผนึกที่คอยค้ำจุนไว้ มิเช่นนั้นตันเถียนคงแตกสลายไปพร้อมกับรากปราณ

"รับผิดชอบงั้นหรือ" ฉืออวี่เห็นนางใช้ยาเป็นว่าเล่นก็ถึงกับอึ้ง "นักปรุงยาที่เจ้ารู้จักนี่ช่างใจกว้างจริงๆ"

ต้องให้ยาดีๆ ไว้มากแค่ไหน นางถึงได้กล้าเอาออกมาใช้โดยไม่กะพริบตาแบบนี้ หมดไปชุดหนึ่งก็ยังมีอีกชุด

หลิงเกอเงียบไม่ตอบ

ฉืออวี่แกล้งพูดต่อ "ดูท่าเจ้าจะไม่ขาดแคลนยา ถ้างั้นยาทางฝั่งข้า..."

"ข้าเอาด้วย!" หลิงเกอชิงตอบทันที

สำหรับผู้บำเพ็ญเซียน ยาเป็นสิ่งสำคัญมาก หากพรสวรรค์ไม่พอแต่กล้าทุ่มยาและหินวิญญาณ ตบะย่อมพัฒนาขึ้นได้เสมอ

ใครจะไปรังเกียจยาเยอะล่ะ?

ฉืออวี่เอ่ยอย่างสำราญใจ "ได้ๆๆ ในเมื่อเจ้าเป็นผู้สืบทอด ทุกอย่างย่อมเป็นของเจ้าอยู่แล้ว เขาอวี้หลิงไม่ได้มีแค่ที่เห็นหรอกนะ รอให้เจ้าเข้าสู่วิถีเก้าสวรรค์ระดับที่ 2 ก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นข้าจะสอนเจ้าปรุงยาด้วย"

ทุกสิ่งที่สำนักบำเพ็ญเซียนควรจะมี เขาอวี้หลิงมีพร้อมหมด และตอนนี้ทั้งหมดเป็นของหลิงเกอเพียงคนเดียว

"ข้ามีคำถามหนึ่ง" หลิงเกอเอ่ย

"ว่ามา"

"เฟิ่งเกอจิ่วเทียนมาอยู่ที่เจ้าได้อย่างไร?" วินาทีที่หลิงเกอได้สัมผัสเฟิ่งเกอ นางก็รู้ทันทีว่ามันคืออาวุธเทพในตำนานของทวีปเสวียนชาง

"ได้มาโดยบังเอิญน่ะ"

"งั้นหรือ" หลิงเกอเลิกคิ้ว

"เจ้าพักรักษาตัวไปเถอะ วิถีเก้าสวรรค์ไม่ได้..."

"ข้ามีอีกคำถาม" หลิงเกอขมวดคิ้ว

ฉืออวี่: "..."

"ถามมาสิ" เขาตอบอย่างจนใจ

"ตำแหน่งของเขาอวี้หลิง อยู่ข้างๆ เขาชางเสวี่ยใช่ไหม?" เพียงแต่มีวิชาเซียนพิเศษพรางตาไว้ คนนอกจึงมองไม่เห็น

ฉืออวี่หัวเราะเบาๆ ก่อนตอบ "ใช่แล้ว คาดว่าศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงทุกคนน่าจะเคยเข้าไปใน 'ครึ่งหนึ่ง' ของเขาอวี้หลิงมาแล้วทั้งนั้น"

ดวงตาของหลิงเกอเป็นประกาย

"ที่แท้ก็อยู่ที่นั่นเอง"

หลิงเกอเองก็เคยไป ตอนที่เพิ่งเข้าสำนักเสวี่ยฉยงปีแรก

เมื่อได้คำตอบที่ต้องการ นางก็เริ่มปรับสมดุลพลังอย่างสบายใจ หลังจากรักษาบาดแผลจนหายดี หลิงเกอก็เริ่มฝึกวิถีเก้าสวรรค์ต่อภายใต้การชี้แนะของฉืออวี่

วิถีเก้าสวรรค์เน้นการหยั่งรู้ แต่การมีคนช่วยชี้แนะก็ช่วยให้ไม่ต้องหลงทางบ่อยนัก

ขณะฝึกฝน หลิงเกอสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ว่างเปล่าในร่างกายจนรู้สึกไม่มั่นใจ นางจึงเริ่มดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินเข้าสู่ตันเถียน

ตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญเพียร พลังปราณไม่เคยอ่อนแรงเท่าวันนี้มาก่อน

และไม่เคยรู้สึกไร้เรี่ยวแรงต่อหน้าคู่ต่อสู้อย่างชายชุดดำคนนั้นมาก่อนเลย

นางต้องแข็งแกร่งขึ้น

ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้

หลิงเกอดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินโดยไม่รู้ตัวเพื่อเติมเต็มความว่างเปล่า ทว่าไม่ว่าจะฝึกอย่างไร พลังปราณกลับไม่เพิ่มขึ้นเลย

จนกระทั่งนางเข้าสู่วิถีเก้าสวรรค์ระดับที่ 1 พลังปราณที่เคยแน่นิ่งราวกับขุนเขาก็เริ่มขยับขยาย แม้จะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ก็ตาม

เพื่อที่จะมีพลังปราณมากขึ้น หลิงเกอจึงมุมานะฝึกฝนเพื่อหวังจะทะลวงสู่ระดับที่ 2 ในรวดเดียว ทว่าระดับกลับไม่แสดงวี่แววว่าจะเพิ่มขึ้นเลย แม้แต่แสงสว่างจางๆ ที่รากปราณก็ไม่ปรากฏขึ้นอีก

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เสียงชี้แนะของฉืออวี่เงียบหายไป คิ้วของหลิงเกอยิ่งขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ

หลีซุ่ยตื่นขึ้นมาจากความฝัน ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เขารีบมาหาหลิงเกอทันที เมื่อเห็นนางปลอดภัยดีและกำลังตั้งใจฝึกฝน เขาก็เบาใจแล้วหมอบลงหลับที่ริมหน้าต่างต่อ

พลังปราณค่อยๆ เพิ่มขึ้นและรวมตัวอยู่ที่ตันเถียน แต่มันกลับนิ่งสนิทดั่งกลุ่มหมอกควัน ไม่ไหลเวียนไปยังเส้นลมปราณต่างๆ อย่างคล่องแคล่วเหมือนเมื่อก่อน หลิงเกอลืมตาขึ้นกะทันหันแล้วลุกพรวด ทำเอาหลีซุ่ยสะดุ้งตื่น

"นายท่าน?"

หลิงเกอมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเย็นชา "ไป ฆ่าคนกัน"

หลีซุ่ยถึงกับงง "อีกแล้ว???"

จบบทที่ บทที่ 16 ฆ่าคนอีกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว