- หน้าแรก
- พลิกโลกเซียนด้วยทรัพยากรพันล้าน
- บทที่ 636 ความหวาดกลัว
บทที่ 636 ความหวาดกลัว
บทที่ 636 ความหวาดกลัว
บทที่ 636 ความหวาดกลัว
บนถนนที่มุ่งหน้าสู่อ่าวโลมา รถตำรวจหลายคันขับส่งเสียงหวอตามมา และเสียงไซเรนของตำรวจก็ดังแว่วไปไกลท่ามกลางความมืดของค่ำคืน
นี่คือกลุ่มตำรวจจากจังหวัดวากายามะ ตำบลไทจิ เนื่องจากการประณามจากสังคมโลก ในทุกปีจึงมีกลุ่มผู้ประท้วงจากต่างประเทศจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสกัดกั้นชาวประมงประเทศญี่ปุ่นในการล่าสังหารโลมาและวาฬ
ด้วยเหตุนี้ คนในท้องถิ่นจึงชินชากับผู้ประท้วงจากภายนอกมานานแล้ว ท้องถิ่นยังได้มีการจัดตั้งกลุ่มตำรวจที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเพื่อจัดการกับผู้ประท้วงโดยเฉพาะ
"หัวหน้าแผนก อีกสามนาทีก็จะถึงอ่าวโลมาแล้วค่ะ"
บนรถตำรวจคันแรก มีตำรวจหญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ที่นั่งผู้โดยสารข้างคนขับ เธอชื่อนากาตะ เมโ เป็นตำรวจระดับเริ่มต้นที่เพิ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนตำรวจมาได้ไม่นาน ดำรงตำแหน่งตำรวจสายตรวจ ปกติรับผิดชอบเพียงงานลาดตระเวนและงานเอกสารเท่านั้น
แต่เนื่องจากครั้งนี้ที่อ่าวโลมาเกิดความวุ่นวายค่อนข้างมาก เธอจึงถูกส่งออกมาด้วย โดยติดตามกลุ่มตำรวจมาที่อ่าวโลมา
"เมโนะน้อย จำไว้ให้ดี เดี๋ยวอย่าไปมีเรื่องกับพวกผู้ประท้วงเหล่านั้น แค่ขับไล่พวกเขาไปก็พอ ไม่อย่างนั้นถ้าถูกถ่ายวิดีโอไปลงอินเทอร์เน็ต พวกเราก็จะถูกรุมด่าจากภายนอกอีก"
หัวหน้าแผนกฟุรุคาวะ ชินจิ ผู้นำทีม ดันแว่นตาของตนเองพลางเอ่ยเตือนรุ่นน้อง
"แย่จังค่ะหัวหน้า บอกแล้วไงคะว่าอย่าเรียกเมโนะน้อย ปีนี้หนูอายุ 22 ปีแล้ว"
นากาตะ เมโ ทำแก้มป่อง แต่ด้วยส่วนสูงเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบเซนติเมตร และใบหน้ากลมเหมือนลูกแอปเปิ้ล จึงทำให้เธอดูคล้ายกับนักเรียนมัธยมต้นมาก สิ่งที่เธอพูดออกมาจึงไม่มีอำนาจข่มขู่ใดๆ เลย แต่กลับทำให้คนรู้สึกอยากจะรังแกเสียมากกว่า
"ฮ่าๆ ได้เลยจ้ะเมโนะน้อย"
คำพูดเพียงประโยคเดียวของฟุรุคาวะ ชินจิ ทำให้นากาตะ เมโ ถึงกับกรอกตาใส่
"จริงด้วยค่ะหัวหน้า โทรศัพท์แจ้งเหตุหลายสายที่ได้รับเมื่อกี้ พวกเขาพร่ามเรื่องสัตว์ประหลาดทะเลอะไรนั่น มันคือเรื่องอะไรเหรอ!"
นากาตะ เมโ เอ่ยถามพลางตรวจสอบอุปกรณ์บนร่างกาย ดูเหมือนว่าเธอจะค่อนข้างตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ออกปฏิบัติการพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนมากเพื่อทำภารกิจที่มีอันตรายเช่นนี้
"นี่ยังเดาไม่ออกอีกเหรอ! เป็นพวกผู้ประท้วงจากต่างประเทศที่เล่นแร่แปรธาตุเพื่อหลอกให้ชาวประมงที่ออกล่าโลมาหวาดกลัวยังไงล่ะ เพื่อสกัดกั้นกิจกรรมที่อ่าวโลมา พวกเขาย่อมทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว"
ฟุรุคาวะ ชินจิ กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม พลางคาดการณ์ตามความคิดของตนเอง
"แต่น้ำเสียงของชาวประมงในโทรศัพท์ดูเร่งรีบมากเลย และโทรศัพท์ที่โทรไปภายหลังก็ติดต่อไม่ได้แล้วด้วย"
"นั่นแสดงว่าครั้งนี้พวกผู้ประท้วงทำเกินไปหน่อย จนทำให้ชาวประมงหวาดกลัวกันจริงๆ"
ฟุรุคาวะ ชินจิ ส่ายหัวเล็กน้อย แต่ในวินาทีถัดมาดูเหมือนเขาจะคิดบางอย่างออก จึงหันมามองนากาตะ เมโ ด้วยรอยยิ้มที่แฝงด้วยความนัย: "เป็นอะไรไปน่ะเมโนะน้อย เธอคงไม่ได้เชื่อเรื่องสัตว์ประหลาดทะเลที่เขาเล่าลือกันจริงๆ หรอก?"
"หนูเปล่าสักหน่อยค่ะ"
นากาตะ เมโ ยิ้มเจื่อนๆ เมื่อครู่เธอเพิ่งจะคิดแบบนั้นไปจริงๆ
เพื่อไม่ให้ถูกหัวหน้าแผนกหัวเราะเยาะ นากาตะ เมโ จึงเห็นประตูเหล็กที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า และรีบเบี่ยงประเด็นทันที: "หัวหน้า พวกเราถึงแล้วค่ะ"
เบื้องหน้าของรถตำรวจ มีประตูเหล็กขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นหนึ่งบาน
นี่เป็นทางเดียวที่จะเข้าไปในอ่าวโลมาได้ เพื่อสกัดกั้นบรรดาผู้ประท้วงคุ้มครองสัตว์จากต่างประเทศ ประตูบานนี้จึงมีการติดตั้งเหล็กแหลมไว้ โดยรอบยังมีเส้นลวดหนามและรั้วไม้ที่แหลมคม บนป้ายเตือนมีข้อความระบุถึงอันตรายและห้ามเข้า
ในยามปกติที่นี่จะมีชาวประมงที่พกพามีดมาคอยลาดตระเวน เพื่อขัดขวางไม่ให้พวกผู้ประท้วงบุกเข้าไปในอ่าวโลมา เพราะหากถูกพวกเขาถ่ายภาพการเข่นฆ่าโลมาและวาฬไปได้ งานด้านสื่อสารมวลชนจะทำได้ยากลำบากมาก
รถตำรวจเจ็ดแปดคันหยุดลง นายตำรวจสามสิบกว่านายเดินลงมา พวกเขาสวมเสื้อกั๊กยุทธวิธี บางคนถือโล่ป้องกันการจลาจล ก๊าซน้ำตา ปืนไฟฟ้า และกระทั่งบางคนก็มีปืนจริงพกอยู่ที่เอว ซึ่งภายใต้สถานการณ์ปกติ ตำรวจประเทศญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยพกปืนจริงกันเท่าไหร่
แต่เนื่องจากในอดีตเคยมีกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ที่หัวรุนแรงได้ก่อเหตุจนมีความวุ่นวายและมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ในการปฏิบัติภารกิจที่อ่าวโลมา เพื่อความปลอดภัย ตำรวจประเทศญี่ปุ่นจึงจำต้องพกปืนจริงมาด้วย
และเมื่อมาถึงทางเข้าอ่าวโลมา นากาตะ เมโ ก็ต้องตกใจมาก
"พวกชาวประมงหายไปหมดเลยค่ะ!"
ฟุรุคาวะ ชินจิ ยิ้มพลางกล่าวตำหนิ: "นี่มันมีอะไรน่าตกใจกันล่ะ"
เขาเดินไปหยุดอยู่ข้างกายของนากาตะ เมโ และมองตามแสงสปอร์ตไลท์ในมือนากาตะ เมโ ไป ทันใดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็แข็งค้างลงทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ศีรษะ จนทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดภายในอ่าวโลมาจึงไม่พบผู้คนเลย ในอ่าวโลมาเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นฝีมือของพวกผู้ประท้วงคุ้มครองสัตว์ที่คลั่งไคล้เหล่านั้นที่ลงมือฆ่าคน และทำให้บรรดาชาวประมงพากันหนีหายไปหมด
"หัว... หัว... หัวหน้า หนูเจอศีรษะคนคนหนึ่งค่ะ มีคนตายแล้วจริงๆ ค่ะ"
เมื่อฟุรุคาวะ ชินจิ เข้ามาอยู่ข้างกาย นากาตะ เมโ ดูเหมือนจะเรียกความกล้ากลับมาได้เล็กน้อย เธอคว้าแขนของฟุรุคาวะ ชินจิ ไว้แน่น
"ข้าเห็นแล้ว เกิดเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว ซากาตะ นั่งคนไปปิดล้อมและป้องกันสถานที่เกิดเหตุเดี๋ยวนี้ ฮิเดมิ ติดต่อรายงานสถานการณ์ไปยังจังหวัด และให้พวกเขาส่งเจ้าหน้าที่จากแผนกสืบสวนคดีอาญามาตรวจสอบ"
ฟุรุคาวะ ชินจิ คือตำรวจเก่าแก่ กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขากระตุกเล็กน้อย หลังจากสั่งการเสร็จจึงย่อตัวลง และพิจารณาศีรษะคนคนนั้นที่อยู่บนพื้นอย่างละเอียด
"บาดแผลนี้..."
ฟุรุคาวะ ชินจิ มีใบหน้าที่มีทั้งความตกตะลึงและความสงสัย เป็นเพราะที่บริเวณลำคอของศีรษะคนคนนั้น รอยตัดนั้นขรุขระและไม่สม่ำเสมอ ไม่เหมือนกับถูกของมีคมตัดจนขาด แต่ดูคล้ายกับผลงานจากการถูกสัตว์ร้ายบางชนิดใช้ฟันกัดแทะมากกว่า
"หัว... หัวหน้า ศีรษะคนคนนี้มันกลิ้งออกมาเองค่ะ ฆาตกรอาจจะยังอยู่ที่นี่ก็ได้"
นากาตะ เมโ กล่าวด้วยความเร่งรีบ คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของฟุรุคาวะ ชินจิ เปลี่ยนไปทันที
"ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า ทุกคน ฆาตกรอาจจะยังอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ ให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังด้วย"
ทันทีที่คำพูดของฟุรุคาวะ ชินจิ สิ้นสุดลง เสียงกรีดร้องที่แสบแก้วหูก็ดังแว่วมาอย่างกะทันหัน
นายตำรวจคนหนึ่งที่เป็นคนรั้งท้ายดูเหมือนจะถูกบางอย่างจับตัวไว้ และถูกลากหายเข้าไปในความมืด พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่กี่วินาทีเสียงนั้นก็เงียบหายลง
"แย่แล้ว ฆาตกรยังคงก่อเหตุอยู่อีก ทุกคนรีบมารวมตัวกันเร็วเข้า ใช้ไฟฉายส่องหาตำแหน่งของศัตรู"
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเพื่อนร่วมงาน ฟุรุคาวะ ชินจิ จึงตระหนักถึงความรุนแรงของสถานการณ์ และชักปืนพกที่เอวออกมา
นายตำรวจคนอื่นๆ ต่างพากันหวาดกลัวมาก โดยปกติพวกเขามักจะไม่ค่อยได้จัดการกับคดีอุกฉกรรจ์ที่อันตรายเช่นนี้ ซึ่งนั่นเป็นหน้าที่ของตำรวจจากแผนกสืบสวนคดีอาญา
ซวบซาบ!
ท่ามกลางความมืดมิด ดูเหมือนจะมีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ นายตำรวจที่ตึงเครียดโดยรอบต่างพากันสาดแสงไฟฉายไปมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้องการจะหาฆาตกรที่ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืดออกมา
แสงไฟฉายของนายตำรวจคนหนึ่งไปสะท้อนเข้ากับบางอย่าง สิ่งนั้นคือผิวหนังที่มีเส้นเลือดปูดโปนออกมา และมีปากที่เต็มไปด้วยฟันที่ดุร้ายกำลังอ้ากว้าง จากนั้นกลิ่นอายคาวเลือดที่รุนแรงก็พุ่งเข้าใส่หน้า
ปัง!
ร่างกายของเขาถูกลากหายเข้าไปในความมืดโดยตรง แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังส่งออกมาไม่ทัน
"ทางโน้น!"
แสงไฟฉายของเหล่านายตำรวจพุ่งไปทางนั้น แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง และไม่พบร่องรอยของฆาตกรเลย
"คุณยามาโมโตะถูกลากไปแล้ว"
"สรุปว่าเป็นใครกันแน่ที่บังอาจมาลอบโจมตีตำรวจ"
"ทำไมพวกโมริชิตะที่ไปซ่อมบำรุงวงจรไฟฟ้าถึงยังทำไม่เสร็จอีก หากไม่มีแสงไฟย่อมเสียเปรียบเกินไปแล้ว"
เหล่านายตำรวจต่างพากันวิตกกังวลและหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น ความหวาดกลัวทำให้หลายคนขาอ่อนแรงและมีใบหน้าซีดเผือด
"บัดซบที่สุด"
ฟุรุคาวะ ชินจิ มีโทสะพุ่งพล่าน ศัตรูช่างบังอาจยิ่งนัก ลงมือฆ่าคนแล้วยังไม่หนีไปไหน แต่กลับเลือกที่จะลอบโจมตีตำรวจต่อไป
"จะ... จะเป็นได้ไหม จะเป็นสัตว์ประหลาดทะเลที่เขาบอกจริงๆ ไหม"
นากาตะ เมโ ติดตามอยู่ข้างหลังฟุรุคาวะ ชินจิ อย่างใกล้ชิด และเอ่ยออกมาอย่างระมัดระวัง
ฟุรุคาวะ ชินจิ กำลังจะโต้ตอบ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินความเคลื่อนไหวอีกครั้ง ฆาตกรลงมืออีกแล้ว
นายตำรวจคนหนึ่งถูกลอบโจมตีและถูกลากเข้าไปในความมืด ครั้งนี้เหล่านายตำรวจที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วจึงสาดแสงไฟฉายไปทางนั้น แม้จะได้รับผลกระทบจากซากโลมาจำนวนมหาศาลที่แขวนอยู่ในโรงงาน แต่ก็ยังสามารถบันทึกภาพบางส่วนของฆาตกรไว้ได้
ส่วนของร่างกายที่บิดเบี้ยวและขาวซีดที่งอกออกมานั้น ราวกับผลองุ่นที่พาดอยู่อยู่บนผิวหนัง มีระยางค์คล้ายกับแมงมุมแปดขาที่ช่วยในการยึดเกาะกับกำแพง มีฟันที่แหลมคมและเย็นยะเยือก กำลังกัดเข้าที่ส่วนบนของร่างกายนายตำรวจคนนั้นไว้แน่น และลากเขาขึ้นไปบนเพดาน เลือดที่หยดลงมานั้นย้อมจนพื้นดินกลายเป็นสีแดง
"ต... ต... ตัวประหลาด"
"มันคือตัวอะไรกันแน่ ข้ายังไม่ตื่นจากฝันใช่ไหม"
"ฟูจิอิ... ฟูจิอิถูกสัตว์ประหลาดลากไปแล้ว"
"ข้าต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ในโลกนี้จะมีสัตว์ประหลาดได้อย่างไรกัน"
นายตำรวจในสถานที่เกิดเหตุต่างพากันนิ่งอึ้งไป แม้จะยังไม่เห็นภาพทั้งหมดของมัน แต่ศัตรูรายนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่มนุษย์แน่นอน สิ่งนี้สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ในช่วงเวลานี้เอง ฟุรุคาวะ ชินจิ ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่เรียกสติกลับมาได้ ก็เหนี่ยวไกปืนอย่างเด็ดขาด กระสุนพุ่งเข้าใส่ร่างกายของสัตว์ประหลาดที่กำลังคลานอยู่บนเพดาน จนได้ยินเสียงกรีดร้องสองสามเสียงแว่วมา
สัตว์ประหลาดรู้สึกเจ็บปวดจึงรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว นายตำรวจที่ถูกลอบโจมตีจึงร่วงหล่นลงมา แต่เหลือเพียงร่างครึ่งตัวล่างตั้งแต่บริเวณเอวลงมาเท่านั้น ส่วนอีกครี่งตัวยังคงถูกสัตว์ประหลาดคาบเอาไว้
ความเย็นยะเยือกเข้าโอบล้อมทุกคน การได้เห็นสัตว์ประหลาดปรากฏตัวต่อหน้าเช่นนี้ สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสามัญสำนึกของพวกเขามากเกินไป
"ทุกคน ถอนกำลังออกจากโรงงานด้วยกัน พวกเราต้องล่าถอยทัพ นี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะจัดการได้เองแล้ว"
ฟุรุคาวะ ชินจิ ใส่กระสุนพลางนำทีมพุ่งออกจากโรงงาน
นายตำรวจคนอื่นๆ ต่างพากันเรียกสติกลับมา และจ้องมองโรงงานที่มืดสนิท ก่อนจะรีบวิ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกไป
เมื่อออกมาถึงข้างนอก ราวกับเพราะเสียงปืนเมื่อครู่ได้ดึงดูดความสนใจจากบางสิ่งที่อยู่ในความมืด รอบกายจึงมีเสียงการเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดแว่วมา
"หัวหน้า พวกเราซ่อมบำรุงวงจรไฟฟ้าเสร็จแล้วค่ะ"
ในช่วงเวลานี้เอง ภายในวิทยุสื่อสารของตำรวจก็ได้มีเสียงรายงานจากนายตำรวจที่ไปตรวจสอบวงจรไฟฟ้าดังขึ้น
สีหน้าของฟุรุคาวะ ชินจิ เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขายังไม่ทันที่จะเอ่ยปากห้ามปราม ทันใดนั้นแสงไฟแต่ละแถวบนอ่าวโลมาก็ทยอยเปิดขึ้น และขับไล่ความมืดมิดออกไปจนหมด
อึก!
เส้นเลือดในสมองของนากาตะ เมโ ราวกับจะระเบิดออก ทุกส่วนของร่างกายสั่นเทา มือเท้าเย็นเฉียบดั่งก้อนน้ำแข็ง
เป็นเพราะบนชายหาด คลื่นทะเลกำลังซัดสาดเอาร่างกายมนุษย์แต่ละร่างขึ้นมา ซึ่งล้วนแต่อยู่ในสภาพที่แตกสลาย แขนขาขาดวิ่น ศีรษะคนลอยขึ้นลงอยู่ท่ามกลางคลื่นทะเลราวกับลูกบอล น้ำทะเลถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดง จำนวนนั้นมีมากจนเกินจะกวาดสายตามองได้หมด
คนหลายร้อยคนต้องมาตายที่นี่ ทำให้พื้นที่อ่าวโลมาที่เดิมทีก็ไม่ได้กว้างขวางนักแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่มีความนองเลือดและน่าหวาดกลัวมาก และชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียน
"มันคือสัตว์ประหลาดทะเลจริงๆ ด้วย"
สามัญสำนึกของฟุรุคาวะ ชินจิ พังทลายลง ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเป็นฆาตกรลงมือฆ่าคน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวประมงหนีหายไป แต่ผลที่ออกมากลับเป็นเพราะมีสัตว์ประหลาดทะเลปรากฏตัวขึ้นจริง ๆ
เนื่องจากการเปิดไฟ ไม่ใช่เพียงแค่พวกที่เห็นเหตุการณ์สลดบนชายหาดเท่านั้น แต่บรรดาสัตว์ประหลาดที่ซุ่มซ่อนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ก็ได้พบเห็นพวกเขาเช่นกัน
ปัง!
สัตว์ประหลาดจากโรงงานเมื่อครู่นี้พุ่งออกมาเป็นรายแรก
ส่วนล่างของมันมีระยางค์เดินคล้ายกับแมงมุม ส่วนบนนั้นมีรูปร่างเหมือนเต่าทะเล แต่ส่วนลำคอและหัวของเต่านั้นกลับเป็นรูปแบบของปลาไหลทะเล ราวกับว่าปลาไหลทะเลถูกนำมาเสียบไว้บนตัวเต่าทะเล มันดูมีความผิดปกติมาก และไม่มีรูปกายของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลตามปกติเลย มันทั้งอัปลักษณ์และน่าหวาดกลัว และทั่วทั้งร่างกายแฝงไปด้วยกลิ่นอายความดุร้ายที่พร้อมจะเลือกกินผู้คน
"ยิงได้"
ฟุรุคาวะ ชินจิน ตวาดออกมาหนึ่งเสียง พร้อมกับเหนี่ยวไกปืน
กระสุนพุ่งเข้าใส่เจ้าสัตว์ประหลาดเต่าแมงมุมตัวนี้ หากโดนเข้าที่กระดองเต่าก็สะท้อนกระเด็นออกไป แต่หากยิงเข้าที่ส่วนที่เปิดเผยอยู่นั้นย่อมสร้างความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตำรวจคนอื่นๆ พากันยิงตามมา และเหนี่ยวไกปืนอย่างต่อเนื่อง ราวกับต้องการจะระบายความหวาดกลัวในใจของตนเองออกมา
กระสุนที่ยิงเข้าไปในร่างกายของสัตว์ประหลาดเต่าแมงมุมทำให้เกิดละอองเลือดสาดกระเซ็นออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งนี้กลับยิ่งกระตุ้นความดุร้ายของฝ่ายตรงข้ามให้มากยิ่งขึ้น
สัตว์ประหลาดเต่าแมงมุมพุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรง และกระแทกจนนายตำรวจหลายคนกระเด็นหายไป ระยางค์เดินที่อยู่ใต้เท้าคว้าตัวนายตำรวจคนหนึ่งไว้ และฉีกร่างของเขาออกเป็นสองซีกทันที
ปากที่เต็มไปด้วยฟันที่ดุร้ายซึ่งอ้ากว้างอยู่นั้น ก็ได้กัดคอของนายตำรวจคนหนึ่งจนขาดกระเด็นออกไป
หลังจากสังหารนายตำรวจไปได้หลายคน หัวของมันก็ถูกยิงเข้าใส่หลายนัดอย่างต่อเนื่อง กระสุนบางนัดยังมุดเข้าไปในช่องปาก และพุ่งเข้าสู่สมองที่เปราะบางของมัน
ตุบ!
สัตว์ประหลาดเต่าแมงมุมที่ดูดุร้ายตัวนี้สะดุดล้มลง และนอนชักกระตุกอยู่บนพื้น
แต่บรรดานายตำรวจเหล่านี้กลับไม่มีรอยยิ้มที่แสดงความยินดีรอดตายปรากฏบนใบหน้าเลย เพราะนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ท่ามกลางความมืดมิด ยังมีสัตว์ประหลาดอีกหลายตัวทยอยพุ่งเข้ามาทางนี้
โครม!
ปูยักษ์ตัวหนึ่งที่มีความสูงกว่าหกเมตรและมีขนาดใหญ่เท่ากับบ้านหลังหนึ่งปรากฏตัวขึ้น กระดองปูของมันสะท้อนแสงโลหะจางๆ ออกมา มีดวงตาจำนวนมากกว่าหลายสิบดวงที่ตั้งขึ้นมาคล้ายกับหอยทาก ก้ามปูราวกับมีดโกนที่แหลมคม เพียงแค่หนีบลงไปครั้งเดียว ก็สามารถทำให้คนขาดออกเป็นสองท่อนได้โดยตรง
นายตำรวจคนหนึ่งถูกสัตว์ประหลาดปูยักษ์หนีบไว้ทันที จากนั้นจึงถูกส่งเข้าไปในช่องปาก ซึ่งปากของมันมีลักษณะคล้ายกับดอกเบญจมาศ เมื่อคนถูกส่งเข้าไป ก็ราวกับตกลงไปในเครื่องปั่น และถูกพอกจนกลายเป็นเนื้อบดก่อนจะถูกกลืนลงไปในท้อง
แต่กระสุนปืนพกที่ยิงเข้าไปนั้น กลับไม่สามารถทำลายการป้องกันลงได้เลย พลังป้องกันของมันช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก และรุนแรงยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดเต่าแมงมุมที่ถูกฆ่าตายก่อนหน้านี้มาก
นอกจากนี้ยังมีสัตว์ประหลาดที่คล้ายกับปลากระเบนราหู แต่มีปีกที่ปกคลุมด้วยขนนก และสามารถร่อนตัวได้ต่ำ ๆ หางที่ยาวเรียวของมันพ่นพิษออกมา หากสาดกระเซ็นไปโดนตัวคน นายตำรวจเหล่านั้นก็จะมีใบหน้าสีคล้ำลงทันที และล้มลงกลางอากาศพร้อมกับกระอักเลือดสีดำออกมาอย่างเจ็บปวด และเสียชีวิตลงด้วยพิษในชั่วพริบตา
นอกจากนี้ยังมีปลากระเบนไฟฟ้าที่มีความยาวกว่าสิบเมตร แม้จะเรียกว่าปลากระเบนไฟฟ้า แต่ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยเกล็ดสีดำ มีเขาเดี่ยวงอกออกมาบนหัว และมีลำคอที่เรียวยาวสามส่วนที่ปลายคือหัวทรงสามเหลี่ยมสามหัว ร่างกายของมันสามารถกระตุ้นกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงออกมาได้
นายตำรวจทุกคนที่เข้าใกล้ตัวมัน จะถูกไฟฟ้าช็อตจนกลายเป็นศพไหม้เกรียม และส่งกลิ่นหอมของเนื้อหนังออกมา จากนั้นจึงถูกหัวทั้งสามของปลากระเบนไฟฟ้าแย่งชิงกันกัดกิน
"สู้ไม่ได้... สู้ไม่ได้เลยสักนิด"
"สัตว์ประหลาดเยอะเหลือเกิน พวกเราต้องการกำลังเสริม"
"ถอยทัพ รีบถอยทัพเร็วเข้า"
นายตำรวจหลายสิบคนหวาดกลัวจนอุจจาระปัสสาวะราด เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานและสหายรบเสียชีวิตอย่างสลดต่อหน้าต่อตา และเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัวเหล่านี้ ซึ่งเหนือความเข้าใจของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ทันใดนั้นนายตำรวจเหล่านี้จึงพากันแตกฉานซ่านเซ็น ต่างพากันร้องห่มร้องไห้ตะโกนเรียกหาพ่อแม่พลางหันหลังหนีสุดชีวิต
แต่เบื้องหลัง บรรดาสัตว์ประหลาดที่ได้ลิ้มรสชาติของเนื้อหนังกลับยิ่งมีความดุร้ายมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นอาหารกำลังวิ่งหนี จึงย่อมไม่ยอมรามือ และพากันไล่ตามอย่างไม่ลด
ภายในอ่าวโลมามีเสียงกรีดร้องของมนุษย์และเสียงโหยหวนก่อนตายดังแว่วมาเป็นระยะ ประกอบกับเหล่าสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายและน่าหวาดกลัว เพื่อแย่งชิงอาหารกัน จึงส่งเสียงร้องจี๊ด ๆ ด้วยความตื่นเต้นออกมา และเป็นเพราะอาหารมีไม่เพียงพอ สัตว์ประหลาดเหล่านี้จึงเกิดการต่อสู้กันเอง สิ่งนี้จึงมอบโอกาสในการหลบหนีให้แก่นายตำรวจอย่างไม่คาดคิด
สุดท้ายแล้ว นายตำรวจต่างพากันสูญเสียกำลังคนไปตลอดเส้นทาง กระทั่งเมื่อเดินทางมาถึงทางเข้าอ่าวโลมา นายตำรวจจึงเหลืออยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น นายตำรวจคนอื่นๆ ต่างพากันตกเป็นอาหารของเหล่าสัตว์ประหลาดไปหมดแล้ว
โครม!
สัตว์ประหลาดปูยักษ์ตัวที่ดุร้ายที่สุดซึ่งมีกระดองปูที่หนาแน่นและแข็งแกร่ง และแผ่ก้ามปูไปมา ก็ได้ไล่ตามมาทัน ตลอดเส้นทางโคมไฟถนนและต้นไม้ต่างถูกชนจนหักโค่น สร้างความหวาดกลัวให้แก่นายตำรวจที่เหลือรอดจนต้องใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการวิ่งพุ่งตรงไปยังรถตำรวจที่จอดอยู่
"รีบขึ้นรถเร็ว"
ฟุรุคาวะ ชินจิ นำตัวนากาตะ เมโ มาได้สำเร็จ รถตำรวจอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ แต่เขากลับไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะยอมทิ้งโอกาสในการขึ้นรถไป
เป็นเพราะก้ามปูขนาดใหญ่หนีบตัวเขาไว้ได้แล้ว โดยหนีบเท้าทั้งสองข้างของเขาไว้ และเหวี่ยงเขาเข้าหาปากปู ทั้งที่มือของเขาสัมผัสกับมือจับประตูรถตำรวจแล้วแท้ๆ แต่กลับไม่สามารถขึ้นรถไปได้อีกต่อไป
"หัวหน้า!"
นากาตะ เมโ หวาดกลัวจนใบหน้าซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้า
"รายงานเรื่องนี้ไปทางศูนย์เสีย รีบไป!"
ฟุรุคาวะ ชินจิ โยนกุญแจรถให้แก่นากาตะ เมโ พลางยกปืนพกเล็งไปที่ปากและดวงตาของสัตว์ประหลาดปูยักษ์และยิงติดต่อกันหลายนัด กระสุนทำลายดวงตาของมันไปหลายดวง แต่สำหรับสัตว์ประหลาดปูยักษ์ที่มีดวงตานับทับสิบดวงแล้วถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แต่การกระทำนี้ได้สร้างความโกรธแค้นให้แก่สัตว์ประหลาดตัวนี้อย่างไม่ต้องสงสัย สัตว์ประหลาดทะเลจึงเลือกที่จะใช้ก้ามปูหนีบตัวฟุรุคาวะ ชินจิ ออกเป็นหลายท่อนเพื่อระบายโทสะ
นากาตะ เมโ อาศัยจังหวะที่ฟุรุคาวะ ชินจิ ช่วยถ่วงเวลาไว้ให้ เก็บกุญแจรถและขึ้นไปบนรถ พร้อมกับเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เบื้องหลัง สัตว์ประหลาดปูยักษ์พยายามไล่ตามมาเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความเร็วของรถมันจึงไล่ไม่ทัน มันจึงส่งเสียงกรีดร้องจี๊ด ๆ ออกมาด้วยความโกรธแค้น และเหยียบรถตำรวจที่จอดทิ้งไว้โดยรอบจนแบนแต๋ทั้งหมด
"ฮือ ๆ ทำไมถึงมีสัตว์ประหลาดทะเลจริงๆ ด้วยล่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ทุกคนตายกันหมดแล้ว"
นากาตะ เมโ เห็นสัตว์ประหลาดทะเลด้านหลังไม่ไล่ตามมาอีก เหลือเพียงเธอคนเดียวที่โชคดีรอดออกมาได้ น้ำตาก็อาบจนนองหน้าไปหมดแล้ว
"ไม่ได้ ทุกคนจะตายเปล่าไม่ได้ ข้าต้องรีบนำเรื่องที่เกิดขึ้นในอ่าวโลมาไปแจ้งให้แก่ศูนย์ทราบ"
นากาตะ เมโ ปาดน้ำตาออก โทรศัพท์มือถือของเธอร่วงหล่นหายไปในช่วงที่หนีเอาชีวิตรอดเมื่อครู่ ในยามนี้เธอจึงทำได้เพียงรีบขับรถกลับไปยังเมือง เพื่อให้ทุกคนมาช่วยกันล้อมกำจัดปีศาจที่น่าหวาดกลัวเหล่านี้
รถยนต์ขับเคลื่อนไปบนท้องถนนอย่างรวดเร็ว เมื่อผ่านถนนช่วงที่ติดทะเล เสียงน้ำทะเลที่ปั่นป่วนก็ดังขึ้นอย่างมหาศาล
"นั่นมัน..."
นากาตะ เมโ หันหน้ากลับไปมอง เธอจึงพบว่าภายใต้น้ำทะเล เกิดคลื่นยักษ์สีขาวซัดสาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ราวกับกระแสคลื่นที่ซัดสาดต่อเนื่องกันไกลหลายกิโลเมตร ราวกับว่ามีสัตว์ประหลาดทะเลนับหมื่นตัวกำลังกวนน้ำทะเลให้เกิดคลื่นลมขึ้นมา
นากาตะ เมโ เห็นภาพเหตุการณ์นี้ อ้าปากค้าง เมื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ในอ่าวโลมาก่อนหน้านี้เข้าด้วยกัน เบาะแสทั้งหมดก็ถูกรวบรวมเข้าด้วยกันทันที
เหตุการณ์ที่สลดในอ่าวโลมาที่มีชาวประมงเสียชีวิตไปหลายร้อยคนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สัตว์ประหลาดทะเลเพียงไม่กี่ตัวจะทำได้แน่นอน จำนวนของสัตว์ประหลาดทะเลนั้นมีมากกว่าที่จินตนาการไว้มากเกินไป
เพียงแต่พวกมันเลือกที่จะจากอ่าวโลมาไปก่อนก้าวหนึ่ง เพราะอาหารในอ่าวโลมามีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เธอจึงโชคดีรอดออกมาได้
ส่วนทิศทางที่บรรดาสัตว์ประหลาดทะเลเหล่านี้มุ่งหน้าไปนั้น หากอาหารของพวกมันคือมนุษย์ เช่นนั้นสถานที่ใดที่มีอาหารมากที่สุด ย่อมจะมีเพียงที่เดียวเท่านั้น...
"หรือว่า สัตว์ประหลาดเหล่านี้จะมุ่งหน้าไปที่เมือง"
นากาตะ เมโ สั่นเทาไปทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อเห็นทิศทางที่กระแสคลื่นมุ่งหน้าไป เธอจึงนึกถึงความเป็นไปได้ที่น่าหวาดกลัวอย่างหนึ่ง
ทันทีที่บรรดาสัตว์ประหลาดทะเลเหล่านั้นบุกเข้าสู่เมืองขนานใหญ่ เมืองทั้งเมืองจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร เพียงแค่นึกถึงจุดนี้ นากาตะ เมโ ก็ไม่อาจระงับความหวาดกลัวในใจได้เลย
"ไม่ได้ ข้าจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้"
เธอกัดริมฝีปากแน่น นากาตะ เมโ เหยียบคันเร่งจนจมมิด เธอต้องหยุดยั้งเรื่องแบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นให้ได้