เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 620 การบังคับใช้กฎหมายที่อบอุ่น

บทที่ 620 การบังคับใช้กฎหมายที่อบอุ่น

บทที่ 620 การบังคับใช้กฎหมายที่อบอุ่น


บทที่ 620 การบังคับใช้กฎหมายที่อบอุ่น

หลังจากเมืองเทลอาวีฟถูกกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอยึดครอง และได้นำทหารขององค์กรฟาฮาเข้ามาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ในไม่ช้าเมืองแห่งนี้ก็ถูกควบคุมไว้อย่างเบ็ดเสร็จ

โดยเฉพาะทหารขององค์กรฟาฮาที่มีความกระตือรือร้นในการทำงานมาก และสามารถเข้าถึงจิตวิญญาณของผู้นำได้อย่างลึกซึ้ง

ในแต่ละวันตามตรอกซอกซอยของเมืองเทลอาวีฟ จะมีทหารขององค์กรฟาฮาออกวิ่งวุ่นเพื่อจับกุมผู้ที่อาจมีเชื้อไวรัสซอมบี้แฝงอยู่ในร่างกาย

สำหรับวิธีการตัดสินใจนั้น เนื่องจากในปัจจุบันความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสซอมบี้ของโลกยังคงมีอยู่อย่างจำกัด และยังไม่มีวิธีการตรวจหาเชื้อที่มีประสิทธิภาพ จึงต้องอาศัยการตัดสินใจของเหล่าทหารเป็นหลัก

ใครก็ตามที่เห็นทหารขององค์กรฟาฮาแล้วหลบหนี หรือขัดขืนการควบคุมของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอในพื้นที่แห่งนี้ ย่อมเป็นผู้ที่มีเชื้อไวรัสซอมบี้แฝงอยู่

ไม่เช่นนั้นเหตุใดจึงต้องวิ่งหนีเมื่อพบทหาร หากในใจไม่มีพิรุธ เหตุใดจึงต้องแสดงท่าทีขัดขืน

พวกเขาไม่รู้หรือว่า สิ่งที่กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอทำไปนั้น ทั้งหมดก็เพื่อตัวของพวกเขาเอง

การเดินทางมาของกองทัพองค์กรฟาฮานั้น ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสซอมบี้ เพียงเพื่อต้องการให้โลกทั้งใบปลอดภัยจากการคุกคามของไวรัสซอมบี้

ส่วนคำพุดเหลวไหลที่ว่า จำนวนชาวประเทศยิวที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอและทหารองค์กรฟาฮานั้น มากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสซอมบี้ถึงสิบเท่า ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง

นี่คือการปฏิบัติการกำจัดแหล่งแพร่เชื้อที่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อแพร่กระจายออกไป

สำหรับผู้ที่ยังคงกล้าออกมาประท้วงและเดินขบวน ทหารขององค์กรฟาฮาจะถูกส่งออกไปเพื่อจัดการกับกลุ่มเซื้อสายยิวเหล่านั้น และทำการจับกุมขนานใหญ่เพื่อนำตัวกลับไปยังพื้นที่กักกัน เพื่อเข้ารับการศึกษาและตรวจสอบไวรัส

..................

ค่ายกักกันซีฮาเอิน!

นี่คือหนึ่งในค่ายกักกันไวรัสซอมบี้ที่ตั้งอยู่ในเมืองเทลอาวีฟ ซึ่งมีชาวเชื้อสายยิวประมาณห้าหมื่นคนถูกกักตัวไว้ที่นี่

ในตอนนี้ที่บริเวณด้านหน้าประตูค่ายกักกันซีฮาเอิน มีขบวนรถที่มีสัญลักษณ์สภากาชาดขับมาจอดอยู่

หญิงสาวชาวตะวันตกที่มีผมสีทองและดวงตาสีฟ้าเดินลงมาจากรถ และแสดงบัตรประจำตัวต่อเจ้าหน้าที่เวรยาม

"ข้าคือดาฟเนียร์ เฟลตเชอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาจากองค์การอนามัยโลก นี่คือทีมแพทย์ที่พวกเราส่งมา โดยทำงานร่วมกับแพทย์และพยาบาลจากสภากาชาดสากล พวกเรามาที่นี่เพื่อวิจัยไวรัสซอมบี้ และพยายามแก้ไขวิกฤตไวรัสซอมบี้ในประเทศยิวให้ได้โดยเร็วที่สุด รวมถึงการพัฒนาวัคซีนที่เกี่ยวข้องด้วย"

ดาฟเนียร์มองไปที่ทหารขององค์กรฟาฮาที่ยืนเวรยามอยู่ และสภาพแวดล้อมที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา หากจะกล่าวว่าที่นี่คือพื้นที่กักกัน สภาพของมันกลับดูเหมือนคุกขนาดใหญ่มากกว่าเดิม

"ขออภัย ข้าไม่ได้รับแจ้งเรื่องนี้"

ทหารขององค์กรฟาฮาที่ยืนเวรยามอยู่ไม่สนใจ และไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้คนเหล่านี้เข้าไปข้างใน

"พวกแกต้องกำลังทำการประหัตประหารเผ่าพันธุ์อยู่ข้างในแน่ๆ ถึงได้มีท่าทีหวาดระแวงเช่นนี้"

ชายคนหนึ่งตะโกนออกมาและอดไม่ได้ที่จะกล่าวตำหนิ

เขาชื่อเซมอน มิลล์ส พลเมืองของจักรวรรดิอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและการพัฒนาวัคซีน และมีเชื้อสายยิวอยู่ในตัวหนึ่งในสี่ส่วน

"เซมอน อย่าไปทำให้พวกเขาโกรธ"

เมื่อเห็นสายตาของทหารองค์กรฟาฮาที่เริ่มดูอันตราย ดาฟเนียร์จึงรีบขัดจังหวะคำพุดของเพื่อนร่วมงานทันที

"พวกคุณดำเนินการกักกันมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอเคยกล่าวต่อสาธารณะว่า ไวรัสซอมบี้อยู่ภายใต้การควบคุม และยินดีให้คนทั่วโลกตรวจสอบ หากแม้แต่คนจากองค์การอนามัยโลกยังไม่ได้รับความยินดี ข้าก็เริ่มสงสัยความจริงในสิ่งที่กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอกล่าวไว้"

ดาฟเนียร์หรี่ตาลงและกล่าวออกมาด้วยเหตุผล

"ปล่อยให้พวกเขาเข้าไป"

ในขณะนั้นเอง หลังจากได้รับรายงาน ตูซินซึ่งเป็นผู้นำขององค์กรฟาฮาที่กำลังตรวจสอบพื้นที่อยู่พอดีก็เดินออกมา เขาชำเลืองมองทีมกู้ภัยสภากาชาดนี้ และไม่ได้ทำการขัดขวางต่อไป

"คุณตูซิน ขอบคุณสำหรับความเข้าใจของคุณ"

ดาฟเนียร์มองไปที่ตูซิน เธอได้ทำการศึกษาข้อมูลมาก่อนที่จะเดินทางมา จึงรู้ซึ้งถึงสถานะของเขาเป็นอย่างดี

"ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของมวลมนุษยชาติ หากกำจัดไวรัสซอมบี้ได้เร็วขึ้นหนึ่งวัน และวิจัยวัคซีนที่เกี่ยวข้องได้เร็วขึ้น ก็จะมีความปลอดภัยมากขึ้น ในขณะที่ยังมีเวลา ข้าจะพาพวกคุณเข้าไปเยี่ยมชมข้างใน"

ตูซินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา จากนั้นจึงนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาเหล่านี้เดินเข้าไปในค่ายกักกันซีฮาเอิน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเดินไปทั่วจนเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น

ในตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ซึ่งเป็นเวลาแจกจ่ายอาหารของพื้นที่กักกัน ชาวเชื้อสายยิวแต่ละคนต่างก็เข้าแถวเรียงกันยาวราวกับมังกรเพื่อรอรับอาหาร

ชาวเชื้อสายยิวเหล่านี้ดูอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก พวกเขาสวมชุดคนไข้สีน้ำเงินที่เหมือนกัน และมีสีหน้าท่าทางที่เหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุด

"คุณตูซิน พวกเขาทานสิ่งเหล่านี้หรือ? สิ่งนี้คนสามารถทานได้ด้วยหรือ?"

ดาฟเนียร์อดไม่ได้ที่จะเอามือปิดปากเมื่อเห็นอาหารเหล่านั้น มันคือมันฝรั่งบดที่ทำมาจากมันฝรั่งเก่าที่เน่าเสีย เนื้อเศษที่ดูน่าขยะแขยงและเหนียวเหนอะห ใบผักที่เน่าเปื่อยจนเป็นสีเหลือง และมีแมลงวันบินว่อนไปมา ในสายตาของเธอ อาหารเหล่านั้นแทบจะไม่สามารถเรียกว่าเป็นอาหารสำหรับคนได้เลย

"ในตอนนี้ทรัพยากรของพวกเราก็มีความยากลำกาก ดังนั้นสวัสดิการจึงอาจจะด้อยไปบ้าง แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่ทานไม่ได้ ตอนข้ายังเด็ก ข้าเคยทานแม้กระทั่งแมลงสาบและหนู"

ตูซินไม่ได้สนใจ และยังรู้สึกว่าสิ่งที่ชาวเชื้อสายยิวเหล่านี้ได้รับนั้นยังถือว่าดีเกินไปด้วยซ้ำ

ในสถานที่แห่งนั้น หลังจากที่ทีมแพทย์สภากาชาดของดาฟเนียร์ปรากฏตัวออกมา ชาวเชื้อสายยิวที่กำลังเข้าแถวอยู่ต่างก็พากันหันมามองทางนี้อยู่บ่อยครั้ง

ในที่สุดก็มีชาวเชื้อสายยิวที่ทนไม่ไหว พุ่งตรงมาทางนี้และนำพาให้คนอีกจำนวนมากวิ่งออกจากแถวตรงมาหาดาฟเนียร์และคนอื่นๆ

"พวกคุณมาจากสภากาชาด ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าออกไปจากที่นี่ที"

"ฮือๆ เจ้าคนโฉดพวกนี้ สามีของพวกเราถูกพวกเขาฆ่าตาย พวกเขาคือปีศาจ"

"ข้าไม่ได้ติดเชื้อไวรัสซอมบี้อะไรนั่นเลย ข้าก็แค่ขว้างก้อนหินใส่รถทหารของพวกเขาบนถนน พวกเขาก็จับข้าเข้ามา"

ชาวเชื้อสายยิวที่พุ่งออกมาเหล่านี้ราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต พวกเขาพุ่งเข้าหาดาฟเนียร์และทีมแพทย์ด้วยความตื่นเต้น เพื่อหวังจะได้รับความคุ้มครอง เมื่อมองดูเผินๆ จึงดูเหมือนซอมบี้ที่หลุดออกจากกรง จนทำให้ดาฟเนียร์และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์คนอื่นๆ พากันตกใจ

แต่ในวินาทีต่อมา พร้อมกับเสียงนกหวีดที่ดังขึ้น ทหารขององค์กรฟาฮาที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยแต่ละคนก็ถือกระบองและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ดาฟเนียร์ตกใจจนหน้าถอดสี คนที่วิ่งมาเร็วที่สุดคือชายชาวเชื้อสายยิวคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น

"ช่วยข้าด้วย ข้าต้องการแจ้งเรื่อง..."

ชายชาวเชื้อสายยิวที่วิ่งมาเร็วที่สุดผู้นั้นยังพุดไม่จบ ก็มีเสียงดังสนั่นขึ้น!

กระบองด้ามหนึ่งฟาดลงมาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ กระแทกเข้าที่หน้าแข้งของชายชาวเชื้อสายยิวผู้นั้นโดยตรง จนมีเสียงกระดูกแตกดังแว่วออกมา การฟาดครั้งแรกนี้คือการป้องกันไม่ให้หลบหนี

ชายผู้นั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและล้มลงใต้พื้น หน้าแข้งของเขาบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากถูกกระบองฟาดจนกระดูกหัก

จากนั้นการฟาดครั้งที่สองก็กระแทกเข้าที่ปากของเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ร้องขอชีวิต และเป็นการอุดคำพุดที่เขาพยายามจะกล่าวออกมาทั้งหมด จนทำให้เลือดไหลอาบไปทั่วปาก และมีฟันหลุดออกมาหลายซี่ สภาพดูน่าเวทนา

ทหารขององค์กรฟาฮาแต่ละคนราวกับเสือและสิงห์ ทั้งเตะและต่อยจนทำให้ในสถานที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวน นับว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่อบอุ่น การเหวี่ยงกระบองที่มีพละกำลัง การออกหมัดที่แม่นยำ และการยกขาที่มีความรวดเร็ว

"คุณตูซิน พวกคุณจัดการพื้นที่กักกันเช่นนี้หรือ พวกเขาคือผู้ป่วย ไม่ใช่อาชญากร ไม่สิ ถึงจะเป็นอาชญากรก็ทำเช่นนี้ไม่ได้!"

หน้าอกของดาฟเนียร์กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เธอมีสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อและมองดูด้วยความตกตะลึง

"คุณดาฟเนียร์ คุณต้องเข้าใจว่า คนเหล่านี้เป็นเพราะติดเชื้อไวรัสซอมบี้ จึงได้แสดงอาการคลุ้มคลั่งออกมาเช่นนี้ ตามการวิจัยของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ นี่คืออาการในระยะเริ่มต้นของไวรัสซอมบี้ ซึ่งมักจะโจมตีคนรอบข้างและพุดจาเพ้อเจ้อ หากไม่รีบยับยั้งไว้ ไวรัสก็จะเข้าควบคุมสมองของพวกเขา และมีโอกาสที่จะกลายร่างเป็นซอมบี้ได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราจึงต้องรีบยับยั้งไว้ และนี่ก็เพื่อตัวของพวกเขาเองด้วย"

ตูซินกล่าวคำโกหกออกมาหน้าตาเฉย จนทำให้ดาฟเนียร์ที่อยู่ข้างๆ ถึงกับอึ้งไป

ดาฟเนียร์รู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล แต่กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์ ในระดับไวรัสและพันธุกรรม ย่อมไม่มีใครกล้ากล่าวว่ามีความสามารถสูงกว่ากลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ ในเมื่อกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอกล่าวเช่นนี้ ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า... บ้าไปแล้ว! เห็นเธอเป็นคนใสซื่อที่หลอกง่ายหรืออย่างไร!

"คุณตูซิน ข้าไม่ใช่คนโง่"

ดาฟเนียร์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา เธอรู้สึกว่าสติปัญญาของตนเองกำลังถูกดูหมิ่น

"พวกคุณกำลังก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หลังจากออกไปแล้ว ข้าจะต้องนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ"

เซมอนยิ่งโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น ภาพเหตุการณ์ตรงหน้านี้ท้าทายจริยธรรมของเขามาก การได้เห็นชะตากรรมของเพื่อนร่วมชาติทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับเกิดขึ้นกับตัวเอง

ตูซินเหลือบมองเซมอนและไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงแต่กล่าวออกมาอย่างราบเรียบว่า: "ไปกันเถอะคุณดาฟเนียร์ พวกเราไปดูที่อื่นกันต่อ"

เมื่อผ่านโรงอาหารที่วุ่นวายไป ทีมงานก็มาถึงเหมืองขุดที่เปิดโล่ง ที่นี่มีชาวเชื้อสายยิวจำนวนมากกำลังทำงานอย่างหนักจนเหงื่อท่วมตัว เพื่อทำการขุดแร่

เป็นระยะที่จะเห็นใครบางคนที่ทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหว และลงไปนั่งหอบหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ

ในตอนนั้น ทหารขององค์กรฟาฮาที่ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมงานก็จะก้าวเข้ามา และใช้กระบองเข้าทุบตีเพื่อจัดการ จากนั้นจึงลากตัวชาวเชื้อสายยิวที่มีบาดแผลทั่วร่างกายไปกักขังไว้ในห้องมืด

ส่วนชาวเชื้อสายยิวที่กำลังขุดแร่อยู่ต่างก็มีสีหน้าที่เรียบเฉย ดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น และพวกเขาต่างก็ยอมรับในความเป็นจริงนี้แล้ว

"เหตุใดจึงต้องให้ทำงานหนักเช่นนี้ ผู้ป่วยจะสามารถทนต่อการทำงานที่ต้องใช้พละกำลังมากขนาดนี้ได้อย่างไร?"

ดาฟเนียร์ตกใจขึ้นมาอีกครั้ง ทหารขององค์กรฟาฮาเหล่านี้ไม่ได้เห็นชาวเชื้อสายยิวเป็นคนเลยแม้แต่น้อย!

"การทำงานที่ใช้พละกำลังจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดรวดเร็วขึ้น และช่วยกดทับความเร็วในการแพร่กระจายของไวรัสซอมบี้ในร่างกายของพวกเขา ส่วนพวกที่อู้งาน ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ไวรัสในร่างกายใกล้จะกำเริบขึ้นมาแล้ว พละกำลังจึงลดลงจนไม่อาจควบคุมร่างกายของตนเองได้"

ตูซินยิ้มออกมาและให้คำตอบที่ดูสมบูรณ์แบบ

"นี่คือการเหยียบย่ำสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน พวกคุณ..."

เซมอนยังต้องการจะกล่าวพุดต่อไป แต่กลับถูกดาฟเนียร์เอามือปิดปากไว้

"คุณตูซิน ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว โปรดพาข้าไปยังสถานที่ทำงานเถอะ ในตอนนี้ข้าต้องการทุ่มเทให้กับงาน เพื่อที่จะได้แก้ไขการคุกคามของไวรัสซอมบี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด จะได้ปลดปล่อยประเทศยิวให้เป็นอิสระ และให้ประชาชนที่นี่ได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอีกครั้ง"

ดาฟเนียร์แสดงรอยยิ้มที่ฝืนธรรมชาติออกมา ในตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่า นอกจากการวิจัยวัคซีนไวรัสซอมบี้ในครั้งนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือการรับมือกับการคุกคามที่นอกเหนือไปจากเรื่องงาน

จบบทที่ บทที่ 620 การบังคับใช้กฎหมายที่อบอุ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว