- หน้าแรก
- พลิกโลกเซียนด้วยทรัพยากรพันล้าน
- บทที่ 619 จงรักภักดี!!!
บทที่ 619 จงรักภักดี!!!
บทที่ 619 จงรักภักดี!!!
บทที่ 619 จงรักภักดี!!!
เมืองเทลอาวีฟ!
เมื่อกองทัพองค์กรฟาฮาเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงของประเทศยิวแห่งนี้ ด้วยความโกรธแค้นที่มีมาแต่อดีต ต่างฝ่ายต่างก็พากันชำระแค้นตามที่ตนเองได้รับมา และเปิดฉากการเคลื่อนไหวไปทั่วทุกหนแห่งในเมืองเทลอาวีฟ
หมู่บ้านอันหลาน ทหารขององค์กรฟาฮาทีมหนึ่งขับรถบรรทุกบุกเข้าไปข้างในด้วยความรวดเร็ว
หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากการทิ้งระเบิดมากนักเนื่องจากทำเลที่ตั้ง สามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์ กระเบื้องเคลือบที่สวยงาม สระว่ายน้ำส่วนกลาง และสนามกีฬาภายในหมู่บ้านระดับไฮเอนด์แห่งนี้ได้อย่างชัดเจน
ผู้นำทีมมีสองคน คนหนึ่งคือนายทหารของกองทัพองค์กรฟาฮา ส่วนอีกคนหนึ่งคือนักรบพันธุกรรมที่ไม่ได้สวมชุดเกราะชีวภาพ
"โซนทา ให้คนของเจ้าเริ่มเคลื่อนไหวได้แล้ว"
เผิงจี้ถูคือนักรบพันธุกรรมจากกองพันเหล็กกล้า ในตอนนี้เขาสวมชุดสูทและยืนเอามือไพล่หลัง พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
ในฐานะนักรบพันธุกรรมที่จัดการกับกองทัพประเทศยิวในเมืองเทลอาวีฟเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาจึงได้รับมอบหมายภารกิจในการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยหลังสิ้นสุดสงคราม และทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมทหารขององค์กรฟาฮา
"คุณเผิง โปรดวางใจได้เลย"
โซนทาพยักหน้าติดกันหลายครั้ง เขาเป็นผู้บังคับกองร้อยขององค์กรฟาฮา หลังจากรับคำสั่งแล้ว เขาก็รีบสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนร้อยกว่านายให้ทำการปิดล้อมทางออกทุกจุดของหมู่บ้านทันที และยังได้นำเอกสารทางการไปติดไว้ที่ประตูทางเข้าหลักของหมู่บ้านด้วยตนเอง
《เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสซอมบี้ที่อาจจะสร้างความวุ่นวายไปทั่วโลก นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ชาวประเทศยิวภายในหมู่บ้านจะต้องออกจากบ้านเรือนของตนเอง เพื่อเข้ารับการควบคุม ณ จุดรวมพลที่เรากำหนดไว้ และเพื่อจัดระเบียบที่อยู่อาศัยใหม่ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครติดเชื้อไวรัสโดยไม่รู้ตัวอันจะนำไปสู่การแพร่ระบาดจากคนสู่คนไปทั่วทั้งหมู่บ้าน!》
เมื่อมองดูข้อความในเอกสาร โซนทาก็รู้สึกพึงพอใจมาก เขาหันไปมองทหารที่อยู่รอบๆ ซึ่งแสดงท่าทีที่อยากจะลงมือเต็มที่แล้ว พร้อมกับยิ้มออกมาว่า: "ทุกคน ข้าเพิ่งได้รับแจ้งมาว่า บริษัทเจี๋ยเคอได้มอบรางวัลเป็นเหรียญมังกรให้แก่พวกเราเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการตอบแทนผลงานที่พวกเราได้ทำเพื่อความมั่นคงของมนุษยชาติ หากเปลี่ยนเหรียญมังกรเหล่านี้เป็นดอลลาร์สหรัฐ ก็จะมีมูลค่าถึงหนึ่งหมื่นดอลลาร์ และทุกคนจะได้รับมัน"
"อะไร! หนึ่งหมื่นดอลลาร์เชียวหรือ?"
"หนึ่งหมื่นดอลลาร์ ข้าไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนเลย"
"ช่างเป็นเงินที่มหาศาลมากจริงๆ บริษัทเจี๋ยเคอจงเจริญ"
ทหารขององค์กรฟาฮาเหล่านี้พากันเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะร้อย 99 ของคนเหล่านี้ ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิตเลย
ประเทศปาเลสไตน์ต้องถูกประเทศยิวข่มเหงมาเป็นเวลานาน สงครามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจพังทลาย และแม้แต่อาหารก็ยังไม่เพียงพอ หลายคนในกลุ่มพวกเขาสามารถหาเงินได้ไม่ถึงหนึ่งพันดอลลาร์ต่อปีด้วยซ้ำ
หนึ่งหมื่นดอลลาร์ สำหรับทหารองค์กรฟาฮาเหล่านี้นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงลิบลิ่วราวกับปาฏิหาริย์
โซนทาไม่ได้เพียงแค่ให้คำมั่นสัญญาปากเปล่า ในขณะที่เขากำลังกล่าวพุดอยู่นั้น เขาก็ได้จัดเตรียมกำลังพลเพื่อทำการแจกจ่ายเงินให้กับทหารแต่ละคนทันที
ประกอบกับการที่มีนักรบพันธุกรรมอย่างเผิงจี้ถูคอยดูแลอยู่ จึงไม่มีใครกล้าที่จะทำการยักยอกเงินรางวัลนี้ไป ทำให้รางวัลของบริษัทเจี๋ยเคอถูกส่งมอบไปถึงมืออย่างครบถ้วน
"ผู้... ผู้บังคับกองร้อยครับ ผมเพิ่งจะเข้ากรมมาได้เพียงสองเดือน และยังไม่มีผลงานอะไรเลย เงินจำนวนนี้..."
ทหารใหม่ขององค์กรฟาฮาคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความขวยเขิน เขารู้สึกละอายใจที่จะรับเงินจำนวนนี้ไป
โซนทาหันไปมองเผิงจี้ถูโดยสัญชาตญาณ เพราะสำหรับเขาแล้วเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์นั้นมีมูลค่ามหาศาลมากจริงๆ
"ต่อให้เพิ่งทำงานได้เพียงสองเดือน ก็ต้องได้รับเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์นี้"
เผิงจี้ถูไม่ได้ลังเลแม้เพียงครึ่งวินาที และกล่าวตอบออกมาทันทีว่า: "นี่คือรางวัลที่ท่านประมุขซูมอบให้แก่ผู้กล้าที่ร่วมต่อสู้กับไวรัสซอมบี้ในแนวหน้า พวกเจ้าคือแนวหน้าของมนุษยชาติในการต่อสู้กับซอมบี้ เงินจำนวนนี้ทุกคนต้องได้รับ และจะขาดไปแม้แต่เซนต์เดียวก็ไม่ได้"
น้ำเสียงของเผิงจี้ถูนั้นหนักแน่นและทรงพลัง ในสายตาของทหารปาเลสไตน์ผู้ยากไร้เหล่านี้ เขาเปรียบเสมือนผู้ที่มีแสงจากสรวงสวรรค์ส่องสว่างออกมาจากร่างกายเลยทีเดียว
"ขอบคุณ ขอบคุณครับท่านผู้บังคับกองร้อย ขอบคุณท่านผู้นี้ด้วย... เอิ่ม!"
"นี่คือคุณเผิงจากบริษัทเจี๋ยเคอ"
"ขอบคุณครับคุณเผิง ผมสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้บริษัทเจี๋ยเคออย่างสุดกำลัง ท่านประมุขซู จงรักภักดี!!!"
ทหารใหม่ยิ้มจนเห็นฟันกราม และแสดงท่าทีที่ตื่นเต้นมาก
"ตั้งใจทำงานให้ดี ต่อไปเจ้าจะได้รับรางวัลที่มากกว่านี้อีก"
เผิงจี้ถูตบบ่าทหารใหม่คนนั้น จนทำให้เขารู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาแทบจะร่วงหล่น
เหล่านักรบแต่ละคนทยอยได้รับรางวัลจากบริษัทเจี๋ยเคอ บรรยากาศจึงดูครึกครื้นยิ่งกว่างานเทศกาลเสียอีก
เมื่อมีเงินสดที่แท้จริงอยู่ในมือ ทหารขององค์กรฟาฮาทุกคนต่างพากันร่าเริงแจ่มใส และมีขวัญกำลังใจพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทหารปาเลสไตน์เหล่านี้ไม่ได้มีการศึกษาสูงส่งอะไรนัก และไม่เข้าใจหลักการที่ซับซ้อน แต่ในตอนนี้ทุกคนต่างก็เข้าใจในหลักการเดียว นั่นคือการดำเนินตามบริษัทเจี๋ยเคอแล้วจะมีกินมีใช้
ทหารขององค์กรฟาฮาที่มีจำนวนกว่าห้าพันนาย บริษัทเจี๋ยเคอก็เพียงแค่จ่ายเงินออกไปเพียงห้าสิบล้านกว่าดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
รางวัลเพียงเท่านี้ สำหรับบริษัทเจี๋ยเคอที่มีความมั่งคั่งมหาศาลก็นับว่าเป็นเพียงเศษเงินเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลับสามารถซื้อใจคนได้เป็นอย่างดี และทำให้ทหารปาเลสไตน์เหล่านี้ยอมรับใช้ตนเอง
ต่อให้จะใช้ทหารขององค์กรฟาฮาเป็นเพียงเบี้ยหรือผู้แบกรับความผิด แต่ก็จะไม่ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเด็ดขาด
การอยากใช้ม้าให้วิ่งแต่ไม่ให้ม้ากินหญ้านั้น เป็นการกระทำที่ไร้ศีลธรรมและบริษัทเจี๋ยเคอจะไม่กระทำเช่นนั้นโดยเด็ดขาด
"ในตอนนี้ทุกคนได้รับรางวัลกันครบแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเริ่มทำงานกันเสียที"
โซนทาโบกมือใหญ่ ทหารขององค์กรฟาฮาทุกคนในที่แห่งนั้นพากันฮึกเหิมราวกับเสือและสิงห์ และพากันกู่ร้องด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับพุ่งตรงเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงลิบลิ่ว
ทหารปาเลสไตน์เหล่านี้เปรียบเสมือนคนที่ได้รับเงินเดือนเพียงสามพัน แต่จู่ๆ กลับได้รับเงินโบนัสหนึ่งแสนบาท จึงย่อมต้องทำให้ลูกพี่ได้เห็นถึงความจงรักภักดีของพวกเขา
"ขอให้ทุกคนที่อยู่ในหมู่บ้าน ออกมารวมตัวกันที่ลานกว้างทันที หากใครขัดขืน จะถือว่ามีเจตนาแอบแฝงในการนำไวรัสซอมบี้ไปซ่อนตัวอยู่ และจะถูกลงโทษจากพวกเราอย่างรุนแรง"
เสียงจากการประกาศผ่านลำโพงขยายเสียงดังสะท้อนไปทั่วหมู่บ้าน ชาวเชื้อสายยิวหลายคนที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านต่างก็พากันเกิดความหวาดระแวง และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ยินยอมที่จะออกจากบ้านเรือนของตน
วิธีการรับมือของทหารองค์กรฟาฮาก็แสนจะเรียบง่ายและดุดัน เหล่านักรบแต่ละคนพากันวิ่งขึ้นไปยังตึกสูงและพังประตูบุกเข้าไปข้างในด้วยความรุนแรง
"ชาวเชื้อสายยิวที่อยู่ข้างใน จงออกมาแต่โดยดี เดี๋ยวนี้! ข้าสงสัยว่าพวกเจ้ามีการพกพาไวรัสซอมบี้ติดตัวอยู่"
ทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ากรมมาได้เพียงสองเดือนและได้รับเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์ผู้นั้น ยืนตะโกนก้องอยู่ที่หน้าประตูห้องหนึ่ง และภายในห้องก็มีเสียงเคลื่อนไหวตอบกลับมาทันที
"ไวรัสซอมบี้บ้าบออะไรกัน พวกแกไอ้พวกปาเลสไตน์ที่ต่ำต้อยและสกปรก พวกแกไม่มีสิทธิ์ที่จะมาที่นี่ และพวกเราก็จะไม่ไปกับพวกแกด้วย"
เสียงตะโกนของชายคนหนึ่งดังมาจากข้างใน พร้อมกับเสียงการเคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งดูเหมือนว่าคนข้างในพยายามจะนำสิ่งของมาปิดกั้นประตูไว้
เมื่อทหารใหม่เห็นดังนั้น เขาก็สบตากับเพื่อนร่วมรบอีกสองสามคน จากนั้นจึงหยิบเครื่องพังประตูขึ้นมาและระดมกระแทกเข้าใส่ประตูอย่างหนักหน่วง
เพียงสามถึงห้าครั้ง เขาก็สามารถทำลายระบบล็อกประตูลงได้ และพากันกรูเข้าไปข้างใน
ชายชาวยิวคนหนึ่งที่กำลังปิดกั้นประตูอยู่แสดงสีหน้าที่ตื่นตระหนก ทหารใหม่ที่พุ่งเข้ามาก็กระโดดถีบเข้าที่หน้าอกของชายผู้นั้นอย่างจัง จนทำให้เขากระเด็นลอยละลิ่วออกไป
จากนั้นทหารใหม่ก็พุ่งเข้าไปหา และใช้พานท้ายปืนทุบตีโดยไม่เปิดโอกาสให้พุดคุย จนทำให้เขามีเลือดไหลอาบศีรษะและร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับลงไปนอนกองอยู่บนพื้น
ภายในห้องพักเป็นตัวอย่างของครอบครัวชาวยิวที่พบได้ทั่วไป มีการจัดวางที่แสดงถึงสัญลักษณ์ทางศาสนาอย่างหนาแน่น ภายในห้องมีอยู่ด้วยกันห้าคน เป็นชายสามคนและหญิงสองคน
เมื่อเห็นทหารใหม่ทำร้ายคน ผู้หญิงชาวยิวเหล่านั้นต่างก็พากันกรีดร้อง ส่วนชายอีกสองคนก็พากันตื่นตระหนกและพยายามจะเข้ามาฉุดลากทหารใหม่คนนั้น
"ยังกล้าที่จะขัดขืนอีก พวกเขาอาจจะมีการติดเชื้อไวรัสซอมบี้ ให้ทำการวิสามัญทันที"
ทหารใหม่เงยหน้าขึ้นมา ในขณะที่เพื่อนร่วมรบคนอื่นๆ ยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบโต้ เขาก็ตัดสินใจยกปืนไรเฟิลขึ้นและลั่นไกอย่างเด็ดขาด กระสุนปืนพุ่งทะลุผ่านร่างกายของชายชาวยิวทั้งสองคน และถูกสังหารลงในจุดนั้นทันที
ชายชาวยิวทั้งสองคนล้มลงจมกองเลือด โดยที่ดวงตายังคงเบิกค้างอย่างไม่ยอมตาย เพราะพวกเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าตนเองจะต้องถูกยิงสังหารไปเช่นนี้
ภายในห้องจึงตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที ผู้หญิงทั้งสองคนต่างก็พากันตกใจจนเสียสติไปแล้ว
ส่วนชายที่มีเลือดไหลอาบศีรษะอยู่บนพื้นก็ตัวสั่นงันงก และถูกพฤติกรรมการสังหารคนอย่างเลือดเย็นของทหารใหม่สร้างความยำเกรงให้จนไม่กล้าขยับตัว
เมื่อเพื่อนร่วมรบอีกสองคนของทหารใหม่เห็นดังนั้น ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่กลับกล่าวเสียงดังว่า: "ผู้พกพาไวรัสซอมบี้สองรายถูกกำจัดแล้ว ซางคู่ตี้ เจ้าทำได้ดีมาก"
ทหารใหม่ตบที่กระเป๋ากางเกงที่โป่งนูนของเขา สื่อความหมายว่าตนเองจะต้องทำงานให้คุ้มกับเงินรางวัลที่บริษัทเจี๋ยเคอมอบให้
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างชาวปาเลสไตน์อย่างพวกเขากับพวกยิวนั้น มีความแค้นที่ฝังลึกราวกับทะเลเลือดอยู่แล้ว ในยามที่ได้รับโอกาสมาเช่นนี้ มีหรือที่จะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปโดยไม่ฉวยโอกาสนี้ในการล้างแค้นเสียเล่า
เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นไปทั่วทุกหนทุกแห่งภายในหมู่บ้าน
กลุ่มทหารขององค์กรฟาฮาพากันบุกเข้าไปด้านในห้อง และเข้าจับกุมและขับไล่ชาวเชื้อสายยิวเหล่านี้ออกมาภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด
พฤติกรรมการขัดขืนใดๆ ของชาวเชื้อสายยิว จะนำมาซึ่งการปราบปรามที่รุนแรงจากทหารขององค์กรฟาฮา เหตุการณ์นองเลือดจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในหมู่บ้านแห่งนี้
เป็นระยะที่มีชาวเชื้อสายยิวที่ถูกทุบตีจนใบหน้าบวมช้ำถูกคุมตัวออกมา และนานๆ ครั้งก็จะมีเสียงปืนดังขึ้น จากนั้นก็จะมีร่างที่ไร้วิญญาณของชาวเชื้อสายยิวถูกหามออกมา
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวเชื้อสายยิวได้สร้างโศกนาฏกรรมต่างๆ ไว้กับชาวปาเลสไตน์มากมาย ในยามนี้เมื่อชาวปาเลสไตน์ได้รับโอกาส ชะตากรรมที่เกิดขึ้นย่อมสามารถคาดเดาได้โดยง่าย
ทั่วทั้งหมู่บ้านปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด ทั้งการร้องขอชีวิต ความเจ็บปวด และการเสียสติ ต่างก็ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของชาวเชื้อสายยิวแต่ละคน ชาวปาเลสไตน์ที่พวกเขาเคยดูถูกเหยียดหยามในอดีต ในตอนนี้กลับกลายเป็นนายเหนือหัวที่สามารถกุมชีวิตของพวกเขาไว้ได้ ทำให้พวกเขาต่างพากันตัวสั่นสะท้าน
สำหรับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน โซนทาก็ไม่ได้ตำหนิทหารขององค์กรฟาฮาเหล่านั้น แต่กลับทำตัวเหมือนคนตาบอดที่มองไม่เห็นสิ่งใด และนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ด้านล่างตึกอย่างใจเย็น ราวกับว่ามองไม่เห็นสิ่งใดเลย
เผิงจี้ถูเองก็ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งและมองข้ามเรื่องนี้ไปเช่นกัน
หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง อาคารแต่ละหลังก็ถูกจัดการจนว่างเปล่า
"ท่านผู้บังคับกองร้อย ทุกคนในหมู่บ้านถูกรวบรวมไว้ที่นี่หมดแล้วครับ"
เมื่อได้รับรายงาน โซนทาก็พยักหน้าเล็กน้อย
"นำพวกเขาทั้งหมดไป และส่งไปยังพื้นที่กักกัน"
"ครับ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวเชื้อสายยิวในที่แห่งนั้นต่างก็เกิดความวุ่นวายขึ้น แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปากลำบอกปืนที่มืดมิด พวกเขาก็ไม่อาจขัดขืนได้เลย มีเพียงคนไม่กี่คนที่พยายามจะโวยวายประท้วง ก็ถูกทหารขององค์กรฟาฮาลากตัวออกมาและปลิดชีพลงต่อหน้าต่อตาฝูงชนทันที
ภายใต้การควบคุมตัวของทหารองค์กรฟาฮา ชาวเชื้อสายยิวเหล่านี้จึงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาและเดินโซซัดโซเซออกจากเมืองเทลอาวีฟไป
ที่ด้านนอกเมือง มีการสร้างรั้วกั้นไว้เรียบร้อยแล้ว ในนั้นมีเต็นท์ตั้งเรียงรายอยู่ ซึ่งดูแสนจะเรียบง่ายและทรุดโทรม
ที่บริเวณรอบนอก ยังมีทหารขององค์กรฟาฮาคอยลาดตระเวน และมีการจัดวางปืนกลและไฟส่องสว่างเพื่อป้องกันไม่ให้ใครหลบหนีออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
จำนวนของชาวเชื้อสายยิวที่เดินทางมาที่นี่ไม่ได้มีเพียงหมู่บ้านเดียว ทหารขององค์กรฟาฮากำลังเคลื่อนไหวอย่างสุดกำลัง เพื่อทำการค้นหาและจับกุมไปทั่วทั้งเมืองเทลอาวีฟ โดยใช้ข้ออ้างในเรื่องการต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสซอมบี้ เพื่อขับต้อนชาวเชื้อสายยิวนับหมื่นคนให้เดินทางมาที่นี่
ชาวเชื้อสายยิวทุกคนที่เดินทางมาถึงที่นี่ต่างก็พบกับความหวาดกลัวที่มหาศาล จนกระทั่งมีบางคนตะโกนก้องออกมาว่า: "ค่ายกักกัน นี่มันคือค่ายกักกัน พวกปาเลสไตน์พวกนี้ต้องการที่จะทำร้ายพวกเรา"
แต่ทหารขององค์กรฟาฮาที่ได้ยินคำพุดนี้กลับอยากจะหัวเราะ เพราะในตอนที่พวกเขาหลายคนยังเป็นเด็ก ก็เคยอาศัยอยู่ในสถานที่เช่นนี้มาก่อน แต่ในตอนนั้นมันไม่ได้เรียกว่าค่ายกักกัน แต่ถูกเรียกว่าค่ายผู้อพยพเท่านั้น
และผู้ที่ทำให้ชาวปาเลสไตน์ต้องมาอาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพ ก็คือประเทศยิวของพวกเขา
การใช้ชีวิตในค่ายผู้อพยพนั้นไม่มีสิ่งใดรับประกันได้เลย และเป็นระยะที่ต้องเผชิญหน้ากับการลอบโจมตีทางอากาศที่มีเจตนาทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง มีครอบครัวกี่ครอบครัวที่ต้องพลัดพรากจากกัน และไม่มีโอกาสได้เห็นแสงตะวันของวันพรุ่งนี้อีกเลย
ทหารขององค์กรฟาฮาเหล่านี้ หลายคนเติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น ความแค้นที่พวกเขามีต่อชาวเชื้อสายยิวนั้น จึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่คำพุดเพียงไม่กี่คำจะสามารถอธิบายให้เข้าใจได้หมดสิ้น
ในตอนนี้สถานการณ์เพียงแค่เปลี่ยนไป ถึงคราวที่พวกยิวจะต้องลิ้มรสความเป็นอยู่อย่างผู้อพยพดูบ้างแล้ว