- หน้าแรก
- พลิกโลกเซียนด้วยทรัพยากรพันล้าน
- บทที่ 616 การสนับสนุน
บทที่ 616 การสนับสนุน
บทที่ 616 การสนับสนุน
บทที่ 616 การสนับสนุน
ในขณะที่บริษัทเจี๋ยเคอกำลังจัดการกับเหล่าชนชั้นนำเชื้อสายยิว เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในประเทศยิวก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลกราวกับแรงระเบิดนิวเคลียร์
《ตะลึง!!! บริษัทเจี๋ยเคอเปิดฉากใช้กำลังทหารกับประเทศยิวอย่างเป็นทางการ กองทัพอากาศโจมตีเมืองเทลอาวีฟ ส่งผลให้ทหารและพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ》
《สงครามที่น่าสะพรึงกลัวภายใต้ข้ออ้างเรื่องการต่อต้านไวรัส ทางการประเทศยิวได้ส่งข้อความด่วนระบุว่า บริษัทเจี๋ยเคอทำไปเพื่อสร้างความเป็นเจ้าโลกของตนเอง และข่มเหงประเทศอื่นด้วยกำลัง ประเทศยิวจะไม่ยอมก้มหัวให้กับบริษัทเจี๋ยเคอ และจะต้องขับไล่หมาป่าที่หิวโหยตัวนี้ออกไปจากดินแดนของตนให้ได้ ในขณะเดียวกัน การกระทำที่ไม่ยุติธรรมของบริษัทเจี๋ยเคอก็จะต้องได้รับการโต้กลับ》
《ผู้เชี่ยวชาญทางการทหารของจักรวรรดิอังกฤษเปิดเผยว่า บริษัทเจี๋ยเคอได้ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดพรางตัวรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เมืองเทลอาวีฟถูกตีแตก》
《ฝูงบินทิ้งระเบิดเพียงหนึ่งหน่วย นักรบพันธุกรรมหนึ่งทีม และจักรกลแมงมุมรบหลักหนึ่งชุด ก็สามารถพุ่งเข้ายึดเมืองหลวงของประเทศหนึ่งได้ พละกำลังที่แข็งแกร่งของบริษัทเจี๋ยเคอสร้างความสั่นสะเทือนมาก นี่อาจเป็นแนวโน้มของการพัฒนาสงครามในอนาคต》
《ในเมืองเทลอาวีฟมีอสุรกายกลายพันธุ์พวกนั้นจริงๆ หรือไม่? ข้าสงสัยว่าต่อให้มีจริง จำนวนผู้เสียชีวิตจากอสุรกายเหล่านั้นอาจไม่ถึงหนึ่งส่วนร้อยของความสูญเสียที่เกิดจากสงครามที่บริษัทเจี๋ยเคอเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่การจงใจหาโอกาสเพื่อล้างแค้นหรอกหรือ?》
สื่อสำนักข่าวทั่วโลกต่างพากันพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งเกี่ยวกับการล่มสลายของเมืองเทลอาวีฟโดยไม่มีข้อยกเว้น
โดยเฉพาะมากสื่อตะวันตกที่ถูกควบคุมโดยชาวเชื้อสายยิว ต่างพากันใช้หัวข้อข่าวที่ฟังดูน่าตื่นตระหนก เพื่อพยายามทำให้บริษัทเจี๋ยเคอกลายเป็นศัตรูของมนุษยชาติ
ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างก็ตกใจกับการลอบโจมตีอย่างกะทันหันของบริษัทเจี๋ยเคอในครั้งนี้
หลายประเทศเคยคิดว่าบริษัทเจี๋ยเคอจะทำเหมือนที่ผ่านมา คือการส่งนักรบพันธุกรรมไปลอบสังหาร เพราะประเทศยิวและกลุ่มพันธมิตรภาคใต้ที่บริษัทเจี๋ยเคอเป็นผู้นำนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย อีกทั้งยังมีระยะห่างกันถึงห้าหกพันกิโลเมตร
แต่การกระทำของบริษัทเจี๋ยเคอได้ทำลายการคาดการณ์ของหลายคนลงไป
ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่บริษัทเจี๋ยเคอประกาศสงครามกับประเทศยิว จนถึงเวลาสิบนาฬิกาของวันที่ 3 สิงหาคม บริษัทเจี๋ยเคอก็ได้ใช้การจู่โจมระยะไกลข้ามผ่านระยะทางหลายพันกิโลเมตร เพื่อทำสงครามกับประเทศยิวที่อยู่ห่างไกลออกไป
ด้วยการใช้กองทัพอากาศโจมตีเพื่อทำลายพละกำลังทางทหารของประเทศยิว และใช้การโจมตีทางอากาศร่วมกับการโดดร่ม โดยอาศัยนักรบพันธุกรรมเพียงจำนวนเล็กน้อยเพื่อเข้ายึดครองเมืองเทลอาวีฟซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศยิวได้สำเร็จในครั้งเดียว
ความสามารถในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและการประสานงานการสู้รบระยะไกลเช่นนี้ สร้างความตกตะลึงให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก
ไม่มีประเทศใดสามารถทำผลงานการรบได้เหมือนบริษัทเจี๋ยเคอ แม้แต่สหรัฐอเมริกาเอง หากจะทำสงครามก็ต้องเตรียมการสะสมเสบียงและยุทโธปกรณ์จำนวนมากเป็นล่วงหน้า เพียงแค่การสับเปลี่ยนกำลังพลก็ต้องใช้เวลาที่มหาศาลมากแล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยึดครองเมืองหลวงที่มียอดฝีมือคุ้มกันหนาแน่นของประเทศอื่นได้ภายในเวลาเพียงวันเดียว ด้วยความสูญเสียที่เกือบจะเป็นศูนย์
มีเพียงนักรบพันธุกรรมที่มีพละกำลังการรบส่วนบุคคลที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้
การส่งทหารร่มแบบปกติย่อมไม่มีพลังและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนได้ถึงระดับนี้เลย
เมื่อเมืองเทลอาวีฟถูกยึดครอง ผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลกจึงมหาศาลมาก เพราะหลังจากที่ชาวเชื้อสายยิวได้แสดงอำนาจบาตรใหญ่มานานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาถูกตีจนพ่ายแพ้อย่างน่าเวทนาเช่นนี้
เจสมินประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริการีบก้าวออกมาตำหนิการกระทำที่รุนแรงของบริษัทเจี๋ยเคอทันที: "การกระทำของบริษัทเจี๋ยเคอในครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเยี่ยงคนฆ่าสัตว์ พวกเขาเพิกเฉยต่อศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของประเทศยิวอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังระดมยิงถล่มพลเรือนตามอำเภอใจ และคุกคามสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของคนทั่วโลก หากบริษัทเจี๋ยเคอยังไม่หยุดมือและถอนกำลังทหารออกไปทันที ทางเราจะดำเนินมาตรการเพื่อยับยั้งการรุกรานในครั้งนี้"
การที่เมืองเทลอาวีฟล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สหรัฐอเมริกาเริ่มอยู่ไม่สุข
สหรัฐอเมริกาย่อมไม่ได้คาดคิดว่าการทำงานของบริษัทเจี๋ยเคอจะมีประสิทธิภาพสูงถึงเพียงนี้ แม้พวกเขาจะไม่ได้ตั้งใจที่จะทำสงครามกับบริษัทเจี๋ยเคอ แต่ก็ไม่ต้องการให้การบริหารงานในตะวันออกกลางที่สั่งสมมานานหลายปีถูกทำลายลงไปโดยตรง
แต่เจสมินประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกากลับแสดงท่าทีที่ดุดัน และเริ่มรวบรวมกำลังพลอย่างแข็งขัน พร้อมทั้งส่งมอบเสบียงเพื่อสนับสนุนประเทศยิวอย่างเร่งด่วน
แต่ท้ายที่สุดแล้ว แม้สหรัฐอเมริกาจะแสดงท่าทีร้อนรนเพียงใด แต่ก็ยังไม่เลือกที่จะลงไปเข้าร่วมสงครามทันที
โดยเฉพาะมากในยามที่ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับเครื่องบินทิ้งระเบิดปริศนาของบริษัทเจี๋ยเคอ หากส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีเข้าไปอย่างหุนหันพลันแล่น ก็อาจจะถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดเหล่านั้นสอยร่วงไปก็ได้ สหรัฐอเมริกาเองก็หวาดกลัวบริษัทเจี๋ยเคอที่เป็นดั่งคนบ้าผู้นี้เหมือนกัน
พวกเขาเป็นมหาอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ เปรียบเสมือนมหาเศรษฐีที่ต้องเผชิญหน้ากับคนบ้าที่พร้อมจะสละชีวิตของบริษัทเจี๋ยเคอ
หากไม่จำเป็นจริงๆ มหาเศรษฐีคนนั้นย่อมจะไม่เลือกที่จะแลกชีวิตด้วย เพราะอีกฝ่ายกล้าที่จะสละชีวิตเพื่อตายไปพร้อมกับตนเอง
หยกเนื้อดีไม่ยอมแลกกับเศษกระเบื้อง นี่คือความคิดของคนส่วนใหญ่ในระดับสูงของสหรัฐอเมริกาในขณะนี้
หากต้องทำสงครามกับบริษัทเจี๋ยเคอจริงๆ ไม่ว่าจะแพ้หรือช ศัตรูคู่อาฆาตคนอื่นๆ ของสหรัฐอเมริกาก็คงจะได้หัวเราะกันจนฟันร่วงเป็นผลลัพธ์
ยังไม่รวมถึงสหรัฐอเมริกาที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของประเทศยิว ที่ในขณะนี้ตกอยู่ในสภาวะที่ยากจะตัดสินใจว่าจะส่งกำลังทหารเข้าไปดีหรือไม่ เนื่องจากความรวดเร็วและแม่นยำในการดำเนินการของบริษัทเจี๋ยเคอ
รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบของประเทศยิวที่ต่างก็มีความรู้สึกฮึกเหิมและตื่นเต้นมาก
ประเทศเหล่านี้เกือบทั้งหมดเคยทำสงครามกับประเทศยิวมาก่อนและต่างก็พ่ายแพ้มาแล้ว ประกอบกับสิ่งที่ประเทศยิวได้กระทำลงไปในภูมิภาคนี้ซึ่งไม่เป็นที่พึงพอใจของใครหลายคน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยิวกับประเทศเพื่อนบ้านมักจะตึงเครียดและเลวร้ายอยู่ตลอดเวลา
เมื่อได้ยินว่าประเทศยิวถูกบริษัทเจี๋ยเคอถล่มจนยับเยิน ชาวบ้านในประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งต่างพากันตีฆ้องร้องป่าวและจุดประทัดฉลองกันอย่างสนุกสนาน ออกไปรื่นเริงบนท้องถนนด้วยความยินดี
ในสายตาของพวกเขา สิ่งที่บริษัทเจี๋ยเคอกระทำลงไปนั้น เป็นการช่วยระบายความคับแค้นใจให้พวกเขาได้อย่างมหาศาล
พวกเขายากที่จะกระทำเช่นนี้มานานแล้ว แต่น่าเสียดายที่เพราะพละกำลังที่แตกต่างกัน จึงไม่อาจทำอะไรประเทศยิวได้เลย
ในเมื่อในตอนนี้ประเทศยิวไปล่วงเกินบริษัทเจี๋ยเคอเข้าให้แล้ว ชาวบ้านในประเทศข้างเคียงต่างก็พากันเยาะเย้ยถากถาง และอยากจะเห็นประเทศยิวถูกถล่มให้ยับเยินยิ่งกว่าเดิม
แต่ก็ยังมีบางประเทศที่ไม่ยินยอมจะเป็นเพียงผู้ชมบทละครเรื่องนี้เท่านั้น
........
เมืองซาเฉิง!
นี่เป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศปาเลสไตน์ในภูมิภาคเขตฉาโจว มีประชากรกว่าสองล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์และชาวอาหรับ
เมืองนี้มีพื้นที่ติดกับประเทศยิวเป็นบริเวณกว้าง และห่างจากเขตชานเมืองทางตอนใต้ของเมืองเทลอาวีฟเพียงห้าสิบกว่ากิโลเมตรเท่านั้น
และประเทศปาเลสไตน์ก็คือศัตรูคู่อาฆาตของประเทศยิว ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายอาจเปรียบได้กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและเจแปนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการสังหารกันให้สิ้นซากและไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้เลย
ในขณะนี้ภายในเมืองซาเฉิง เฉาเหมิงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวกรองของบริษัทเจี๋ยเคอได้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ และได้เข้าพบกับผู้นำของกลุ่มอำนาจหนึ่ง นั่นคือไอแฮมัด ตูซิน หัวหน้าองค์กรฟาฮา
ภายในประเทศปาเลสไตน์มีองค์กรและกลุ่มอำนาจพละกำลังทั้งเล็กและใหญ่อยู่มากมาย โดยไม่ได้รวมตัวกันเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างเป็นเอกภาพ และยังมีการแก่งแย่งชิงดีกันเองอยู่บ่อยครั้ง
แม้ว่าคนในประเทศปาเลสไตน์ส่วนใหญ่จะมองประเทศยิวเป็นศัตรู แต่กลุ่มอำนาจต่างๆ ก็มีกลยุทธ์ในการรับมือกับประเทศยิวที่แตกต่างกันไป บางฝ่ายเสนอให้ใช้วิธีที่ประนีประนอม บางฝ่ายเสนอให้ยอมอ่อนข้อเพื่อป้องรับผลประโยชน์และประจบประเทศยิวเพื่อความอยู่รอด
ในบรรดานั้น องค์กรฟาฮาภายใต้การนำของตูซิน ถือเป็นกลุ่มที่มีความรุนแรงและแสดงออกต่อประเทศยิวอย่างดุเดือดที่สุด พวกเขายึดมั่นในการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเสมอมา และจะไม่ยอมประนีประนอมกับประเทศยิวโดยเด็ดขาด โดยยึดหลักการในการใช้กำลังทหารเพื่อทวงคืนแผ่นดินเกิดกลับมา
"อัสลามมุอะลัยกุม เพื่อนของข้า ยินดีมากที่ได้พบท่าน"
ตูซินเดินเข้ามา ขาข้างซ้ายของเขาเป็นขาเทียมที่ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดที่จะอ้าแขนออกกว้างเพื่อทำการสวมกอดกับเฉาเหมิงด้วยพิธีการที่สูงที่สุดของประเทศปาเลสไตน์
"คุณตูซิน พวกเราเพิ่งไม่ได้พบกันเพียงสัปดาห์เดียว ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนเป็นการพบกันใหม่ของเพื่อนเก่าที่ห่างหายกันไปนานเช่นนี้เล่า"
หลังจากสวมกอดกันเสร็จ เฉาเหมิงก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
เขากับตูซินไม่ได้พบกันเป็นครั้งแรก หลังจากที่บริษัทเจี๋ยเคอเตรียมจะใช้กำลังทหารต่อประเทศยิว ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวกรองของบริษัทเจี๋ยเคอ เขาก็ได้เดินทางมายังตะวันออกกลางเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้
หัวหน้าองค์กรฟาฮาที่อยู่ตรงหน้าคือผลสำเร็จจากการดำเนินการของเขา
"สัปดาห์นี้ข้าต้องรอคอยด้วยความเจ็บปวดมาก ทุกชั่วขณะข้าเฝ้าคอยการมาถึงของท่าน จนในวันนี้เมื่อได้พบท่านและได้ยินข่าวดีจากบริษัทเจี๋ยเคอ หัวใจของข้าในตอนนี้ก็เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกแล้ว"
ตูซินมีอายุเกินครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ในตอนนี้ใบหน้าของเขากลับมีสีแดงระระดื่อด้วยความตื่นเต้น และนี่ไม่ใช่คำพูดที่แสร้งกล่าวออกมาเพื่อรักษาน้ำใจ
"บริษัทเจี๋ยเคอของเรายึดถือในคำพูดเสมอ ข้าหวังว่าพันธมิตรของเราจะสามารถรักษาคำพูดได้เช่นกัน สิ่งที่เราต้องการคือผู้ตามที่มีความมุ่งมั่นที่เพียงพอ"
เฉาเหมิงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พร้อมกับส่งยิ้มให้ตูซิน
ในการพบกันกับตูซินครั้งก่อน เฉาเหมิงได้ตกลงอย่างเป็นทางการกับตูซินว่า ขอเพียงบริษัทเจี๋ยเคอส่งกำลังทหารเข้าไปในประเทศยิว องค์กรฟาฮาของพวกเขายินดีที่จะติดตามโดยไม่มีเงื่อนไข และยินดีที่จะเป็นผู้ช่วยของบริษัทเจี๋ยเคอในการเข้าร่วมต่อสู้กับประเทศยิว
นอกเหนือจากนั้น หลังจากที่ทวงคืนดินแดนเกิดได้สำเร็จแล้ว พวกเขายินดีที่จะนับถือบริษัทเจี๋ยเคอเป็นหลัก และยินดีที่จะเข้าร่วมในระบบการค้าระหว่างประเทศด้วยเหรียญมังกร ตลอดจนยินดีที่จะเปิดท่าเรือทางทหารในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนให้กับบริษัทเจี๋ยเคอด้วย
"คุณเฉา โปรดเชื่อในความมุ่งมั่นของพวกเรา ขอเพียงให้พวกเราได้รับดินแดนเกิดกลับคืนมา ท่านจะให้พวกเราทำอะไรก็ได้ พวกเราเฝ้ารอวันนี้มานานแสนนานมาแล้ว"
เมื่อตูซินได้ยินคำพุดของเฉาเหมิง เขาก็ลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยความตื่นเต้นทันที
เฉาเหมิงกล่าวว่า: "ตัดสินใจได้อย่างชัดเจนแล้วหรือ? บางทีพวกเจ้าอาจจะต้องสูญเสียกำลังพลไปไม่น้อย และบางทีพวกเจ้าอาจจะถูกโลกตะวันตกทั้งหมดกล่าวโทษได้"
เมื่อได้ยินดังนั้น ตูซินก็ชี้ไปที่ขาเทียมของตนเอง สายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น: "คุณเฉา ขาข้างนี้ของข้าคือกองทัพยิวที่เป็นคนทำ
ในตอนนั้นเมืองที่พวกเราอาศัยอยู่ถูกประเทศยิวปิดล้อมมาเป็นเวลานาน เปรียบเสมือนคุกเปิดโล่ง มีเด็กจำนวนเท่าไหร่ที่ต้องเสียชีวิตจากเรื่องนี้ ประชาชนต้องอยู่อย่างอดอยาก ต้องดื่มน้ำสกปรก กินหนูและแมลงสาบ และต้องใช้ชีวิตที่ยากลำบากภายใต้การระดมยิงถล่ม
ข้าเองก็เคยเป็นหนึ่งในเด็กเหล่านั้น เป็นความโชคดีที่ข้าได้เติบโตและมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ แต่เพื่อนร่วมรุ่นของข้าจำนวนมากต้องตายด้วยน้ำมือของประเทศยิว
ข้าตั้งปณิธานมาตั้งแต่เด็กว่าขอเพียงมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว จะไม่หยุดสู้รบกับประเทศยิวโดยเด็ดขาด ท่านจะสงสัยในเรื่องอื่นก็ได้ แต่จะสงสัยในความเชื่อมั่นที่จะสู้รบกับประเทศยิวจนถึงที่สุดของข้าไม่ได้
ไม่เพียงแต่ข้าเท่านั้นเหล่านักรบขององค์กรฟาฮาทั้งหมดต่างก็ลาตายกันไว้แล้ว ทุกคนยินดีที่จะหลั่งเลือดและเสียสละเพื่ออนาคตของเด็กๆ และเพื่อให้ดินแดนเกิดของเรากลับคืนมา
สำหรับสังคมตะวันตกนั้น ข้าได้มองเห็นธาตุแท้ของคนเหล่านั้นนานแล้ว สิทธิมนุษยชนในสายตาของพวกเขามีไว้เพื่อคนตะวันตกและชาวเชื้อสายยิวเท่านั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับชาวปาเลสไตน์อย่างพวกเรา การคำตำหนิมีค่าอะไรหรือ ข้าแม้แต่ความตายก็ยังไม่กลัวเลย"
ตูซินกล่าวพรรณนาออกมาเป็นชุดใหญ่ด้วยความสะเทือนใจ
"คุณตูซิน เช่นนั้นพวกเราคงจะได้กลายเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันที่สุดเป็นแน่! พวกเจ้าจะส่งทหารออกไปได้เมื่อไหร่"
ในที่สุดเฉาเหมิงก็พยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่พึงพอใจ
การสนับสนุนขุมอำนาจหนึ่งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ที่เลวร้ายและยากลำบากให้กับบริษัทเจี๋ยเคอในประเทศยิว เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ล่วงหน้าตั้งนานมาแล้ว
บริษัทเจี๋ยเคอไม่ได้มีความต้องการในดินแดนของประเทศยิว และคงไม่สามารถเดินทางไกลหลายหมื่นลี้มาเพื่อปกครองได้ ก่อนจะเริ่มส่งกำลังทหารบริษัทเจี๋ยเคอจึงได้คิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากสงครามสิ้นสุดลงไว้เรียบร้อยแล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการสนับสนุนตัวแทนขึ้นมาเพื่อช่วยดูแลและควบคุมประเทศยิว และช่วยแบกรับชื่อเสียงที่เลวร้ายแทนบริษัทเจี๋ยเคอ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดมาก
"ได้ทุกเมื่อ เหล่านักรบของเราเตรียมตัวพร้อมที่จะบุกเข้าสู่ประเทศยิวมาโดยตลอดแล้ว"
สายตาของตูซินดูฮึกเหิม ร่างกายสั่นสะเทือนด้วยความตื่นเต้น
จากการสู้รบหลายปีทำให้เขาตระหนักว่าการอาศัยเพียงพละกำลังของตนเองเพื่อทวงคืนดินแดนเกิดนั้นเป็นเรื่องที่เกือบจะเพ้อฝัน
ในยามนี้ที่บริษัทเจี๋ยเคอเปิดฉากสงครามกับประเทศยิว การดำเนินตามรอยเท้าของบริษัทเจี๋ยเคอและทำหน้าที่เป็นกองหน้า อาจเป็นโอกาสเดียวในชีวิตของเขาที่จะได้ทวงคืนดินแดนเกิดกลับมา
"เช่นนั้นก็ออกเดินทางในตอนนี้เลย เวลาเป็นเรื่องที่เร่งด่วน กองกำลังส่วนหน้าของพวกเจ้าให้มุ่งหน้าไปยังเมืองเทลอาวีฟก่อน ที่นั่นต้องการให้พวกเจ้าเข้าไปรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย"
เฉาเหมิงรีบกล่าวทันที ในเมืองเทลอาวีฟในตอนนี้มีนักรบพันธุกรรมเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น จึงขาดแคลนกำลังพลที่เพียงพอในการดูแลจัดการ และต้องการคนที่จะมาช่วยสนับสนุนมากพอดี
"ตกลง ข้าจะสั่งการลงไปในเดี๋ยวนี้"
ตูซินรับปากอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงมีความลังเลอยู่บ้าง: "คุณเฉา เหล่านักรบขององค์กรฟาฮาเมื่อเดินทางถึงเมืองเทลอาวีฟแล้ว ข้าเกรงว่าพวกเขาอาจจะควบคุมอารมณ์ในการล้างแค้นไม่อยู่ พวกเขาสั่งสมความคับแค้นใจมานานแสนนานมาแล้ว ถึงตอนนั้นหวังว่าบริษัทเจี๋ยเคอจะสามารถเข้าใจได้"
เฉาเหมิงยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวกับตูซินด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า: "ปล่อยมือทำไปได้เลย ท่านประมุขซูของเราเคยกล่าวไว้ว่า พวกยิวที่ตายแล้วคือพวกยิวที่ดีที่สุด"
"ท่านประมุขซูช่างปรีชายิ่งนัก"
รอยยิ้มของตูซินเบิกบานอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกตื่นเต้นมาก แม้จะยังไม่เคยพบกับซูเจี๋ยที่เป็นประมุขผู้นี้มาก่อน แต่เขาก็ได้ยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลที่น่านับถือเป็นที่รักไปแล้ว
ตามคำสั่งของตูซินที่ส่งออกไป กองกำลังองค์กรฟาฮาของประเทศปาเลสไตน์จึงเริ่มมีการเคลื่อนไหว พวกเขาเริ่มมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเทลอาวีฟในประเทศยิว เพื่อกลับไปยังผืนดินเกิดที่จากหายไปนาน
ในขณะที่กองทัพของประเทศยิวต่างก็ถูกดึงดูดความสนใจส่วนใหญ่ไปที่บริษัทเจี๋ยเคอ จึงไม่ได้ให้ความสนใจและไม่มีเวลามากพอที่จะมาขัดขวางการเคลื่อนไหวของผู้แพ้ในอดีตอย่างองค์กรฟาฮาเลย