เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 78 เบาะแสใหม่

ตอนที่ 78 เบาะแสใหม่

ตอนที่ 78 เบาะแสใหม่


ฉู่โม่เอามือไพล่หลัง ปรายตามองหลูเหวินซิว

"พวกเราสามารถประกาศออกไปได้เลยในยามนี้ ว่าจับกุมฆาตกรตัวจริงได้แล้ว ซึ่งก็คือผู้ฝึกวิชามาร  ในคุกผู้นี้ แล้วก็ใช้เรื่องนี้ปิดคดีไปเสีย"

"หากหลังจากนี้ยังมีเหตุการณ์หญิงพรหมจรรย์ถูกลักพาตัวเกิดขึ้นอีก พวกเราก็เพียงแค่สร้างผู้ฝึกวิชามารที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาสักคน"

"บอกว่าผู้ฝึกวิชามารผู้นั้นคิดการใหญ่ ใช้วิธีการก่อเหตุเลียนแบบอย่างโง่เขลา เพื่อโยนความผิดให้ฆาตกรคนเดิม หวังสร้างความสับสนวุ่นวาย ทำลายความน่าเชื่อถือของสำนัก  เรา และทำให้ขุมกำลังพรรคมารบนโลกมนุษย์เหิมเกริมมากยิ่งขึ้น"

"ส่วนเรื่องที่ว่าสถานที่เกิดเหตุจะมีจุดแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ จากตอนที่ฆาตกรคนแรกก่อเหตุอย่างไรบ้าง หรือพยานผู้เห็นเหตุการณ์จะพบเห็นความผิดปกติอันใด... ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับคำพูดเพียงประโยคเดียวของสำนักกระบี่หลิงสวี  ของพวกเราเท่านั้น"

"พวกเราสามารถทำให้พยานผู้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นยอมให้ความร่วมมือ ทำให้พวกเขาสงบปากสงบคำ หรือไม่ก็... ทำให้พวกเขาช่วยพูดเข้าข้างพวกเรา"

"ด้วยวิธีนี้ พวกเราไม่เพียงแต่สามารถ ปิดคดี ลงได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาดดุจสายฟ้าแลบ เพื่อปลอบขวัญราชวงศ์บนโลกมนุษย์เหล่านั้นได้เท่านั้น"

"หากมี คดีเลียนแบบ เกิดขึ้นจริง ก็ยิ่งจะทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่า ผู้ฝึกวิชามารยังคงอาละวาดอย่างหนัก และการมีอยู่ของสำนักกระบี่หลิงสวีของเรานั้น สำคัญต่อพวกเขามากเพียงใด"

"ความพึ่งพาที่พวกเขามีต่อพวกเราจะยิ่งลึกล้ำขึ้น ภายภาคหน้ายามจัดการธุระหรือส่งมอบของบรรณาการ ย่อมจะกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ"

"รอจนกว่าฆาตกรตัวจริงจะเร้นกายหายไป หรือถูกพวกเราจับตัวได้ พวกเราค่อยประกาศออกไปว่า ภายใต้การกวาดล้างอย่างเด็ดขาดของสำนัก ผู้ก่อเหตุเลียนแบบได้ถูกนำตัวมารับโทษแล้ว และจะไม่มีผู้ฝึกวิชามารประเภทนี้กล้ามากำเริบเสิบสานในอาณาเขตสำนักของเราอีกต่อไป"

"เช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะได้แสดงความน่าเกรงขามของสำนักเรา แต่ยังช่วยเพิ่มพูนความเลื่อมใสศรัทธาของราชวงศ์มนุษย์เหล่านั้น ปาหินก้อนเดียวได้นกสองตัว มิใช่เรื่องงดงามหรอกหรือ?"

เมื่อฉู่โม่กล่าวจบ เจี่ยงผิงเทียน  ก็ฟังจนตกตะลึงพรึงเพริดไปเสียแล้ว

เขาเบิกตาโพลงมองฉู่โม่ สายตานั้นราวกับกำลังมองดูสัตว์ประหลาดตนหนึ่ง

……ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ?!

นี่มิใช่แค่การใส่ร้ายป้ายสีธรรมดาๆ แล้ว แต่นี่มันคือการปั่นหัวทุกคนให้หมุนวนอยู่บนฝ่ามือชัดๆ!

กระแสสังคม จิตใจคน ผลประโยชน์... ล้วนถูกเขาคิดคำนวณเอาไว้อย่างทะลุปรุโปร่ง!

ชั่วขณะนั้น เจี่ยงผิงเทียนรู้สึกราวกับได้รับการชี้แนะจนตาสว่างประหนึ่งประตูบานใหม่สู่โลกอีกใบกำลังค่อยๆ เปิดออกเบื้องหน้าเขา

"ศิษย์น้อง... ปราดเปรื่องยิ่งนัก!"

เนิ่นนานให้หลัง เจี่ยงผิงเทียนจึงค่อยๆ ได้สติกลับคืนมาจากความตื่นตะลึงสุดขีด เขาประสานมือคารวะฉู่โม่จากใจจริง

ยามนี้ เขาเลื่อมใสศรัทธาในตัวฉู่โม่จนหมดใจแล้วจริงๆ!

เมื่อหันกลับไปมองหลูเหวินซิวในห้องขังอีกครั้ง

ก็เห็นเพียงหลูเหวินซิวที่ไร้ซึ่งความบ้าคลั่งและท่าทีเย้ยหยันดังเช่นก่อนหน้านี้ บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยแผลนั้น สลักลึกไว้ด้วยความโกรธแค้นและความสิ้นหวังอย่างหาที่สุดไม่ได้!

เขาได้ยินแผนการของฉู่โม่ทั้งหมดแล้ว!

"ไม่... พวกเจ้าทำเช่นนี้ไม่ได้... พวกเจ้ากลุ่มวิญญูชนจอมปลอม! เดรัจฉานเจ้าเล่ห์! พวกเจ้ายิ่งกว่าผู้ฝึกวิชามารอย่างพวกเรา... อำมหิตกว่าเป็นร้อยเท่า!"

หลูเหวินซิวแผดเสียงคำรามอย่างแหบพร่าจนสุดเสียง เขาตะเกียกตะกายพยายามจะลุกขึ้น แต่กลับถูกจำกัดด้วยบาดแผลบนร่าง จึงทำได้เพียงขยับตัวคืบคลานอย่างสูญเปล่าอยู่บนพื้น

"หนวกหู"

เจี่ยงผิงเทียนโบกมือปัด

"เด็กๆ! นำตัวผู้ฝึกวิชามารผู้นี้ออกไป ลงโทษประหารชีวิตทันที!"

"ขอรับ!"

ศิษย์หอลงทัณฑ์  หลายคนก้าวออกไป แล้วลากตัวหลูเหวินซิวที่ยังคงด่าทอไม่หยุดหย่อนออกไปจากคุกราวกับลากซากสุนัขตาย

"ศิษย์น้องฉู่ ครั้งนี้... ต้องขอบใจเจ้ามาก!"

เจี่ยงผิงเทียนประสานมือคารวะฉู่โม่อีกครั้ง ท่าทีของเขาดูนอบน้อมกว่าก่อนหน้านี้มาก

"หากมิได้ศิษย์น้องคอยชี้แนะ ข้าเกรงว่าคงต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากับคดีนี้ไปอีกนานทีเดียว"

หากจะบอกว่าก่อนหน้านี้เขาเคารพฉู่โม่เพราะเป็นคำสั่งของเจียงสือกว่าง  เช่นนั้นยามนี้ก็ถือเป็นความเคารพที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างแท้จริง

ไม่นานนัก เจี่ยงผิงเทียนก็เรียกตัวศิษย์ผู้ดูแลสายใน  ระดับแกนนำที่รับผิดชอบงานด้านต่างๆ ของหอลงทัณฑ์และหอผู้คุมกฎมารวมตัวกัน

"นี่คือศิษย์น้องฉู่ พวกเจ้าจงจดจำหน้าเขาไว้ให้ดี"

"วันข้างหน้าไม่ว่าศิษย์น้องฉู่จะพบเจอปัญหาอันใด หากเขามาหาพวกเจ้า พวกเจ้าต้องรับฟังคำสั่งการของเขาก่อน แล้วค่อยมารายงานข้ากับผู้อาวุโสเจียง เข้าใจหรือไม่?"

เจี่ยงผิงเทียนมองว่าความสามารถในการจัดการเก็บกวาดร่องรอยของฉู่โม่นั้นเหนือชั้นกว่าตนเองมากนัก

ต่อให้มีการใช้อำนาจในทางมิชอบ ก็ไม่ถึงขั้นทิ้งจุดอ่อนไว้ให้ใครจับผิดได้ ทั้งยังสามารถพิจารณาสถานการณ์ของทุกฝ่ายได้อย่างรอบคอบ

การที่เขาทำเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะสามารถสำเร็จภารกิจที่อาจารย์มอบหมายให้ได้ แต่ยังสามารถผูกมิตรกับฉู่โม่ในมุมมองส่วนตัว โดยไม่ทิ้งปัญหาตามมาในภายหลังอีกด้วย

บรรดาศิษย์ผู้ดูแลระดับแกนนำต่างประสานมือรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง

"ขอรับ! ศิษย์พี่เจี่ยง!"

จากนั้น พวกเขาก็หันไปไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกับฉู่โม่

ฉู่โม่มองดูศิษย์ผู้ดูแลระดับแกนนำที่กุมกฎระเบียบของสำนักในอยู่เบื้องหน้าเหล่านี้ แต่ละคนต่างลดตัวลงต่ำต่อหน้าเขา ในใจพลันบังเกิดความปีติยินดีที่ได้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง

นับตั้งแต่ที่อยู่สายนอก  ของสำนักกระบี่หลิงสวี

ยามนี้ หอผู้คุมกฎและหอลงทัณฑ์แห่งสำนักในของสำนักกระบี่หลิงสวี ซึ่งเป็นองค์กรที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จและทรงพลังที่สุดในสำนัก ก็แทบจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ บรรดารองผู้อาวุโสที่มีอำนาจที่แท้จริงต่างก็มีสัมพันธ์อันดีกับเขา

ต่อให้เขาไปก่อเรื่องอันใดจนถูกแทงเรื่องไปถึงที่ประชุมผู้อาวุโส พวกเขาก็สามารถปกป้องเขาได้

ทั่วทั้งสำนักกระบี่หลิงสวี เว้นเสียแต่เขาจะไปเผชิญหน้ากับศิษย์ถ่ายทอดโดยตรง  คนอื่นๆ หรือบรรดาผู้อาวุโสระดับสูง มิเช่นนั้น เขาก็แทบจะเดินกร่างไปได้ทุกที่แล้ว

และระดับพลังของเขาในยามนี้... เพิ่งจะอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น  เท่านั้น

......

ระหว่างทางที่เจี่ยงผิงเทียนเดินมาส่งฉู่โม่ออกจากหอลงทัณฑ์

"ศิษย์พี่เจี่ยง"

จู่ๆ ฉู่โม่ก็เอ่ยขึ้น

เขารู้สึกว่าเจี่ยงผิงเทียนนี่แหละคือศิษย์หลักของสำนักในที่เข้าข่ายตรงตามเงื่อนไข

ความลับมากมาย เจี่ยงผิงเทียนสมควรจะล่วงรู้

"ศิษย์น้องโปรดชี้แนะ"

เจี่ยงผิงเทียนกล่าว

น้ำเสียงของฉู่โม่ราบเรียบคล้ายกับการพูดคุยสัพเพเหระ

"จู่ๆ ข้าก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา ไม่ทราบว่าในบรรดาคดีที่ผู้ฝึกวิชามารเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริงๆ นั้น มีคดีฆ่าล้างเมืองบ้างหรือไม่?"

"ผู้ฝึกวิชามารขอบเขตแก่นทองคำ แค่สกัดเลือดผู้คนเพียงหลักสิบก็ถูกพวกเราจับตัวได้แล้ว การฆ่าล้างเมืองน่าจะเป็นฝีมือของผู้ฝึกวิชามารขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด  ถึงจะทำได้กระมัง? คดีประเภทนี้มีการจัดการอย่างไรหรือ?"

ฝีเท้าของเจี่ยงผิงเทียนชะงักไปเล็กน้อย

เขามองซ้ายมองขวาตามสัญชาตญาณ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่แถวนั้น จึงลดเสียงลงต่ำ

"ศิษย์น้อง ยามนี้เจ้าก็ถือเป็นบุคคลระดับแกนนำของสำนักเราแล้ว เรื่องบางเรื่อง... บอกเจ้าไปก็คงไม่เป็นไร"

"มีผู้ฝึกวิชามารระดับแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์หรือระดับวิญญาณแรกกำเนิดที่ก่อคดีฆ่าล้างเมืองแล้วถูกพวกเราจับตัวได้จริง แต่ทว่า... คดีฆ่าล้างเมืองส่วนใหญ่นั้น มักจะจับฆาตกรตัวจริงไม่ได้"

น้ำเสียงของเจี่ยงผิงเทียนยิ่งแผ่วเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน

"ในบรรดาคดีเหล่านี้ มีจำนวนไม่น้อยที่ถูกยัดข้อหาให้เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ฝึกวิชามารระดับสร้างรากฐานและแก่นทองคำที่ร่วมมือกันก่อเหตุ แล้วก็รีบปิดคดีไปอย่างลวกๆ"

"และมีอยู่สิ่งหนึ่ง..."

"มีอยู่สิ่งหนึ่งอะไรหรือ?" ฉู่โม่เอ่ยถาม

"ผู้ที่ออกคำสั่งตั้งแต่แรกเริ่ม ให้โยนความผิดเรื่องนี้ให้ผู้ฝึกวิชามาร และปิดคดีอย่างลับๆ ก็คือ..."

"คือท่านเจ้าสำนัก"

เมื่อได้ยินคำว่า เจ้าสำนัก คิ้วของฉู่โม่ก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เจี่ยงผิงเทียนกล่าวต่อ

"ปีนั้นท่านอาจารย์ของข้ารับคำสั่งให้จัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง และต่อมาก็ส่งมอบงานในทำนองเดียวกันนี้ให้ข้าเป็นผู้ดูแล"

"ศิษย์น้องฉู่ ฟังคำเตือนของข้าสักคำเถิด ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องดี แต่สำหรับเรื่องนี้ อย่าได้สืบสาวราวเรื่องให้ลึกลงไปเลย"

สีหน้าของฉู่โม่ยังคงเรียบเฉย เขาเพียงแค่พยักหน้ารับเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจแล้ว

ทว่าภายในใจกลับเกิดคลื่นลมพัดกระหน่ำไม่น้อย

ท่านเจ้าสำนัก...

ดูจากรูปการณ์นี้แล้ว สิ่งที่เรียกว่าผู้ฝึกวิชามารฆ่าล้างเมือง หากมิใช่ฝีมือของท่านเจ้าสำนักเองที่ทำไปเพื่อฝึกฝนวิชามารนอกรีตอันใดสักอย่าง หรือเพื่อบรรลุเป้าหมายลับๆ บางประการ

ก็คงเป็นเพราะท่านเจ้าสำนักรู้ว่าฆาตกรตัวจริงคือผู้ใด... และกำลังจงใจปกปิดความผิดให้อยู่อย่างแน่นอน

น่าสนใจยิ่งนัก

ฉู่โม่รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง ที่การประชุมผู้อาวุโสครั้งก่อน เขาไม่อาจตรวจสอบข้อมูลของท่านเจ้าสำนักได้ในทันที

นับว่าพลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ

หากคิดจะตรวจสอบอีกครั้ง ก็ต้องหาโอกาสเข้าใกล้เขาอีกรอบ

อย่างเช่นการประชุมผู้อาวุโสในครั้งหน้า

แต่เขาต้องมีเหตุผลในการเข้าร่วมการประชุมผู้อาวุโสเสียก่อน

ฉู่โม่ครุ่นคิดเพียงครู่เดียว ก็เกิดไอเดียขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ ตอนที่ 78 เบาะแสใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว