- หน้าแรก
- นางเซียนผู้เย็นชา ระบบเอาชะตานางมา
- ตอนที่ 76 ธุรกิจใหม่ เยี่ยมชมหอลงทัณฑ์สายใน
ตอนที่ 76 ธุรกิจใหม่ เยี่ยมชมหอลงทัณฑ์สายใน
ตอนที่ 76 ธุรกิจใหม่ เยี่ยมชมหอลงทัณฑ์สายใน
วินาทีต่อมา บานประตูห้องปีกซ้ายขวาของเรือนพักก็ถูกผลักออก ศิษย์หญิงสาวนับสิบคนในชุดผ้าโปร่งบางเบาสะดุดตาแบบเดียวกัน รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นและใบหน้าหมดจดงดงาม ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเรียงรายกันเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง ในมือของพวกนางบ้างประคองอ่างไม้ บ้างถือถาดผลไม้ ท่วงท่าก้าวเดินแผ่วเบาดุจดอกบัว ขจรขจายกลิ่นหอมกรุ่นเป็นระลอก
หญิงสาวสองสามคนที่เดินนำหน้าก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าฉู่โม่ พวกนางย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย
"ขอน้อมรับใช้ผู้ดูแลฉู่เจ้าค่ะ"
จากนั้น พวกนางก็คุกเข่าลงนั่งเคียงข้างฉู่โม่ อย่างชำนาญการ นางหนึ่งช่วยถอดรองเท้าและถุงเท้าให้เขา นำเท้าทั้งสองข้างจุ่มลงในอ่างไม้ที่มีไอความร้อนลอยกรุ่น แล้วเริ่มนวดคลึงอย่างแผ่วเบา
อีกนางหนึ่งคุกเข่าอยู่เบื้องหลังเขา ใช้มือเรียวงามดุจหยกบีบนวดไหล่ให้เขาผ่านเนื้อผ้าด้วยน้ำหนักที่พอเหมาะพอดี ซ้ำยังมีอีกคนประคองถาดผลไม้วิญญาณ สีใสกระจ่างที่ปอกเปลือกและคว้านเมล็ดออกเรียบร้อย ใช้ส้อมเงินจิ้มส่งให้ถึงริมฝีปาก บริการเช่นนี้ เทียบชั้นได้กับสถานบันเทิงระดับท็อปในชาติก่อนเลยทีเดียว
"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ นายท่าน นี่คือผลงานการฝึกฝนในช่วงที่ผ่านมาของโหรวเอ๋อร์เลยนะเจ้าคะ"
ซูโหรวขยับเข้าไปใกล้ฉู่โม่ ราวกับจะทวงความดีความชอบ สายตานางหยาดเยิ้ม ลมหายใจหอมกรุ่นดุจกล้วยไม้
"พี่น้องเหล่านี้ ล้วนเป็นคนที่โหรวเอ๋อร์คัดสรรมาอย่างประณีตทั้งสิ้นเจ้าค่ะ"
นางชะงักไปเล็กน้อย ประกายความเฉียบแหลมวาบพาดผ่านในดวงตา
"ช่วงนี้โหรวเอ๋อร์ตั้งใจว่าจะทำตามที่นายท่านบอก ขยายธุรกิจนี้เข้าไปยังสำนักในให้จงได้เจ้าค่ะ"
"ศิษย์สายในเหล่านั้น โดยเฉพาะศิษย์ผู้ชายวันๆ เอาแต่บำเพ็ญเพียรอย่างหนัก รสชาติชีวิตจืดชืดไร้สีสัน หากได้สัมผัสกับวิธีการปรนนิบัติเช่นนี้แล้ว การจะให้พวกเขาไม่ยอมควักกระเป๋าจ่ายนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยเจ้าค่ะ"
"ถึงตอนนั้น นี่ก็จะเป็นรายได้ก้อนโตอีกก้อนหนึ่ง... และทั้งหมดนี้ ก็เป็นของนายท่าน แต่เพียงผู้เดียว"
"ทำได้ไม่เลว"
ฉู่โม่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เรื่องการทำงานซูโหรว ถือว่ามีฝีมือฉกาจฉกรรจ์จริงๆ มิน่าเล่าตอนแรกนางถึงสามารถหลอกล่อศิษย์สายนอก มากมายให้มาเป็นเครื่องมือได้ ทั้งที่นางยังคงรักษากายบริสุทธิ์ไว้ได้แท้ๆ
ย้อนกลับไปในโลกมนุษย์ ตอนที่ซูโหรว อาศัยการเป็นดอกไม้งาม เพื่อปกปิดฐานะสายลับผู้ฝึกวิชามาร นางก็อาศัยมารยาของตนเอง ทำให้ศิษย์สายใน ของสำนักกระบี่หลิงสวี ลุ่มหลง และอาศัยอีกฝ่ายเป็นสะพานแนะนำตัวนางให้เข้าสู่สำนักกระบี่หลิงสวี ได้สำเร็จ
ฉู่โม่เพลิดเพลินกับการปรนนิบัติดุจจักรพรรดิ ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ล้วงมือเข้าไปในแหวนเร้นมิติ คว้าหินวิญญาณระดับกลาง ออกมาหนึ่งกำมือ แล้วแจกจ่ายให้แก่ศิษย์หญิงเหล่านั้น
"รางวัลสำหรับพวกเจ้า"
"ขอบพระคุณผู้ดูแลฉู่ที่ประทานรางวัลเจ้าค่ะ!"
บรรดาศิษย์หญิงรับหินวิญญาณไปพร้อมกับรอยยิ้มเบิกบาน
เดิมทีตอนที่พวกนางอยู่สายนอก ต่อให้ทำงานเหน็ดเหนื่อยแทบตายทั้งเดือน ก็ยังหาหินวิญญาณระดับกลาง ไม่ได้สักก้อนเดียว แต่พอมาติดตามผู้ดูแลฉู่ เพียงเวลาสั้นๆ กลับได้รับรางวัลมากมายถึงเพียงนี้ ในใจของพวกนางจึงยิ่งเทิดทูนและยำเกรงฉู่โม่ มากขึ้นไปอีก
หนึ่งก้านธูปให้หลัง บรรดาศิษย์หญิงก็เก็บกวาดข้าวของ แล้วค้อมกายขอตัวลากลับไปอย่างรู้ความ ภายในเรือนพักจึงเหลือเพียงฉู่โม่ และซูโหรว สองคนอีกครั้ง
"นายท่าน ท่านเพลิดเพลินกับการปรนนิบัติของคนอื่นไปแล้ว ตอนนี้ถึงตาเพลิดเพลินกับโหรวเอ๋อร์แล้วนะเจ้าคะ"
ซูโหรว เข้ามาพัวพันอีกครั้ง ดวงตาดอกท้อคู่สวยที่ชวนให้จิตใจเตลิดเปิดเปิงมองจ้องเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม เสน่ห์เย้ายวนเปล่งประกายโดยธรรมชาติ ฉู่โม่อุ้มร่างนางขึ้นแนบอก แล้วเดินตรงเข้าไปในห้องนอน
ระดับพลังของซูโหรว ในตอนนี้แทบจะไม่ต่างจากเขาเท่าไรนัก วิถีผสานอินหยาง ไม่สามารถกอบโกยผลประโยชน์จากร่างกายนางได้มากเท่าเดิมอีกแล้ว ดังนั้น รอบนี้จึงถือเป็นการให้รางวัลซูโหรวล้วนๆ
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะอัดฉีดเงินทุน ให้กับธุรกิจของซูโหรว ส่วนวิธีการชำระเงินนั้น ฉู่โม่เลือกใช้แบบจ่ายผ่านแอปแล้วกัน (ต้นฉบับมันบอก จือฟู่เป่า มันคือแอปสแกนจ่ายเงิน )
...
ช่วงบ่าย ฉู่โม่รู้สึกว่าฤทธิ์ยาที่ตกค้างของโอสถฟื้นปราณค่อยๆ สลายไปจนเกือบหมดแล้ว
เขากระชับอ้อมกอดกอดรัดเรือนร่างอ้อนแอ้นที่อ่อนระทวยราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ พลางเอ่ยขึ้นว่า
"คดีฆ่าล้างตระกูลของเจ้า ข้าสืบพบเบาะแสบ้างแล้วล่ะ"
ซูโหรวได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นพลันเอ่อล้นไปด้วยความตื่นเต้นและเปี่ยมความหวังในชั่วพริบตา!
"นายท่าน สืบเจอฆาตกรตัวจริงแล้วหรือเจ้าคะ?"
"ยังไม่แน่ชัด"
ฉู่โม่ส่ายหน้า
"แต่เรื่องนี้ ศิษย์หลักอาวุโสบางคนในสายในอาจจะรู้ตื้นลึกหนาบาง"
"ปีนั้นพวกเขาอาจเคยรับคำสั่งให้ไปสืบสวนเรื่องนี้ หากมีโอกาส ข้าจะตามเบาะแสนี้ไปและช่วยเจ้าสืบสวนต่อไป"
ขอบตาของซูโหรว แดงเรื่อขึ้นมาทันที หลายปีมานี้ เพื่อการแก้แค้น นางต้องยอมเข้าร่วมกับพรรคมาร แฝงตัวเป็นสายลับในสำนักกระบี่หลิงสวี ต้องทนกล้ำกลืนความคับแค้นใจสารพัด แต่กลับไม่เคยหาเบาะแสใดๆ พบเลยแม้แต่น้อย ทว่าฉู่โม่ กลับใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งปี ก็สามารถช่วยนางสืบสาวเรื่องราวมาได้ถึงขั้นนี้แล้ว!
"ขอบพระคุณนายท่าน! ขอบพระคุณนายท่านเจ้าค่ะ!"
ซูโหรวตื่นเต้นดีใจจนหาคำเปรียบไม่ได้
"อีกไม่นานโหรวเอ๋อร์ก็จะทะลวงสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน ได้แล้ว ถึงตอนนั้น โหรวเอ๋อร์จะไปที่สำนักใน เพื่อปรนนิบัตินายท่านให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะเจ้าคะ"
หลังจากนั้น ด้วยความซาบซึ้งใจอย่างล้นพ้น ซูโหรวจึงใช้วิธีการดั้งเดิมที่สุด เพื่อแสดงความขอบคุณอันมากล้นราวกับสายน้ำที่พรั่งพรูให้ฉู่โม่ ได้รับรู้ และเพื่อเป็นการตอบแทนซูโหรว ฉู่โม่จึงจัดเต็มด้วยการอาบน้ำขาวขุ่นประทินโฉมและทะลวงลึกถึงแก่นใจให้อีกยก
...
หลายวันผ่านไป
วีรกรรมของฉู่โม่ ที่สังหารผู้คนเป็นผักปลาในแดนลึกลับและเข้าปะทะกับผู้ฝึกเซียน นับร้อยคนอย่างห้าวหาญ ค่อยๆ แพร่สะพัดไปทั่วสำนักในอย่างอื้ออึง มีทั้งคนที่เคารพเลื่อมใสเขา คนที่หวาดกลัวเขา และคนที่มีความแค้นชิงชังเขา แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ได้กลายเป็นบุคคลระดับตำนานในหมู่ศิษย์สายใน รุ่นใหม่ไปเสียแล้ว
ในขณะเดียวกัน ภายใต้ความช่วยเหลือของซูโหรว ฉู่โม่ ก็สามารถนำธุรกิจสถานบันเทิงและการนวดฝ่าเท้าเข้ามาเปิดในสำนักในได้อย่างสำเร็จงดงาม สิ่งแปลกใหม่เหล่านี้ ได้รับความนิยมจากหมู่ศิษย์ผู้ชายในสำนักในอย่างรวดเร็ว
ฉู่โม่ จงใจจัดบริการระดับเอกสิทธิ์สุดพิเศษให้แก่บรรดาผู้อาวุโสที่มีอำนาจที่แท้จริงได้ทดลองใช้แบบฟรีๆ พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าจะแบ่งปันผลกำไรจากธุรกิจนี้ให้พวกเขาในฐานะผู้ถือหุ้น อีกด้วย พวกเขารู้สึกพึงพอใจกับของขวัญชิ้นใหญ่จากฉู่โม่ อย่างหาที่สุดไม่ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น
ในช่วงเวลานี้เอง ข่าวลืออีกเรื่องหนึ่งก็แพร่กระจายไปทั่วสำนักใน
ระยะนี้ ภายในเขตอำนาจการปกครองของสำนักกระบี่หลิงสวี ในบรรดาราชวงศ์ต่างๆ บนโลกมนุษย์ มีหญิงพรหมจรรย์ที่เกิดในวันและเดือนหยินจำนวนหลายสิบคนหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา เรื่องนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสำนักกระบี่หลิงสวี ส่วนราชวงศ์บนโลกมนุษย์ต่างก็อกสั่นขวัญแขวน ทุกคนต่างเชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ฝึกวิชามาร สำนักกระบี่หลิงสวี จึงส่งคนออกไปสืบสวน ในชั่วข้ามคืน ไม่ว่าจะเป็นภายในสำนักหรือบนโลกมนุษย์ต่างก็โกรธแค้นและพร้อมใจกันประกาศกร้าวว่าจะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับพวกพรรคมาร
...
สายใน หอลงทัณฑ์
ภายในคุกใต้ดินที่มืดมิดและเปียกชื้น อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอับเน่าจางๆ
เนื่องจากของขวัญชิ้นใหญ่ที่ฉู่โม่ มอบให้เมื่อวันก่อน เจี่ยงผิงเทียน จึงรับคำสั่งจากเจียงสือกว่าง ให้มาเดินนำหน้าฉู่โม่ เพื่อแนะนำทุกสิ่งทุกอย่างภายในหอลงทัณฑ์ ให้เขารู้จัก และเพื่อให้ฉู่โม่ ได้สร้างความคุ้นเคยกับคนในนี้ เพื่อความสะดวกในการติดต่อทำธุระในวันข้างหน้า
เจี่ยงผิงเทียน ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนที่จริงจังและทำงานเก่งกาจ แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่โม่ ประทับใจมากที่สุด กลับเป็นเรื่องที่อีกฝ่ายถูกจ้าวชิ่ง สวมเขาให้ต่างหาก
"ศิษย์น้องฉู่ นี่ก็คือคุกหอลงทัณฑ์ ของสำนักเรา"
เจี่ยงผิงเทียน เอ่ยขึ้น
"หอผู้คุมกฎและหอลงทัณฑ์ ของสำนัก ท่านอาจารย์ของข้าล้วนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะหอผู้คุมกฎนั้น ท่านยิ่งรับผิดชอบดูแลอย่างเต็มตัว"
"ท่านอาจารย์บอกว่า วันหน้าหากศิษย์น้องพบเจอปัญหาใดๆ ภายในสำนัก หอผู้คุมกฎและหอลงทัณฑ์ จะคอยหนุนหลังเจ้า และสามารถจัดการปัญหาให้เจ้าได้แทบทุกอย่าง"
ฉู่โม่พยักหน้ารับ สายตากวาดมองไปยังห้องขังที่กักขังบรรดาศิษย์ที่กระทำความผิด ภายในสำนักกระบี่หลิงสวี มีเพียงหอผู้คุมกฎและหอลงทัณฑ์ แต่กลับไม่มีหน่วยงานตรวจสอบ
ศิษย์ทั่วไป ไร้หนทางร้องเรียนขอความเป็นธรรม ส่วนศิษย์ที่มีเบื้องหลังลึกซึ้ง ขอเพียงเรื่องที่ก่อไว้ไม่ถูกแทงเรื่องไปถึงที่ประชุมผู้อาวุโส ก็สามารถปิดข่าวลงได้ทั้งหมด กฎกติกาล้วนรับใช้ผู้มีอำนาจ ตามหลักเหตุผลแล้ว ระบบที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้สมควรถูกกวาดล้างทิ้งเสีย จึงจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาของสำนัก
แต่ทว่าในยามนี้ฉู่โม่ คือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากระบบดังกล่าว ซ้ำเขายังคิดอยากจะพัฒนาแค่ความก้าวหน้าของตนเองแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น สำหรับเขาแล้ว ระบบพรรค์นี้ยิ่งมีมากก็ยิ่งเป็นผลดี
ข้าขอภักดีต่อระบบนี้อย่างสุดหัวใจ!