เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 :การควบคุมข้อมูลและการเยี่ยมชม

บทที่ 42 :การควบคุมข้อมูลและการเยี่ยมชม

บทที่ 42 :การควบคุมข้อมูลและการเยี่ยมชม


บทที่ 42 :การควบคุมข้อมูลและการเยี่ยมชม

ลู่หย่วนหมิงเข้าไปในอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเขตพื้นที่และสิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุด

จากการสนทนาของตำรวจและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอาคาร C นั้นไม่ใช่ครั้งแรกและมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ อาจเกิดขึ้นทั่วโลกด้วยซ้ำ

เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ทำให้คนตายนับร้อยคนในครั้งเดียว คงไม่สามารถปกปิดหรือกำจัดข่าวจากโลกอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิดได้ แม้แต่รัฐบาลที่ทรงพลังที่สุดก็ไม่สามารถทำได้ อีกอย่างที่นี่ไม่ใช่ประเทศในนิยายที่สามารถปกปิดได้ทุกเรื่อง หากมีอินเทอร์เน็ตเปิดอยู่ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิดได้ บางทีเขาก็ยังสามารถค้นพบเบาะแสบางอย่างได้

ผลปรากฏว่าลู่หย่วนหมิงค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ โดยใช้คำว่า "เหตุการณ์สำคัญ" "จำนวนผู้เสียชีวิต" "ภัยพิบัติครั้งใหญ่" "เขตควบคุม" และอื่น ๆ แล้วเขาก็ค้นพบข่าวสารชุดหนึ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2024

จากเวลาที่ปรากฏในข่าว สถานที่เกิดเหตุและวิดีโอหรือภาพถ่ายบางส่วนที่ถูกบันทึกไว้ เหตุการณ์หายนะครั้งแรกเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นในเมืองเกียวโต มีการประกาศเขตควบคุม จากภาพและวิดีโอที่ปรากฏ เริ่มเห็นกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นเป็นกลุ่ม ๆ เดินเข้าไปในเขตควบคุม แต่ข่าวสารส่วนใหญ่รวมถึงวิดีโอและภาพถ่ายถูกแบน ดังนั้นจึงไม่มีข้อมูลว่าญี่ปุ่นแก้ปัญหาได้อย่างไร และมีผู้เสียชีวิตกี่ราย

หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นพบเหตุการณ์นี้เป็นรายแรก ก็มีประเทศที่เจอเหตุการณ์แบบนี้อีกไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา แคนาดาในอเมริกาเหนือ ประเทศบางประเทศในอเมริกาใต้ แล้วตามด้วยยุโรป ส่วนเอเชียนั้น จีนคือประเทศแรกที่พบเหตุการณ์นี้ในช่วงกลางถึงปลายเดือนมีนาคมที่ปักกิ่ง มีเพียงภาพถ่ายไม่กี่ภาพ และภาพถ่ายเหล่านั้นไม่ได้ถ่ายเขตควบคุมแต่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในนี้ไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่

ลู่หย่วนหมิงค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดบนทุกแพลตฟอร์มบนอินเทอร์เน็ต เขานับดูแล้วพบว่าในช่วงเวลาไม่กี่เดือนมานี้ เกิดเหตุการณ์ที่อาจเป็นฝีมือของพวกสัตว์ประหลาดและคำสาปทั่วโลกอย่างน้อยหนึ่งร้อยครั้ง โดยไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงระยะเวลาที่เกิดขึ้นด้วย แต่จากการที่ข่าวถูกปิดบังและข้อมูลของชาวเน็ตบางส่วนถูกลบ คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก มิฉะนั้นข้อมูลคงจะไม่ถูกลบแบบบ้า ๆ บอ ๆ ไปแบบนี้หรอก

ในขณะเดียวกันลู่หย่วนหมิงก็เห็นภาพถ่ายและวิดีโอที่ชาวเน็ตโพสต์เมื่อวานนี้ มีการโพสต์ทั้งบน Weibo มันคือภาพมุมหนึ่งของถนนหน้าอาคาร C บริเวณนั้นถูกปิดด้วยสายเตือนภัย พร้อมกับการอพยพประชาชนในอาคาร C นอกจากตำรวจแล้ว ยังมีกองกำลังทหารและยังสงสัยว่ามีกองทัพประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

วิดีโอนั้นสั้นมาก ภาพก็มีไม่กี่ภาพ ลู่หย่วนหมิงมองดูภาพในวิดีโอและภาพถ่ายอย่างละเอียด เขามองไม่เห็นอะไรเลยหรืออาจจะเป็นเพราะวิดีโอและภาพถ่ายไม่สามารถจับภาพสิ่งเหล่านั้นได้ แต่ดูจากสถานการณ์แล้วอาจเป็นเพราะสัตว์ประหลาด คำสาป หรือสิ่งที่คล้ายกันนั้นระเบิดออกมา ไม่อย่างนั้นคดีอาญาธรรมดาก็ไม่น่าจะมีกองทัพประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องได้

นอกเหนือจากวิดีโอแล้ว ยังมีกระทู้และบล็อกโพสต์อีกหลายอันที่พูดถึงเรื่องของ WH แต่ภาพและวิดีโอทั้งหมดถูกลบไปแล้วลู่หย่วนหมิงจึงไม่ทราบรายละเอียด

เขาเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิดีโอแต่หลังจากค้นหาไปรอบหนึ่งแล้วกลับมาดูอีกครั้ง กระทู้และโพสต์บนอินเทอร์เน็ตที่เผยแพร่ข้อมูลวิดีโอก็ถูกลบไปแล้ว ไม่พบข้อมูลใด ๆ เลย ทำให้ลู่หย่วนหมิงถึงกับตาค้าง

“…ไม่สิ ลบเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ลู่หย่วนหมิงอดไม่ได้ที่จะด่าออกมา แต่แล้วเขาก็คิดได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จำเป็นต้องปิดกั้นข้อมูลจริง ๆ

ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเหล่านั้น แต่แค่รู้จักหรือพูดถึงข้อมูลของมันก็ทำให้คนเกิดการกลายพันธุ์ได้ ถึงการบอกข้อมูลจะทำให้กลายพันธุ์รุนแรงน้อยกว่าการจ้องมองมันเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับคนธรรมดา

เรื่องราวที่ถังเจ๋ออันเล่าให้ฟังนั้นเกี่ยวข้องกับโลกแห่งสสารมืดและสัตว์ประหลาดปีศาจคำสาปต่าง ๆ ตามข้อมูลจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ยิ่งเรารู้จักโลกแห่งสสารมืดมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรับรู้ถึงการมีอยู่ของสัตว์ประหลาด ปีศาจ คำสาปมากขึ้นเท่านั้น และนั่นหมายถึงการดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามาหาเรา ยิ่งรู้มากยิ่งมีโอกาสถูกโจมตีมากขึ้น แต่ในเส้นเวลาปี 2028 นั้น ไม่มีเรื่องราวใดเกี่ยวกับเขตการแพร่กระจายของสัตว์ประหลาดปีศาจคำสาปเลย ถึงแม้ว่าพวกมันจะน่ากลัวและฆ่าไม่ตาย แต่เราก็ยังสามารถไล่พวกมันออกไปหรือระเบิดพวกมันให้แหลกละเอียดได้ อาวุธของมนุษย์มีผลต่อพวกมัน ซึ่งช่วยยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างมาก

แต่ในเส้นเวลาปี 2024 ปัจจุบันนี้ การมีอยู่ของพวกมันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก พวกมันครอบครองสิ่งที่ไม่รู้จัก ซึ่งแม้ว่าจะมีขนาดเล็กมาก เล็กกว่าฝุ่นละออง แต่ก็สามารถขยายขนาดได้อย่างมหาศาล ครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยตารางเมตรหรือแม้กระทั่งพันตารางเมตร ภายในบริเวณดังกล่าวคำสาปและสัตว์ประหลาดพวกนั้นได้รับการเสริมพลังอย่างมาก ในขณะที่อาวุธทางเทคโนโลยีของมนุษย์กลับถูกจำกัด จนส่งผลให้เกิดเขตภัยพิบัติขึ้นทั่วโลก

“……พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็ต้องควบคุมข้อมูลจริง ๆ แหละ เพราะยิ่งรู้มากยิ่งมีโอกาสถูกสัตว์ประหลาด ปีศาจสาปแช่งตามรังควาน ยกเว้นจะทำลายเขตนี้หรือหาสาเหตุที่ทำให้เขตนี้เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นด้วยวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ในปัจจุบันก็ไม่มีทางสู้กับพวกมันได้เลย”

ลู่หย่วนหมิงปิดคอมพิวเตอร์ เขาเหลือบมองนาฬิกา เวลาตอนนี้คือ 23.53 น. กำลังจะถึงเที่ยงคืน

เขาเพิ่งกลับมาจากอาคาร C ไม่ถึงเก้าโมง เขาคิดว่าไม่เกินชั่วโมง พวกเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องตามหาเขาแล้ว อาจจะเป็นตำรวจหรืออาจจะเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ หรือบางทีเขายังนึกภาพทหารขับรถถังมาเลย... ถ้าเป็นกันดั้มมาขับด้วยจะดีมาก แต่แน่นอน ในโลกนี้ไม่มีกันดั้มอยู่หรอก

เจาคิดว่าพวกเจ้าหน้าที่ของรัฐกำลังเดินทางมาแล้ว แต่ใครจะไปรู้กันเล่า ว่าเขาต้องรอเกือบเที่ยงคืนก็ยังไม่เห็นเงาเลยคนเหล่านั้นเลย

มันค่อนข้างน่าอายนะ

“หรือว่าพวกเขาไม่เจอข้อมูลของเรากันนะ? แค่ใส่หน้ากากอุลตร้าแมน เสื้อผ้าก็ไม่ได้เปลี่ยน ส่วนสูงก็เห็นชัด พวกเขาแค่สั่งให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ทั่วหมู่บ้าน ก็หาเราเจอได้ง่าย ๆ นี่นา”

ลู่หย่วนหมิงจมอยู่กับความสงสัยในตัวเอง เขาหยิบหน้ากากอุลตร้าแมนขึ้นมาจ้องมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเขาเริ่มสงสัยว่าหน้ากากอุลตร้าแมนนี้ อาจได้รับพลังบางอย่างจากลำดับชั้นเหมือนกับแว่นตาของซูเปอร์แมนก็ได้ ถ้าใส่แว่นตา ไม่ว่าจะทำอะไรคนอื่นก็จะไม่สามารถรู้ตัวตนเราได้

หากเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ก็ยิ่งดูเลวร้าย ลู่หย่วนหมิงตั้งใจจะติดต่อกับรัฐบาล เนื่องจากเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการหาข้อมูล เขาไม่สามารถเดินทางกลับไปยังโลกแห่งสสารมืดในปี 2028 ได้แล้ว และด้วยความช่วยเหลือของรัฐบาล เขาอาจจะสามารถเข้าไปในเขตเหล่านั้นเพื่อค้นหาสิ่งที่ไม่รู้จักได้ ยิ่งได้มามากเท่าไหร่ มันก็อาจจะพาเขากลับไปยังโลกแห่งสสารมืดได้

ไม่ว่าจะอย่างไร นี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เขาได้พลังกลับคืนมา

หากเขาไม่สามารถติดต่อกับรัฐบาลได้ แล้วเขาจะหาข้อมูลพวกนั้นได้อย่างไร เขาไม่สามารถไปที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งความว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมน หรือเป็นฮีโร่ในวันนั้นได้หรอกนะ

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ความหงุดหงิดก็เริ่มแผ่ซ่านขึ้นมา เขาเดินออกมาจากห้อง ในขณะนั้นพ่อแม่ของเขานอนหลับแล้ว เหลือเพียงน้องสาวที่กำลังทำอาหารว่างในครัว

น้องสาวของเขาพอเห็นลู่หย่วนหมิงเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น จึงตะโกนจากห้องครัวไปว่า “ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอ? จะกินมาม่าหรือเปล่า? เดี๋ยวทำให้”

ลู่หย่วนหมิงยิ้มแล้วตอบว่า “……อืม ได้สิ มาม่าของมินมิน อร่อยที่สุดเลย”

ลู่หย่วนหมิน น้องสาวของเขา เดินไปยืนที่หน้าประตูครัว ใบหน้าเย็นชา “……อยากตายรึไง!?”

“ฉันเกลียดพวกผู้ชายวัยรุ่นแบบพวกพี่มาก ทำไมไม่พูดดี ๆ ทำไมต้องพูดจาล้อกันแบบนี้ พี่กับเพื่อน ๆ ของพี่ก็เหมือนกัน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าพวกพี่คุยกันเรื่องอะไร เรียกแต่ ‘มินมิน’ ไปเรื่อย แล้วก็ เรียกชื่อฉันให้เต็มด้วย!”

ลู่หย่วนหมิงถึงกับเงียบกริบ โลกเป็นพยานได้เลย เขาสาบานได้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรแปลก ๆ แค่นึกออกเฉย ๆ พอโดนด่าแบบนี้เลยเงียบไม่ตอบ ลู่หย่วนหมิน น้องสาวของเขาจ้องเขานิ่ง ๆ อยู่หลายวินาทีก่อนจะหันกลับไปทำมาม่าต่อ พร้อมกับถามว่า “ตื่นแล้ว ต่อไปจะทำอะไร?”

ลู่หย่วนหมิงจะไปตอบว่า “จะไปเป็นผู้ช่วยโลก” หรือ “จะไปเป็นอุลตราแมน” (หรือฮีโร่) ก็คงไม่ได้ เลยเงียบไปดีกว่า

น้องสาวของเขาพูดต่อ "ที่พี่ถูกชน ตอนนั้นประกันจ่ายค่าชดเชยมาแล้ว เจ้าของรถอีกฝ่ายก็จ่ายมาอีก รวม ๆ แล้วน่าจะได้ประมาณล้านหยวน พี่เป็นเจ้าชายนิทราอยู่ปีนึงแต่ค่าใช้จ่ายตลอดปีก็เยอะอยู่แต่ก็ยังเหลืออีกประมาณแปดแสน พ่อกับแม่เก็บไว้ให้พี่เงินทั้งหมดเป็นของพี่ แต่ถึงยังไงพี่ปลอดภัยก็ดีแล้ว ฉันจะไม่เอาแม้แต่หยวนเดียว คราวนี้ฉันมั่นใจว่าจะสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆ ได้แน่ เงินค่าเล่าเรียนพ่อกับแม่จะออกให้เอง พอฉันเรียนจบก็คงหาได้งานดี ๆ สักที่..."

ลู่หย่วนหมิงนั่งฟังน้องสาวบ่นพึมพำเรื่องบ้านเรื่องช่อง เรื่องครัว เรื่องเรือน เขาเองก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน "มินมิน...ลู่หย่วนหมิน ตอนนี้สถานการณ์นอกบ้านมันดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เธอไม่คิดจะเลือกเรียนมหาวิทยาลัยในเฉิงตูเหรอ? อย่างมหาวิทยาลัยเฉิงตูก็เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำเหมือนกันนะ"

"ฉันจะสอบติดมหาวิทยาลัยที่ดีกว่านั้นให้ได้" ลู่หย่วนหมินตอบอย่างไม่ลังเล "ด้วยผลการเรียนของฉัน แม้แต่ปักกิ่งฉันก็มีสิทธิ์สอบติด แล้วทำไมจะไม่ไปเรียนมหาวิทยาลัยดี ๆ เหล่านั้นล่ะ ฉันไม่เหมือนพี่หรอกที่อยู่แต่ในโลกส่วนตัว เรียนมหาวิทยาลัยสามัญ พอเรียนจบก็หางานไม่ได้ ไปสัมภาษณ์งานก็โดนรถชนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ถ้าพี่โชคไม่ดีอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาเลยก็ได้ ฉันไม่เอาหรอก ฉันจะเรียนมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแล้วเรียนต่อจนถึงระดับสูงสุดในมหาวิทยาลัย พอจบออกมาก็จะไปทำงานที่บริษัทที่ดีที่สุด! นี่คือแผนชีวิตของฉัน พี่ก็รู้มาตั้งนานแล้วนิ!"

ลู่หย่วนหมิงเงียบไปทันที เวลาผ่านไปอีกไม่กี่นาที ลู่หย่วนหมินก็ยกชามมาม่าสองชามออกมา ชามหนึ่งสำหรับตัวเอง อีกชามหนึ่งสำหรับลู่หย่วนหมิง ทั้งคู่ก็เงียบ ๆ ไม่พูดอะไร กินไป ลู่หย่วนหมิงก็ถอนหายใจไป

ระหว่างที่กำลังกินอยู่ ลู่หย่วนหมิงก็เอ่ยขึ้นมาว่า "เธอคิดว่า... พี่ทำให้เธอรู้สึกอายเหรอ? เพื่อนสนิทของเธอมีพี่ชายจบจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดแล้วก็กลับมาเปิดบริษัทเกาเคอจีอินเทอร์เน็ตทันทีเลย ตอนวันเกิดพี่ชายของเธอยังซื้อรถให้ด้วย แต่พี่เป็นแค่เด็กมหาวิทยาลัยสามัญชนธรรมดา จบออกมาหาความมั่นคงก็ยังไม่ได้ พี่เลยทำให้เธอรู้สึกอายใช่ไหม..."

ใบหน้าของลู่หย่วนหมินเปลี่ยนไปทันที เธอกระแทกโต๊ะอย่างแรงแล้วลุกขึ้นไปหยิบเกลือจากในครัว ลู่หย่วนหมิงเห็นว่าน้องสาวของเขาตักเกลือลงไปในชามมาม่าอย่างหนักหน่วง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "เธอไม่ใช่เพื่อนสนิทของฉันแล้ว! และที่บ้านเธอก็ร่ำรวยอยู่แล้ว พี่ชายของเธอก็ใช้เงินที่บ้านเรียนออกซฟอร์ด กลับมาเปิดบริษัทอะไรก็ใช้เงินของที่บ้านทั้งนั้น แม้แต่การเรียนโรงเรียนมัธยมปลายเขาก็ใช้เงินไม่รู้เท่าไหร่ ฉันรู้เรื่องพวกนี้ดี แต่ที่ฉันโกรธไม่ใช่เรื่องนี้หรอก แต่ตอนนั้น พี่ไปพูดชมเชยพวกนั้นทำไม? บ้านของเราไม่ได้รวยแต่พ่อแม่ของเราเป็นคนขยันขันแข็งมาก ท่านทั้งสองเลี้ยงดูเรา ส่งเราเรียน ทำให้เราได้กินอิ่มนอนอุ่นไม่เคยขาดตกบกพร่องอะไรเลย พี่อาจจะเรียนไม่เก่ง สอบไม่ดี แต่พี่ก็เป็นคนดีไม่เคยทำผิดกฎหมายหรือฉ้อโกงอะไร แล้วทำไมถึงต้องไปด้อยค่าตัวเองแล้วชมคนอื่นแบบนั้น??"

ลู่หย่วนหมิงยิ้มอย่างขมขื่น "ก็เพราะเธอเป็นน้องสาวไง พี่ไม่อยากทำเป็นเก่งหรือดูถูกเงินทองจนทำให้เธอต้องลำบากใจเวลาอยู่กับเพื่อน ๆ ..."

"คำชมของพี่นั่นแหละที่ทำให้ขายหน้า!" ลู่หย่วนหมินตะโกนเสียงเบา ดวงตาเริ่มแดงก่ำ "บอกอีกทีนะ หล่อนเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้น ไม่ใช่เพื่อนสนิท! ส่วนพี่คือพี่ชายแท้ ๆ ! ฉันต้องสอบเข้าโรงเรียนดี ๆ ต้องเรียนให้เก่งต้องได้งานดี ๆ เพื่อให้หล่อนและเพื่อน ๆ ของหล่อนรู้ ว่าถึงบ้านเราจะไม่มีเงินแต่ก็อยู่ได้อย่างสบาย พี่ พ่อแม่ ก็อยู่ได้สบาย! พี่ไม่เข้าใจอะไรบ้างเลย!!"

ลู่หย่วนหมิงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ไม่รู้จะพูดอะไร ในเวลานี้ เพราะโลกมนุษย์กำลังเผชิญปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นมาก

ทันใดนั้น เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น ลู่หย่วนหมิงกำลังจะลุกไปเปิดประตู แต่ลู่หย่วนหมินกลับเร็วกว่า วิ่งไปพลางพูดว่า "ดึกป่านนี้ ใครกัน พ่อแม่หลับกันหมดแล้ว!"

สิบกว่าวินาทีต่อมา ลู่หย่วนหมินก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าตกตะลึงและพูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ "นี่ มีคนมาหาพี่... มองไม่ค่อยชัด แต่คนที่หน้าประตูคือ... หวางหล่าว? "

"ใครนะ? " ลู่หย่วนหมิงถามพลางรีบเดินไปที่ประตู

“คือคนที่ออกทีวีบ่อย ๆ นั่นรึเปล่า? เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง?” ลู่หย่วนหมินกระซิบเบา ๆ ตามหลังพี่ชาย

นอกประตู มีผู้สูงอายุยิ้มแย้มยืนอยู่ตรงนั้น ด้านหลังเขาคือหญิงสาวที่ปิดตาข้างซ้ายด้วยผ้าพันแผลและตำรวจวัยกลางคนกำลังสูบบุหรี่ รวมไปถึงหนุ่มสองคนแต่งตัวเรียบง่าย แต่ท่าทางกลับตรงแข็งราวกับดาบ

“รบกวนเวลาด้วยนะครับ” ผู้สูงอายุพยักหน้าเล็กน้อยให้ลู่หย่วนหมิง แล้วถามขึ้นมาว่า “แล้วจะให้ผมเรียกหนุ่มน้อยว่าอะไรดี? อุลตร้าแมน? หรือฮีโร่กู้โลก?”

ลู่หย่วนหมิงหน้าแดงก่ำ น้องสาวและคนอื่น ๆ ต่างหันมามองเขาทำให้ใบหน้าเขาแดงก่ำ เขารีบตอบไปโดยไม่ทันคิด “...เกราะเหล็กไหล ไม่สิ”

“เรียกผมด้วยชื่อก็ได้”

จบบทที่ บทที่ 42 :การควบคุมข้อมูลและการเยี่ยมชม

คัดลอกลิงก์แล้ว