เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19: มุ่งหน้าสู่ป่าพระอาทิตย์ตกดิน เย่ว์กวน

บทที่ 19: มุ่งหน้าสู่ป่าพระอาทิตย์ตกดิน เย่ว์กวน

บทที่ 19: มุ่งหน้าสู่ป่าพระอาทิตย์ตกดิน เย่ว์กวน


บทที่ 19: มุ่งหน้าสู่ป่าพระอาทิตย์ตกดิน เย่ว์กวน

"เกิงเฉิน เจ้าพบเจอสิ่งใดที่ไม่เข้าใจในการฝึกฝนงั้นหรือ?"

ภายในวิหารบูชา เชียนจวินเดินเข้ามาหาพลางตบไหล่เกิงเฉินเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอดทนและเมตตา

"ท่านปู่ เมื่อเช้านี้ข้าไปที่หอสมุดมา แล้วข้าก็ค้นพบสิ่งนี้เข้าขอรับ"

เชียนกู่เกิงเฉินหยิบเอาบันทึกแผนผังบ่อน้ำพุร้อนเย็นสองขั้วที่เตรียมไว้ รวมถึงตำรา 'ชีวประวัติพรหมยุทธ์เสินจู๋' ออกมา

"บ่อน้ำพุร้อนเย็นสองขั้วที่ถูกบันทึกไว้ในนี้ ว่ากันว่าเป็นแหล่งรวมสมุนไพรอมตะมากมาย หากได้กินเข้าไป จะช่วยเสริมสร้างรากฐานและเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียร หนำซ้ำยังอาจช่วยให้วิญญาณยุทธ์วิวัฒนาการได้อีกด้วย"

"นอกจากนี้ ในชีวประวัติของผู้อาวุโสพรหมยุทธ์เสินจู๋ ก็ยังมีบันทึกเกี่ยวกับสมุนไพรอมตะอยู่ด้วยเช่นกัน"

"และตามแผนที่นี้ บ่อน้ำพุร้อนเย็นสองขั้วตั้งอยู่ในหุบเขาเร้นลับใจกลางป่าพระอาทิตย์ตกดิน"

"ทว่า ในป่าพระอาทิตย์ตกดินนั้นเต็มไปด้วยสัตว์วิญญาณระดับหมื่นปี ข้าจึงอยากขอร้องให้ท่านปู่พาข้าไปพิสูจน์ดูสักครั้ง หากเป็นเรื่องจริง พวกเราก็เหมือนถูกรางวัลใหญ่ แต่หากเป็นเรื่องหลอกลวง พวกเราก็ไม่ได้สูญเสียอันใดนี่ขอรับ"

เชียนกู่เกิงเฉินเรียกได้ว่าพูดจาฉะฉานต่อหน้าท่านปู่ของเขา เขาพรั่งพรูความคิดทั้งหมดออกมาในรวดเดียว

"สมุนไพรอมตะงั้นหรือ?"

บนแท่นสูง เชียนเต้าหลิวซึ่งยืนหันหน้าเข้าหารูปปั้นเทพทูตสวรรค์ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันขวับกลับมา

"เกิงเฉิน เจ้าบอกว่าเจ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรอมตะงั้นหรือ?"

เชียนกู่เกิงเฉินโค้งคำนับเชียนเต้าหลิวอย่างนอบน้อม "ขอรับ ท่านปู่เชียน นี่คือแผนผังที่ข้าค้นพบในตำราโบราณจากหอสมุด และในชีวประวัติเล่มนี้ก็ยังมีบันทึกเรื่องราวของสมุนไพรอมตะเอาไว้อีกด้วย สภาพแวดล้อมตามแผนผังนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของสมุนไพรอมตะ ข้าจึงมาที่นี่เพื่อขอร้องให้ท่านปู่พาสักคนพาข้าไปที่นั่นสักครา"

"ที่แท้ท่านปู่ก็รู้จักสมุนไพรอมตะด้วยหรือนี่ แล้วเหตุใดถึงไม่เคยปริปากเล่าให้ข้าฟังเลยล่ะ?"

เชียนเริ่นเสวี่ยไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเชียนเต้าหลิวจะรู้จักสมุนไพรอมตะด้วย

"บางทีเขาอาจจะคิดว่ามันไม่จำเป็น หรือไม่เจ้าก็อาจจะไม่เคยถาม แล้วเขาก็คิดว่าสมุนไพรอมตะไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ก็เลยไม่ได้พูดถึงมันกระมัง"

เชียนกู่เกิงเฉินสื่อสารกับเชียนเริ่นเสวี่ยทางจิต และในตอนนั้นเอง เชียนเต้าหลิวก็พยักหน้ารับ

"ดีมาก ถ้าเช่นนั้น เชียนจวิน เจ้าพาเกิงเฉินไปที่นั่นทีเถอะ แต่ก่อนอื่น ข้าจะส่งคนผู้หนึ่งไปกับพวกเจ้าด้วย ความรู้ความเข้าใจเรื่องสมุนไพรอมตะของเขาน่าจะลึกซึ้งยิ่งกว่าข้าเสียอีก"

"ใครกันหรือ?"

เชียนจวินเอ่ยถาม

"เย่ว์กวน"

ริมฝีปากของเชียนเต้าหลิวขยับเพียงเล็กน้อยขณะเอ่ยชื่อนั้นออกมา น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังกึกก้อง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจมีผู้ใดเพิกเฉยได้

"ที่แท้ก็เขานี่เอง"

เชียนจวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเย่ว์กวนผู้นี้มาบ้าง วิญญาณยุทธ์ของอีกฝ่ายนั้นแปลกประหลาดนัก แม้จะเป็นวิญญาณยุทธ์สายพฤกษา แต่เขากลับเลือกเดินบนเส้นทางสายโจมตี และพลังของเขาก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

เชียนจวินยังเคยได้ยินมาอีกว่าอีกฝ่ายหลงใหลในการค้นคว้าเรื่องดอกไม้และพืชพรรณ แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมีความรู้กว้างขวางถึงเพียงนี้ ถึงขั้นที่พี่ใหญ่ของเขายังยอมรับว่าด้อยกว่าในเรื่องนี้

ส่วนเชียนกู่เกิงเฉินไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิด หากจะถามว่าในโลกใบนี้ ใครที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรอมตะดีที่สุด คำตอบก็คงหนีไม่พ้นเย่ว์กวนอย่างแน่นอน

"จะไปป่าพระอาทิตย์ตกดินหรือ ข้าขอไปด้วยคนสิ"

ในตอนนั้นเอง ร่างสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาภายในโถงใหญ่ของวิหารบูชา

ผู้มาเยือนเป็นชายรูปร่างไม่สูงนัก มีเรือนผมสีขาวโพลนตัดกับใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ราวกับเด็กหนุ่ม ทว่าจุดเด่นที่สุดของเขาก็คือผลึกน้ำแข็งที่ประดับอยู่บนดวงตาข้างซ้าย

"น้องห้า ให้น้องหกพาเกิงเฉินไปก็พอแล้ว หากเจ้านั่งไม่ติดที่นัก ก็ไปช่วยองค์สมเด็จพระสันตะปาปาจัดการงานเสียสิ"

"เอ่อ... พี่ใหญ่ ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องไปจัดการ ขอตัวก่อนนะ"

เมื่อได้ยินว่าเชียนเต้าหลิวจะบังคับให้เขาไปช่วยงานองค์สมเด็จพระสันตะปาปา เขาก็ "นึกขึ้นได้" ทันทีว่ามีธุระต้องทำ เขาใส่เกียร์หมาโกยอ้าวออกจากวิหารบูชาไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

"เอาล่ะ น้องหก เจ้าพาเกิงเฉินไปเตรียมตัวเถอะ แล้วค่อยออกเดินทางไปป่าพระอาทิตย์ตกดิน"

เชียนเต้าหลิวไม่ได้รั้งกวงหลิงเอาไว้ ที่เขาพูดเช่นนั้นก็เพียงเพื่อขู่ให้อีกฝ่ายยอมอยู่นิ่งๆ แต่หากพูดออกไปตรงๆ อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางตกลงเป็นแน่ เขาจึงเปลี่ยนวิธี ปล่อยให้อีกฝ่ายเผ่นหนีไปเองก็แล้วกัน

ผลลัพธ์นั้นเห็นผลทันตา ดูสิ ตอนนี้กวงหลิงวิ่งหายวับไปจากระยะการรับรู้ของเขาเสียแล้ว

"ขอรับ"

เชียนจวินพยักหน้ารับ ก่อนจะพาเชียนกู่เกิงเฉินเดินออกจากวิหารบูชาไป

เขาสั่งให้คนไปเรียกตัวเย่ว์กวนมาพบที่นอกเมืองวิญญาณยุทธ์

บริเวณนอกเมืองวิญญาณยุทธ์ รถม้าสำหรับเดินทางไปยังป่าพระอาทิตย์ตกดินถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพแล้ว

สัตว์ที่ทำหน้าที่ลากรถม้าคือสัตว์วิญญาณประเภทนกที่ถูกฝึกให้เชื่องมาเป็นเวลานาน ยามที่พวกมันสยายปีกบิน พวกมันจะปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาจากแผ่นหลัง เพื่อพยุงรถม้าที่อยู่ด้านหลังให้ลอยขึ้นสู่ท้องนภา

ในฐานะราชทินนามพรหมยุทธ์ เขาสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ด้วยตัวเอง และแน่นอนว่าเขาย่อมสามารถพาเชียนกู่เกิงเฉินบินไปที่นั่นได้สบายๆ

แต่ทว่าในเวลานี้ เย่ว์กวนยังเป็นเพียงวิญญาณโต้วหลัวเท่านั้น และวิญญาณยุทธ์ของเขาก็ไม่มีความสามารถในการโบยบิน

ในฐานะผู้อาวุโสระดับสูง เขาอาจจะยอมอุ้มเด็กน้อยอย่างเชียนกู่เกิงเฉินบินไปได้ แต่เขาไม่มีทางยอมหิ้วชายฉกรรจ์อย่างเย่ว์กวนบินไปด้วยเด็ดขาด ใช่หรือไม่ล่ะ?

ด้วยเหตุนี้ ประโยชน์ของรถม้าบินคันนี้จึงเป็นที่ประจักษ์ชัด

พวกเขารออยู่ไม่นานนัก ชายผู้มีบุคลิกเย้ายวนชวนมองก็เดินออกมาจากประตูเมือง ทันทีที่เห็นผู้อาวุโสระดับสูงอย่างเชียนจวิน เขาก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา ก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

"ผู้น้อยเย่ว์กวน ขอคารวะท่านผู้อาวุโสหก"

"อืม ขึ้นรถม้าสิ ตามข้าไปที่ป่าพระอาทิตย์ตกดิน"

เชียนจวินพยักหน้าเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้เย่ว์กวนขึ้นรถม้า

เขาไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องสมุนไพรอมตะในที่นี้ เพราะอย่างไรเสียมันก็ยังเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐาน เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ จึงยังไม่อยากพูดอะไรออกไป กะว่าจะไปยืนยันให้แน่ใจเสียก่อน

หากมันมีอยู่จริง ถึงตอนนั้นค่อยบอกเขาก็ยังไม่สาย

"ขอรับ"

แม้เย่ว์กวนจะรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ไม่กล้าซักไซ้ให้มากความและยอมขึ้นรถม้าไปแต่โดยดี

เชียนกู่เกิงเฉินก็ก้าวขึ้นรถม้าตามไปเช่นกัน

หลังจากทิ้งตัวลงนั่ง เขาก็สัมผัสได้ว่ารถม้าเริ่มเคลื่อนตัว และร่างกายของเขาก็เอนไปด้านหลังตามแรงเหวี่ยง นี่คือสัญญาณว่ารถม้ากำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทว่าเพียงไม่นานมันก็กลับมาตั้งตรงและบินฉิวอย่างราบรื่น

ภายในรถม้านั้นกว้างขวางโอ่โถง ทว่าเชียนจวินกลับไม่ได้เข้ามานั่งด้านใน เขาเลือกที่จะนั่งอยู่ตรงระเบียงด้านนอกของรถม้า ขาข้างหนึ่งชันเข่าขึ้น ส่วนอีกข้างห้อยต่องแต่งไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของรถม้า ในมือของเขาถืออุปกรณ์วิญญาณรูปทรงน้ำเต้าสีฟ้าพลางยกขึ้นจิบสุราอย่างสบายอารมณ์

เชียนกู่เกิงเฉินนั่งหลังตรงตระหง่านอยู่ภายในรถม้า หลังจากกล่าวทักทายเย่ว์กวนตามมารยาทแล้ว ก็ไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้นอีกเลย

เย่ว์กวนจ้องมองเชียนกู่เกิงเฉินเขม็งก่อนจะเอ่ยปากถาม "นายน้อย ท่านคือหลานชายของท่านผู้อาวุโสหกใช่หรือไม่?"

"อืม"

เชียนกู่เกิงเฉินพยักหน้ารับ เรื่องนี้ไม่มีอันใดต้องปิดบังอยู่แล้ว

"ถ้าเช่นนั้น ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าการเดินทางไปป่าพระอาทิตย์ตกดินในครั้งนี้ พวกเรามีจุดประสงค์อันใดกันแน่?"

เดิมทีเย่ว์กวนคิดว่าอาจจะเป็นการไปล่าสัตว์วิญญาณหรืออะไรทำนองนั้น แต่เขาก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เพราะหากเป็นการไปล่าสัตว์วิญญาณจริงๆ ยอดฝีมือระดับเก้าสิบหกอย่างท่านผู้อาวุโสหก ย่อมไม่มีความจำเป็นต้องลดตัวมาขอความช่วยเหลือจากวิญญาณโต้วหลัวตัวเล็กๆ อย่างเขาเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้น การเดินทางไปป่าพระอาทิตย์ตกดินในครั้งนี้ ย่อมต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่เป็นแน่ และเขาอาจจะมีประโยชน์ในเรื่องนั้นจริงๆ

เชียนกู่เกิงเฉินเอ่ยตอบ "ความจริงแล้ว ตอนนี้พวกเราก็ยังไม่แน่ใจนัก แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีสมุนไพรอมตะอยู่ที่นั่น ท่านปู่เชียนบอกว่าท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ก็เลยให้ท่านร่วมเดินทางมาด้วย"

"สมุนไพรอมตะ!!"

น้ำเสียงของเย่ว์กวนแหลมปรี๊ดขึ้นมาทันที ทว่าเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง แล้วประสานมือคารวะเชียนจวินซึ่งนั่งอยู่หลังม่านกั้นด้านนอกรถม้า

"ผู้น้อยเสียมารยาทแล้ว ขอท่านผู้อาวุโสโปรดลงโทษด้วยเถิด"

"ไม่เป็นไร"

เสียงของเชียนจวินลอยแทรกเข้ามาภายในรถม้า เขาไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องหยุมหยิมพวกนี้เลยแม้แต่น้อย

"ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่เมตตา"

เย่ว์กวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมาซักไซ้เชียนกู่เกิงเฉินด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เป็นสมุนไพรอมตะจริงๆ หรือ? ท่านแน่ใจนะว่าเป็นสมุนไพรอมตะ?"

สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด หากเชียนจวินไม่ได้นั่งอยู่ด้านนอกล่ะก็ เขาคงพุ่งเข้าไปคว้าไหล่เชียนกู่เกิงเฉินแล้วเขย่าอย่างบ้าคลั่งไปแล้ว

สมุนไพรอมตะ นั่นมันสมุนไพรอมตะเชียวนะ

เป้าหมายสูงสุดที่เขาทุ่มเทตามหามาตลอดทั้งชีวิต ก็คือการได้มีวาสนาค้นพบสมุนไพรอมตะและคอยฟูมฟักดูแลมันอย่างทะนุถนอม

หากเขาได้ยลโฉมสมุนไพรอมตะสักครั้ง ต่อให้ต้องตายตกไปในตอนนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว!!

จบบทที่ บทที่ 19: มุ่งหน้าสู่ป่าพระอาทิตย์ตกดิน เย่ว์กวน

คัดลอกลิงก์แล้ว