- หน้าแรก
- การย้อนเวลาครั้งที่สอง ทำให้เหล่าวายร้ายเก่งกาจยิ่งกว่าเดิม
- บทที่ 24: ความปีติโดยไม่คาดฝัน
บทที่ 24: ความปีติโดยไม่คาดฝัน
บทที่ 24: ความปีติโดยไม่คาดฝัน
บทที่ 24: ความปีติโดยไม่คาดฝัน ยอดนักดาบไร้พ่ายเริ่มต้นจากระดับทองแดง!
ปรากฏว่าทหารรับจ้างกลุ่มนั้นก็ลงทะเบียนกับกิลด์นักผจญภัยเช่นกัน ซ้ำยังมีเส้นสายโยงใยไปถึงนักผจญภัยระดับทอง ซึ่งการจัดระดับนั้นเริ่มตั้งแต่ทองแดงไปจนถึงเพชร และสูงสุดที่นักผจญภัยระดับราชัน ผู้เขียนขี้เกียจคิดเพิ่มแล้วล่ะ
ปกติแล้วพวกมันมักจะหาความสำราญจากการรังแกชาวบ้าน กองกำลังรักษาความปลอดภัยในท้องที่อยากจะเข้ามาจัดการ ทว่าด้วยเส้นสายที่พวกมันมี จึงไม่มีใครกล้าปริปากพูดสิ่งใด และทุกครั้งก็จบลงด้วยการจ่ายค่าปรับเพียงเล็กน้อย
ด้วยเหตุนี้เอง พฤติกรรมของพวกมันจึงยิ่งกำเริบเสิบสาน ถึงขั้นกล้ากระทำการอุกอาจกลางแสกหน้าทหารยามของเมืองในเวลากลางวันแสกๆ
แม้ว่าชาวบ้านจะรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากที่เยี่ยนชิงออกโรงปกป้องพวกเขา แต่ในขณะเดียวกันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า เด็กหนุ่มที่ดูใสซื่อและตรงไปตรงมาผู้นี้จะตกเป็นเป้าหมายของคนพวกนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักผจญภัยระดับทองคนนั้น หากเขาลงมือ เด็กหนุ่มผู้นี้คงต้องพบกับความยากลำบากเป็นแน่
"วีรบุรุษน้อย ฟังยายเฒ่าคนนี้เถิด นี่คือเงินสะสมที่ยายมี รับไปแล้วหนีไปต่างเมืองเสีย ยายเกรงว่าพ่อหนุ่มจะถูกพวกมันตามมาแก้แค้น!"
หญิงชราวัยราวหกสิบหรือเจ็ดสิบปีล้วงเหรียญทองแดงหลายสิบเหรียญออกมาจากกระเป๋าด้วยมืออันสั่นเทา ดูจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของนางแล้ว นี่คงเป็นเงินเก็บที่หามาด้วยความยากลำบาก และเยี่ยนชิงก็ปฏิเสธที่จะรับมันไว้ด้วยเหตุผลทั้งทางความรู้สึกและหลักการ
เยี่ยนชิงปฏิเสธความหวังดีของหญิงชราอย่างหนักแน่น ในใจรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ทว่าเขาก็ประกาศกร้าวต่อหน้าฝูงชนว่า "ทุกท่าน การกำจัดคนพาลอภิบาลคนดีคือคุณธรรมพื้นฐานของนักดาบอย่างพวกเรา ไม่จำเป็นต้องเกลี้ยกล่อมให้ข้าถอยหรอก ข้าตั้งใจมาที่นี่เพื่อเป็นนักผจญภัยอยู่แล้ว"
"ขออภัย ท่านต้องการจะเป็นนักผจญภัยอย่างนั้นหรือ ท่านวีรบุรุษ?"
ชายหนุ่มที่เพิ่งถูกเยี่ยนชิงช่วยชีวิตไว้จูงมือหญิงสาว ฝ่าฝูงชนเดินเข้ามาหาเยี่ยนชิงและเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
"ถูกต้องแล้ว พวกท่านมีธุระอันใดหรือ?"
"โอ้ ข้าลืมแนะนำตัวไปเลย เชิญด้านในก่อนเถิด พวกเราไปคุยกันไปดีกว่า!"
ชายหนุ่มนำทางเยี่ยนชิงตรงไปยังห้องยามของทหารรักษาการณ์ เขาเดินเข้าไปด้านในและเอ่ยบางอย่างกับทหารยาม สิ่งที่ทำให้เยี่ยนชิงงุนงงก็คือ พวกเขาได้รับการปล่อยตัวให้ผ่านเข้าไปโดยไม่ต้องจ่ายเงินสักแดงเดียว ซ้ำทหารยามยังมองชายหนุ่มผู้นั้นด้วยสายตาเคารพนบนอบอีกด้วย
"เอ่อ ท่านเป็นใครกันแน่?"
"โอ้ ข้าลืมแนะนำตัวไปเสียสนิท"
ชายหนุ่มหันซ้ายแลขวาเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครสนใจเขา จากนั้นก็โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเยี่ยนชิงเบาๆ "ข้าคือ แบร์รี อัลเลน บุตรชายของดยุกอัลเลนแห่งอาณาจักรแอนจาโซ ส่วนนี่คือคู่หมั้นของข้า ลินา เบลล์ บุตรสาวของมาร์ควิสเบลล์"
เยี่ยนชิงปรายตามองลินาที่กำลังส่งยิ้มทักทายเขา ก่อนจะหันกลับมามองแบร์รีที่กำลังเลิกคิ้วหลิ่วตาให้ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจจนทำเอาเขามุมปากกระตุก
ให้ตายเถอะ เมื่อกี้ท่านเพิ่งจะโดนซ้อมเจียนตายอยู่รอมร่อ แล้วยังจะมาบอกว่าตัวเองเป็นลูกชายของดยุกเนี่ยนะ?
ส่วนท่าน! ตอนที่กำลังจะถูกลวนลาม ก็น่าจะเผยฐานะของตระกูลออกมาเพื่อปกป้องตัวเองสักหน่อยสิ! ใครจะสนล่ะว่าคนอื่นจะเชื่อหรือไม่เชื่อ!
เยี่ยนชิงถึงกับพูดไม่ออกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่รักคู่นี้ ในเวลาต่อมา แบร์รีและลินาได้กล่าวขอโทษเขาอย่างจริงใจ พร้อมทั้งสัญญาว่าจะทำตามเงื่อนไขของเขาให้สามข้อตราบเท่าที่อำนาจของตระกูลจะเอื้ออำนวย
"ขอโทษด้วยนะ น้องชายเยี่ยนชิง ความจริงแล้วพวกเราปลอมตัวออกมาแอบเดตกันน่ะ แย่จริงๆ ที่เจ้าอาจจะต้องมาโดนแก้แค้นเพราะพวกเรา ต้องขอโทษด้วยจริงๆ!"
แบร์รีก้มศีรษะลงเก้าสิบองศาตามมาตรฐาน ในฐานะบุตรชายของดยุก เขารู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและยืดหยุ่นได้ แสดงมารยาทได้ดียิ่งกว่าลูกหลานตระกูลขุนนางบางคนบนเซียนโจวเสียอีก ซึ่งนั่นทำให้เยี่ยนชิงเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขาไปบ้าง
"ถ้าอย่างนั้น แบร์รี ข้าคิดคำขอข้อแรกออกแล้ว ช่วยทำให้ข้าเดี๋ยวนี้เลย"
แบร์รีประหลาดใจเล็กน้อยกับความรวดเร็วของเยี่ยนชิง แต่ในเมื่อรับปากไปแล้วก็ไม่เป็นไร
"ท่านช่วยส่งคนไปคุ้มครองยายเฒ่าคนนั้นชั่วคราวได้หรือไม่? ข้าเกรงว่าผู้ไม่หวังดีอาจจะได้ยินคำพูดของนางเข้า และจะฉวยโอกาสนั้นไปแก้แค้นนาง"
เยี่ยนชิงตระหนักดีว่า อีกไม่นานสถานที่แห่งนี้ก็จะตกเป็นของสเนซนายา หากทหารรับจ้างเหล่านี้กล้าก่อความวุ่นวายในอาณาเขตของฟาทุยล่ะก็ อย่าว่าแต่ท่านไอนซ์เลย พี่ชายและพี่สาวในชุดเกราะหนักเหล่านั้นก็คงไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่
ทว่าลินาและแบร์รีหารู้เรื่องนี้ไม่ คำขอของเยี่ยนชิงทำให้พวกเขาประหลาดใจและซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง แบร์รีจึงรับปากเยี่ยนชิงอย่างไม่ลังเล
"ถ้าอย่างนั้น ถึงเวลาของคำขอข้อที่สองแล้ว"
เยี่ยนชิงหัวเราะอย่างร่าเริง "โปรดพาข้าไปลงทะเบียนที่กิลด์นักผจญภัยที"
แบร์รีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าแล้วหัวเราะออกมา "นั่นไม่นับว่าเป็นคำขอหรอกนะน้องชาย มันก็แค่เรื่องเล็กน้อย เจ้ายังเหลือคำขออีกตั้งสองข้อ!"
กล่าวจบ ลินาก็จูงมือเยี่ยนชิงเดินตามจังหวะก้าวของแบร์รีไป ไม่นานนัก ทั้งสามก็มาถึงกิลด์นักผจญภัย
"โอ้! นี่คือตราสัญลักษณ์นักผจญภัยสินะ! งานฝีมือประณีตไม่เบาเลย"
เยี่ยนชิงชูตราสลักทองแดงขึ้นส่องกับแสงแดด เมื่อมองดูรอยสลักอันวิจิตรบรรจงบนนั้น เยี่ยนชิงก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
"เริ่มต้นจากระดับทองแดงซึ่งต่ำที่สุด นักผจญภัยจะต้องผ่านการเลื่อนระดับใหญ่อีกสี่ระดับ และในท้ายที่สุด จะต้องผ่านการทดสอบครั้งสุดท้ายเพื่อกลายเป็นนักผจญภัยระดับราชันอันหาได้ยากยิ่ง"
เมื่อพูดถึงระดับราชัน ดวงตาของแบร์รีก็ทอประกายระยิบระยับ การได้เป็นนักผจญภัยระดับราชันนั้นคือความฝันของทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกหลานของเหล่าขุนนาง
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เยี่ยนชิงก็ตั้งเป้าหมายในใจว่าจะต้องเป็นนักผจญภัยระดับราชันให้จงได้ เขากล่าวอำลาลินาและแบร์รี ซึ่งดูเหมือนว่าแบร์รีจะค่อนข้างอาลัยอาวรณ์ที่จะต้องแยกจากเยี่ยนชิง
"ลาก่อนนะ น้องชายเยี่ยนชิง! ไว้มีเวลาว่างก็แวะมาที่บ้านข้าล่ะ! ข้าจะให้ท่านพ่อต้อนรับขับสู้เจ้าเป็นอย่างดีเลย!"
เยี่ยนชิงโบกมือพร้อมส่งยิ้มอำลา ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในกิลด์นักผจญภัย
อาคารของกิลด์มีขนาดใหญ่โตมากและแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นล่างเป็นโรงเตี๊ยมและเป็นสถานที่สำหรับรับคำร้อง ส่วนชั้นบนเป็นสถานที่ทำงานของเหล่าพนักงานและหัวหน้ากิลด์
เยี่ยนชิงเดินไปที่เคาน์เตอร์ ซึ่งมีเด็กสาวหน้าตาสะสวยคอยต้อนรับอยู่ เขาระบายยิ้มบางๆ และแจ้งความประสงค์ว่าต้องการหาเพื่อนร่วมทีม
"ต้องขออภัยด้วยจริงๆ เจ้าค่ะ คุณเยี่ยนชิง ดูเหมือนว่าจะไม่มีนักผจญภัยระดับทองแดงที่เหมาะสมเหลือพอให้ตั้งทีมกับท่านเลย"
เด็กสาวพลิกดูบันทึกการลงทะเบียนนักผจญภัยล่าสุด ขณะมองเยี่ยนชิงด้วยสายตารู้สึกผิด
"เดี๋ยวก่อน ยังมีนักผจญภัยที่เพิ่งลงทะเบียนใหม่อยู่อีกหนึ่งคน ชื่อว่า... อวิ๋นหลี? ช่างเป็นชื่อที่แปลกประหลาดเสียนี่กระไร"
หลังจากเด็กสาวพูดจบ เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกไป จึงรีบกล่าวขออภัยเยี่ยนชิง
เยี่ยนชิงโบกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร และขอให้นางส่งข้อมูลของคนชื่ออวิ๋นหลีมาให้เขาดู