- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหัวหน้าค่ายโจร พร้อมระบบสร้างขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในหมื่นโลก
- บทที่ 40 - เจ้าตำหนักลู่เทียน
บทที่ 40 - เจ้าตำหนักลู่เทียน
บทที่ 40 - เจ้าตำหนักลู่เทียน
บทที่ 40 - เจ้าตำหนักลู่เทียน
ในชั่วพริบตาต่อมา ร่างของเฉินอวินก็เลือนหายไปจากที่เดิม พร้อมกับบรรดาจักรพรรดิทั้งสิบหกท่านรวมถึงเจ้าหมาดำเสี่ยวเสวียนเฟิงที่เพิ่งฟื้นพลังกลับมาได้เป็นอย่างดี
กลุ่มยอดฝีมือสิบแปดคนของค่ายลมดำมุ่งหน้าออกไปยังทิศทางที่ศัตรูกำลังมุ่งหน้ามาทันที เพราะเฉินอวินสัมผัสได้ว่าศัตรูในครั้งนี้ไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน
ห่างไกลออกไปนับหมื่นล้านลี้ ลู่เทียนหุนจู่และพรรคพวกกำลังทะยานร่างผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
“ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของประตูมิติแล้ว... อีกไม่นานแผนการของเราก็จะสำเร็จ!” ลู่เทียนเอ่ยด้วยแววตาที่เป็นประกายด้วยความหวังอันยิ่งใหญ่
เขารอคอยที่จะได้ครองความลับแห่งเซียนมานานเกินพอแล้ว ทว่าในขณะที่เขากำลังฝันหวานอยู่นั้น ร่างสิบแปดร่างก็พลันปรากฏตัวขึ้นขวางทางพวกเขาไว้เบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ
“จักรพรรดิขั้นสูงสุดสองท่าน และระดับจักรพรรดิอีกสิบห้าท่าน... ส่วนนั่นมันนักบุญงั้นรึ?” ลู่เทียนหุนจู่ชะงักกะทันหันพลางตรวจสอบศัตรูเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เคร่งเครียด
เขานึกไม่ถึงเลยว่าในเขตชิงหยางที่ล้าหลังจะมีระดับจักรพรรดิซุ่มซ่อนอยู่มากมายขนาดนี้ แถมยังมีตัวตนที่ดูเหนือกว่าจักรพรรดิปกติทั่วไปถึงสองคนยืนขนาบข้างชายหนุ่มนักบุญผู้นั้นอีกด้วย
“พวกเจ้าคือใครกัน และมีสิทธิ์อะไรมาขวางทางทำงานของตำหนักกลืนวิญญาณของเรา?” แม้ลู่เทียนจะกังวลในจำนวนทว่าเขามั่นใจในจำนวนจักรพรรดิสามสิบตนที่อยู่ข้างหลังตนเองย่อมเหนือกว่าฝ่ายตรงข้ามอยู่เกือบเท่าตัว
เขาไม่อยากจะมีเรื่องกับยอดฝีมือกลุ่มนี้หากไม่จำเป็น เพราะเป้าหมายหลักคือการเปิดประตูมิติให้เร็วที่สุด
“เจ้ายังกล้าถามอีกรึว่าข้าเป็นใคร?” เฉินอวินก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวพลางยิ้มเยาะ “กล้าบุกรุกเข้ามาในเขตชิงหยางที่อยู่ในความดูแลของข้าเพื่อทำเรื่องชั่วร้าย... เจ้ายังมีหน้ามาถามหาความชอบธรรมอีกรึ”
เฉินอวินรู้ทันทีว่าพวกมันคือคนของตำหนักกลืนวิญญาณ และกลิ่นอายของพวกมันเข้มข้นยิ่งกว่าที่เขาเคยเจอมาหลายเท่าตัวนัก
“เขตชิงหยางของเจ้า? ข้าจำได้ว่าที่นี่เป็นของสำนักเมฆาพรรณรายไม่ใช่รึไง” ลู่เทียนเอ่ยพยายามถ่วงเวลาและหลีกเลี่ยงการปะทะ “เราไม่ได้ต้องการจะมีเรื่องกับพวกเจ้า เราแค่ต้องการจะเข้าไปยังประตูมิติก้นเหวนั่นเท่านั้น”
“สงสัยพวกเจ้าคงจะไม่รู้จักค่ายลมดำของเราสินะ...” เฉินอวินส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะระเบิดแรงกดดันออกมาจนท้องฟ้าสั่นสะเทือน “ถ้ารู้จักแล้วยังกล้ามาลองดี... ก็จงไปลงนรกซะเถอะ!”
สิ้นเสียงประกาศ จักรพรรดิทั้งสิบหกท่านของค่ายลมดำก็พุ่งเข้าใส่ศัตรูทันที
ตูม! ตูม! ตูม!
การต่อสู้ระดับจักรพรรดิระเบิดขึ้นจนพื้นที่รอบข้างหมื่นลี้นี้แหลกสลายกลายเป็นจุณ ทว่าสิ่งที่ลู่เทียนนึกไม่ถึงคือบรรดาจักรพรรดิของค่ายลมดำแต่ละคนต่างก็ถือครองศาสตราวุธระดับจักรพรรดิขั้นสูงและศาสตราวุธจักรพรรดิไร้เทียมทานกันอย่างถ้วนหน้า!
การปะทะกันเพียงรอบเดียว จักรพรรดิของตำหนักกลืนวิญญาณที่ไม่มีอาวุธระดับสูงคุ้มครองต่างก็พากันร่วงหล่นลงจากท้องฟ้าเป็นใบไม้ร่วง พลังทำลายล้างของศาสตราวุธจักรพรรดิไร้เทียมทานนั้นน่าหวาดกลัวจนเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานได้ไหว
เพียงไม่กี่ลมหายใจ จักรพรรดิสามสิบตนของฝ่ายศัตรูก็ตกตายลงไปถึงยี่สิบคนในพริบตา!
“เป็นไปได้อย่างไร... พวกเจ้าไปเอาศาสตราวุธล้ำค่าเหล่านี้มาจากไหนกัน!” ลู่เทียนหุนจู่ตะโกนก้องด้วยความหวาดกลัวจนดวงวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง
เขามีเพียงศาสตราวุธระดับจักรพรรดิอมตะชิ้นเดียวที่เขาถือเป็นสมบัติล้ำค่า ทว่าศัตรูตรงหน้ากลับใช้ศาสตราวุธจักรพรรดิไร้เทียมทานไล่ฟาดฟันลูกน้องของเขาเหมือนฟาดฟันก้อนหินริมทาง
เฉินอวินสะบัดกระบี่สังหารจักรพรรดิออกไปหนึ่งครั้ง แสงกระบี่ที่แฝงไว้ด้วยพลังของราชาศักดิ์สิทธิ์สามร้อยแปดสิบเจ็ดคนพุ่งเข้าใส่กลุ่มจักรพรรดิที่เหลือรอดอยู่อีกเก้าคนอย่างแม่นยำ
เปรี้ยง!
ร่างกายของจักรพรรดิทั้งเก้าตนแหลกสลายกลายเป็นผงธุลีรวมถึงดวงจิตก็ถูกทำลายจนดับสูญไปในพริบตา ทิ้งให้ลู่เทียนหุนจู่ยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางศพของพรรคพวกที่เกลื่อนท้องฟ้า
“เอาล่ะ ตอนนี้เหลือเพียงเจ้าคนเดียวแล้วนะ จะบอกความจริงข้ามาได้หรือยังว่าพวกเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?” เฉินอวินเดินเข้าไปหาลู่เทียนพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเย็น
ลู่เทียนหุนจู่ที่เห็นพรรคพวกตายเรียบในพริบตาพลันหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เขารู้แจ้งแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เป็นแค่ระดับจักรพรรดิทั่วไป แต่คือกลุ่มอสุรกายที่พร้อมจะบดขยี้โลกทั้งใบได้ทุกเมื่อ
“ข้า... ข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกเจ้าได้สมหวัง!” ลู่เทียนตะโกนลั่นพร้อมกับใช้พลังชีวิตที่เหลืออยู่นำพาแผ่นยันต์มิติออกมาใช้งาน
ร่างของลู่เทียนค่อยๆ เลือนหายไปจากที่เดิมด้วยความเร็วที่เหนือชั้น
“หัวหน้าค่าย มันใช้ยันต์เคลื่อนย้ายมิติลับครับ พวกเราตามมันไม่ทัน!” จักรพรรดิจื่อหลงคำรามด้วยความขัดใจพลางมองดูความว่างเปล่าที่ศัตรูเพิ่งจะหายไป
“ช่างมันเถอะ หนีไปได้แค่คนเดียวย่อมทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” เฉินอวินเอ่ยพลางยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “อย่างน้อยทรัพยากรของจักรพรรดิยี่สิบเก้าคนที่เหลือ... ก็นับว่าช่วยเลี้ยงเจ้าหมาดำนั่นได้ไปอีกนานเลยล่ะ”
[จบแล้ว]