- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหัวหน้าค่ายโจร พร้อมระบบสร้างขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในหมื่นโลก
- บทที่ 5 - กายาจักรพรรดิเทพเพลิงและสี่ยอดนักบุญขั้นสูงสุด
บทที่ 5 - กายาจักรพรรดิเทพเพลิงและสี่ยอดนักบุญขั้นสูงสุด
บทที่ 5 - กายาจักรพรรดิเทพเพลิงและสี่ยอดนักบุญขั้นสูงสุด
บทที่ 5 - กายาจักรพรรดิเทพเพลิงและสี่ยอดนักบุญขั้นสูงสุด
ภายในตำหนักถ่ายทอดวิชาอันโอ่อ่าและทรงพลัง
"เซียวเฉียนเหยียน ในเมื่อเจ้าเข้าเป็นสมาชิกค่ายลมดำแล้ว ข้าในฐานะหัวหน้าค่ายย่อมต้องมอบวาสนาครั้งใหญ่ให้เจ้า"
"จงเปิดจิตรับรู้เสีย ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้"
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวเฉียนเหยียนก็รีบทำตามทันที
เขารู้ดีว่าหัวหน้าค่ายตรงหน้าไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายเขา เพราะยอดฝีมือระดับผู้เป็นใหญ่คนนี้สามารถฆ่าเขาให้ตายได้นับหมื่นครั้งในพริบตาเดียวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้
พริบตาต่อมา เซียวเฉียนเหยียนสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่พุ่งเข้าสู่ห้วงความคิด กลายเป็นคัมภีร์ที่มีเปลวเพลิงแผดเผาสถิตอยู่ในหัวของเขา
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวและไร้ที่สิ้นสุดที่แผ่ออกมาจากคัมภีร์เล่มนั้น
"นี่คือ..."
"นี่คือเคล็ดวิชาเผาผลาญจักรพรรดิ เป็นเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิ" เฉินอวินอธิบายเสียงเรียบ
"ระดับ... ระดับจักรพรรดิรึ?"
เซียวเฉียนเหยียนใจเต้นระรัวด้วยความตกตะลึง
เขามีเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิในครอบครองแล้วอย่างนั้นหรือ?
ต้องรู้ก่อนว่าเคล็ดวิชาที่เขาเคยฝึกในสำนักเจิ้งอีนั้นเป็นเพียงระดับแปลงเทพที่ฝึกไปได้สูงสุดแค่ขั้นแปลงเทพเท่านั้น แม้แต่เคล็ดวิชาที่สูงส่งที่สุดของสำนักเจิ้งอีที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตชิงหยาง ก็ฝึกได้สูงสุดแค่ระดับผสานร่าง
เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดินั้น อย่าว่าแต่สำนักเจิ้งอีเลย แม้แต่ในราชวงศ์จิ่วหลีทั้งมวลก็ยังไม่มีใครเคยเห็น
แต่วันแรกที่เขาเข้าค่าย เขากลับได้ครอบครองมันเสียแล้ว?
แล้วหัวหน้าค่ายคนนี้จะเป็นเพียงระดับผู้เป็นใหญ่ตามที่เขาคิดไว้จริงหรือ?
"ยังมีเพลิงวิเศษอีกสิบชนิดที่จะช่วยกระตุ้นกายาจักรพรรดิเทพเพลิงและเพิ่มตบะให้เจ้า ข้าจะช่วยผนึกมันไว้ในร่างของเจ้าด้วยเลยก็แล้วกัน"
"เจ้าค่อย ๆ หลอมรวมเพลิงเหล่านี้เพื่อปลุกกายาจักรพรรดิเทพเพลิงของเจ้าขึ้นมา"
เฉินอวินกล่าวพลางสะบัดมือ เปลวเพลิงสิบสีที่แผ่ความร้อนแรงจนน่าหวาดเสียวปรากฏขึ้นก่อนจะกลายเป็นเส้นแสงสิบสายพุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนของเซียวเฉียนเหยียน
‘เพลิงวิเศษ! กายาจักรพรรดิเทพเพลิง!’
เซียวเฉียนเหยียนยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
วาสนาที่เขาได้รับครั้งนี้มันใหญ่หลวงจนเกินจะบรรยายจริง ๆ
"ที่หลังเขามีมิติลี้ลับที่ชื่อว่าแดนเพลิงไร้สิ้นสุดอยู่ เมื่อตบะของเจ้าถึงระดับแปลงเทพแล้ว เจ้าสามารถเข้าไปที่นั่นเพื่อทำความเข้าใจในวิถีแห่งเพลิงได้"
"ยังมีอีกหรือ?"
เซียวเฉียนเหยียนเริ่มรู้สึกชาไปทั้งตัว
ต่อให้ฝันเขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการตัดสินใจเข้าร่วมค่ายลมดำโดยบังเอิญครั้งนี้ จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเขา
หลังจากเซียวเฉียนเหยียนรีบไปกักตัวเพื่อเปลี่ยนเคล็ดวิชาและหลอมรวมเพลิงวิเศษเพื่อปลุกกายา เฉินอวินก็กลับมาที่ห้องโถงบรรทมของตนพลางมองแผงหน้าต่างระบบด้วยรอยยิ้ม
โฮสต์: เฉินอวิน
ฐานะ: หัวหน้าค่ายลมดำ
อายุ: 20 ปี (ข้ามมิติมาในวันบรรลุนิติภาวะพอดี)
ตบะ: ระดับยอดนักบุญขั้นสูงสุด
เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาโกลาหลบรรพกาลสร้างสรรค์สรรพสิ่ง (ยังไม่บรรลุ)
(เป็นเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดในหมื่นโลก บรรลุขั้นแรกเพิ่มพลังรบหนึ่งเท่า บรรลุขั้นที่สองเพิ่มสองเท่า มีทั้งหมดเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้น)
ขุมกำลัง: ค่ายลมดำ (ระดับ 1)
สมาชิก: 3 คน
ช่องเก็บของ: การ์ดรู้แจ้ง 1 ใบ การ์ดอัญเชิญสีม่วง 4 ใบ ศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์อมตะ ศิลาสะกดนภา
‘เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้น บรรลุแค่ขั้นเดียวเพิ่มพลังรบจากระดับตบะปัจจุบันได้หนึ่งเท่าตัว’
‘นี่มันจะไม่ขี้โกงไปหน่อยหรือไง!’
เมื่อได้รับเคล็ดวิชานี้ เฉินอวินรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่ตบะพุ่งขึ้นถึงระดับยอดนักบุญเสียอีก
‘งั้นมาลองดูซิว่ามันจะขี้โกงขนาดไหน’
‘ระบบ ใช้การ์ดรู้แจ้งเดี๋ยวนี้!’
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ใช้งานการ์ดรู้แจ้งสำเร็จ เคล็ดวิชาโกลาหลบรรพกาลสร้างสรรค์สรรพสิ่งของท่านบรรลุถึงขั้นแรกแล้ว]
สิ้นเสียงระบบ ความเข้าใจมากมายเกี่ยวกับเคล็ดวิชาโกลาหลก็หลั่งไหลเข้าสู่หัวของเฉินอวินทันที
พลังในร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว
"พลังระดับยอดนักบุญขั้นสูงสุดที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แข็งแกร่งจริง ๆ"
เฉินอวินสัมผัสได้ถึงขุมพลังมหาศาลที่ไร้ขอบเขตในร่างกายก่อนจะเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
ใครจะไปรู้ว่าเมื่อสองวันก่อนเขายังเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีใครสนใจ แต่ตอนนี้เขากลับไร้เทียมทานแม้แต่ในหมู่ยอดนักบุญด้วยกัน
เพียงแค่พลิกฝ่ามือก็สามารถลบเขตแดนทิ้งได้ทั้งเขตอย่างง่ายดาย
หลังจากสัมผัสพลังที่เพิ่มขึ้นแล้ว เฉินอวินก็เบนความสนใจไปที่การ์ดอัญเชิญสีม่วงอีกสี่ใบ
ครั้งแรกที่เขาใช้การ์ดใบนี้ เขาก็ดวงเฮงเรียกยอดนักบุญออกมาได้ทันที
‘ไม่รู้ว่าครั้งนี้ดวงจะดีเหมือนเดิมไหม’ เฉินอวินพึมพำกับตัวเองในใจ
‘ระบบ ใช้การ์ดอัญเชิญสีม่วงสี่ใบติดต่อกันไปเลย!’
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับยอดนักบุญขั้นสูงสุด ยอดนักบุญเสวียนอวิน]
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับยอดนักบุญขั้นสูงสุด ยอดนักบุญหลงไห่]
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับยอดนักบุญขั้นสูงสุด ยอดนักบุญเฟินไห่]
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับยอดนักบุญขั้นสูงสุด ยอดนักบุญฉีเทียน]
"โอ้โห! สุดยอดไปเลย"
"เรียกฉีเทียนออกมาได้ด้วยรึ?"
เฉินอวินร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
เขาไม่นึกเลยว่าการเปิดสุ่มสี่ใบครั้งนี้จะได้ระดับสีทองทั้งหมด จนเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองคือบุตรแห่งโชคชะตาตามตำนานหรือเปล่า
เพราะดวงเขาดีเกินไปแล้วจริง ๆ มีการ์ดสีม่วงทั้งหมดห้าใบ และทั้งห้าใบก็อัญเชิญยอดฝีมือระดับยอดนักบุญออกมาได้ทั้งหมดเลย
จะมีใครดวงแข็งกว่านี้อีกไหม!
ในขณะที่เขากำลังตื่นเต้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่ร่างทั้งสี่ที่แผ่กลิ่นอายพลังอันมหาศาลและน่าเกรงขามจะเดินเข้ามา
ทั้งสี่คนนี้คือยอดฝีมือระดับยอดนักบุญที่เฉินอวินเพิ่งอัญเชิญออกมา ซึ่งตัวตนระดับนี้ถือว่าไร้เทียมทานแม้แต่ในราชวงศ์จิ่วหลี
"เสวียนอวิน หลงไห่ เฟินไห่ ฉีเทียน ขอกราบคารวะหัวหน้าค่าย" ทั้งสี่คนคุกเข่าลงข้างหนึ่งพลางประสานมือคำนับเฉินอวินอย่างพร้อมเพรียง
"เชิญทุกท่านลุกขึ้น ต่อไปพวกเจ้าคือห้าเสาหลักของค่ายลมดำเรา"
เฉินอวินกล่าวพลางยิ้มกว้างด้วยความยินดี
เพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา ค่ายลมดำมีระดับยอดนักบุญขั้นสูงสุดถึงห้าคน เรียกได้ว่าแข็งแกร่งจนน่ากลัว
"เอาละ แยกย้ายกันไปฝึกฝนเถอะ พยายามเข้าสู่ระดับราชาศักดิ์สิทธิ์ให้ได้โดยเร็ว"
เฉินอวินโบกมือให้ทุกคนแยกย้ายไป
สุดท้ายเขาก็เรียกใช้ความคิดเพียงนิดเดียว ศิลาสีดำขนาดเท่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นในมือ
"ศัสตราวุธศักดิ์สิทธิ์อมตะ ศิลาสะกดนภา!"
"ด้วยศิลาสะกดนภากับพลังระดับยอดนักบุญสองเท่าในร่าง ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับระดับราชาศักดิ์สิทธิ์ ข้าก็สามารถสังหารมันได้แน่นอน" เฉินอวินนัยน์ตาเป็นประกายด้วยความมั่นใจ
เวลาผ่านไปสามวันอย่างรวดเร็ว
ตูม!
กลิ่นอายร้อนแรงอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจากพระราชวังแห่งหนึ่งในค่ายลมดำ
พริบตาเดียว ร่างที่ห้อมล้อมไปด้วยเปลวเพลิงสิบสีที่งดงามและร้อนแรงก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
ร่ายนั้นคือเซียวเฉียนเหยียนที่กักตัวมาตลอดสามวันนั่นเอง
"ฮ่า ๆๆ ในที่สุดข้าก็ปลุกกายาจักรพรรดิเทพเพลิงได้สำเร็จแล้ว!"
เซียวเฉียนเหยียนหัวเราะก้องฟ้าด้วยความดีใจ
หลังจากต้องทนเก็บกดมานาน ในที่สุดเขาก็มีพลังที่จะไปล้างอายได้เสียที
[จบแล้ว]