เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: อวี้เสี่ยวกังกระอักเลือดด้วยความโกรธา ความมั่นใจอันเป็นปริศนาของสำนักเฮ่าเทียน!

บทที่ 6: อวี้เสี่ยวกังกระอักเลือดด้วยความโกรธา ความมั่นใจอันเป็นปริศนาของสำนักเฮ่าเทียน!

บทที่ 6: อวี้เสี่ยวกังกระอักเลือดด้วยความโกรธา ความมั่นใจอันเป็นปริศนาของสำนักเฮ่าเทียน!


บทที่ 6: อวี้เสี่ยวกังกระอักเลือดด้วยความโกรธา ความมั่นใจอันเป็นปริศนาของสำนักเฮ่าเทียน!

"พวกเจ้าทุกคนเห็นแล้วใช่หรือไม่?"

หนิงหรงหรงเชิดหน้าขึ้นพลางกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

"สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติของข้ามิใช่ผู้รั้งท้ายในบรรดาสามสำนักบน สำนักมังกรฟ้าทรราชต่างหากล่ะที่เป็น!"

เมื่อความจริงปรากฏอยู่เบื้องหน้า อวี้เสี่ยวกังและฝูหลันเต๋อกลับรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่

อวี้เสี่ยวกังกำหมัดแน่นและเถียงกลับด้วยความขุ่นเคือง

"อย่าได้ผยองไปหน่อยเลย! เหตุผลเดียวที่สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติอยู่ในอันดับที่สูงกว่า ก็เป็นเพราะราชทินนามพรหมยุทธ์คนนอกสองคนนั้นต่างหาก!"

ฝูหลันเต๋อที่รู้สึกเสียหน้า รีบเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทันที

"ถูกต้อง ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเพียงการยืมจมูกผู้อื่นหายใจ จะนำไปเทียบกับสำนักมังกรฟ้าทรราชที่พึ่งพาเพียงคนในตระกูลของตนเองได้อย่างไร?"

ถังซาน ไต้มู่ไป๋ และคนอื่นๆ ต่างพยักหน้าหงึกหงักเห็นพ้องต้องกัน

มีเพียงจูจู๋ชิงที่ยังคงนิ่งเงียบ ความผิดหวังในตัว 'อาจารย์ใหญ่' ผู้นี้ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งรู้สึกผิดหวังในโรงเรียนแห่งนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก

สำนักมิใช่เพียงตระกูลเดี่ยวๆ แต่เป็นสถานที่ศูนย์รวมของขุมกำลังที่หลากหลาย การเปิดรับยอดฝีมือจากภายนอกมันผิดตรงไหนกัน?

หนิงหรงหรงเดือดดาลกับตรรกะวิบัติเหล่านี้ ทว่านางก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วและแค่นเสียงเยาะเย้ย

"อวี้เสี่ยวกัง อย่าลืมสิว่าเจ้ามันก็แค่ขยะที่ไม่อาจทะลวงผ่านระดับสามสิบได้ด้วยซ้ำ ทำได้เพียงวางก้ามโอ้อวดโดยอาศัยทฤษฎีที่ไปลอกเลียนใครเขามาก็ไม่รู้ หากไร้ซึ่งทฤษฎีพวกนั้น เจ้ามันก็ไม่มีค่าอะไรเลย!"

คำว่า "ขยะ" และ "ลอกเลียน" ฟาดผ่าลงกลางใจของอวี้เสี่ยวกังประดุจสายฟ้าฟาด

"พรวด—"

บาดแผลที่เจ็บปวดที่สุดถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัล อวี้เสี่ยวกังโกรธจัดจนกระอักเลือดคำใหญ่ออกมาและทรุดฮวบลงกับพื้น

"ท่านอาจารย์!"

ถังซานรีบพุ่งเข้าไปประคองเขา ก่อนจะตวัดสายตาจ้องมองหนิงหรงหรงด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจควบคุมได้

กล้าดีอย่างไรมาหยามเกียรติและใส่ร้ายอาจารย์ของเขาเช่นนี้ นางรนหาที่ตายเสียแล้ว!

"ชิ~"

หนิงหรงหรงคร้านที่จะใส่ใจเขา นางเบือนหน้าไปทางฝูหลันเต๋อก่อนจะแค่นเสียง

"ฝูหลันเต๋อ ท่านคงยังไม่ลืมคำท้าพนันของเราหรอกกระมัง? แพ้ก็คือแพ้ คุกเข่าโขกศีรษะขอโทษข้าเดี๋ยวนี้!"

ใบหน้าของฝูหลันเต๋อแดงก่ำราวกับลูกตำลึง เขาจะทำเรื่องพรรค์นั้นได้อย่างไรกัน?

ไต้มู่ไป๋และหม่าหงจวิ้นสบตากัน ก่อนจะรีบก้าวออกไปไกล่เกลี่ย

"หนิงหรงหรง พอได้แล้วน่า ถนอมน้ำใจกันบ้าง วันหน้าจะได้มองหน้ากันติด"

"ใช่ๆ วางความจริงเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ จะบอกว่าเจ้าไม่มีส่วนผิดเลยอย่างนั้นหรือ?"

เมื่อสัมผัสได้ถึงความอยุติธรรม หนิงหรงหรงก็ชี้หน้าฝูหลันเต๋อพลางตวาด

"เขาเป็นคนดูถูกสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติของข้าก่อนเอง เขารับคำท้าและพ่ายแพ้ แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ยอมทำตามสัญญาล่ะ?!"

"พอได้แล้ว!" ฝูหลันเต๋อไม่อาจข่มกลั้นอารมณ์ได้อีกต่อไป เขาตวาดลั่น "หากเจ้าไม่พอใจ ก็ไสหัวออกไปจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อซะ!"

หนิงหรงหรงถูกประคบประหงมราวกับเจ้าหญิงมาตั้งแต่เด็ก นางไม่เคยถูกปฏิบัติอย่างเกรี้ยวกราดเช่นนี้มาก่อน

ความน้อยเนื้อต่ำใจเอ่อล้นจนท้ายที่สุดนางก็กลั้นไว้ไม่อยู่ ปล่อยโฮออกมาดัง "โฮ" แล้ววิ่งเตลิดกลับไปทางหอพัก

เอ้าซือข่าที่หลงใหลในความงดงามของนาง รีบกระซิบถามทันที

"ท่านผู้อำนวยการ แล้วถ้านางขอลาออกไปจริงๆ ล่ะขอรับ?"

ฝูหลันเต๋อย่อมไม่อยากปล่อยปลาตัวโตหลุดมือ เขาจึงส่งสายตามีเลศนัยไปให้

ความหมายโดยนัยก็คือให้เขาไปแกล้งปลอบโยนเพื่อรั้งให้นางอยู่ต่อ

เอ้าซือข่าเข้าใจความหมายนั้นทะลุปรุโปร่ง เขารีบวิ่งตามหนิงหรงหรงไปพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์หื่นกาม

จูจู๋ชิงรู้สึกไม่พอใจกับการตระบัดสัตย์ของฝูหลันเต๋อ ความผิดหวังที่นางมีต่อโรงเรียนแห่งนี้ก็ยิ่งทวีคูณ

การมาเยือนโรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นความผิดพลาดมหันต์! แต่หากนางจากไป นางจะไปที่ใดได้เล่า?

ในตอนนั้นเอง ฝูหลันเต๋อก็หันไปหาคนอื่นๆ และกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง

"เอาล่ะ จับตาดูต่อไปเถอะ ข้าอยากจะเห็นนักว่าขุมกำลังใดกันแน่ที่จะสามารถก้าวข้ามสามสำนักบนไปได้!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็แหงนหน้ามองม่านสวรรค์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

โดยเฉพาะอวี้เสี่ยวกังที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความท้าทาย เขายังคงเชื่อว่านี่เป็นเพียงทำเนียบจอมปลอมที่สร้างกระแสเรียกร้องความสนใจ

หากอันดับขุมกำลังที่ม่านสวรรค์ประกาศออกมาหลังจากนี้ไม่สามารถทำให้เขาคล้อยตามได้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่มีวันยอมรับมันเด็ดขาด!

จูจู๋ชิงเองก็แหงนหน้ามองม่านสวรรค์เช่นกัน ในแววตาของนางแฝงไปด้วยประกายแห่งความคาดหวัง

หากนางไม่สามารถทนอยู่ที่นี่ได้จริงๆ นางก็แค่รอให้อันดับทำเนียบเปิดเผยออกมาทีละรายการ แล้วไปเข้าร่วมกับขุมกำลังที่เหมาะสมกับนางเสียก็สิ้นเรื่อง

ไต้มู่ไป๋ราวกับมองทะลุความคิดของนาง เขาแอบแค่นเสียงเยาะในใจ

"จูจู๋ชิง หญิงงามล่มเมืองเช่นเจ้าย่อมต้องตกเป็นของข้า ไต้มู่ไป๋ เพียงผู้เดียวเท่านั้น อย่าหวังว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือข้าไปได้เลย!"

...

ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ณ เมืองห่างไกลในจักรวรรดิเทียนโต่ว

ถังเฮ่าในชุดคลุมสีดำขาดรุ่งริ่งและสภาพอิดโรย ทิ้งตัวดื่มสุราอย่างเมามายไร้สติ

"สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติและสำนักมังกรฟ้าทรราชต่างก็รั้งท้ายอย่างนั้นรึ? นี่มันทำเนียบเถื่อนไร้สาระอันใดกัน!"

ถังเฮ่าไม่พอใจกับม่านสวรรค์นอกหน้าต่างนัก ทว่าเขากลับถูกดึงดูดด้วยรางวัลจากทำเนียบ

การต่อสู้เมื่อหลายปีก่อนทิ้งบาดแผลฉกรรจ์ไว้ภายในร่างกายของเขา ทำให้การบ่มเพาะพลังไม่อาจรุดหน้าไปได้อีก

ในยามที่ถังเฉินผู้เป็นปู่ยังคงหายสาบสูญ ปัจจุบันเขาจึงเป็นผู้มีพลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักเฮ่าเทียน

หากสำนักเฮ่าเทียนติดอันดับในทำเนียบ เขาก็ย่อมต้องถูกเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนผู้มีขุมพลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักอย่างแน่นอน

"เมื่อพลังของข้าเพิ่มพูนขึ้น ข้าจะไปสะสางบัญชีแค้นกับสำนักวิญญาณยุทธ์สำหรับเรื่องราวในอดีต ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

เมื่อนึกถึงการเพิ่มความแข็งแกร่งโดยมิต้องลงแรง ถังเฮ่าก็ยกจอกสุราขึ้นซดรวดเดียวหมดด้วยความตื่นเต้น

...

สำนักเฮ่าเทียน

ถังเซี่ยวและเหล่าผู้อาวุโสต่างตื่นตะลึงกับอันดับในทำเนียบของม่านสวรรค์อีกครา

ผู้อาวุโสรองลูบเคราสีดอกเลาพลางอุทาน

"ข้าไม่นึกเลยจริงๆ ว่าสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติจะก้าวข้ามสำนักมังกรฟ้าทรราชไปได้แล้ว"

ผู้อาวุโสท่านอื่นๆ ต่างพยักหน้าเห็นพ้องและเอ่ยเสริม

"นั่นสิ ตามข่าวกรองที่เยวี่ยหัวส่งกลับมา สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติก็ไม่ได้มีพัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงอันใดมากนักนี่นา"

"ดูเหมือนว่าสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติจะซ่อนเร้นความแข็งแกร่งเอาไว้ ข่าวกรองของเยวี่ยหัวไม่อาจเชื่อถือได้ทั้งหมด ขุมกำลังอื่นๆ เองก็อาจจะกำลังซ่อนเขี้ยวเล็บอยู่เช่นกัน!"

ความมั่นใจของถังเซี่ยวสั่นคลอนอีกครั้ง เขาขมวดคิ้วและเอ่ยว่า

"ท่านผู้อาวุโส ในเมื่อสองในสามสำนักบนต่างก็ปรากฏชื่อในทำเนียบแล้ว เช่นนั้นสำนักเฮ่าเทียนของเราจะ..."

ก่อนที่เขาจะกล่าวจบ เขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงตำหนิอย่างไม่พอใจจากเหล่าผู้อาวุโส

"ถังเซี่ยว! เหตุใดเจ้าถึงเอ่ยวาจาบั่นทอนกำลังใจเช่นนี้อีกแล้ว? รวมพวกข้าทั้งห้าคนกับเจ้าเข้าไปด้วย ก็มีราชทินนามพรหมยุทธ์ถึงหกคนเชียวนะ!"

"ด้วยรากฐานเช่นนี้ สองสำนักขยะนั่นจะเอาอะไรมาเทียบติด? พวกเราต้องติดหนึ่งในสามอันดับแรกอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่เราจะรั้งท้ายในสามอันดับสุดท้ายได้หรอก!"

และในทันทีที่สิ้นเสียงของพวกเขา

เสียงครางหึ่งๆ ทุ้มต่ำก็พลันดังกึกก้องมาจากม่านสวรรค์เบื้องบนอีกครั้ง

แสงสีทองเบ่งบานขึ้นฉับพลัน อักษรเดิมเรียงตัวกันใหม่ กลายสภาพเป็นบรรทัดข้อความชุดใหม่:

【ทำเนียบขุมกำลัง อันดับที่ 13: สำนักเฮ่าเทียน】

【ตัวแทนผู้ปกครอง: ถังเซี่ยว】

【ตัวแทนผู้มีพลังรบแข็งแกร่งที่สุด: ถังเซี่ยว】

【บทประเมิน: ผู้นำแห่งสามสำนักบนในบรรดาเจ็ดมหาสำนักแห่งทวีปโต้วหลัว มีศิษย์วิญญาณาจารย์ในตระกูลนับร้อยชีวิตและมีผู้อาวุโสระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ถึงห้าคน สำนักสืบทอดวิญญาณยุทธ์ประเภทเครื่องมือสายโจมตีระดับสูงสุด 'ค้อนเฮ่าเทียน' แม้ตัววิญญาณยุทธ์อาจไม่นับว่าเป็นระดับสุดยอด ทว่าขีดจำกัดสูงสุดของมันจะถูกยกระดับขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อผสานเข้ากับห้าสุดยอดเคล็ดวิชาลับเฉพาะแห่งเฮ่าเทียน (ระเบิดวงแหวน, เคล็ดวิชาเก้าเฮ่าเทียน, ค้อนมหาอสุรี, ค้อนทลายเวหา และวายุสะบั้นปั่นป่วน) ยิ่งผู้ใช้มีพรสวรรค์สูงส่งเท่าใด พลังทำลายล้างก็ยิ่งมหาศาล! ค้อนศึกไร้เทียมทาน สำนักเฮ่าเทียนอันเกรียงไกร—นามแห่งเฮ่าเทียนสะท้านสะเทือนไปทั่วทุกสารทิศ!】

【รางวัลขั้นต่ำ: ระดับพลังวิญญาณของตัวแทนทั้งสองเพิ่มขึ้นคนละหนึ่งระดับ และอายุของวงแหวนวิญญาณทั้งหมดเพิ่มขึ้นสองพันปี (หากตัวแทนเป็นบุคคลเดียวกัน จะเปลี่ยนเป็นกระดูกวิญญาณระดับหมื่นปีที่ปรับเข้ากับวิญญาณยุทธ์ของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ)!】

...

ทั่วทั้งทวีปลุกฮือขึ้นสั่นสะเทือนในวินาทีที่พวกเขาเห็นชื่อสำนักเฮ่าเทียนปรากฏบนทำเนียบ!

"อะไรนะ? ผู้นำแห่งสามสำนักบนอย่างสำนักเฮ่าเทียน ที่ปลีกวิเวกปิดสำนักไปหลังจากได้รับความเสียหายอย่างหนักในตอนนั้น กลับก้าวหน้าขึ้นแทนที่จะถดถอยลงอย่างนั้นรึ!"

"รวมท่านเจ้าสำนักถังเซี่ยวเข้าไปด้วยแล้ว ก็มีราชทินนามพรหมยุทธ์ถึงหกคน แต่พวกเขากลับอยู่ในอันดับที่สิบสามเท่านั้นเนี่ยนะ?"

"สามสำนักบนทำได้เพียงรั้งท้ายในสามอันดับสุดท้ายงั้นรึ? ถ้าเช่นนั้น สิบสองอันดับที่อยู่เหนือกว่าพวกเขา จะเป็นตัวตนที่ฝืนลิขิตสวรรค์ขนาดไหนกันล่ะเนี่ย?!"

ในบรรดาฝูงชน มีหลายคนตาไวสังเกตเห็นว่า ถังเฉิน ผู้เคยสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วหล้า กลับไม่ปรากฏชื่อในฐานะตัวแทนของสำนัก!

ก่อนหน้านี้ ผู้คนทั่วหล้าต่างเชื่อเสมอว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เพียงแค่หายสาบสูญไปเท่านั้น หรือว่าตอนนี้นี่จะเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าเขาได้ตกตายไปแล้วจริงๆ?

จบบทที่ บทที่ 6: อวี้เสี่ยวกังกระอักเลือดด้วยความโกรธา ความมั่นใจอันเป็นปริศนาของสำนักเฮ่าเทียน!

คัดลอกลิงก์แล้ว