- หน้าแรก
- ระบบอาณาเขตเทพ ขอเพียงอยู่ในถิ่นข้าก็คือผู้ไร้พ่าย
- บทที่ 7 ข้ามอบอำนาจแห่งการสังหารให้แก่เจ้า
บทที่ 7 ข้ามอบอำนาจแห่งการสังหารให้แก่เจ้า
บทที่ 7 ข้ามอบอำนาจแห่งการสังหารให้แก่เจ้า
บทที่ 7 ข้ามอบอำนาจแห่งการสังหารให้แก่เจ้า
ข้ามเคราะห์!
ขอบเขตที่เคยต้องแหงนมอง!
ต่อให้เป็นอาจารย์ของฉินซวงเยวี่ย ก็ยังเป็นเพียงขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นสามเท่านั้น!
ทว่าตอนนี้ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป
พลังบ่มเพาะของนางกลับก้าวกระโดดจากขอบเขตกายทองคำขั้นเก้า ข้ามผ่านขอบเขตฮว่าจิ้งไปทั้งขอบเขต จนบรรลุถึงขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นหนึ่ง!
หนำซ้ำ พลังบ่มเพาะก็ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ฉินซวงเยวี่ยถึงกับมีความรู้สึกว่า พลังบ่มเพาะของตัวเองกำลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ราวกับจะไม่มีวันหยุดยั้ง
เรื่องนี้ทำให้ฉินซวงเยวี่ยตื่นตะลึงอย่างหาที่สุดไม่ได้
นี่น่ะหรือ คือความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของท่านบรรพชนฉินหลี่
ในตำนานเล่าขานว่า ท่านบรรพชนตระกูลฉิน ฉินหลี่ มีพลังบ่มเพาะสูงส่งเทียมฟ้า ไร้เทียมทานในยุคสมัย
เพียงแต่ไม่ชอบการแก่งแย่งชิงดี จึงปลีกวิเวกซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาแสนยอด คอยป้องปรามหมู่มวลปีศาจนับไม่ถ้วนแห่งเทือกเขาแสนยอด
เดิมทีคิดว่าเป็นเพียงแค่ตำนาน
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง!
"ปัง!"
วินาทีต่อมา
พลังบ่มเพาะของฉินซวงเยวี่ยก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นสอง!
ก่อนหน้านี้ฉินซวงเยวี่ยยังรู้สึกว่า การที่ฉินหลี่บอกจะทำให้พลังบ่มเพาะของนางก้าวเข้าสู่ขอบเขตถามไถ่วิญญาณได้ภายในหนึ่งเดือนนั้น ดูเหมือนเป็นการคุยโวเสียมากกว่า
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว สิ่งที่ฉินหลี่พูดมายังถือว่าถ่อมตัวเกินไปเสียด้วยซ้ำ
ฉินซวงเยวี่ยรู้สึกว่าพลังบ่มเพาะของนาง มีสิทธิ์ก้าวเข้าสู่ขอบเขตถามไถ่วิญญาณได้ทุกเมื่อ!
พลังบ่มเพาะของนางยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
นางดำดิ่งเข้าสู่สภาวะแห่งการหยั่งรู้กฎเกณฑ์ฟ้าดินอย่างเต็มตัว
ในที่สุดก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด
พลังบ่มเพาะของนางก็มาหยุดอยู่ที่ขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นเก้า
ห่างเพียงก้าวเดียว ก็จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตถามไถ่วิญญาณ
และความเข้าใจในกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่ฉินหลี่มอบให้ นางก็สามารถซึมซับได้อย่างถ่องแท้แล้ว
ในเวลานี้ นางรู้สึกได้ว่าความแข็งแกร่งของตนเองพัฒนาขึ้นอย่างมหาศาล
ต่อให้ต้องรับมือกับเฉาฮว่าหยวน ก็สามารถปลิดชีพมันได้อย่างง่ายดาย!
ความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พลุ่งพล่านขึ้นในจิตใจของนาง
เป็นความมั่นใจที่แม้แต่ตอนที่นางได้เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ว่านหลิงก็ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ฉินซวงเยวี่ยลืมตาขึ้น ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฉินหลี่ แล้วโขกศีรษะลงกับพื้นอีกสามครั้งติดต่อกัน
"ขอบพระคุณท่านบรรพชนที่ช่วยเลื่อนระดับพลังให้แก่ผู้น้อย ผู้น้อยจะขอจดจำคำสั่งสอนของท่านบรรพชนให้ขึ้นใจ!"
ฉินซวงเยวี่ยเอ่ยด้วยความนอบน้อม
ฉินหลี่เอ่ยเสียงเรียบ "ก็แค่ขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นเก้ากระจ้อยร่อยเท่านั้น ขีดจำกัดของเจ้ายังไปได้ไกลกว่าขอบเขตข้ามเคราะห์อีกมากนัก อีกหนึ่งเดือนให้หลัง เจ้าจะต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินต้าเซี่ย"
ร่างของฉินซวงเยวี่ยสั่นสะท้าน ในตอนนี้นางเชื่อใจฉินหลี่อย่างหมดใจ
บัดนี้นางอยู่ในระดับข้ามเคราะห์ขั้นเก้า ซึ่งเป็นขอบเขตที่หกของการฝึกยุทธ์ ห่างจากขอบเขตสูงสุดอย่างถามไถ่วิญญาณเพียงแค่เอื้อมเท่านั้น
แต่นางก็ยังคงไม่อาจมองระดับพลังของฉินหลี่ทะลุ หรือแม้กระทั่งระดับพลังของเยวี่ยทู่นางก็ยังมองไม่ออก
ระดับพลังของฉินหลี่และเยวี่ยทู่ สำหรับนางแล้วช่างกว้างใหญ่ไพศาลดั่งห้วงดาราจักร!
นางเข้าใจแล้วว่า บางทีพลังของฉินหลี่และเยวี่ยทู่อาจจะก้าวข้ามขอบเขตถามไถ่วิญญาณไปนานแล้ว!
หรืออาจจะไม่ใช่ระดับพลังที่อยู่ในโลกใบนี้อีกต่อไป!
"เจ้าค่ะ ผู้น้อยจะไม่ทำให้ท่านบรรพชนต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!"
ฉินซวงเยวี่ยเอ่ยด้วยความเคารพ
ฉินหลี่ยกมือขึ้น ดาบยาวสีแดงฉานเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฉินซวงเยวี่ย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ดาบเล่มนี้มีนามว่า ชื่อหวง เป็นดาบแห่งการสังหารอันดับหนึ่งในใต้หล้า วันนี้ข้าจะมอบอำนาจแห่งการเข่นฆ่าให้แก่เจ้า"
ฉินซวงเยวี่ยจ้องมองดาบชื่อหวงที่แผ่กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ออกมาตรงหน้า ร่างอรชรสั่นเทา ดวงตากลมโตฉายแววตกตะลึง
"นี่คือดาบชื่อหวงงั้นหรือ"
ฉินซวงเยวี่ยเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ดาบชื่อหวง เป็นอาวุธประจำกายของ ชื่อหวง เทพแห่งการสังหารอันดับหนึ่งในใต้หล้า
ชื่อหวงบรรลุถึงขอบเขตถามไถ่วิญญาณขั้นเก้ามาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน ห่างจากขั้นทะลวงฝ่าความว่างเปล่าเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
ทว่าหลังจากนั้น ชื่อหวงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครรู้ว่าไปที่ใด
และสิ่งที่หายไปพร้อมกัน ก็คือดาบชื่อหวงที่สร้างชื่อเสียงให้เขาเล่มนั้น
เล่าลือกันว่าดาบชื่อหวงสังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน จัดเป็นอาวุธวิญญาณระดับเก้า
อาวุธวิญญาณในใต้หล้า แบ่งออกเป็นเก้าขั้น
อาวุธวิญญาณระดับเก้านั้นนับว่าทรงพลังที่สุด
และมีอยู่บนโลกเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
อาวุธวิญญาณระดับนี้ สามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตถามไถ่วิญญาณได้!
ว่ากันว่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตถามไถ่วิญญาณที่ตายภายใต้คมดาบชื่อหวงเล่มนี้ มีไม่ต่ำกว่าห้าคน!
ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตถามไถ่วิญญาณนั้น ยิ่งมีจำนวนนับไม่ถ้วน
สิ่งนี้เองที่สร้างชื่อเสียงอันน่าสะพรึงกลัวให้แก่มัน
ไม่คิดเลยว่าดาบชื่อหวงจะมาอยู่ในมือของฉินหลี่
"รับทราบเจ้าค่ะ ท่านบรรพชน!"
ฉินซวงเยวี่ยเอื้อมมือไปคว้าดาบชื่อหวงเอาไว้
กลิ่นอายความดุร้ายอันแข็งแกร่งสุดขีดพุ่งเข้าสู่ร่างกายของนาง นางสามารถสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของกลิ่นอายเหล่านั้น ต่อให้นตอนนี้นางจะกลายเป็นนายของดาบเล่มนี้แล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน
ในเวลานี้
นางมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ว่าจะสามารถสังหารตัวตนระดับถามไถ่วิญญาณขั้นหนึ่งได้อย่างแน่นอน!
"รอไปก่อนเถอะ คาดว่าเดี๋ยวเฉาฮว่าหยวนก็คงตามมาหาถึงที่แล้ว"
ฉินหลี่โบกมือเบาๆ ก่อนจะเอนหลังหลับตาลงบนเก้าอี้หวาย
ส่วนเยวี่ยทู่ก็เริ่มลงมือบีบนวดไหล่ให้ฉินหลี่อย่างว่าง่าย
เมื่อฉินซวงเยวี่ยเห็นเช่นนั้น นางย่อมต้องยืนรออยู่ด้านข้างอย่างสงบเสงี่ยม ภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
ความแค้นของตระกูลฉิน ในที่สุดก็จะได้ชำระเสียที!
และฉินหลี่ที่ดูเหมือนกำลังหลับตาพักผ่อนอยู่ แท้จริงแล้วกำลังตรวจสอบรางวัลที่ระบบมอบให้อยู่ต่างหาก
[ติ๊ง! ช่วยเหลือฉินซวงเยวี่ย ได้รับรางวัลค่าอาณาเขต 100,000 แต้ม!]
[ติ๊ง! ปั้นแต่งฉินซวงเยวี่ยจนถึงขอบเขตข้ามเคราะห์ขั้นเก้า ได้รับรางวัลค่าอาณาเขต 500,000 แต้ม!]
[มีค่าอาณาเขตคงเหลือ 600,000 แต้ม ต้องการขยายอาณาเขตหรือไม่?]
[ใช่/ไม่]
ฉินหลี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ไม่คิดเลยว่าจะได้รางวัลค่าอาณาเขตมากมายถึงเพียงนี้
ต้องรู้ก่อนว่า
ภารกิจต่างๆ ที่เขาเคยทำมาในอดีต อย่างมากก็ให้รางวัลแค่ห้าถึงหกร้อยแต้มเท่านั้น ส่วนภารกิจที่ให้น้อย ก็ให้แค่หนึ่งหรือสองแต้มเท่านั้นเอง
ค่าอาณาเขตหนึ่งแต้ม สามารถขยายรัศมีอาณาเขตได้เพียงหนึ่งเมตรเท่านั้น
ห้าร้อยเมตรจึงจะเท่ากับหนึ่งลี้!
และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมฉินหลี่ถึงต้องใช้เวลานานนับพันปี กว่าจะขยายอาณาเขตไร้เทียมทานให้ครอบคลุมเทือกเขาแสนยอดได้ทั้งหมด
เทือกเขาแสนยอดมีความกว้างใหญ่หลายหมื่นลี้ ฉินหลี่ทำภารกิจหนึ่งครั้ง บางทีก็ได้ค่าอาณาเขตมาเพียงไม่กี่แต้ม มักจะต้องทำภารกิจนับสิบครั้งจึงจะขยายอาณาเขตได้สักหนึ่งลี้
แต่ตอนนี้ เพียงแค่ช่วยเหลือและปั้นแต่งฉินซวงเยวี่ย กลับมอบค่าอาณาเขตให้รวดเดียวถึงหกแสนแต้ม!
เท่ากับว่าสามารถขยายอาณาเขตออกไปได้ถึงหนึ่งพันสองร้อยลี้ในคราวเดียว
อย่างน้อยก็เทียบเท่ากับความเหนื่อยยากตลอดห้าหกสิบปีที่ผ่านมาของเขาเลยทีเดียว
[คำแนะนำ: เมื่อโฮสต์ขยายอาณาเขตครอบคลุมเทือกเขาแสนยอดทั้งหมด อาณาเขตได้ยกระดับเป็นขั้นสองแล้ว ทำให้ได้รับค่าอาณาเขตพื้นฐานเพิ่มมากขึ้น และเมื่ออาณาเขตครอบคลุมทั่วทั้งราชวงศ์ต้าเซี่ย ระดับของอาณาเขตจะก้าวเข้าสู่ขั้นสาม!]
เมื่อได้ยินคำแนะนำ ฉินหลี่ก็กระจ่างแจ้งในทันที
พอจะเข้าใจถึงสาเหตุเบื้องลึกเบื้องหลังแล้ว
ที่แท้ระดับของอาณาเขตก็ถูกยกระดับขึ้นนี่เอง
ดังนั้นรางวัลที่จะได้รับเมื่อทำภารกิจสำเร็จ ก็ย่อมต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
มิเช่นนั้น แคว้นต้าเซี่ยที่กว้างใหญ่ไพศาล มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวสุดถึงหลายแสนลี้ หากต้องขยายอาณาเขตด้วยความเร็วเท่ากับตอนที่ได้แต้มแบบเมื่อก่อน คาดว่าต่อให้ผ่านไปอีกหลายหมื่นปี ก็คงยังไม่สามารถครอบคลุมต้าเซี่ยได้หมด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการครอบคลุมทั่วทั้งสวรรค์และหมื่นพิภพเลย
ขืนปล่อยให้สวรรค์และหมื่นพิภพพังทลายลงไปก่อน โดยที่อาณาเขตไร้เทียมทานของฉินหลี่ยังขยายไปไม่ถึงไหน
แบบนั้นคงจะน่าอายแย่
"มีเหตุผล"
ฉินหลี่พยักหน้า ก่อนจะเลือกนำค่าอาณาเขตทั้งหมดไปใช้ขยายรัศมีอาณาเขตในทันที
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอาณาเขตได้ขยายออกไปไกลถึงหนึ่งพันสองร้อยลี้ในคราวเดียว นี่คือความเร็วในการขยายอาณาเขตที่ไม่เคยมีมาก่อน!
นั่นหมายความว่า โดยมีหมู่บ้านเป็นจุดศูนย์กลาง อาณาเขตได้ขยายออกไปในรูปทรงกลม
ไม่ว่าจะด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา ด้านบน หรือด้านล่าง ล้วนขยายออกไปหนึ่งพันสองร้อยลี้ทั้งหมด
เบื้องบนบรรลุถึงสรวงสวรรค์ชั้นเก้า เบื้องล่างหยั่งลึกถึงน้ำพุเหลืองยมโลก ล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฉินหลี่ทั้งสิ้น
"สะใจจริงๆ!"
ฉินหลี่ลองสำรวจดูเล็กน้อย ก็มองเห็นองค์ชายหกหลี่เฉิงเสวียนที่กำลังเฝ้ารออยู่ด้านนอกเทือกเขาแสนยอด
เขาเพียงแค่ปรายตามองหลี่เฉิงเสวียนแวบหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้สนใจอีก ทว่ากลับหันไปมองฉินเหยาเวยนานขึ้นอีกนิด
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายเลือดที่คล้ายคลึงกับฉินซวงเยวี่ยแผ่ออกมาจากตัวของฉินเหยาเวย
……
เวลาผ่านไปอีกสามชั่วยามอย่างรวดเร็ว
เฉาฮว่าหยวนนำองครักษ์เกล็ดดำหนึ่งร้อยนายมุ่งหน้าเข้ามาจนถึงบริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งในส่วนลึกของเทือกเขาแสนยอด
เฉาฮว่าหยวนรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
ตลอดทางที่ผ่านมา พวกเขากลับไม่พบเจอสัตว์อสูรเลยแม้แต่ตัวเดียว
ราวกับว่าสัตว์อสูรทั้งหมดได้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้
ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง!
"ขันทีเฉา ด้านหน้ามีหมู่บ้านอยู่ด้วยขอรับ!"
องครักษ์เกล็ดดำหน้าบากเอ่ยขึ้น
[จบแล้ว]