เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - ลาภลอย

บทที่ 43 - ลาภลอย

บทที่ 43 - ลาภลอย


บทที่ 43 - ลาภลอย

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบ ตอนนี้เหลือแค่แกกับซาจู้สองคนที่ยังไม่ได้ทวงเงินคืน ส่วนซาจู้ก็ยังลังเลอยู่ว่าจะไปทวงเงินคืนจากตาเฒ่าอี้ดีไหม" เหยียนปู้กุ้ยพูดพลางคีบถั่วลิสงเข้าปากไม่หยุด

"ถ้างั้นยิ่งต้องรีบไปเลยครับ ผมล่ะอยากจะเห็นหน้าไอ้ซาจู้ตอนทวงเงินจริงๆ ว่ามันจะทำหน้ายังไง หึๆ" สวี่ต้าเม่าทนรอไม่ไหว ลากตัวเหยียนปู้กุ้ยออกจากบ้านตรงดิ่งไปที่เรือนหลักลานกลางทันที

"ไอ้ซาจู้ๆ ออกมาทวงเงินเว้ย"

สวี่ต้าเม่ายืนอยู่หน้าประตูบ้านเหออวี่จู้ ไม่ยอมเดินเข้าไป แต่กลับแหกปากตะโกนเสียงดังลั่น ทำเอาอี้จงไห่ที่กำลังนั่งซดเหล้าย้อมใจอยู่ห้องข้างๆ ถึงกับสะดุ้งเกือบทำแก้วเหล้าหลุดมือ

"ไสหัวไปเลยไอ้หน้าโง่ซาเม่า แกอยากทวงก็ไปทวงเองสิโว้ย"

เหออวี่จู้โมโหจนแทบจะเขวี้ยงแก้วเหล้าทิ้ง ตะโกนด่าสวนออกไป ซึ่งนั่นก็ทำให้อี้จงไห่พอจะใจชื้นขึ้นมาได้นิดนึง

"พี่ ถ้าพี่ไม่ไปเอาเงินคืน ตอนนี้ก็เหลือพี่คนเดียวแล้วนะ พรุ่งนี้ถ้าไอ้ปากสว่างซาเม่ามันเอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ คนทั้งเรือนเขาจะมองพี่ยังไง" เหออวี่สุ่ยพยายามเกลี้ยกล่อมพี่ชายจอมซื่อบื้อจนเหนื่อยใจ

"โอเคๆ ยอมแล้ว ไปก็ไป"

เหออวี่จู้ถึงกับตาสว่างวูบ คนทั้งเรือนเขาทวงเงินคืนกันหมดแล้ว ถ้ามีเขาคนเดียวที่ปล่อยเงินบริจาคก้อนนี้ไป คนอื่นจะมองไม่ออกเชียวเหรอว่าเขาอยากจะเอาใจใคร ถ้าทำแบบนั้นมันจะยิ่งทำให้พี่หวยหรูอึดอัดใจ แถมเจี่ยตงซวี่ก็ต้องสงสัย ยัยป้าจางก็คงจะออกมาแผลงฤทธิ์อีก เอาวะ ไม่ไปทวงก็คงไม่ได้แล้วล่ะทีนี้

ทั้งสองคนเดินตามเหยียนปู้กุ้ยเข้าไปในบ้านของอี้จงไห่ พอเห็นเหออวี่จู้เดินตามหลังสวี่ต้าเม่าเข้ามาด้วย ใบหน้าของอี้จงไห่ก็ดำทะมึนยิ่งกว่าเดิม เมื่อกี้ยังได้ยินแว่วๆ ว่าไม่อยากมา ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจได้ล่ะเนี่ย

เหยียนปู้กุ้ยแอบสะใจสุดๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของทั้งสามคน การเดินสายยุแยงของเขาในคืนนี้ช่างได้ผลคุ้มค่าจริงๆ ยอมเสียแรงนิดหน่อยแต่ผลลัพธ์น่าพอใจมาก

เหยียนปู้กุ้ยยิ้มกริ่มอยู่ในใจ แต่ภายนอกทำเป็นตีหน้าขรึม ล้วงเอาสมุดจดรายชื่อออกมา เขามองอี้จงไห่ที่จำใจต้องส่งธนบัตรสิบหยวนใบใหญ่สองใบให้ชายหนุ่มทั้งสองคน จากนั้นเขาก็ขีดฆ่าชื่อทิ้ง แล้วฉีกกระดาษหน้านั้นส่งให้อี้จงไห่

"ตาเฒ่าอี้ เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงด้วยดีแล้วนะ วันหลังแกก็ช่วยอบรมดูแลเจี่ยตงซวี่ให้มันดีๆ หน่อยล่ะ อย่าปล่อยให้มันไปทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงเรือนสี่ประสานของเราอีกล่ะ"

เหยียนปู้กุ้ยทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายไว้ก่อนจะเดินลอยหน้าลอยตากลับบ้านไป สวี่ต้าเม่ากับเหออวี่จู้เห็นใบหน้าของอี้จงไห่ที่ดำคล้ำเป็นตอตะโกแล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ กลัวว่าจะไปสะกิดต่อมโมโหให้ระเบิดออกมา

ทางฝั่งของหวังเซี่ยงตง เขาปิดประตูนั่งอยู่เงียบๆ ในบ้าน ไม่ทันสังเกตเห็นเสียงเอะอะโวยวายจากทางลานกลาง เขากำลังจ้องมองพิกัดการเคลื่อนไหวของหลี่หวยเต๋ออย่างตั้งใจ เมื่อตอนเที่ยงหมอนั่นแวะไปพักผ่อนที่บ้านลานกว้างแห่งหนึ่ง ดูท่าจะเป็นบ้านน้อยซ่อนรักแน่ๆ ส่วนตอนเย็นนี้น่าจะกลับไปที่บ้านหลักของตัวเอง ซึ่งเป็นบ้านพักข้าราชการในเขตหน่วยงานรัฐ

หวังเซี่ยงตงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจปิดประตูบ้านแล้วจูงจักรยานออกไป เขาปั่นไปตามเส้นทางในแผนที่ ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีก็เจอตำแหน่งบ้านของเป้าหมาย

มีแผนที่เนตรเหยี่ยวเอาไว้ตามหาคนนี่มันช่างสะดวกสบายจริงๆ ไม่ต้องไปเสียเวลาคลำทางหรือถามชาวบ้านให้วุ่นวาย จะเอาของไปให้ก็ง่าย แถมยังรู้ความเคลื่อนไหวของเป้าหมายได้ตลอดเวลาอีกต่างหาก

เขายื่นบุหรี่ให้ยามหน้าประตูทางเข้า แจ้งชื่อแซ่ และบอกความประสงค์ว่ามาพบรองผู้อำนวยการหลี่หวยเต๋อแห่งโรงงานรีดเหล็ก ยามจัดการหมุนโทรศัพท์เพื่อยืนยันข้อมูล เมื่อได้รับคำตอบรับก็ให้หวังเซี่ยงตงลงชื่อในสมุดเยี่ยมก่อนจะปล่อยให้ผ่านเข้าไป

โทรศัพท์ในยุคนี้เป็นแบบต้องใช้มือหมุน พอสายติดก็ต้องให้พนักงานต่อสายให้อีกทอดนึง ถ้าปลายสายไม่ว่างก็ต้องรอไปก่อน

ที่นี่เป็นเขตบ้านพักข้าราชการระดับสูง ผู้ที่อาศัยอยู่ล้วนแต่เป็นผู้บริหารระดับผู้อำนวยการกองขึ้นไปทั้งนั้น การเข้าออกจึงต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ยามรักษาความปลอดภัยก็พกปืนจริงกระสุนจริงกันเลยทีเดียว แต่พอเห็นว่าท้ายรถจักรยานของหวังเซี่ยงตงมีแค่ถุงผ้าใบเดียว ซึ่งข้างในคือเครื่องในและอวัยวะภายในของหมูป่า ยามก็แค่มองผ่านๆ ไม่ได้ว่าอะไร

ตอนที่เดินขึ้นบันได จู่ๆ กระสอบป่านก็ปรากฏขึ้นมาในมือของหวังเซี่ยงตง พอเขาเดินขึ้นมาถึงชั้นสามก็เห็นว่าประตูห้องเปิดแง้มรอไว้แล้ว

"คุณน้าคงจะเป็นภรรยาของท่านผู้อำนวยการหลี่ใช่ไหมครับ ผมชื่อหวังเซี่ยงตงครับ มารายงานเรื่องงานให้ท่านผู้อำนวยการทราบครับ" หวังเซี่ยงตงเคาะประตู พอเห็นหญิงวัยกลางคนเดินมาเปิดก็รีบแนะนำตัวทันที

"เธอคือเซี่ยงตงนี่เอง เหล่าหลี่พูดถึงเธอให้ฉันฟังตั้งหลายรอบแน่ะ บอกว่าเธอเป็นเด็กหนุ่มที่เก่งกาจ อนาคตไกลเชียวล่ะ"

ภรรยาของหลี่หวยเต๋อรูปร่างค่อนข้างท้วม หรือจะเรียกว่าอวบอั๋นก็ได้ หน้าตาธรรมดา แต่ผิวพรรณดูได้รับการบำรุงมาอย่างดีทีเดียว

"คุณนายหลี่ชมเกินไปแล้วครับ ในกระสอบนี้เป็นลูกหมูป่าที่ผมเข้าป่าไปล่ามาได้ จัดการชำแหละให้เรียบร้อยแล้วครับ ส่วนในถุงผ้านี้เป็นพวกเครื่องในกับอวัยวะภายใน ล้างทำความสะอาดให้หมดแล้วครับ ไม่ทราบว่าจะให้ผมเอาไปวางไว้ตรงไหนดีครับ" หวังเซี่ยงตงหิ้วของเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น

ที่นี่เป็นบ้านพักข้าราชการแบบสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นและหนึ่งห้องครัว ห้องนั่งเล่นมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก น่าจะประมาณยี่สิบตารางเมตร โต๊ะกินข้าววางชิดมุมห้อง บนโต๊ะมีฝาชีสานจากไม้ไผ่ครอบกับข้าวเอาไว้ ดูเหมือนเพิ่งจะกินมื้อค่ำกันเสร็จได้ไม่นาน

หลี่หวยเต๋อกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาไม้บุนวมริมผนัง พอเห็นหวังเซี่ยงตงหิ้วของพะรุงพะรังเข้ามา แถมยังเป็นเนื้อหมูป่าด้วย เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"เซี่ยงตง เอาของไปวางไว้ในครัวเลย แล้วมานั่งตรงนี้สิ" หลี่หวยเต๋อเห็นภรรยามองมาที่ตน จึงชี้มือไปทางห้องครัว

"ผิวพรรณของคุณนายหลี่ดูเปล่งปลั่งมากเลยนะครับ เนื้อลูกหมูป่าพวกนี้ทั้งนุ่มทั้งอร่อย ส่วนหนังหมูก็เด้งดึ๋งเคี้ยวเพลิน ผมเคยได้ยินมาว่าการกินหนังหมูเยอะๆ จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวใสเต่งตึงด้วยนะครับ" หวังเซี่ยงตงวางของลงแล้วก็เริ่มเจรจาพาที

"อุ๊ยตาย จริงเหรอจ๊ะ ถ้างั้นฉันคงต้องกินให้เยอะๆ ซะแล้ว"

ภรรยาของหลี่หวยเต๋อฟังแล้วก็ชื่นใจสุดๆ เธอเปิดดูของในถุงด้วยความพอใจ เนื้อหมูป่าขาวจั๊วะน่ากินมาก ในยุคนี้ถึงจะเป็นผู้บริหารระดับสูงก็ใช่ว่าจะได้กินเนื้อสัตว์ทุกวัน แต่นี่มาเป็นตัวๆ เลย เนื้อหมูป่าตั้งเยอะตั้งแยะขนาดนี้ เดี๋ยวต้องแบ่งเอาไปให้ที่บ้านแม่บ้างแล้วล่ะ เธอเริ่มคิดคำนวณการแบ่งเนื้อหมูป่าในใจเรียบร้อย

"เซี่ยงตง เธอนี่แอบซุกของดีไว้จริงๆ ด้วย สรุปแล้วรอบนี้เธอเข้าป่าไปล่าหมูมาได้กี่ตัวกันแน่ฮะ" พอหวังเซี่ยงตงนั่งลง หลี่หวยเต๋อก็ยื่นบุหรี่ให้ เป็นบุหรี่จงหัวซะด้วย หวังเซี่ยงตงรีบรับมาแล้วหยิบไม้ขีดไฟมาจุดให้เจ้านายและตัวเอง

"ผู้อำนวยการหลี่ ผมเองก็จนปัญญาเหมือนกันครับ ผู้อำนวยการสำนักงานแขวงเจียวเต้าโข่วก็ป้าผม ส่วนผู้อำนวยการสถานีธัญพืชก็คุณอาผม ก่อนที่ผมจะลงพื้นที่พวกเขาก็สั่งความไว้แล้ว ผมจะไม่ทำตามก็ไม่ได้ ถือเป็นความโชคดีของผมที่ไปซุ่มอยู่ในป่าตั้งสองสามวันกว่าจะเจอรังหมูป่า มีตัวใหญ่สามตัว ตัวเล็กสี่ตัวครับ ตัวใหญ่ผมเอาส่งให้โรงงานหมดเลย ผมเก็บไว้แค่ตัวเล็ก แล้วก็เอามาฝากท่านผู้อำนวยการตัวนึง ตอนนี้ผมเหลืออยู่แค่ตัวเดียวแล้วเนี่ย ไหนจะต้องเอาไปแบ่งพวกเพื่อนบ้านอีก ผมเองก็ลำบากใจเหมือนกันครับ" หวังเซี่ยงตงรีบตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

"ฮ่าๆๆ ดูท่าเธอจะลำบากใจจริงๆ นั่นแหละ เธอก็มีน้ำใจดีนะ อ้อ จริงสิ เธอมีเรื่องงานอะไรจะมารายงานฉันล่ะ ว่ามาสิ" หลี่หวยเต๋อชี้หน้าหวังเซี่ยงตงอย่างอารมณ์ดี พอได้ยินว่าเด็กหนุ่มมีเส้นสายกว้างขวางขนาดนี้ เขาก็ยิ่งประเมินค่าในตัวหวังเซี่ยงตงสูงขึ้นไปอีก

"ก็เรื่องรถจี๊ปเก่าๆ คันนั้นแหละครับ ถึงหัวหน้าเฉินจะรับปากว่าจะยกให้แผนกจัดซื้อที่สามของเราแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องให้ผู้อำนวยการเป็นคนอนุมัติอยู่ดี นี่ครับ ผมต้องรบกวนท่านเซ็นอนุมัติให้ด้วยครับ ท่านเห็นว่ายังไงครับ..." หวังเซี่ยงตงล้วงเอกสารรับรองออกมา

"ถึงรถคันนั้นจะเก่าจนใกล้จะปลดระวางแล้ว แต่มันก็ยังพอขับได้อยู่ อืม ผลงานของเธอรอบนี้ยอดเยี่ยมมาก ฉันอนุมัติให้ก็แล้วกัน" หลี่หวยเต๋อรับเอกสารมาดูแล้วก็พยักหน้าตกลง

"รถคันนี้ต่อไปให้เธอเป็นคนขับนะ แต่เธอต้องไปหาซื้อเสบียงมาให้โรงงานเราให้ได้เยอะๆ ล่ะ"

"แน่นอนครับๆ ขอบพระคุณท่านผู้อำนวยการมากที่ไว้วางใจ ต่อไปก็ขอฝากเนื้อฝากตัวให้ท่านผู้อำนวยการช่วยชี้แนะด้วยนะครับ" หวังเซี่ยงตงรีบรับคำแข็งขัน

"อืม ว่าแต่ รถคันนี้เธอจะเอาไปจอดไว้ที่โรงงานหรือจะเอาไปจอดที่เรือนสี่ประสานของเธอล่ะ" หลี่หวยเต๋อถามขึ้นลอยๆ

"ที่เรือนสี่ประสานคนอยู่กันแออัดจะตายไป ไม่มีที่จอดหรอกครับ อีกอย่างรถมันก็ขับเข้าไปข้างในไม่ได้ด้วย เอาจอดไว้ที่โรงงานน่าจะปลอดภัยกว่า เผื่อผู้บริหารมีธุระต้องใช้รถจะได้สะดวกด้วยครับ"

"รถคันนี้เป็นรถประจำตำแหน่งของเธอ ก็ถือว่าใช้งานเพื่อส่วนรวม ทางที่ดีอย่าเอาไปจอดไว้ที่โรงงานเลย เดี๋ยวจะมีคนอิจฉาตาร้อนเอาได้ จะเอาไปจอดที่เรือนสี่ประสานก็ไม่สะดวกอีก ขอฉันคิดดูก่อนนะ"

จู่ๆ หลี่หวยเต๋อก็เกิดไอเดียบางอย่างขึ้นมา หวังเซี่ยงตงเพิ่งจะได้เงินก้อนโตตั้งแปดร้อยแปดสิบหยวนไปหมาดๆ นี่นา เงินจำนวนนี้ไม่ใช่น้อยๆ เลย

"ฉันมีบ้านลานกว้างอยู่หลังนึง เป็นบ้านเดี่ยว ปล่อยทิ้งร้างมาพักใหญ่แล้ว ฉันขายต่อให้เธอเอาไหม อยู่ไม่ไกลจากเรือนสี่ประสานของเธอด้วย เอาไว้จอดรถจี๊ปได้พอดี แถมยังใช้เป็นโกดังเก็บของได้อีกต่างหาก ว่าไง สนใจไหม"

หลี่หวยเต๋อมีบ้านลานกว้างอยู่ในมือหลายหลัง ก็แน่ล่ะ เป็นผู้บริหารมาตั้งหลายปี ไหนจะเป็นหัวหน้าฝ่ายพัสดุมาตั้งนาน เพิ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นรองผู้อำนวยการเมื่อปีก่อน ของกำนัลที่ได้รับใต้โต๊ะก็ย่อมมีไม่น้อย

การมีบ้านหลายหลังมันก็ดีอยู่หรอก เขาใช้เป็นรังรักซ่อนบ้านเล็กบ้านน้อย ไว้แอบไปพลอดรักกับสาวๆ แต่บางหลังก็ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้เฉยๆ ซึ่งมันก็แอบเสี่ยงอันตรายอยู่เหมือนกัน เขาคิดว่าสู้เปลี่ยนมันเป็นเงินสดน่าจะปลอดภัยกว่า

ตอนนี้ตัวเมืองกำลังขยายตัว ประชากรก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่อยู่อาศัยก็เริ่มขาดแคลน บ้านที่ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้เฉยๆ ถ้าถูกทางการตรวจสอบขึ้นมาล่ะก็เป็นเรื่องแน่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 43 - ลาภลอย

คัดลอกลิงก์แล้ว