- หน้าแรก
- โทษที พอดีว่าของวิเศษมันมุดเข้าหัวข้าเอง!
- บทที่ 1 - เมล็ดพันธุ์เต๋าปริศนา
บทที่ 1 - เมล็ดพันธุ์เต๋าปริศนา
บทที่ 1 - เมล็ดพันธุ์เต๋าปริศนา
บทที่ 1 - เมล็ดพันธุ์เต๋าปริศนา
"พี่ตงไหล! เลิกไปตามหาหินอุกกาบาตได้แล้ว!"
"การทดสอบรากวิญญาณปีนี้เลื่อนเข้ามาเร็วกว่าเดิม แถมไม่ต้องไปถึงในตัวอำเภอแล้ว ไปที่ตัวตำบลก็ทดสอบได้เลย!"
เด็กหนุ่มในหมู่บ้านเห็นหลินตงไหลเดินขากะเผลกลงมาจากทางลงเขา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน
หลินตงไหลลูบหลังศีรษะที่ได้รับบาดเจ็บ พลางครุ่นคิด "จริงรึ"
"ย่อมเป็นความจริง ท่านผู้ใหญ่บ้านกล่าวเองจะมีอันใดเท็จได้อีก"
เมื่อได้ยินเสียงฆ้องกลองดังสนั่นมาจากหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกล หลินตงไหลก็ก้าวเดินตามไปติดๆ แทรกตัวเข้าไปในฝูงชนที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ
พลันได้ยินผู้ใหญ่บ้านพุงพลุ้ยยืนอยู่บนลานตากข้าวหน้าศาลบรรพชนเอ่ยว่า "หินอุกกาบาตตกจากฟ้าครานี้ นับเป็นวาสนาของตำบลสกุลหลินเราโดยแท้!"
"นายท่านเซียนจากสำนักเซียนไม้พฤกษาตั้งใจจะพำนักอยู่ต่ออีกสองวัน จึงถือโอกาสทดสอบรากวิญญาณให้พวกเราด้วย!"
"เมื่อสามปีก่อน ตำบลสกุลหงก็ทดสอบพบผู้มีรากวิญญาณผู้หนึ่ง! จัดงานเลี้ยงฉลองกันถึงสามวันสามคืน โอ้อวดเสียจนน่าหมั่นไส้!"
"ครานี้ตำบลสกุลหลินของพวกเรา หากทดสอบพบสักคน ข้าจะควักกระเป๋าจ่ายเอง จัดงานเลี้ยงฉลองให้ยิ่งใหญ่ไปเลย!"
"การบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนนี้ หากผู้ใดบรรลุเต๋า ไก่หมาก็พลอยได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย เพียงสามปี ตำบลสกุลหงก็ทั้งสร้างสะพาน ทั้งปูถนน ซ้ำยังมีอีกหลายคนสอบติดซิ่วไฉ!"
"หากเด็กในบ้านของพวกเจ้าถูกตรวจพบรากวิญญาณ ทางการก็จะยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีจิปาถะให้ ภายภาคหน้ายังมีลาภยศสรรเสริญให้เสวยสุขอีกไม่รู้จบสิ้น!"
หลังจากได้ยินข่าวจากปากผู้ใหญ่บ้าน หลินตงไหลก็ลอบยินดีในใจ มีเด็กหนุ่มคนใดบ้างที่ไม่เคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นเซียนผู้เหาะเหินเดินอากาศได้
ยิ่งไปกว่านั้นการทดสอบรากวิญญาณครานี้ก็มาตั้งอยู่ตรงหน้าแล้ว หากไม่ไปก็โง่งมเต็มที!
โอกาสทองมิอาจปล่อยผ่าน หากพลาดไปย่อมไม่มีมาอีก!
เขารีบวิ่งกลับบ้านทันที เพื่อนำข่าวดีนี้ไปบอกบิดามารดา!
บิดาของหลินตงไหลนามว่าหลินเหมิ่ง เป็นหนึ่งในนายพรานเพียงไม่กี่คนของตำบลสกุลหลิน สามารถล่าหมูป่าได้ ส่วนมารดานามว่าเมิ่งชิ่ง เป็นบุตรสาวของคนขายเนื้อในตำบล
บิดาหลินสมัยยังหนุ่มได้ติดตามนายพรานร่ำเรียนวิชา ทุกครั้งที่ล่าสัตว์กลับมาก็มักจะนำเนื้อไปขายที่ร้านของคนขายเนื้อเมิ่ง จึงได้รู้จักกับมารดาหลิน
ยามนี้หลินเหมิ่งกำลังจัดการกับหนังสัตว์อยู่ในลานบ้าน เมื่อเห็นหลินตงไหลมีสภาพทุลักทุเล บนศีรษะยังมีเศษหญ้าแห้งติดอยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว "เจ้าบาดเจ็บรึ"
"ข้าสะดุดล้มขอรับ" หลินตงไหลไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อันใด
มารดาหลินที่กำลังทำกับข้าวอยู่ เมื่อได้ยินว่าบุตรชายบาดเจ็บก็รีบวิ่งออกมาถามไถ่ด้วยความห่วงใย "หยางหยาง เจ้าบาดเจ็บรึ ให้แม่ดูหน่อยว่ามีตรงไหนกระแทกหรือฟกช้ำหรือไม่"
หยางหยางคือชื่อเล่นของหลินตงไหล ตงไหล หมายถึง ดวงอาทิตย์ที่ขึ้นทางทิศตะวันออก เป็นชื่อที่ท่านอาจารย์หลิ่วจากสำนักศึกษาในหมู่บ้านตั้งให้ โดยบอกว่าเป็นชื่อที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
หลินตงไหลปากก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่ก็ยังถูกจับตรวจดูจนทั่วทั้งตัวอยู่ดี
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าพรุ่งนี้นายท่านเซียนจากสำนักพฤกษาจะมาทดสอบรากวิญญาณที่ตำบล ข้าอยากไปขอรับ!"
"อยากไปก็ไปสิ!"
"รอให้เจ้าทดสอบเสร็จแล้วพบว่าไม่มีรากวิญญาณ ก็จงตัดใจเสีย แล้วตามข้าไปดูตัวแม่นางดีๆ เจ้าก็อายุไม่น้อยแล้ว ตอนที่พี่ใหญ่เจ้าอายุเท่านี้ เขาหาแม่นางได้เองแล้ว ซ้ำยังฝากให้ข้าไปหาแม่สื่อไปสู่ขอให้ด้วยซ้ำ!"
หลินตงไหลเพิ่งจะอายุสิบสี่สิบห้าปี เมื่อถูกพูดถึงเรื่องแต่งงานก็อดไม่ได้ที่จะเขินอายปนหงุดหงิด "ข้าต้องมีรากวิญญาณแน่ ข้าสามารถบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนได้ ถึงตอนนั้นข้าจะแต่งกับเทพธิดามาเป็นเมียขอรับ!"
หลังจากกินข้าวเสร็จ อาจเป็นเพราะศีรษะด้านหลังไปกระแทกมา หรือไม่ก็เพราะออกตามหาบนภูเขาเป็นเวลานานจนร่างกายเหนื่อยล้า หลินตงไหลจึงผล็อยหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ
หลังจากหลับไป หลินตงไหลก็ฝัน ในฝันนั้นแรกเริ่มเขาต้องทำงานเยี่ยงวัวเยี่ยงม้าอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่และมีรถม้ากล่องเหล็ก ทว่าเพียงชั่วพริบตา เขากลับกลายเป็นเซียนผู้เหาะเหินเดินอากาศได้ และได้รับวาสนาอันล้ำค่าอย่างหนึ่งมา
เมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ด
เมล็ดพันธุ์ที่ถูกเรียกว่าเมล็ดพันธุ์เต๋า
ด้วยเมล็ดพันธุ์เต๋านี้ การบำเพ็ญเพียรของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี
ทว่าก็เพราะเมล็ดพันธุ์นี้เช่นกัน เขาจึงถูกวางแผนลอบสังหารและสิ้นชีพลงในทันที!
"ข้าไม่ยอม!"
สะดุ้งตื่นจากฝันร้าย! หลินตงไหลรู้สึกเพียงว่าเหงื่อเย็นเฉียบชุ่มไปทั้งตัว
ยามที่สะดุ้งตื่น แผลเก่าที่หลังศีรษะก็ปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับมีหน่อไม้อ่อนๆ กำลังแทงทะลุกะโหลกศีรษะออกมา เขาสั่นสะท้านพลางเอื้อมมือไปลูบตรงจุดที่ปวด ทว่ากลับไม่พบสิ่งใดเลย
บาดแผลสมานตัวแล้ว
ความฝันทั่วไป หลังจากสะดุ้งตื่นแล้วย่อมจะเลือนรางลงเรื่อยๆ ทว่าความฝันนี้ไม่เพียงไม่จางหายไป กลับยิ่งแจ่มชัดและมีรายละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ
เนิ่นนานกว่าหลินตงไหลจะดึงสติกลับมาได้ เพียงเพราะความฝันนั้นวิจิตรพิสดารและสมจริงเหลือเกิน ราวกับได้ประสบพบเจอมาด้วยตนเอง ทำให้เขารู้สึกราวกับถูกผีอำจนอกสั่นขวัญแขวน แม้ตื่นจากฝันแล้วก็ยังคงจมจ่อมอยู่กับความทรงจำเหล่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพที่ถูกสังหารในช่วงท้ายของความฝัน ยิ่งทำให้ความรู้สึกสิ้นหวังสายหนึ่งปกคลุมตัวเขาเอาไว้
"ที่แท้ก็แค่ความฝัน!"
หลินตงไหลรู้สึกหวิวโหวงในใจ คล้ายกับโชคดีที่เป็นเพียงความฝัน ทว่าก็คล้ายกับผิดหวังที่มันเป็นเพียงแค่ความฝัน
ทว่าเมื่อหลับตาลงอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก็ทำเอาหลินตงไหลถึงกับสะดุ้งเฮือก!
เมล็ดพันธุ์ขนาดประมาณเม็ดบัว เปลือกนอกสีเขียวมรกต กลับลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้!
นี่คือเมล็ดพันธุ์เต๋าในความฝันที่มีสรรพคุณพิสดารอันไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง!
"มารดามันเถอะ!"
หลินตงไหลลืมตาขึ้น เมล็ดพันธุ์ก็อันตรธานหายไป
หลับตาลง เมล็ดพันธุ์ก็กลับมาลอยอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
"ของสิ่งนี้ หรือว่ามันจะอยู่ในหัวของข้า"
หลินตงไหลรู้สึกเพียงว่ามันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
"ในเมื่อเมล็ดพันธุ์เป็นของจริง เช่นนั้นความฝันเมื่อครู่ก็เกรงว่าจะเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงด้วย!"
"เพียงแต่ ของสิ่งนี้มันเข้าไปอยู่ในหัวข้าได้อย่างไรกัน"
หลินตงไหลนั่งเหม่อลอย
หวนนึกถึงประสบการณ์สุดประหลาดในช่วงสองวันที่ผ่านมา
สองวันก่อน เหนือท้องฟ้าของตำบลจู่ๆ ก็มีอัสนีบาตฟาดฟัน เมฆาลมกรรโชกเปลี่ยนสี มีเซียนต่อสู้แย่งชิงของวิเศษกัน
จากนั้นของวิเศษก็แตกสลาย กลายเป็นดาวตกพุ่งตกลงไปทุกสารทิศ
วันนั้นจึงมีผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากมุ่งหน้าไปยังจุดที่หินอุกกาบาตตกเพื่อค้นหาไปมา
หินอุกกาบาตก้อนหนึ่งในนั้น ได้ตกลงมาบนภูเขาด้านหลังของหมู่บ้านสกุลหลิน
คืนนั้นทางการจึงได้เกณฑ์ชาวเขารวมถึงหลินตงไหลขึ้นเขาไปตามหาของวิเศษ
เนื่องจากเขาคุ้นเคยกับภูเขาด้านหลังเป็นอย่างดี จึงค้นพบจุดที่หินอุกกาบาตตกได้อย่างรวดเร็ว ทว่าผู้ที่ไปถึงก่อนเขากลับเป็นเซียนสองคน
เซียนสองคนนั้นต่อสู้แย่งชิงของวิเศษกันอย่างดุเดือด หลินตงไหลเพียงมองอยู่ไกลๆ ได้ไม่กี่ทีก็ถูกคลื่นพลังกระแทกจนสลบ หลังศีรษะฟาดเข้ากับก้อนหิน หมดสติไปในทันที
เมื่อฟื้นขึ้นมา เซียนก็หายตัวไปแล้ว บริเวณที่หินอุกกาบาตตกลงมาก็เหลือเพียงซากปรักหักพัง
หลินตงไหลคิดอยู่นานก็จำได้เพียงว่าเซียนสองคนต่อสู้กัน เขาถูกคลื่นพลังซัดจนหลังศีรษะฟาดก้อนหิน จากนั้นก็สลบไป ตรงนี้มีบางอย่างน่าสงสัย
หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ที่ของสิ่งนี้มุดเข้าไปในหัวของเขา
หลินตงไหลหลับตาลงอีกครั้ง
เมล็ดพันธุ์สีเขียวมรกตปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครา
ทำได้เพียงมองเห็นและสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ ทว่าไม่อาจแตะต้องได้
แม้จะใช้จิตเจตนาพยายามเคลื่อนย้าย ทว่าของสิ่งนี้ก็ไม่ขยับเขยื้อนเปลี่ยนตำแหน่งเลยแม้แต่น้อย
เมื่อนึกถึงตอนที่ฝันเมื่อครู่ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาจำได้แม่นยำเป็นพิเศษ นั่นคือตัวเอกในฝัน หลังจากได้เมล็ดพันธุ์เต๋ามาแล้ว ต้องใช้หยดเลือดบริสุทธิ์เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าหยดชโลมเมล็ดพันธุ์เต๋าเพื่อทำการหลอมรวม จึงจะสามารถใช้งานได้ดั่งใจนึก และเริ่มทะยานขึ้นสู่ฟ้า
หลินตงไหลคาดเดา "เกรงว่าคงต้องหลอมรวมก่อนจึงจะใช้งานได้"
"นี่หรือว่าจะเป็นของวิเศษที่พวกเซียนแย่งชิงกัน" จู่ๆ หลินตงไหลก็นึกถึงจุดนี้ขึ้นมาได้ จากนั้นหัวใจก็กระตุกวูบ เหงื่อเย็นผุดพราย
"เรื่องนี้จะบอกผู้ใดไม่ได้เด็ดขาด! ขอเพียงข้าไม่พูดออกไป ก็ย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้"
หลินตงไหลหวนนึกถึงความฝัน ได้รับรู้ข้อมูลว่าเมล็ดพันธุ์ปริศนานี้มีฐานะสูงส่งเหนือธรรมดา สามารถปกปิดลิขิตสวรรค์ได้ หากไม่เอ่ยปากบอกเอง ต่อให้เป็นเซียนแท้จริงจุติลงมาก็ไม่อาจตรวจสอบพบได้
"คนในฝันผู้นั้นได้ของวิเศษมา ช่างสะเพร่าเสียจริง ถึงกับเอ่ยปากบอกสหายบำเพ็ญเพียรคู่ชีวิตด้วยตนเอง จึงได้นำพาภัยร้ายมาสู่ตัว"
เมื่อคิดตกแล้ว จิตใจที่ตึงเครียดของหลินตงไหลจึงได้ผ่อนคลายลง
ทว่าท่วงท่าอันอิสระเสรีของคนในฝันยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงคำนึง
เมล็ดพันธุ์ที่ชื่อว่า "การบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน" นี้ เพียงชั่วไม่กี่อึดใจก็หยั่งรากแตกใบ ยึดครองจิตใจทั้งหมดของหลินตงไหลไปจนสิ้น
เขาที่เคยประจักษ์ถึงการต่อสู้ของเซียนมาแล้ว ยามนี้กลับโหยหาพลังอันพิสดารที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้นั้นอย่างหาที่สุดไม่ได้!
ท้องฟ้าเริ่มสว่าง ไก่ขันสามหน
มารดาหลินตื่นขึ้นมาติดไฟทำกับข้าว ทว่ากลับเห็นหลินตงไหลนั่งเหม่ออยู่ตรงนั้น จึงอดแปลกใจไม่ได้ "เจ้าเด็กนี่ปกติไม่เห็นตื่นเช้าปานนี้ หรือว่าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน สติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมัง!"
นางเดินเข้าไปตบไหล่หลินตงไหล ทว่าเมื่อเจ้าเด็กนี่หันขวับกลับมา ดวงตากลมโตคู่สวยกลับทอประกายเจิดจ้า ทั่วทั้งร่างเปล่งประกายรัศมีอย่างที่ไม่ได้เห็นมาก่อน
[จบแล้ว]