เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89 พี่ไก่ของเจ้าเก่งหรือไม่?

บทที่ 89 พี่ไก่ของเจ้าเก่งหรือไม่?

บทที่ 89 พี่ไก่ของเจ้าเก่งหรือไม่?


หลินฉางเกอในยามนี้ได้ทิ้งห่างออกไปไกลบนเส้นทางปีนเขาขนาดมหึมาที่รวมสามเป็นหนึ่ง เขาไม่ลืมที่จะเหลียวหลังกลับไปมองคนสองคนที่อยู่เบื้องล่าง

"ซืออี้?"

เมื่อเขาเห็นร่างที่ถือหอกยาวผู้นั้นชัดเจน คิ้วก็เลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะคลายกังวล พลังการต่อสู้ของซืออี้นั้นไม่ต้องพูดถึง ประกอบกับดินแดนสืบทอดแห่งนี้ห้ามฆ่าคน ไม่ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับใคร ย่อมไม่มีอันตรายถึงชีวิต

คู่ต่อสู้ของเขานั้นมีพละกำลังมหาศาล กลิ่นอายก็น่าสะพรึงกลัว ทุกหมัดที่ชกออกไปทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือน เลื่อนลั่นไม่หยุดหย่อน คลื่นพลังที่ส่งออกมานั้น แม้หลินฉางเกอจะอยู่ไกลขนาดนี้ก็ยังสัมผัสได้

หลินฉางเกอส่ายหน้าพลางเดาะลิ้น มิน่าเล่านักพรตแคว้นหมางถึงได้ห้าวหาญดุดันในสนามรบนิัก สมรรถภาพร่างกายแต่กำเนิดเช่นนี้ จะมีสักกี่คนที่ครอบครองได้?

อีกด้านหนึ่ง โจวรู่หยุดรออยู่ที่จุดบรรจบของทางปีนเขาทั้งสามสาย ดูเหมือนเขาจะตั้งใจรออยู่ตรงนั้น

เงาร่างสองร่างปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วจากทางซ้ายและขวา เมื่อพวกเขามองเห็นโจวรู่ ความเร็วก็ชะงักลงทันที แววตาฉายแววระแวดระวังและสงสัย

"ไม่รีบปีนเขา เหตุใดถึงมาหยุดอยู่ที่นี่?"

หนึ่งในนั้นเปิดฉากถามก่อน เขาคือ ซือจือเซี่ย

เขาแต่งกายดูสง่างามราวกับบัณฑิตผู้อ่อนแอ แต่พลังการต่อสู้ของเขานั้นไม่ธรรมดา ในฐานะอันดับหนึ่งอย่างเป็นทางการของสถาบันตระกูลจักรพรรดิ เขาย่อมมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ วิชาอักขระในมือนั้นบรรลุถึงขั้นเหนือชั้น

ส่วนอีกคนคือนักพรตแคว้นหมาง เขาไม่ได้บุ่มบ่ามพุ่งเข้าใส่ แต่กลับขมวดคิ้วแน่น หยุดยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ

"ขอบเขตธรณีจิตขั้นหก... สองคนงั้นรึ?"

โจวรู่ปรายตามองทั้งสองคนพลางเผยสีหน้าผิดหวังที่ยากจะปิดบัง "เดิมทีข้านึกว่าจะได้เจอคนที่น่าสนใจบ้างเสียอีก ผลสุดท้ายกลับมีฝีมือเพียงเท่านี้ ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน!"

ทั้งสองคนขมวดคิ้ว คนผู้นี้เป็นใครกัน ถึงได้โอหังขนาดนี้? ต่อให้เป็นหลินฉางเกอที่ทิ้งชื่อไว้บนศิลาเป็นคนแรก ก็คงไม่กล้าดูแคลนพวกตนขนาดนี้กระมัง?

"ท่านเป็นใคร?" นักพรตแคว้นหมางถามเสียงเย็น

"บอกไม่ได้หรอก เพราะทันทีที่พวกเจ้าได้ยินชื่อข้า พวกเจ้าอาจจะหมดกำลังใจที่จะสู้ต่อ แล้วมันจะไปสนุกตรงไหน?"

ใบหน้าซีดเซียวของโจวรู่ประดับด้วยรอยยิ้ม ในมือปรากฏมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่ทราบ เขาควงมันเล่นพลางกวักนิ้วเรียก "มาเถอะ ทุ่มกำลังทั้งหมดมาโจมตีข้า ทางที่ดีควรทิ้งรอยแผลไว้บนตัวข้าสักสองสามรอย ให้ข้าได้สัมผัสถึงความรู้สึกยามได้รับบาดเจ็บดูบ้าง!"

"เจ้านี่... เป็นพวกบ้าไปแล้วรึ?"

ซือจือเซี่ยขมวดคิ้วแน่น เขาเหลือบมองนักพรตแคว้นหมาง หากไม่มีโจวรู่ขวางทาง เขาคงต้องตัดสินแพ้ชนะกับนักพรตคนนี้ไปแล้ว แต่ตอนนี้มีตัวตนที่ยังไม่ทราบพลังยืนขวางอยู่ ต่อให้ไม่ชอบใจอีกฝ่ายแค่ไหน ก็มีแต่ต้องร่วมมือกัน

โชคดีที่นักพรตแคว้นหมางก็คิดเช่นเดียวกัน

"ในเมื่อเจ้าเสนอมา พวกเราก็จะสนองให้เต็มที่!"

นักพรตแคว้นหมางแค่นเสียงเย็น เขาลงมือก่อนเป็นคนแรก ร่างทะยานผ่านขั้นบันไดหินสีเขียวนับสิบชั้นไปโผล่ตรงหน้าโจวรู่ พร้อมกับตวัดดาบโค้งที่ข้างเอวฟันออกไปอย่างแรง

ซือจือเซี่ยไม่รอช้า สองมือประสานมุทรา แผ่นดินสั่นสะเทือนก่อนจะแยกออก เถาวัลย์หนาใหญ่พุ่งพรวดขึ้นมาพันธนาการร่างของโจวรู่ไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้

ฉึก!

ดาบของนักพรตแคว้นหมางฟันลงบนบ่าของโจวรู่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากฆ่า แต่อย่างที่รู้กันคือกฎเกณฑ์ที่นี่น่ากลัวนัก หากฆ่าคนจะถูกกฎเกณฑ์ทำลายทิ้งทันที เขาจึงเลือกฟันไปที่หัวไหล่แทน

ทว่า โจวรู่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย ยอมให้ดาบฟันลงมา แต่ในวินาทีที่ใบมีดคมกริบสัมผัสผิวหนังของเขา มันกลับไม่ระคายผิวเลยแม้แต่นิดเดียว กระทั่งรอยขีดข่วนเล็กๆ ก็ไม่มี

เถาวัลย์นั้นรัดแน่นขึ้นทันทีหมายจะบดขยี้เขา แต่ร่างกายของโจวรู่กลับแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ไม่ว่าเถาวัลย์จะออกแรงเพียงใดก็ไร้ผล

"ไม่เจ็บเลย ไม่เจ็บสักนิด!"

โจวรู่ส่ายหัว "มีกระบวนท่าที่โหดกว่านี้อีกไหม?"

มือขวาของเขายังคงควงมีดสั้นเล่นต่อไป ไม่มีทีท่าว่าจะลงมือตอบโต้

ความหวาดกลัวเริ่มผุดขึ้นในใจของคนทั้งสอง กายาของเจ้านี่แข็งแกร่งเกินไป ถึงขั้นเพิกเฉยต่อการโจมตีของพวกเขาได้ ทันทีที่คิดได้ดังนั้น พวกเขาก็ระดมโจมตีเข้าไปอีกครั้ง

ดาบโค้งแทงเข้าที่หน้าอกของโจวรู่จนเกิดเสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ส่วนในฝ่ามือของซือจือเซี่ยปรากฏอักขระขึ้นมาหนึ่งวง ก่อนจะตบลงที่หว่างคิ้วของโจวรู่เต็มแรง

เปรี๊ยะ!

สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ก่อเกิดคลื่นสายฟ้าที่น่าหวาดกลัวกระจายออกสู่รอบข้าง แรงระเบิดชั่วพริบตาทำให้นักพรตแคว้นหมางต้องถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อหลบเลี่ยง

แต่เมื่อสายฟ้าจางหายไป โจวรู่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างไร้รอยขีดข่วน

"ช่างเถอะ ดูเหมือนพวกเจ้าจะทำอะไรข้าไม่ได้จริงๆ"

โจวรู่เผยสีหน้าผิดหวัง เขาสะบัดมีดสั้นเพียงเบาๆ หน้าอกของซือจือเซี่ยและนักพรตแคว้นหมางก็ถูกฟันพร้อมกัน ทั้งคู่ยกมือกุมแผลด้วยความสยดสยอง รูม่านตาหดเกร็ง

เขาลงมือตอนไหน? พวกเขาไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย!

นี่ยังดีที่เป็นดินแดนสืบทอดที่ห้ามฆ่าคนตามใจชอบ หากเป็นข้างนอก พวกเขาคงจบชีวิตไปนานแล้ว

"รอยตัดนี้แม่นยำยิ่งนัก หากลึกกว่านี้อีกนิด ก็คงจะเห็นหัวใจที่กำลังเต้นของพวกเจ้าแล้ว"

ใบหน้าซีดเซียวของโจวรู่เปื้อนไปด้วยเลือด เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากพลางยิ้ม "ช่างงดงามเหลือเกิน!"

ทั้งสองคนรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ต่างพากันถอยร่นลงเขาไปทันที พวกเขารู้แจ้งแล้วว่าในการแย่งชิงครั้งนี้ พวกเขา ตกรอบ แล้ว!

โจวรู่เก็บมีดสั้นแล้วมองขึ้นไปด้านบนอีกครั้ง "หวังว่าคนอื่นๆ จะทำให้เกมนี้น่าสนุกขึ้นมาบ้างนะ อีกอย่าง การข่มกลั้นความยากฆ่าคนนี่มัน... ลำบากจริงๆ!"

...

หลังจากเส้นทางปีนเขาทั้งสามสายรวมเป็นหนึ่ง หลายพื้นที่ก็เริ่มมีการปะทะเกิดขึ้น บางแห่งตกรอบไปสองเหลือเพียงหนึ่งที่เดินหน้าต่อ แต่บางแห่งก็ไม่ได้สู้กัน เพียงแต่เร่งปีนแข่งกันราวกับวิ่งแข่งความเร็ว

สรุปแล้ว หลังจากการรวมตัวครั้งนี้ จากเดิมสิบเก้าคน ตอนนี้เหลืออยู่สิบสองคน

ไม่สิ หากพูดให้แม่นยำคือ สิบสามคน เพราะยังมีอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มของพวกเขา!

ณ กึ่งกลางยอดเขา เมฆหมอกปกคลุมหนาทึบ ไม่รู้ว่ายังเหลือระยะทางอีกไกลเพียงใดกว่าจะถึงยอด... ร่างของหลินฉางเกอว่องไวดุจลิง พลางขบคิดพลางปีนป่าย

พละกำลังของเขาแข็งแกร่งมาก ทุกการกระโดดเต็มไปด้วยพลังระเบิด นี่เป็นผลจากการยกระดับของกายเทพสงครามที่ทำให้สมรรถภาพทางกายเหนือกว่าคนทั่วไปมากนัก

นอกจากนี้ หลังจากบรรลุขอบเขตธรณีจิตขั้นหก ความหนาแน่นของปราณวิญญาณก็แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก ต่อให้ต้องเผชิญกับการผลาญพลังงาน เขาก็อึดได้อีกนาน

และจุดสำคัญที่สุดคือ เขามีอวี้คอยช่วย

อักขระค่ายกลมากมายระหว่างทาง หากเป็นคนอื่นคงต้องเสียเวลาจัดการอยู่นาน แต่ภายใต้น้ำมือของอวี้ ทุกอย่างถูกทำลายลงอย่างง่ายดายโดยไร้อุปสรรค

"พวกเราสองพี่น้องร่วมแรงแข็งขัน อันดับหนึ่งต้องเป็นของพวกเราแน่นอน" อวี้กระหยิ่มยิ้มย่อง สองมือวาดอักขระเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมา

หลินฉางเกอยิ้ม "พี่ไก่ออกแรงไปไม่น้อยจริงๆ ถึงเวลาเจอสมบัติ ข้าจะให้เจ้าเลือกก่อนชิ้นหนึ่ง"

พูดไม่ทันขาดคำ เบื้องหน้าพลันปรากฏหอกแหลมคมนับสิบพุ่งเข้าใส่จุดตายของหลินฉางเกอ หอกเหล่านั้นวาววับวูบวาบและถูกห่อหุ้มด้วยพลังอักขระ

สีหน้าของหลินฉางเกอไม่เปลี่ยนไปเลย เห็นเพียงอวี้คำรามต่ำ พลังเสียงกึกก้องปะทุออกมาจากความว่างเปล่า บดขยี้หอกทั้งหมดจนแหลกสลายคาที่

จากนั้น เส้นทางข้างหน้าก็ราบรื่น!

อวี้ยืนเท้าสะเอวอย่างภาคภูมิใจ "เป็นอย่างไร พี่ไก่ของเจ้าเก่งหรือไม่?"

จบบทที่ บทที่ 89 พี่ไก่ของเจ้าเก่งหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว