เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 ดักสังหารเทียนหั่วกลางดึก!

บทที่ 66 ดักสังหารเทียนหั่วกลางดึก!

บทที่ 66 ดักสังหารเทียนหั่วกลางดึก!


ฉัวะ!

อาจวี้ยังไม่ทันหดเนตรสวรรค์กลับไป แสงสีทองเจิดจ้าสองสายนั้นก็หลอมละลายเนื้อหนังและกระดูกมือของหลินฉางเกอจนทะลุหลังมือไป ก่อนจะหายลับเข้าไปในความว่างเปล่า

หลินฉางเกอมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่ตัวเขาเอง

เขาเน้นย้ำทีละคำ "อย่าฝืนตัวเอง"

อาจวี้เพิ่งจะได้สติกลับมา มันมองดูฝ่ามือของหลินฉางเกอด้วยความรู้สึกผิดและปวดใจ ก่อนจะถอนหายใจ "เฮ้อ พี่ไก่ตื่นเต้นเกินไปหน่อย เจ้ารู้ไหม แม้ข้าจะไม่แน่ใจว่าหม้อใบเล็กนั่นคืออะไร แต่แค่ชิ้นส่วนเพียงชิ้นเดียวกลับทำให้พี่ไก่ตื่นเต้นได้ขนาดนี้ แสดงว่ามันต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน!"

"เปิดไม่ได้ก็อย่าฝืน"

หลินฉางเกอวางอาจวี้ลง บาดแผลที่ถูกเจาะทะลุกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เขาหยิบศิลาวิญญาณจำนวนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติเพื่อให้อาจวี้กิน

อาจวี้ดูดซับพลังจากศิลาวิญญาณนับพันก้อนในคำเดียวจนเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้น

มันครุ่นคิด "ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีนะ เมื่อกี้เกือบจะเปิดได้แล้วเชียว เพียงแต่ตอนนี้ขาดตัวยาบางอย่าง... หลินฉางเกอ เจ้าช่วยหา สมุนไพรที่มีพลังปราณบริสุทธิ์ ให้ข้าหน่อย ขอที่มีอายุ 500 ปีขึ้นไป"

"ขอเพียงพลังปราณบริสุทธิ์กล้าแข็งขึ้น พี่ไก่คนนี้จะเปิดแร่เหล็กทมิฬนี่ให้ดู!" อาจวี้กล่าวอย่างมั่นใจ

"ตกลง เดี๋ยวข้าจะลองไปถามท่านเจ้าสำนักดู"

หลินฉางเกอพยักหน้า ความจริงแร่เหล็กทมิฬอยู่ในมือเขา จะเปิดช้าหรือเร็วก็ไม่ต่างกันนัก แต่อาจวี้ดูจะลุ่มหลงและอดรนทนไม่ไหวเหลือเกิน

ปัง ปัง ปัง!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นดึงสติของหลินฉางเกอออกมาจากดาบตัดนภากลับคืนสู่ร่าง เขาจึงลุกขึ้นไปเปิดประตู

กลางดึกสงัด แสงจันทร์สาดส่องลงมาดุจสายน้ำจากฟากฟ้า อาบไล้ร่างของเฟิงอู๋จี้ที่ยืนอยู่หน้าประตูจนดูเหมือนถูกคลุมด้วยละอองเงิน

"ท่านผู้เฒ่าเฟิง?"

หลินฉางเกอแปลกใจ มาหาดึกดื่นเช่นนี้ หรือจะมีธุระด่วนอะไร?

เบื้องหลังเฟิงอู๋จี้ มีร่างในชุดคลุมสีดำอุ้มดาบโลหิตยืนอยู่ นั่นคือ ฟางหนิง

"เจ้าเคยบอกว่า หลังจากผ่านไปสามวัน จะฆ่าศิษย์เทียนหั่วทุกคนที่ขวางหน้า ตอนนี้ผ่านไปเจ็ดวันแล้ว ถึงเวลาทำตามคำพูดหรือยัง?"

เฟิงอู๋จี้หัวเราะหึๆ "พอดีตอนนี้มีโอกาสดี สำนักเทียนหั่วส่งศิษย์หลักหลายคนออกไปเก็บสมุนไพร เห็นว่าแถวนั้นมีสมุนไพรวิญญาณอายุเกิน 300 ปีขึ้นมา 3 ต้น มูลค่าไม่ใช่น้อย..."

"พวกเราไปปล้นมันกลางดึกคืนนี้กัน!"

ดวงตาของเฟิงอู๋จี้ฉายแววตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ถวิลหาเรื่องพรรค์นี้อยู่ไม่น้อย

หลินฉางเกอชะงักไป "ท่านผู้เฒ่าเฟิง ท่านเป็นถึงเจ้าสำนัก จะไปเองเลยรึครับ?"

"ตาแก่อย่างข้าไปเพื่อคุมเชิงให้พวกเจ้า หากมีขอบเขตเวหา (เทียนหลิง) กล้าลงมือกับพวกเจ้า ข้าจะสังหารพวกมันทิ้งให้หมด"

เฟิงอู๋จี้แสยะยิ้ม "แต่ถ้าต่ำกว่าขอบเขตเวหา ข้าจะยกให้เจ้ากับแม่หนูนิงจัดการ การต่อสู้เสี่ยงตายจะช่วยขัดเกลาพลังฝีมือ จงถือว่าพวกมันเป็นหินลับมีดซะ!"

"ตกลงครับ"

หลินฉางเกอเริ่มมีอารมณ์ร่วม เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้วตามเฟิงอู๋จี้ออกจากสำนักไป

ระหว่างทาง หลินฉางเกอเอ่ยถาม "ศิษย์พี่หญิง เรื่องแบบนี้ท่านเจ้าสำนักทำบ่อยหรือครับ?"

"เมื่อก่อนไม่เคย"

ฟางหนิงส่ายหน้า "ตลอดปีที่ผ่านมา ศิษย์หลักของฟงเสวียนสู้เทียนหั่วไม่ได้เลย คนที่ต้องหลบเลี่ยงการปะทะคือพวกเรา แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว"

ที่ไม่เหมือนเดิม ก็เพราะมีหลินฉางเกอเข้ามา

นางกับหลินฉางเกอรวมพลังกัน ต่อให้ศิษย์หลักของเทียนหั่วจะเป็นใคร พวกนางก็ไม่เกรงกลัว!

ทั้งสามเดินทางกลางดึกจนเข้าสู่ป่าทึบ

เฟิงอู๋จี้ฉีกยิ้มพลางชี้ไปข้างหน้า "เดินหน้าไปอีก 20 ลี้ จะเป็นเขตที่ศิษย์หลักเทียนหั่วกำลังเก็บสมุนไพร ตาแก่อย่างข้าจะไม่ตามไปนะ"

ในหมู่สำนักใหญ่ ไม่ว่าจะบาดหมางกันเพียงใดก็ยังมีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่ง คือผู้อาวุโสข้ามเขตพลังจะไม่ลงมือกับรุ่นเยาว์โดยง่าย มิเช่นนั้นโลกนี้คงวุ่นวาย ต่างฝ่ายต่างจ้องฆ่าศิษย์ของอีกฝ่ายจนหมดสิ้น

ทว่าการปรากฏตัวของหลินฉางเกอ ทำให้เทียนหั่วเริ่มจะก้าวข้ามเส้นแบ่งนั้น!

ดังนั้นเฟิงอู๋จี้จึงมาด้วยตัวเองเพื่อคุ้มครองหลินฉางเกอ และเป็นการเตือนเทียนหั่วไปในตัวว่า หากยอดฝีมือทั้งสองฝ่ายเริ่มล่าสังหารศิษย์ของกันและกัน สำนักฟงเสวียนจะเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบกว่าแน่นอน

"ไป!"

หลินฉางเกอและฟางหนิงพุ่งทะยานเข้าสู่ความมืดพร้อมกัน ท่าร่างของทั้งคู่แนบเนียนยิ่งนัก แม้จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงในป่าทึบแต่กลับไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า

ระยะทาง 20 ลี้ผ่านไปในชั่วพริบตา

ทั้งคู่หยุดฝีเท้า สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง

ภายใต้แสงจันทร์ ศิษย์หลักของเทียนหั่วหลายคนกำลังรุมล้อมต่อสู้กับอสูรร้ายตัวหนึ่ง

อสูรตัวนี้อยู่ในขอบเขตปฐพีขั้น 8 พลังของมันแข็งแกร่งมาก แต่ภายใต้การรุมสังหารของศิษย์หลักหลายคน ทั่วร่างของมันก็เต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ

"เร็วเข้า ออกแรงอีกนิด ฆ่าเดรัจฉานตัวนี้ซะ!"

กลุ่มศิษย์หลักตาเป็นประกาย "ตอนแรกนึกว่าเป็นสมุนไพร 300 ปี นึกไม่ถึงว่าอายุจะถึง 600 ปี ช่างเป็นลาภลอยจริงๆ!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า คราวนี้กลับไปได้หน้าครั้งใหญ่แน่"

ศิษย์กลุ่มนั้นตื่นเต้นสุดขีด ต่างงัดวิชาและแสงสีต่างๆ พุ่งใส่ร่างอสูรจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น

ที่หน้าปากถ้ำเบื้องหลังอสูรตัวนั้น มีสมุนไพรวิญญาณกลุ่มหนึ่งกำลังเติบโต สีเขียวขจีดูสดใส เห็นได้ชัดว่าใกล้จะถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว

"อาจวี้ ออกมาดูหน่อย"

หลินฉางเกอกระซิบ "ในนั้นมีสมุนไพรที่เจ้าต้องการไหม?"

อาจวี้โผล่หัวออกมาจากคอเสื้อ มองไปแต่ไกลแล้วตาโตทันที "มี! มี! ต้นที่อยู่ตรงกลางนั่นคือ หญ้ามังกรโลหิต แฝงด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ อายุถึง 600 ปีเลยทีเดียว ถ้าได้มันมา พี่ไก่เปิดแร่เหล็กนั่นได้แน่นอน!"

"ดี"

หลินฉางเกอกดหัวอาจวี้กลับลงไปพลางยิ้มเย็น "ดูท่าทางครั้งนี้จะมาไม่เสียเที่ยวจริงๆ!"

โฮก!

อสูรร้ายถูกอาวุธวิญญาณปักเต็มร่างจนการเคลื่อนไหวเริ่มติดขัด ทุกครั้งที่มันพยายามตะปบออกไปล้วนสิ้นเปลืองพลังมหาศาล

ลมหายใจของมันเริ่มรวยริน นี่คือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายก่อนความตายจะมาเยือน

คล้ายจะรู้ตัวว่าครั้งนี้ต้องตายแน่ หลังจากถูกดาบเล่มหนึ่งทิ่มแทง อสูรตัวนั้นก็คำรามลั่นสั่นสะเทือนป่า มันยกอุ้งเท้าหน้าตบใส่ศิษย์หลักที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วปานสายฟ้า

ฉัวะ!

ร่างของศิษย์คนนั้นยังไม่ทันตกลงสู่พื้น ก็แตกกระจายคาที่ทันที

"ไอ้เดรัจฉานนี่!"

"ศิษย์น้องหลิวประมาทเกินไป!"

ศิษย์หลักคนอื่นๆ แสดงสีหน้าเสียดาย แต่ก็ไม่มีอะไรจะพูด เส้นทางแห่งวิถีพรตก็เป็นเช่นนี้ พลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิต

หลังจากตบอุ้งเท้านั้น อสูรร้ายก็สิ้นใจลง ร่างมหึมาล้มกระแทกพื้นจนฝุ่นตลบ

ศิษย์คนอื่นๆ ไม่กล้าประมาท ต่างกระหน่ำโจมตีซ้ำจนแน่ใจว่ามันตายสนิทจริงๆ

"พวกเจ้าจัดการซากอสูรซะ ทั่วร่างมันมีแต่ของมีค่าทั้งนั้น"

ศิษย์หลักคนหนึ่งสั่งการ "ศิษย์น้องเหอ เจ้าไปเก็บสมุนไพรกับข้า"

หลินฉางเกอยกยิ้มที่มุมปาก เขาหันไปมองฟางหนิง ซึ่งนางก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ทั้งคู่ใจตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

"แบ่งกันคนละครึ่ง!"

สิ้นคำพูด หลินฉางเกอก็พุ่งทะยานออกไปหาเป้าหมายเป็นคนแรก!

จบบทที่ บทที่ 66 ดักสังหารเทียนหั่วกลางดึก!

คัดลอกลิงก์แล้ว