- หน้าแรก
- ดาบสยบสวรรค์
- บทที่ 61 ในเมื่อพิชิตหอคอยแล้ว พวกเจ้าก็ตายซะเถอะ!
บทที่ 61 ในเมื่อพิชิตหอคอยแล้ว พวกเจ้าก็ตายซะเถอะ!
บทที่ 61 ในเมื่อพิชิตหอคอยแล้ว พวกเจ้าก็ตายซะเถอะ!
ทุกคนต่างกลั้นหายใจ ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
เหล่านักพรตในเมืองหลวงนับไม่ถ้วนต่างแห่กันไปยังหอคอยมังกรลี้ลับ เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้
อัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นหยวนที่ทุกคนยอมรับคือเย่ชิงเยว่
แต่ในปีนั้นเย่ชิงเยว่เข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปก่อน จึงไม่มีโอกาสได้ท้าทายหอคอยมังกรลี้ลับ
รองลงมาก็คือซูเหยา บุตรสาวเจ้าสำนักเทียนหั่วผู้มีสายเลือดระดับศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนต่างเชื่อว่าความสำเร็จของนางจะไม่ด้อยไปกว่าเย่ชิงเยว่
เมื่อคืนที่มีคนทำลายสถิติของซูเหยา ผู้คนก็ตกตะลึงมากพอแล้ว นึกไม่ถึงว่าพอรุ่งเช้าจะมีเรื่องที่รุนแรงยิ่งกว่า
หลินฉางเกอกลับมาท้าทายหอคอยและพิชิตจนถึงจุดสูงสุดรวดเดียวจบ ทำในสิ่งที่อัจฉริยะมากมายไม่เคยทำได้สำเร็จ นี่มันน่าสยดสยองเกินไปแล้ว!
ด้านนอกหอคอยมังกรลี้ลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนไม่มีที่ว่างให้แทรก
ฟางหนิงกวาดสายตาผ่านฝูงชน เห็นคนจากตระกูลฟ่านอยู่ไม่น้อย นางลอบถอนหายใจ เป็นไปตามที่คาดไว้ พวกที่จองเวรจองกรรมมากันครบหน้า
นอกจากตระกูลฟ่านแล้ว ยังมีศิษย์สำนักเทียนหั่วอีกหลายคนที่มีสายตาไม่เป็นมิตร ชัดเจนว่าพวกเขากำลังรอจังหวะลงมือกับหลินฉางเกอ
"เสี่ยวหนิง"
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง ฟางหนิงหันไปพบว่าเป็น เจ้าหอที่เจ็ด
"อาเจ็ด"
นางยิ้มขื่น "ข้าแค่ตั้งใจจะให้เขามาท้าทายหอคอยเพื่อทำลายปมในใจและเริ่มต้นเส้นทางล้างแค้น นึกไม่ถึงว่าเขาจะเล่นใหญ่ขนาดพิชิตหอคอยรวดเดียวแบบนี้"
"ด้วยพรสวรรค์ของเขา ยังไงวันหนึ่งเขาก็ต้องเจิดจรัส ปิดไม่อยู่หรอก"
เจ้าหอที่เจ็ดกล่าวอย่างปลงตก "แต่หลังจากนี้ สำนักฟงเสวียนของพวกเจ้าคงต้องเหนื่อยหน่อยล่ะนะ"
"ข้าแจ้งท่านผู้เฒ่าเฟิงให้มารับเขาแล้วค่ะ"
ฟางหนิงพยักหน้า "หวังว่าจบเรื่องนี้แล้ว จะยังกลับสำนักได้อย่างปลอดภัย"
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากผ่านด่านสุดท้าย หลินฉางเกอนอกจากจะสูญเสียพลังปราณไปมาก ก็มีเพียงแผลแตกที่มือขวาที่กำดาบตัดนภาจนเลือดชุ่มด้ามดาบ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ไม่นานก็ฟื้นฟูได้
"ซูเหยา นี่มันแค่... เริ่มต้น!"
หลินฉางเกอมองอันดับบนม่านแสง เขารู้ดีว่าวินาทีที่เขาขึ้นสู่จุดสูงสุด ทั้งแคว้นหยวนย่อมได้รับรู้
นี่คือการเอาคืนซูเหยาอย่างสาสม!
จากนั้น หลินฉางเกอก้าวยาวไปยังประตูเคลื่อนย้าย เขาจะไปทวงรางวัลจากหอคอยมังกรลี้ลับตามที่เขาควรได้รับ
ณ ห้องโถงชั้น 1 ของหอคอย
เหล่าผู้อาวุโสหลายคนมีสีหน้าปั้นยาก
"ทำไมต้องเป็นมัน!"
ผู้อาวุโสคนหนึ่งคำรามเสียงต่ำ "สถิติของซูเหยาถูกซือชิงชิงทำลายก็ว่าแย่แล้ว ทำไมหลินฉางเกอต้องมาสอดมือด้วย แถมยังพิชิตหอคอยสำเร็จอีก"
"การปล่อยให้ชื่อหลินฉางเกออยู่เหนือซูเหยา ถือเป็นความอัปยศของหอคอยมังกรลี้ลับเรา!"
"ไอ้เด็กนี่เคยทำเรื่องมิดีมิร้ายกับซูเหยาในหอคอยเราจนเกือบทำให้ชื่อเสียงเราป่นปี้ จะปล่อยให้มันเป็นอันดับหนึ่งไม่ได้เด็ดขาด"
พวกเขาวิจารณ์กันเซ็งแซ่ ผู้อาวุโสคนหนึ่งลังเล "แต่ตามกฎ คนแรกที่พิชิตหอคอยได้ จะได้รับรางวัลศิลาวิญญาณห้าแสนก้อนที่พวกเราเคยประกาศไว้..."
"ทำไม เจ้าอยากจะให้มันจริงๆ รึไง?"
"ไม่ให้ก็ได้ แต่ข้ากลัวจะเสียชื่อเสียงของหอคอย"
"หึ ชื่อเสียงรึ? พูดถึงเรื่องชื่อเสียง จะมีใครเน่าเฟ็นไปกว่าหลินฉางเกออีก!"
ในขณะที่พวกเขากำลังถกเถียงกัน คนรับใช้ก็เข้ามารายงาน "ท่านผู้ใหญ่ครับ หลินฉางเกอมาถึงแล้ว อยู่หน้าประตูครับ"
"เหอะ มาเร็วนักนะ"
ผู้อาวุโสคนหนึ่งไพล่มือไว้หลัง ใบหน้าเย็นชา "ไปบอกมันว่า หอคอยมังกรลี้ลับมีความสัมพันธ์อันดีกับสำนักเทียนหั่ว ไม่มีทางยอมรับผลการแข่งขันของคนบาปเด็ดขาด!"
คนรับใช้พยักหน้ากำลังจะออกไป ทว่าทันใดนั้นเสียงดังโครมก็ดังก้อง ประตูห้องโถงถูกเตะกระเด็นเข้ามา
"ความสัมพันธ์อันดีงั้นรึ? ดูท่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้น พวกเจ้าคงรู้เห็นเป็นใจกันหมดสินะ!"
หลินฉางเกอเดินเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ตอนแรกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมหอคอยมังกรลี้ลับที่รู้ความจริงถึงไม่ยอมออกมาแก้ข่าวให้เขา
เขานึกว่าหอคอยถูกเทียนหั่วข่มขู่จนไม่กล้าเป็นพยาน แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าพวกมันเป็นพวกเดียวกัน สมรู้ร่วมคิดกัน!
"หลินฉางเกอ?"
เหล่าผู้อาวุโสตกใจเล็กน้อยก่อนจะแค่นยิ้ม "เจ้าหาที่ตายจริงๆ ที่กล้าบุกรุกเข้ามาแบบนี้ แค่ข้อหานี้ข้อเดียวก็เพียงพอจะตัดสินประหารเจ้าได้โดยไม่มีใครคัดค้าน"
"หอคอยมังกรลี้ลับเป็นแค่ที่ทดสอบ ไม่ใช่สำนัก และไม่มีอำนาจอะไรมากมาย แค่อาศัยบารมีเทียนหั่วอยู่รอดไปวันๆ ข้าล่ะสงสัยนักว่าใครให้ความกล้าพวกเจ้ามาตัดสินข้า?"
หลินฉางเกอเลิกคิ้วเย้ยหยัน "อาศัยอะไร? อาศัยพวกสวะอย่างพวกเจ้างั้นรึ?"
เหล่าผู้อาวุโสได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด "ดูท่าเจ้าอยากตายจริงๆ!"
ในกลุ่มพวกเขา คนที่เก่งที่สุดคือขอบเขตปฐพีขั้น 7 ส่วนอีกสามคนอยู่ขั้น 6 ไม่ถือว่าเก่งกาจอะไรมาก จึงต้องพึ่งพาเทียนหั่ว
อีกอย่าง หอคอยนี้พวกเขาก็ไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้นมาเอง
ในอดีตตอนที่พวกเขาออกไปฝึกฝน ได้ร่วมกันค้นพบซากโบราณสถานค่ายกล และใช้พละกำลังทั้งหมดขนย้ายซากนั้นมาไว้ในหอคอยมังกรลี้ลับ สร้างเป็นด่านทดสอบเพื่อเก็บค่าเข้าชม
ในสายตาพวกเขา หลินฉางเกอที่เป็นแค่ขอบเขตปฐพีขั้น 4 จะไปทำอะไรได้?
"ฆ่ามัน แล้วเอาหัวไปขึ้นรางวัลที่สำนักเทียนหั่ว"
ผู้อาวุโสขอบเขตปฐพีขั้น 7 กล่าวอย่างตื่นเต้น "เชื่อว่าเจ้าสำนักซูต้องยินดีมากแน่ๆ"
การต่อสู้ในห้องโถงระเบิดขึ้นทันที
หลินฉางเกอเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสทั้งสี่เพียงลำพัง เขากระตุ้นเคล็ดวิชาดาบตัดนภา กลิ่นอายดาบยิ่งใหญ่เกรียงไกรสั่นสะเทือนฟ้าดิน ไม่มีทีท่าว่าจะเสียเปรียบแม้แต่น้อย
"ไอ้เด็กนี่ตึงมือนัก!"
ผู้อาวุโสคนหนึ่งแค่นยิ้ม "แต่จะมาอาละวาดในหอคอยมังกรลี้ลับน่ะ ยังเร็วไปร้อยปี!"
"ตราแสงสวรรค์!"
เขาประสานมรรคา พลังปราณสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกมาจากฝ่ามือ ก่อตัวเป็นรูปตราประทับขนาดใหญ่ กระแทกเข้าที่แผ่นหลังของหลินฉางเกออย่างรุนแรง
หลินฉางเกอสะบัดมือเรียก 'ยันต์กายอัสนี' ออกมา
พริบตานั้น ทั่วร่างของเขาปกคลุมด้วยสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัว พลังป้องกันและพลังโจมตีเพิ่มขึ้นอีกระดับ เขาไม่หลบเลี่ยงตราแสงสวรรค์นั้นแม้แต่น้อย ปล่อยให้มันกระแทกเข้าที่หลังเต็มๆ
ตูม!
ตราแสงสวรรค์ระเบิดออกอย่างแรง
ผู้อาวุโสคนนั้นแสยะยิ้ม นึกว่าหลินฉางเกอถ้าไม่ตายก็ต้องสาหัสแน่ๆ แต่กลับต้องช็อกเมื่อเห็นว่าเขารับการโจมตีนั้นได้อย่างหน้าตาเฉย
ซวยแล้ว...
ผู้อาวุโสหน้าถอดสี พยายามจะหลบหนี
ทว่าดาบตัดนภาของหลินฉางเกอกลับฟันขวางผ่านมาแล้ว
ฉัวะ!
ร่างของผู้อาวุโสขาดเป็นสองท่อน สิ้นใจตายทันที
"ทำไมถึงทำอะไรเจ้าไม่ได้เลย!"
อีกสามคนที่เหลือรูม่านตาหดเล็กลงด้วยความไม่เข้าใจ
หลินฉางเกอเย้ยหยัน ในเมื่อมียันต์กายอัสนี มีเกราะแรดดำ และยังมีกายาจอมดาบที่ไร้เทียมทาน ขอบเขตปฐพีขั้น 6 หรือ 7 จะมาอวดดีต่อหน้าเขานั้น ช่างน่าขันสิ้นดี
"ผู้ที่พิชิตหอคอยมังกรลี้ลับได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ในเมื่อข้าผ่านด่านแล้ว พวกเจ้าก็... ดูเหมือนไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อ"
หลินฉางเกอลูบคมดาบตัดนภา แววตาคมกริบ "วันนี้ข้าจะส่งพวกเจ้าไปก่อน ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานพวกคนหนุนหลังของพวกเจ้าก็จะตามไปสมทบเอง!"
พูดจบ หลินฉางเกอกระตุ้นเพลงดาบจิตพิฆาต พุ่งเข้าเข่นฆ่าทันที
ภายในห้องโถงมีเพียงเสียงร้องโหยหวนดังออกมาไม่ขาดสาย
ด้านนอกหอคอย
จีหรงเอ๋อร์ขมวดคิ้ว "ใจคอโหดเหี้ยมไปหน่อยนะ"
"ฆ่าได้ดี"
ซือหลางกลับยิ้มออกมา "พวกแก่หนังเหนียวพวกนี้เคยโกงเงินข้ามาก่อน ถ้าไม่ติดว่ามีภาระต้องดูแล ข้าคงฆ่าพวกมันทิ้งไปนานแล้ว เอาค่ายกลคนอื่นมาสร้างรายได้ให้ตัวเองตั้งหลายปี ยังนึกว่าตัวเองเป็นคนเหนือคนอีกงั้นรึ?"
ซือชิงชิงดวงตาเหม่อลอย นางพึมพำแผ่วเบา "เขา... แข็งแกร่งกว่าครั้งที่แล้วตั้งเยอะเลย..."