เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 วันแห่งการจากลา!

บทที่ 44 วันแห่งการจากลา!

บทที่ 44 วันแห่งการจากลา!


วินาทีที่หลินฉางเกอสะบั้นร่างของซูเหยาในด่านเคราะห์ใจได้สำเร็จ เขาหยั่งรู้ถึงสัจธรรมบางอย่างจากส่วนลึกของจิตวิญญาณที่หลอมรวมเข้าสู่ใจ นี่เองคือ เพลงดาบใจภัยพิบัติ

"เข้าสู่ระดับเริ่มต้นแล้ว"

สติของหลินฉางเกอกลับคืนสู่ร่าง เขาลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส

สมกับเป็นทักษะยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ พลังที่ได้รับเพิ่มขึ้นมานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

หากเปรียบว่า วิชาบ่มเพาะ คือลำต้นที่เป็นรากฐานของทุกสิ่ง ทักษะยุทธ์ ที่แข็งแกร่งก็เปรียบเสมือนกิ่งก้านใบที่เขียวขจี ทั้งสองสิ่งนี้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เมื่อมีเคล็ดกายาตัดสวรรค์เป็นรากฐาน ไม่ว่าเขาจะฝึกทักษะยุทธ์ใด ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

ฟึ่บ!

หลินฉางเกอกวัดแกว่งดาบตัดสวรรค์อย่างสบายอารมณ์ สัมผัสถึงประกายอันคมกล้าที่ปะทุขึ้นตรงหน้า เขาหลับตาลงพึมพำ "วิถีดาบของข้า คือความรอบด้าน"

หลังจากได้รับคำชี้แนะจากเยี่ยชิงเยว่ เขาก็เข้าสู่สภาวะหยั่งรู้อยู่ตลอดเวลา ประกอบกับความพยายามค้นหาวิถีดาบของตนเพื่อฝึกเพลงดาบใจภัยพิบัติ ในที่สุดเขาก็หาคำตอบจนเจอ

"ดูท่า ข้าคงอยู่ห่างจากขอบเขต 'หัวหน้ามือดาบ' (ต้าเตาซิว) อีกไม่ไกลแล้ว"

หลินฉางเกอยิ้มอย่างพึงพอใจ

ขอบเขตหัวหน้ามือดาบ หรือที่เรียกว่าระดับ "ฮว่าจิ้ง"

เขากลายเป็นผู้ฝึกดาบที่อายุน้อยที่สุดในแคว้นหยวนไปแล้ว หากก้าวเข้าสู่ระดับหัวหน้ามือดาบด้วยอายุเพียงเท่านี้ เกรงว่าชื่อเสียงจะโด่งดังไปทั่วดินแดนบูรพา! พรสวรรค์ของเขาจะเทียบเคียงกับเยี่ยชิงเยว่ได้โดยตรง

เจ้าอาววี่ที่ยืนอยู่บนโต๊ะพยายามชะเง้อหน้ากระโดดโลดเต้น "หลินฉางเกอ ลูกพี่หิวแล้ว อยากกินข้าว!"

"กินอะไรล่ะ?"

หลินฉางเกอเพิ่งสังเกตว่าตั้งแต่ออกจากมิติเร้นลับมา อาววี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากมุกหาของวิเศษนั่น

อาววี่ทำหน้าคาดหวัง "อาวุธวิญญาณ หินวิญญาณ ยันต์... อะไรก็ได้ ลูกพี่กระเพาะกว้างขวางนัก!"

หลินฉางเกอหยิบหินวิญญาณออกมาจากแหวนมิติกองหนึ่ง ประมาณร้อยกว่าก้อน

หากเขาไม่ได้ลาภลอยมาเมื่อคราวก่อน คงรู้สึกปวดใจไม่น้อยที่ต้องเสียหินวิญญาณพวกนี้ไป

อาววี่อ้าปากกว้าง ปากไก่ของมันกลายเป็นเหมือนหลุมดำที่ลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง หินวิญญาณเหล่านั้นพุ่งเข้าสู่ปากมันในพริบตา มันไม่ได้เคี้ยวด้วยซ้ำ กินหมดเกลี้ยงในทันที

"แค่นี้เองเหรอ? ลูกพี่ยังไม่อิ่มแม้แต่ครึ่งท้องเลย"

อาววี่พ่นไอวิญญาณออกมาจากปาก ดูท่าทางยังไม่สะใจ

หลินฉางเกอถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ควักหินวิญญาณออกมาอีกกองใหญ่ หลังจากกินไปประมาณหนึ่งพันก้อน อาววี่ถึงได้อิ่มเสียที

มันลูบท้องที่กลมกลึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพลางบ่น "หินวิญญาณธรรมดารสชาติงั้นๆ หวังว่าคราวหน้าเจ้าจะหาของที่อร่อยกว่านี้มาให้ลูกพี่นะ"

"เจ้าพูดว่าตัวเองมีประโยชน์ยังไงบ้างล่ะ? บอกว่าหาของวิเศษได้ แต่นี่ผ่านไปหลายวันยังไม่เห็นเจ้าหาอะไรกลับมาได้สักอย่าง จะทำลายค่ายกลยันต์ก็ยืดหยาดชักช้า ถ้าข้าหวังพึ่งเจ้าจริงๆ ชีวิตคงหาไม่ไปแล้ว" หลินฉางเกอทำหน้าดูแคลน

อาววี่เริ่มไม่พอใจ "นี่เจ้ากล้าดูถูกลูกพี่ไก่เหรอ?"

เมื่อเดินออกจากห้อง หลินฉางเกอเห็นเยี่ยชิงเยว่นั่งอยู่ที่ศาลาในสวน ข้างกายมีต้นท้อตั้งอยู่ ท่ามกลางดอกท้อที่ร่วงหล่น ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าของเยี่ยชิงเยว่ดูงดงามเหนือล้ำ

"ชิงเยว่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

หลินฉางเกอชะงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ

"มาตอนสัมผัสได้ถึงความผันผวนของเจตจำนงดาบจากห้องของเจ้าน่ะ"

เยี่ยชิงเยว่เอ่ยเสียงนุ่ม "ฉางเกอ เพียงแค่วันเดียว เจ้ากลับหยั่งรู้เพลงดาบใจภัยพิบัติได้แล้ว พรสวรรค์นี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ"

หลินฉางเกอเกาหัว "ก็พอได้น่ะ"

"ดูเหมือนคำพูดของข้าเมื่อวานจะได้ผลนะ"

เยี่ยชิงเยว่หยิบชุดน้ำชาออกมาจากแหวนมิติ วางลงบนโต๊ะ "มานั่งดื่มชากับข้าหน่อยสิ ตอนเด็กๆ พวกเรามักจะชอบเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ มานั่งจิบชาสนทนาธรรมกันบ่อยๆ..."

"ได้สิ"

หลินฉางเกอนั่งลงตรงข้ามเยี่ยชิงเยว่ด้วยรอยยิ้ม ช่วยนางต้มน้าและชงชา

ใบชาลงในถ้วย น้ำร้อนรินรด เผยให้เห็นสีสันที่งดงาม

ทั้งสองคนจิบชาพลางสบตากัน

"ฉางเกอ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นกว้างใหญ่มาก การแข่งขันรุนแรง และให้ความสำคัญกับลำดับอาวุโสและรุ่นพี่รุ่นน้องอย่างยิ่ง แม้แต่ข้าเองก็ยังต้องพยายามเพื่อชิงตำแหน่งศิษย์ใน" เยี่ยชิงเยว่กล่าวเสียงนุ่ม "แต่ในขณะเดียวกัน ข้อดีก็มีมาก ดินแดนศักดิ์สิทธิ์คือขุมอำนาจอันดับหนึ่งในดินแดนบูรพา เมื่อเจ้าสำแดงพรสวรรค์ออกมา ในดินแดนบูรพาอันกว้างใหญ่นี้ น้อยนักที่จะมีใครกล้าแตะต้องเจ้า!"

"ข้าเข้าใจ ยิ่งการแข่งขันรุนแรง ผลประโยชน์ก็ยิ่งมาก"

หลินฉางเกอยิ้มกว้าง เขาเตรียมใจรับมือกับเรื่องนี้ไว้นานแล้ว

อีกอย่าง เขาเคยบอกศิษย์พี่หญิงเล็กไว้แล้วว่าสำนักเฟิงเสวียนเป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราว เพื่อเป็นการตอบแทน เขาจะช่วยให้สำนักแข็งแกร่งขึ้น แต่เป้าหมายสุดท้ายของเขาคือการเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสมอ

"อีกอย่าง การที่เจ้าเข้าร่วมสำนักเฟิงเสวียนนั้นดี แต่ย่อมต้องถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพ่งเล็ง การเติบโตในช่วงไม่กี่เดือนนี้สำคัญต่อเจ้ามาก ต้องพยายามฝึกฝนและผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้" เยี่ยชิงเยว่จิบชาพลางมองหลินฉางเกอเขม็ง "ข้าสามารถใช้ตำแหน่งของข้าเชิญเจ้าเข้าไปได้ แต่ถ้าทำแบบนั้น เจ้าจะถูกคนอื่นดูแคลน และแรงกดดันในตัวเจ้าจะมหาศาลมาก..."

"ชิงเยว่!"

หลินฉางเกอย้ำอีกครั้ง "การกลับมาครั้งนี้เจ้าช่วยข้าไว้มากพอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหยั่งรู้วิถีดาบ หรือเพลงดาบใจภัยพิบัติที่เจ้าให้มา... หากข้าไม่สามารถใช้ความสามารถของตัวเองเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ แล้วข้าจะคู่ควรกับเจ้าได้อย่างไร?"

"ฉางเกอ ข้าไม่ชอบฟังคำพูดแบบนี้เลย"

ใบหน้าของเยี่ยชิงเยว่ฉายแววน้อยใจ "คำว่าคู่ควรหมายความว่าอย่างไร? หรือเจ้าเห็นว่าข้าอยู่สูงเกินเอื้อม? ไม่ว่าข้าจะไปถึงระดับไหน เจ้าก็ยังเป็นพี่ชายที่คอยปกป้องข้าอย่างซื่อบื้อ แม้จะไม่สนความปลอดภัยของตัวเองอยู่เสมอ"

หลินฉางเกอยิ้มออกมาอย่างมีความสุขจนปิดไม่มิด เขาจึงยกถ้วยชาขึ้น "มา ดื่มชา ดื่มชา"

ชาถ้วยนี้เมื่อดื่มลงไป กลับหวานล้ำกว่าปกติ

ทั้งสองคนนั่งคุยกันในศาลาอยู่นาน ระลึกความหลัง พูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ และมองไปยังอนาคต สุดท้ายหลินฉางเกอก็อดใจไม่ไหว เขาเอื้อมมือไปเด็ดดอกท้อดอกหนึ่งมาปักไว้บนศีรษะของเยี่ยชิงเยว่

"สวยไหม?"

เยี่ยชิงเยว่ก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน

"งดงามจนมิอาจบรรยาย"

หลินฉางเกอชมไม่ขาดปาก "สวยจนข้าอยากจะจูบสักที!"

"หึ" เยี่ยชิงเยว่ทำเสียงขึ้นจมูก "ฝันไปเถอะ ไว้รอวันที่เราพบกันใหม่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ค่อยว่ากัน"

"กลิ่นอายความรักมันช่างเหม็นเปรี้ยวจริงๆ"

อาววี่แทรกขึ้นมาอย่างไม่ถูกกาลเทศะ

"ไปเล่นไกลๆ เลยไป"

หลินฉางเกอหงุดหงิดจึงยื่นมือไปปัดมันปลิวหายไป

เจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับกะพริบตา

ถึงวันแห่งการจากลาของเยี่ยชิงเยว่

เยี่ยหงเทียน เยี่ยชิงหาน และหลินฉางเกอ ยืนส่งเยี่ยชิงเยว่อยู่ที่หน้าประตูใหญ่

"ชิงเยว่ ถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้วตั้งใจฝึกฝนนะ"

เยี่ยหงเทียนมีคำพูดเป็นพันคำ แต่ในนาทีนี้กลับไม่รู้จะพรรณนาอย่างไร ทำได้เพียงบอกประโยคธรรมดาๆ ออกไป

"ค่ะ"

เยี่ยชิงเยว่พยักหน้า นางมองไปยังหลินฉางเกอ

หลินฉางเกอกล่าวสั้นๆ "ชิงเยว่ ข้าจะทำตามสัญญาของเรา พบกันที่จุดสูงสุด"

เยี่ยชิงเยว่ยิ้มหวาน จากนั้นนางก็มองไปที่เยี่ยชิงหาน

เยี่ยชิงหานอึกอัก ท่าทางดูไม่เป็นธรรมชาติ ในสายตาเขาแค่จากกันชั่วคราวจะมาซึ้งอะไรกันนักหนา มันดูฟูมฟายเกินไป

"เอ่อ... พี่ไม่ต้องลำบากชิงตำแหน่งให้ผมหรอก อย่าดูถูกผมนะ ผมจะเข้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยความสามารถของตัวเองอย่างสง่างามแน่นอน" เยี่ยชิงหานแสร้งทำเป็นมองไปทางอื่น

เยี่ยชิงเยว่หัวเราะ เดินเข้าไปลูบหัวน้องชาย "อย่าทำให้พี่เขยกับท่านพ่อต้องลำบากใจนักล่ะ"

"อือ" เยี่ยชิงหานทำหน้าบึ้ง

"ข้าไปก่อนนะ"

เยี่ยชิงเยว่โบกมือให้ทุกคน จากนั้นร่างของนางก็วาบหายไปราวกับแสงสว่างในพริบตา

ไม่ไกลนัก ผู้อารักขาซูและจงรุ่ยยืนเอามือไพล่หลังอยู่ตรงนั้น

จากนั้นทั้งสองคนก็กระซิบกระซาบอะไรกันบางอย่าง ผู้อารักขาซูเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร "หลินฉางเกอ ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้าหน่อย สะดวกจะแยกมาคุยกันทางนี้ไหม?"

จบบทที่ บทที่ 44 วันแห่งการจากลา!

คัดลอกลิงก์แล้ว