- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 26 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (26)
บทที่ 26 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (26)
บทที่ 26 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (26)
หลินอันเจี๋ยหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวลายดอกไม้สีเหลืองออกมาให้อันหนิงดู
"อันหนิง ดูสิชอบไหม? ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวพี่ซื้อตัวอื่นให้ใหม่นะ"
อันหนิงรับเสื้อมาดูแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ
เธอสวมบทบาทเป็นเด็กสาวจิตใจดีที่ให้ความสำคัญกับสายเลือดพี่น้องและไม่ถือโทษโกรธแค้นได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ
เมื่อเห็นว่าอันหนิงให้อภัยอย่างง่ายดาย แววตาของหลินอันเจี๋ยก็ทอประกายลำพองใจวูบหนึ่ง เธอยิ่งขยันเอาอกเอาใจหลินอ้ายกั๋วและหวังชุ่ยฮวาหนักกว่าเดิม
เธอหยิบของฝากอีกหลายอย่างออกมาวางบนโต๊ะ "พ่อคะ แม่คะ นี่หนูซื้อมาฝากค่ะ เมื่อก่อนเป็นเพราะหนูไม่ดีเอง หนูยังเด็กนักเลยไม่รู้ความ ไม่รู้จักหวังดีของพวกท่าน ตอนนี้หนูออกไปอยู่ข้างนอกมานานถึงได้รู้ว่าต่อให้ข้างนอกจะดีแค่ไหนก็สู้บ้านเราไม่ได้ ไม่มีใครรักหนูเท่าพ่อกับแม่หรอกค่ะ"
พูดไปหลินอันเจี๋ยก็ก้มหน้าปาดน้ำตาประกอบฉากไปด้วย
หวังชุ่ยฮวาเห็นลูกสาวเป็นแบบนั้นก็ใจอ่อนยวบด้วยความสงสาร
เธอไม่ได้หันไปมองสีหน้าของหลินอ้ายกั๋ว แต่รีบยกแก้วน้ำไปส่งให้หลินอันเจี๋ย "เอาเถอะๆ เลิกร้องได้แล้ว ยังไงแกก็เป็นลูกสาวฉัน ต่อให้เป็นยังไง แม่ก็ทิ้งแกไม่ลงหรอก"
หลินอันเจี๋ยจึงปาดน้ำตาแล้วส่งยิ้มท่าทางขี้อายให้หวังชุ่ยฮวา
หลินอ้ายกั๋วเองก็เริ่มใจอ่อน แม้ใบหน้าจะยังบึ้งตึงอยู่ แต่แววตาก็เริ่มมีความอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
"เอาล่ะ นั่งพักสักประเดี๋ยวแล้วก็รีบกลับบ้านซูไปซะ กลับไปคุยกับจื้อเฉียงดีๆ ผัวเมียอย่าทะเลาะกันจนดูน่าเกลียดนัก"
"ค่ะ หนูทราบแล้ว" หลินอันเจี๋ยรับคำด้วยรอยยิ้ม
เธอนั่งต่ออีกพักหนึ่งก็หิ้วกระเป๋ากลับบ้านซูไป
สองวันต่อมา หลินอันเจี๋ยก็กลับมาที่บ้านหลินอีก คราวนี้เธอเริ่มเดินวนเวียนประจบประแจงอยู่รอบตัวอันหนิง
อันหนิงใช้ข้ออ้างว่าต้องอ่านหนังสือจึงไม่ได้สนใจหลินอันเจี๋ยนัก เธอเลยหันไปคุยจ้อกับหวังชุ่ยฮวาแทน
ตอนทำกับข้าว หลินอันเจี๋ยถึงขั้นขยันผิดหูผิดตาด้วยการเข้าไปช่วยหวังชุ่ยฮวาหน้าเตา ขณะที่คอยป้อนฟืนใส่เตา เธอก็กระซิบพูดกับแม่เบาๆ "แม่คะ คราวนี้หนูเข้าเมืองไปเปิดหูเปิดตามาเยอะเลยนะ หนูได้ยินคนเขาพูดกันว่า บ้านที่ฐานะดีหน่อย เวลาลูกหลานจะสอบเกาข่าว เขาจะให้ลูกไปพักที่เกสต์เฮาส์ในตัวเมืองกันทั้งนั้น ที่นั่นอยู่ใกล้โรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดมาก เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงสนามสอบ สะดวกสุดๆเลยค่ะ แบบนี้คนสอบจะได้กินอิ่มนอนหลับ แถมยังประหยัดเวลาเดินทางเอามาใช้อ่านหนังสือได้อีกเยอะ หนูเลยคิดว่าพวกเราควรจะให้อันหนิงไปพักที่นั่นดีไหมคะ?"
หวังชุ่ยฮวาที่กำลังผัดผักอยู่ถึงกับชะงักมือ "แพงไหมล่ะ?"
เธอเริ่มคำนวณในใจว่าที่บ้านเหลือเงินเท่าไหร่ ถ้าไม่พอคงต้องไปขอยืมจากบ้านหลินหงจวินดู
หลินอันเจี๋ยโบกมือวืด "ไม่แพงหรอกค่ะ แม่ไม่ต้องห่วง ค่าที่พักของอันหนิงหนูจะเป็นคนออกเอง"
"จะให้แกออกได้ยังไง แกแต่งงานออกเรือนไปแล้ว..."
หวังชุ่ยฮวาไม่อยากให้ลูกสาวคนโตต้องควักเงิน "แม่กับพ่อพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง ถ้าไม่ไหวจริงๆ ลุงใหญ่เขาก็คงไม่นิ่งดูดายหรอก"
"หนูบอกว่าหนูจะออกเองค่ะ"
หลินอันเจี๋ยยืนกรานหนักแน่น "เรื่องที่ผ่านมาหนูทำตัวไม่ดีกับอันหนิง ครั้งนี้หนูต้องขอโทษน้องด้วยการกระทำค่ะ หนูตัดสินใจแล้ว สอบเกาข่าวครั้งนี้หนูจะตามอันหนิงไปที่เมืองเอง ช่วงวันสอบหนูจะคอยดูแลน้องตลอดเวลาเลยค่ะ"
หวังชุ่ยฮวาฟังแล้วรู้สึกอุ่นซาบซ่านในหัวใจ "คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว ยังไงพวกแกก็เป็นพี่น้องคลานตามกันมา ตัดกันไม่ขาดหรอก"
"ค่ะ" หลินอันเจี๋ยพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "การสอบของอันหนิงสำคัญมาก ถ้าเธอสอบติดมหาวิทยาลัย หนูก็พลอยมีหน้ามีตาไปด้วย มีน้องสาวเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ดูซิว่าคนบ้านซูคนไหนจะกล้าดูถูกรังแกหนูอีก"
หวังชุ่ยฮวาได้ยินดังนั้นก็ดีใจเป็นล้นพ้น เธอทำกับข้าวเสร็จด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วรีบให้หลินอันเจี๋ยไปเรียกหลินอ้ายกั๋วมากินข้าว
บนโต๊ะอาหาร หวังชุ่ยฮวานำเรื่องที่หลินอันเจี๋ยเสนอมาเล่าให้หลินอ้ายกั๋วฟัง
เธอหันไปมองอันหนิง "อันหนิง พี่สาวลูกเขาหวังดีนะ แม่ก็เห็นด้วยกับที่พี่เขาพูด บ้านเราอยู่ไกลจากตัวเมืองไม่ใช่น้อย เดินทางไปกลับเสียเวลาแย่ แถมระหว่างทางถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจะทำยังไง สู้ไปพักในเมืองเลยดีกว่านะ"
อันหนิงพยักหน้ารับ "หนูเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ แค่ยังไม่ได้บอกพ่อกับแม่เท่านั้นเอง"
"ถ้าตัดสินใจได้แล้ว ต้องรีบไปจองห้องพักแต่เนิ่นๆนะคะ"
หลินอันเจี๋ยแทบจะไม่สนใจทานข้าว เธอดึงมืออันหนิงมาจับไว้พลางชวนคุยด้วยท่าทางสนิทสนมรักใคร่ "ในเมื่อเราคิดเรื่องนี้ได้ คนอื่นก็ต้องคิดได้เหมือนกัน ถ้าจองช้าไป เกรงว่าห้องพักจะถูกจองจนเต็มหมดเสียก่อน"
"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้แกก็รีบไปจองห้องให้น้องซะ"
หลินอ้ายกั๋วได้ยินดังนั้นก็เริ่มร้อนรน "เดี๋ยวพ่อเอาเงินให้"
หลินอันเจี๋ยรีบโบกมือพัลวัน "พ่อคะ หนูบอกแล้วไงว่าหนูจะออกเงินเอง ถ้าพ่อยังจะเซ้าซี้เรื่องเงินอีก หนูจะโกรธจริงๆด้วยนะ"
"งั้นก็เอาตามนั้นละกัน"
หลินอ้ายกั๋วคิดว่าในที่สุดหลินอันเจี๋ยก็ยอมกลับมาสนิทสนมกับอันหนิง และเต็มใจจะทำอะไรเพื่อน้องบ้าง เขาก็ควรให้การสนับสนุน
อีกอย่าง การที่อันเจี๋ยควักเงินจองห้องให้อันหนิง วันหน้าเมื่ออันหนิงสอบติดมหาวิทยาลัย เธอก็จะต้องจดจำบุญคุณของอันเจี๋ย ถือเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง พ่อแม่ไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายมากจนเกินไป
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินอ้ายกั๋วจึงไม่ได้เอ่ยเรื่องเงินขึ้นมาอีก
ส่วนหวังชุ่ยฮวาก็ดึงมือหลินอันเจี๋ยมาคอยกำชับเรื่องต่างๆไม่ขาดปาก ว่าอากาศร้อนต้องระวังอย่าให้อันหนิงร้อนเกินไป อย่าให้อันหนิงกินของเย็นจัด และตอนกินข้าวต้องคอยระวังเรื่องอะไรบ้าง
หลินอันเจี๋ยประดับรอยยิ้มไว้บนใบหน้า ดูภายนอกเหมือนจะตั้งใจฟังอย่างดี แต่ในใจกลับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเกลียดชัง
เธอมองว่านี่คือหลักฐานความลำเอียงของหวังชุ่ยฮวา แม่เอาแต่รักและเอ็นดูอันหนิง โดยไม่เคยเห็นหัวลูกสาวคนโตอย่างเธอเลย
ไม่อย่างนั้น ทำไมพอเธอบอกว่าจะช่วยจองห้องให้และจะตามไปดูแลอันหนิงที่ตัวเมือง หวังชุ่ยฮวาถึงได้ทำดีกับเธอขึ้นมาทันตาเห็นล่ะ?
รวมถึงหลินอ้ายกั๋วด้วย พ่อแม่คู่นี้นี่มันสุดยอดจริงๆ
หลินอันเจี๋ยก้มหน้าลง ลอบกำหมัดแน่นเงียบๆ
เธออยากจะรู้นักว่า หลังจากที่อันหนิงสอบตกไปแล้ว หวังชุ่ยฮวาและหลินอ้ายกั๋วยังจะทำดีกับเธอแบบนี้อยู่อีกไหม
ถ้าอันหนิงสอบไม่ติดมหาวิทยาลัย อนาคตก็คงต้องกลับมาทำนาที่ชนบท ใช้ชีวิตต้อยต่ำไปจนตาย
และในอนาคตเมื่อเธอกลายเป็นมหาเศรษฐี เธอจะเหยียบย่ำอันหนิงให้จมดิน และจะทำให้หวังชุ่ยฮวาต้องเสียใจที่ลำเอียงเหมือนในตอนนี้
ทางด้านอันหนิง เธอก้มหน้าทานข้าว ทำเป็นมองไม่เห็นความอำมหิตที่วูบไหวอยู่ในดวงตาของหลินอันเจี๋ย
เธอรู้ดีอยู่ในใจว่าหลินอันเจี๋ยกำลังวางแผนทำร้ายเธอแน่ๆ
เธอลองขุดคุ้ยความทรงจำของร่างเดิมดูและก็พบเงื่อนงำบางอย่างเข้าจริงๆ
ในชาติก่อน ตอนที่ร่างเดิมสอบเกาข่าว หลินอันเจี๋ยก็ตามไปดูแลเช่นกัน วันแรกของการสอบ ร่างเดิมตื่นสายจนเกือบจะเข้าห้องสอบไม่ทัน พอเข้าห้องสอบไปแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตื่นเต้นหรือเพราะนอนไม่พอ ร่างเดิมกลับรู้สึกมึนงงและอ่อนเพลียจนแทบไม่มีสมาธิ
ตลอดการสอบหลังจากนั้นก็เป็นแบบเดิม ร่างเดิมรู้สึกอยากจะหลับตลอดเวลาที่ทำข้อสอบ
เดชะบุญที่ร่างเดิมมีจิตใจแน่วแน่ คอยหยิกตัวเองอยู่เป็นระยะเพื่อไม่ให้หลับกลางห้องสอบ จนสามารถกัดฟันทำข้อสอบจนจบได้
ถึงกระนั้น ในวิชาสุดท้ายร่างเดิมก็ทำออกมาได้แย่มาก
พูดได้ว่าการสอบเกาข่าวครั้งนั้น ร่างเดิมไม่ได้แสดงความสามารถตามมาตรฐานปกติของตัวเองออกมาเลยแม้แต่น้อย
อันหนิงปรายตามองหลินอันเจี๋ยแวบหนึ่ง
ร่างเดิมอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น แต่อันหนิงเข้าใจทะลุปรุโปร่ง นี่ต้องเป็นฝีมือของหลินอันเจี๋ยที่แอบเล่นตุกติกอยู่เบื้องหลังแน่นอน
อันหนิงตัดสินใจแล้ว ครั้งนี้เธอจะตามน้ำไปพักในเมืองตามแผนของหลินอันเจี๋ย เธออยากจะรู้นักว่าหลินอันเจี๋ยจะลงมือด้วยวิธีไหน และถ้าเธอสามารถจับให้ได้คาหนังคาเขาได้ล่ะก็... มันจะยอดเยี่ยมที่สุด
หากกุมหลักฐานการปองร้ายของหลินอันเจี๋ยได้ อันหนิงเชื่อว่าหัวใจของหลินอ้ายกั๋วและภรรยาที่มีต่อหลินอันเจี๋ย... จะต้องเย็นเยียบจนถึงขีดสุดแน่นอน!