- หน้าแรก
- พรสวรรค์ที่หายไปจะกลับมายิ่งใหญ่ด้วยระบบเทพ
- บทที่ 19 - นับถอยหลังพิธีปิดการฝึกทหาร (ตอนจบ)
บทที่ 19 - นับถอยหลังพิธีปิดการฝึกทหาร (ตอนจบ)
บทที่ 19 - นับถอยหลังพิธีปิดการฝึกทหาร (ตอนจบ)
บทที่ 19 - นับถอยหลังพิธีปิดการฝึกทหาร (ตอนจบ)
หลินหยวนพบว่าการวิ่งร้อยเมตรของเขานั้น เมื่อเทียบกับการวิ่งสี่ร้อยเมตรแล้ว เขายังทำได้ไม่ค่อยดีนัก
หลินหยวนคิดว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากระยะทางร้อยเมตรมันสั้นเกินไป ทำให้ต้องอาศัยสมรรถภาพของนักกีฬาในด้านต่างๆ สูงมาก
แต่หลินหยวนก็ยังหวังว่าในอนาคตเขาจะมีโอกาสได้ลงแข่งในรายการวิ่งร้อยเมตรบ้าง
ถึงยังไง ความเป็นวัยรุ่นก็เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด ไม่ใช่เหรอ?
"วันนี้พวกเธอเก่งมาก แผนการฝึกซ้อมที่เพิ่มเข้าไปทุกคนทำได้ดีมาก ถ้าพวกเธอตั้งใจแบบนี้ทุกวัน ครูคงไม่ต้องมาคอยคุมซ้อมแล้วล่ะ"
"จริงเหรอครับ แบบนี้ก็ยอดเยี่ยมไปเลยสิครับ" จูเฉิงที่กำลังนวดผ่อนคลายให้คู่หูเผลอเอ่ยปากถามออกมา
วินาทีต่อมาหัวของจูเฉิงก็โดนโค้ชหวังแจกมะเหงกเข้าให้หนึ่งที
จูเฉิงเอามือกุมหัวทำหน้าเศร้า พลางมองโค้ชหวังด้วยสายตาละห้อย
"ไม่ต้องมามอง ถ้ายังมองอยู่ ลุกขึ้นไปวิ่งเพิ่มอีกสองชุดเลยไป"
"งั้นไม่มองแล้วครับ"
...
"ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย รักษาระดับแถวให้ตรง ระยะห่างระหว่างคนหน้าคนหลังอย่าให้กว้างเกินไป ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย..."
แววตาของทุกคนในกองร้อยที่หนึ่งเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ
เมื่อขบวนเคลื่อนเข้าใกล้โพเดียมประธานบนสนามกีฬา ครูฝึกสวี่ก็ตะโกนเตือนเสียงดัง "เตรียมตัวฟังสัญญาณครู เปลี่ยนท่าสวนสนาม! ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย..."
"ดีมาก แบบนั้นแหละ ยอดเยี่ยมมาก สองสามก้าวแรกทำได้ดีมาก ทำต่อไป! ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย..."
หลังจากเดินเสร็จไปหนึ่งรอบ ครูฝึกสวี่ก็เริ่มสั่งสอนทีมอีกครั้ง
"ก้าวแรกๆ พวกเธอทำได้ดีมาก แต่พอเดินต่อไปเรื่อยๆ แถวก็เริ่มรบวนกันอีก แบบนี้เขาเรียกว่าความพยายามสูญเปล่า เข้าใจไหม? สิ่งที่พวกเธอต้องทำก็คือคอยเตือนกันและกัน ครูไม่มีอะไรจะพูดแล้ว พรุ่งนี้พิธีปิดการฝึกทหารก็จะเริ่มขึ้นแล้ว เดี๋ยวเรามาลองกันอีกสักรอบ โอเคไหม?"
"ครับ ครูฝึก"
"เอาล่ะ ทั้งหมด แถวตรง เรามาลองกันเป็นครั้งสุดท้าย"
"ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย จำไว้ว่าถ้าเพื่อนข้างๆ ทำผิดพลาด ให้รีบเตือนกันทันที เข้าใจไหม?"
"เข้าใจครับ ครูฝึก"
"ยอดเยี่ยมมาก แบบนั้นแหละ รักษาระดับแถวให้ตรง ดีมาก รักษาระยะห่างให้คงที่"
ขบวนเคลื่อนมาถึงหน้าโพเดียมประธานโดยไม่รู้ตัว
"ดี ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้น ความตื่นเต้นที่พอเหมาะจะช่วยให้เราแสดงศักยภาพออกมาได้ดีที่สุด เอาล่ะ เตรียมตัว ฟังสัญญาณ ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย..."
เริ่มเดินสวนสนาม หลินหยวนเชิญธงนำหน้าขบวน เขามองตรงไปข้างหน้า ท่าทางได้มาตรฐาน เสียงย่ำเท้าสวนสนาม "ปัง ปัง ปัง" ที่ดังมาจากข้างหลังดูเหมือนจะพร้อมเพรียงกันเป็นหนึ่งเดียว
ขบวนเดินสวนสนามผ่านโพเดียมประธานไป ครูฝึกสวี่นำทีมมานั่งพักในที่ร่ม
ใบหน้าของครูฝึกสวี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เก็บไว้ไม่อยู่ เขาอยากจะทำหน้าขรึมแต่ก็ทำไม่ได้ เลยได้แต่กลอกตาใส่แล้วพูดเสียงดังว่า
"เมื่อกี้ พวกเธอทำได้เกือบจะไร้ที่ติเลย ครูเองยังไม่คิดเลยว่ารอบเมื่อกี้พวกเธอจะทำได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ พวกเธอมันสุดยอดจริงๆ ปรบมือให้ตัวเองหน่อย!"
"แปะ แปะ แปะ แปะ..."
ครูฝึกสวี่โบกมือให้ทุกคนเงียบลง ก่อนจะเสนอแนะเสียงดัง "ถึงตอนนี้จะถึงเวลาเลิกแถวแล้ว แต่ครูอยากจะขอให้ทุกคนลองอีกสักสองชุด เพื่อรักษาระดับความรู้สึกแบบเมื่อกี้ไว้ให้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้ในพิธีปิดการฝึกทหาร จะไหวไหม?"
"ไหวครับ ครูฝึก!"
"ดี งั้นเรามาลองกันอีกสองรอบ รักษาสัมผัสที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ไว้ให้ได้จนถึงพรุ่งนี้เช้าเลยนะ เอาล่ะ ทั้งหมด แถวตรง..."
โค้ชหวังมองดูสมาชิกในทีมที่เพิ่งวิ่งสี่ร้อยเมตรจบแต่ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของเขาถูกต้องที่สุดแล้ว
การฝึกทหารในครั้งนี้ แม้จะยังไม่สิ้นสุด แต่ความสามัคคีของสมาชิกทีมกรีฑาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เดิมทีทีมกรีฑานี่นะ มีแต่พวกวัยรุ่นเลือดร้อน อยู่ด้วยกันนานๆ ก็คงมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา
แต่ตอนนี้ อย่างน้อยๆ ก็คงไม่มีเรื่องให้โค้ชหวังต้องปวดหัวอีกแล้วล่ะ
แต่ยังมีเรื่องหนึ่งที่ยังแก้ไม่ตก นั่นก็คือเรื่องอาหารบำรุงพิเศษสำหรับทีมกรีฑาที่เขาเคยยื่นเรื่องขอครูใหญ่หูไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววหรือข่าวคราวอะไรเลย โค้ชหวังคิดว่าเรื่องนี้คงมีโอกาสผ่านยาก และนั่นก็จะทำให้พัฒนาการในการฝึกซ้อมของเด็กหนุ่มกลุ่มนี้ต้องช้าลงไปอีกก้าวหนึ่ง
พอคิดถึงเรื่องนี้ โค้ชหวังก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
"โค้ชหวังครับ วันนี้จะมีการฝึกซ้อมเพิ่มไหมครับ"
"ไอ้เด็กแสบ เดิมทีวันนี้ครูว่าจะให้พักผ่อนกันเสียหน่อย แต่ในเมื่อถามมา งั้นก็ทำตามแผนเดิมเหมือนเมื่อวานละกัน เพิ่มการฝึกซ้อมเข้าไปอีก วิ่งร้อยเมตรสามชุด ครูลดให้ชุดนึงแล้วนะ"
"รับทราบครับ รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ!" จูเฉิงทำท่าตะเบ๊ะแบบทหารล้อเลียนใส่โค้ชหวัง
ทำเอาโค้ชหวังด่าทอออกมาด้วยความเอ็นดู "ยังไม่รีบไปวิ่งอีก ดูหลินหยวนสิ ทุกชุดเขาตั้งใจมาก ไม่เคยอู้งานเลยสักนิด ส่วนเธอน่ะเหรอ ชุดการวิ่งเท่ากันแท้ๆ แต่ทำไมดูวิ่งแบบชิลๆ จัง ครูดูไม่ออกเลยนะเนี่ยว่าแอบอู้งานไปมากแค่ไหน"
"ไม่มีหรอกครับ พูดไปนั่นนะโค้ช จะว่าไปพี่หลินเนี่ยปีศาจชัดๆ เขาใส่สุดทุกชุดขนาดนั้น ผมเลียนแบบไม่ไหวหรอกครับ"
โค้ชหวังเห็นจูเฉิงอู้งานแล้วยังมีข้ออ้างอีก จึงโบกมือไล่ให้เขารีบไปวิ่งเสียที
ในเวลานี้หลินหยวนวิ่งจบไปหนึ่งชุดแล้ว เขาค่อยๆ เดินไปมาเพื่อฟื้นฟูพละกำลัง ชุดฝึกซ้อมของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเต็มพิกัด รอแค่ให้หลินหยวนออกแรงบิด น้ำเหงื่อก็จะไหลออกมาจนหมด
หลังจบการฝึกซ้อม หลินหยวนถอดเสื้อออกแล้วออกแรงบิดจนเสื้อเป็นรูปเกลียวเชือก น้ำเหงื่อจากเสื้อไหลลงมา "ติ๋ง ติ๋ง ติ๋ง" ไม่หยุด
"เชี่ย! พี่จะเวอร์ไปไหนเนี่ยพี่หลิน" จูเฉิงที่เพิ่งวิ่งเสร็จพอเห็นน้ำเหงื่อที่หลินหยวนบิดออกมาจากเสื้อ ก็เดาว่าปริมาณมันคงพอจะให้เขาเอาไปใช้ล้างหน้าได้เลยทีเดียว ช่างเป็นอะไรที่เกินจริงสุดๆ
เขาจึงเผลอถอดชุดซ้อมของตัวเองออกมาบิดบ้าง แต่กลับมีเหงื่อหยดลงมาบนสนามเพียงไม่กี่หยดเท่านั้น พอจะกู้หน้าให้จูเฉิงได้บ้างเล็กน้อย
จูเฉิงคิดว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาพยายามไม่พอ แต่อีกสาเหตุใหญ่ๆ น่าจะเป็นเพราะเขาเหงื่อออกไม่เก่ง ส่วนพี่หลินน่าจะเป็นคนที่มีต่อมเหงื่อทำงานดีเป็นพิเศษล่ะมั้ง
หลินหยวนมองดูจูเฉิงที่จู่ๆ ก็เดินเข้ามาบิดเสื้อตัวเองแล้วก็เดินจากไปเงียบๆ ด้วยความสงสัย หรือว่าการที่เขาบิดเหงื่อออกจากเสื้อจะไปสะกิดปมอะไรของจูเฉิงเข้าหรือเปล่านะ?
ทำไมถึงได้ทำหน้าเศร้าสร้อยและผิดหวังขนาดนั้น
ตั้งแต่สัปดาห์นั้นเป็นต้นมา หลินหยวนพบว่าเขากับลี่หานเยว่มักจะบังเอิญเดินกลับบ้านพร้อมกันหลังเลิกเรียนเสมอ
"นี่หลินหยวน พรุ่งนี้กองร้อยของนายต้องเข้าร่วมพิธีปิดการฝึกทหารใช่ไหม"
"ใช่สิ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะแสดงท่าทางเท่ๆ ให้เธอได้เห็นเป็นขวัญตาเอง"
ลี่หานเยว่เผลอเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างของหลินหยวนที่กำลังมองไปข้างหน้า แล้วเธอก็รีบหันหน้ากลับมาพร้อมกับแก้เก้อด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ "แบบนายเนี่ยนะจะเรียกว่าเท่ ระวังจะแสดงท่าทางตลกๆ ออกมาล่ะ จะได้ขายหน้ากันทั้งโรงเรียนไปเลย คอยดูสิ"
"อ้าว ยัยหนูบื้อ นี่เธอมาดูถูกกันเกินไปแล้วนะ" หลินหยวนเผลอหลุดปากเรียกฉายาที่เขาตั้งให้ลี่หานเยว่ออกมา
"นายเรียกฉันว่าอะไรนะ หลินหยวน?"
"อ๊ะ... ลี่หานเยว่ไง มีอะไรเหรอ?"
"เมื่อกี้ฉันได้ยินนายพูดดูเหมือนจะไม่ใช่ชื่อนี้นะ"
"งั้นเธอก็ต้องฟังฉันพูดผิดเพราะมัวแต่ใจลอยแน่ๆ เลย เธอนี่สมาธิสั้นจังนะ มัวแต่คิดเรื่องอะไรอยู่ล่ะ?"
(จบแล้ว)