- หน้าแรก
- พรสวรรค์ที่หายไปจะกลับมายิ่งใหญ่ด้วยระบบเทพ
- บทที่ 18 - นับถอยหลังพิธีปิดการฝึกทหาร (ตอนแรก)
บทที่ 18 - นับถอยหลังพิธีปิดการฝึกทหาร (ตอนแรก)
บทที่ 18 - นับถอยหลังพิธีปิดการฝึกทหาร (ตอนแรก)
บทที่ 18 - นับถอยหลังพิธีปิดการฝึกทหาร (ตอนแรก)
"ทั้งหมด แถวตรง"
หลินหยวนและคนอื่นๆ ต่างรีบยันตัวลุกขึ้นยืนตัวตรงพร้อมกัน ท่าทางแบบนี้หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ มันเริ่มจะกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
เพราะถ้าใครช้า ก็จะโดนเทศนายกใหญ่ ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกหลินหยวนต่างก็โดนจนเข็ดหลาบกันหมดแล้ว
"ดี พวกเธอดูครูเดินให้ดูรอบหนึ่ง ดูจังหวะตอนจะถึงโพเดียมประธานนะ"
"เดินจัดแถวตามปกติ แกว่งแขนขึ้นมา แถวจะได้ดูเป็นระเบียบ จัดแถวให้ตรง พอครูให้จังหวะหนึ่งสองหนึ่ง ก็เริ่มเดินสวนสนามทันที"
พูดจบครูฝึกสวี่ก็เริ่มเดินสวนสนามสาธิตให้พวกหลินหยวนดู
"ยกขาขึ้น จำไว้ว่าต้องเตะขาตรง แล้วตบเท้าลงกับพื้นให้ดังปัง! แบบนี้ ปัง ปัง ปัง ตบลงไปเลย ไม่ต้องกลัวเจ็บ พวกเธอคือนักกีฬาพละนะ"
พวกหลินหยวนมองดูท่าทางของครูฝึกสวี่ที่ดูมีสง่าราศีและสวยงามอย่างมาก
"ดี พวกเราลองเดินจัดแถวไปที่หน้าโพเดียมประธานดูสักรอบ"
"ซ้าย ขวา ซ้าย จัดแถวให้ตรง รักษาระดับแถวให้ดี ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย..."
พวกหลินหยวนพยายามมองไปที่คนหัวแถวทางด้านซ้ายเพื่อจัดระยะ
หลินหยวนไม่ต้องมองจัดระยะ เพราะเขาเป็นผู้เชิญธงที่เดินนำหน้าสุด แต่เขาต้องรักษาธงให้ตั้งตรงห้ามเอนเอียง และต้องรักษาระยะห่างจากแถวแรกให้คงที่ เพื่อให้ขบวนดูเป็นระเบียบและสวยงาม
"ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย ดีมาก เตรียมตัวให้ดี พอครูเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น พวกเธอต้องเริ่มทำท่าทางทันที ตั้งสติให้ดี อย่าเหม่อลอย"
คนในทีมเริ่มรู้สึกตื่นเต้น มือที่หลินหยวนใช้ประคองธงเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย
"ซ้าย ขวา ซ้าย, ซ้าย ขวา ซ้าย เริ่มทำท่า! เดินสวนสนาม! สะบัดแขนขึ้นมา! รักษาระยะห่าง! จัดแถวให้ตรง!" ครูฝึกสวี่เริ่มตะโกนเสียงดังขึ้น
เนื่องจากเป็นครั้งแรก ทุกคนย่อมเกิดความลนลาน ผลที่ออกมาก็คงพอจะเดาได้ คำเดียวเลยคือ — เละ
ครูฝึกสวี่พาทีมกลับมาที่ร่ม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ดูจากสีหน้าแล้วเขาน่าจะโกรธมากและอยากจะด่าพวกหลินหยวนยกใหญ่ แต่เขาก็พยายามข่มอารมณ์เอาไว้
หลินหยวนเห็นครูฝึกสวี่พยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้อ่อนโยนที่สุด "ครูรู้ว่าพวกเธอตื่นเต้นและแอบกลัว ครูเองก็ตื่นเต้นและแอบกลัวเหมือนกัน แต่พวกเราต้องก้าวข้ามความตื่นเต้นและความกลัวนี้ไปให้ได้ ต้องก้าวข้ามมันไป เข้าใจไหม?"
เขากลืนน้ำลายแล้วพูดต่อ "เดี๋ยวเราจะลองกันใหม่ ตื่นเต้นได้ กลัวได้ แต่ต้องทำให้ดี บอกตัวเองว่าพวกเธอทุกคนคือคนที่เก่งที่สุด เข้าใจไหม?"
"เข้าใจครับ ครูฝึก"
ครูฝึกสวี่พยักหน้า พลางส่งสัญญาณให้พวกหลินหยวนพักผ่อนสักครู่ แล้วค่อยเริ่มกันใหม่อีกรอบ
ภายใต้แสงแดดอันร้อนระอุ บนสนามกีฬาอันกว้างใหญ่ เหลือเพียงกองร้อยที่หนึ่งของหลินหยวนเท่านั้นที่ยังคงฝึกซ้อมอยู่
ในส่วนของห้องเรียนหลินหยวน ลี่หานเยว่และเพื่อนๆ ต่างก็นั่งหลบร้อนอยู่ในที่ร่ม ครูฝึกเองก็ไม่ได้บังคับให้นักเรียนออกไปยืนตากแดดอีก
"ว้าว กองร้อยที่หนึ่งนั่นทำไมเหลืออีกแค่ไม่กี่วันแล้วยังฝึกกันหนักขนาดนี้อีกนะ"
"เธอนี่ไม่รู้อะไรเลย กองร้อยที่หนึ่งคือทีมที่จะใช้แสดงในพิธีปิดการฝึกทหารน่ะสิ"
"แต่ดูท่าทางที่เขาฝึกกันมันดูเละๆ ยังไงไม่รู้นะ แบบนี้จะไหวเหรอ?"
"ใครจะไปรู้ล่ะ แต่เท่าที่พวกเราเห็น กองร้อยที่หนึ่งเนี่ยฝึกเหนื่อยกว่าพวกเราตั้งหลายเท่าเลยนะ"
"โชคดีจังที่ฉันไม่ได้อยู่กองร้อยที่หนึ่ง ไม่งั้นฉันคงทนไม่ไหวแน่ๆ" เด็กสาวคนหนึ่งพูดพลางเอามือลูบหน้าอกที่แบนราบด้วยความรู้สึกหวาดเสียว
"ก็นั่นน่ะสิ กองร้อยที่หนึ่งมีแต่ผู้ชาย แถมยังเป็นนักกีฬาพละกันทั้งนั้น แล้วฉันได้ยินมาว่าในทีมกรีฑามีผู้ชายคนหนึ่งหล่อมากเลยนะ"
"จริงเหรอ ไหนบอกฉันหน่อยสิ"
"เห็นว่าเป็นหลินหยวนอะไรเนี่ยแหละห้องไหนจำไม่ได้ ได้ยินว่าหล่อสุดๆ เลย"
"ว้าว ถ้างั้นเขาก็ต้องอยู่ในกองร้อยที่หนึ่งน่ะสิ"
"เธอนี่ไม่รู้อะไรเลย คนที่เชิญธงอยู่นั่นแหละคือหลินหยวน"
"อ๊ะ ที่แท้เธอก็รู้ตั้งนานแล้วเหรอเนี่ย มิน่าล่ะทุกครั้งที่กองร้อยที่หนึ่งเดินผ่านมา เธอถึงได้ดูเหม่อๆ ตลอดเลย"
ลี่หานเยว่ที่แอบฟังเด็กสาวพวกนี้ซุบซิบเรื่องคนนิสัยไม่ดีอย่างหลินหยวน ก็รู้สึกหึงหวงขึ้นมานิดๆ
เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพอได้ยินเด็กสาวพวกนี้พูดถึงหลินหยวน เธอถึงต้องรู้สึกไม่พอใจด้วย ปากก็พึมพำเบาๆ ว่า "หลินหยวนจอมเหม็น หลินหยวนคนบ้า..."
"หานเยว่ เธอพูดอะไรเหรอ?" เพื่อนสาวหน้าตาธรรมดาที่นั่งข้างลี่หานเยว่เห็นเธอกำลังพึมพำคนเดียวจึงเอ่ยถาม
"อ๊ะ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เสี่ยวหยวน"
"งั้นเหรอ ถ้าไม่สบายตรงไหนบอกฉันนะ หานเยว่" เพื่อนสาวที่ชื่อเสี่ยวหยวนบอกกับลี่หานเยว่
……
"ตลอดทั้งบ่ายวันนี้ ถึงแม้เราจะเดินไม่พร้อมกันเลยสักครั้งเดียว แต่ครูรู้สึกว่าในทุกๆ รอบที่เดิน พวกเธอทำได้ดีขึ้นกว่ารอบก่อนหน้าทีละนิดๆ จริงไหม?" ครูฝึกสวี่พูดเสียงดัง
แต่สำหรับคนในทีม คำพูดนี้ดูเหมือนจะเป็นคำปลอบใจมากกว่า กองร้อยที่หนึ่งยังคงดูหดหู่ใจอยู่ไม่น้อย ครูฝึกสวี่เองก็สังเกตเห็นสิ่งนี้
วัยรุ่นน่ะนะ เสียใจง่าย พอเจออุปสรรคก็มักจะหยุดอยู่กับที่ ในช่วงเวลาแบบนี้สิ่งที่ต้องการที่สุดก็คือการเติมพลังใจ
ครูฝึกสวี่ยิ้มแล้วพูดขึ้น "พวกเราอยู่ด้วยกันมาเกือบสองสัปดาห์แล้ว ครูจะเล่านิทานเรื่องสั้นให้ฟังเรื่องหนึ่งดีไหม?"
ครูฝึกสวี่ไม่ได้สนใจว่าเด็กหนุ่มพวกนี้จะไม่ได้แสดงท่าทีสนใจอะไร เขาเริ่มเล่าเรื่องของตัวเอง "มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนะ ตอนที่เขาเข้ามาเป็นทหารใหม่ เขาถูกส่งไปเข้าค่ายฝึกซ้อมร่วมกับคนจำนวนมาก วันแรกที่ฝึกวิ่งห้ากิโลเมตร เด็กหนุ่มวิ่งได้อันดับสุดท้าย ครั้งที่สองเขาก็ยังได้อันดับสุดท้าย ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ ก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเด็กหนุ่มไม่อยากจะวิ่งแล้ว และก็ไม่กล้าวิ่งอีกต่อไป เพราะทุกครั้งเขามักจะได้อันดับสุดท้ายเสมอ"
"กัปตันทีมของเขาก็บอกกับเขาว่า วันนี้เธอได้ที่โหล่ พรุ่งนี้เธอได้ที่โหล่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเธอจะต้องได้ที่โหล่เสมอไป เด็กหนุ่มคนนั้นจึงรวบรวมความมุ่งมั่นกลับมาอีกครั้ง และในท้ายที่สุดเขาก็สามารถทำผลงานได้เป็นอันดับต้นๆ ของการฝึกซ้อมครั้งนั้น"
"ครูฝึกครับ เรื่องที่ครูเล่าเนี่ย คงจะเป็นเรื่องของครูเองใช่ไหมครับ"
"นั่นสิครับ ฟังยังไงก็รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องของครูเองชัดๆ"
"ถูกต้อง เรื่องที่ครูเล่าก็คือเรื่องของครูเองนั่นแหละ และตอนนี้พวกเธอก็เหมือนกับครูในตอนนั้น เดินผิดพลาดจนไม่กล้าเดินต่อ ไม่อยากเดินต่อแล้ว แต่มันมีอะไรให้ต้องกลัวกันล่ะ อย่าไปกลัวเลย เดินไม่ดีรอบสองรอบ หรือวันสองวัน มันจะทำให้น่ากลัวขนาดนั้นเชียวเหรอ จริงไหม?" ครูฝึกสวี่ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือตัวเขาเอง
"จริงครับ ครูฝึก!" ทุกคนในทีมต่างพากันตะโกนออกมาพร้อมกัน
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ครูฝึกสวี่ก็เผยรอยยิ้มที่สดใสออกมา
"พักผ่อนกันก่อน เดี๋ยวเราจะลองกันอีกสักรอบ แล้วค่อยรวมพลเลิกแถว"
"พวกเจ้าเด็กแสบ วันนี้โดนฉีดเลือดไก่มาหรือไง ถึงไม่บ่นเหนื่อยกันเลยสักคน"
โค้ชหวังมองดูสมาชิกในทีมที่ก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความประหลาดใจ วันนี้เจ้าเด็กแสบพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมดนะ
"พวกเธอเหนื่อยกันไหม?"
"ไม่เหนื่อยครับ ร่างกายยังฟิตปั๋ง!" สมาชิกในทีมตะโกนตอบพลางหอบหายใจอย่างหนัก
"ในเมื่อไม่เหนื่อย งั้นวันนี้ครูเพิ่มแผนการฝึกซ้อมให้ทุกคน วิ่งร้อยเมตรสี่ชุด มีปัญหาอะไรไหม?"
คำพูดที่ลั่นวาจาออกไปแล้วย่อมไม่อาจคืนคำ เมื่อกล้าอวดดีก็ต้องยอมรับผลที่ตามมาเอง
"ไม่มีปัญหาครับ! แต่โค้ชครับ ขอลดลงสักชุดสองชุดได้ไหมครับ"
โค้ชหวังบุ้ยปากไปทางด้านหนึ่ง พอกลุ่มสมาชิกมองตามไป
ถึงกับอึ้งไปเลย "เชี่ย! รอฉันด้วยสิ พวกนายเริ่มวิ่งกันก่อนได้ไงเนี่ย อย่าทำแบบนี้สิ พี่หลินรอฉันด้วย!"
(จบแล้ว)