- หน้าแรก
- พรสวรรค์ที่หายไปจะกลับมายิ่งใหญ่ด้วยระบบเทพ
- บทที่ 14 - ความพยายามคือคำอธิบายที่ดีที่สุดของพรสวรรค์
บทที่ 14 - ความพยายามคือคำอธิบายที่ดีที่สุดของพรสวรรค์
บทที่ 14 - ความพยายามคือคำอธิบายที่ดีที่สุดของพรสวรรค์
บทที่ 14 - ความพยายามคือคำอธิบายที่ดีที่สุดของพรสวรรค์
กว่าหลินหยวนจะหลุดออกมาจากการโอบกอดอย่างตื่นเต้นของเพื่อนร่วมทีมได้ก็เล่นเอาเหนื่อย
หลินหยวนเองก็ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะทำเวลาได้ถึง 52.66 วินาที ซึ่งนี่เป็นสถิติของนักกีฬาระดับสองอย่างไม่ต้องสงสัย
เกณฑ์ของนักกีฬาระดับสองคือ จับเวลาอัตโนมัติ 53.14 วินาที ส่วนจับเวลาด้วยมือคือ 53.00 วินาที
เสียงการแจ้งเตือนว่าภารกิจของระบบแชมเปี้ยนสำเร็จแล้วดังขึ้นในหัว
หลินหยวนอยากจะเปิดดูทันทีว่าภารกิจใหม่ที่เพิ่งอัปเดตขึ้นมาคืออะไร แต่เขาก็ต้องข่มใจระงับความอยากนั้นเอาไว้ก่อน
"กลุ่มที่สอง รีบลงสนามได้แล้ว มัวแต่ตื่นเต้นแบบนี้แล้วไม่ต้องวิ่งกันหรือไง" โค้ชหวังส่ายหัวพลางตะโกนสั่งสมาชิกทีมกรีฑาที่ยังคงตื่นเต้นกันอยู่
"วัยรุ่นก็แบบนี้แหละ เจอเรื่องแบบนี้ก็ตื่นเต้นเป็นธรรมดา" โค้ชลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ตบไหล่โค้ชหวังพลางเอ่ยปลอบ
ก่อนจะหันไปด่านักเรียนทีมกรีฑาของตัวเองว่า "มัวทำอะไรกันอยู่ จะวิ่งไหมไอ้เด็กแสบ ถ้ายังไม่รีบวิ่งเดี๋ยวฉันจะสั่งให้ฝึกเพิ่มให้หมดทุกคนเลย"
"โธ่ อย่าเลยครับโค้ช จะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ ไปแล้วๆ"
"ไอ้เด็กแสบพวกนี้ ยังไม่รีบไปอีก" โค้ชลี่ด่าพวกเด็กดื้อเหล่านั้น พร้อมกับแกล้งถีบก้นลูกศิษย์ไปเบาๆ ทีหนึ่ง
"เข้าที่ ระวัง ปรี๊ด—"
สิ้นเสียงนกหวีด ทั้งสิบคนตรงจุดสตาร์ตก็พุ่งตัวออกไปเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง หรือไม่ก็วิ่งตามจังหวะของตัวเอง
หลินหยวนเดินไปหาเด็กหนุ่มมาดมั่นที่ได้อันดับสอง ซึ่งมีระยะห่างจากเขาเพียงหนึ่งถึงสองช่วงตัว
เขายื่นมือออกไปพร้อมแนะนำตัว: "หลินหยวน แซ่หลินที่มีตัวมู่สองตัว ชื่อพยางค์เดียวว่าหยวน ยินดีที่ได้รู้จักนะ เมื่อกี้นายเก่งมากเลย"
เด็กหนุ่มร่างสัดทัดคนนั้นใช้มือยันพื้นเพื่อลุกขึ้นยืน เขาจับมือที่หลินหยวนยื่นมาให้อย่างเป็นกันเอง พร้อมกับยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาดแปดซี่ แล้วแนะนำตัวอย่างร่าเริงว่า: "ไล่เว่ยอู่ ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน ขอบใจนะที่เมื่อกี้นายช่วยนำจังหวะจนทำให้ฉันทำเวลาได้ต่ำกว่า 53 วินาที"
"ฮ่าฮ่า จะบอกให้ว่านี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันทำเวลาได้ต่ำกว่า 53 วินาทีเหมือนกัน เชื่อไหมล่ะ?"
ไล่เว่ยอู่ทำหน้าไม่เชื่อเลยสักนิด เพราะจังหวะเมื่อกี้มันคือจังหวะของนักกีฬาระดับสองชัดๆ ตัวเขาเองยังไม่เคยวิ่งได้แบบนี้เลย เป็นเพราะเขาวิ่งเกาะติดหลินหยวนตรงหน้าต่างหากถึงทำเวลาได้ต่ำกว่า 53 วินาที
เมื่อหลินหยวนเห็นว่าไล่เว่ยอู่ไม่เชื่อ เขาก็ได้แต่ชูนิ้วโป้งให้ แล้วพูดทิ้งท้ายประโยคหนึ่ง
"ต้องขอบคุณนายเหมือนกันที่วิ่งจี้หลังสร้างความกดดันให้ฉัน พลังสปรินต์ช่วงท้ายของนายแข็งแกร่งจริงๆ"
คำพูดนี้ทำเอาไล่เว่ยอู่เขินจนต้องเกาหัวแก้เก้อพร้อมกับยิ้มอย่างอายๆ
หลังจากทักทายกับไล่เว่ยอู่เสร็จ หลินหยวนก็เดินกลับไปหากลุ่มทีมกรีฑาของตน ซึ่งโจวฉางซานเด็กหนุ่มจอมหยิ่งกำลังยืนหอบจนตัวโยนอยู่ตรงนั้น
"เป็นไงบ้าง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า" หลินหยวนเดินเข้าไปพยุงโจวฉางซานให้ลุกขึ้น แล้วพากันเดินไปมาอย่างช้าๆ
"ไม่เป็นไร แค่พยายามวิ่งตามจังหวะให้ทันมันเหนื่อยมากจริงๆ จนหายใจแทบไม่ทันเลยล่ะ"
"อืม นายวิ่งเร็วมากแล้วล่ะ ค่อยๆ ปรับลมหายใจให้เข้าที่ก่อนนะ"
…………
"สู้ๆ สู้ๆ..."
"ห้าสิบเมตรสุดท้าย พุ่งไปเลย..."
"นายนี่ไปขุดเจออัจฉริยะด้านกรีฑามาจากไหนกันเนี่ย ฝึกไม่ถึงอาทิตย์ก็ได้ระดับสองแล้ว อีกหน่อยคงได้โบยบินไปได้ไกลแน่ๆ นายวางแผนยังไงล่ะ?" โค้ชลี่เอ่ยถามเพื่อนสนิทที่อยู่ข้างกาย
"จะทำไงได้ล่ะ ก็ต้องส่งตัวเข้าทีมมณฑล ส่งตัวให้ประเทศชาติสิ รอให้เจ้าเด็กนี่ฝึกจนได้สถิติที่พอดูได้เมื่อไหร่ ฉันจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีของคนแก่อย่างฉัน ไปขอร้องให้อาจารย์รับเจ้าเด็กนี่เข้าทีมมณฑลให้ได้" โค้ชหวังถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงปลงๆ
"ดูท่าทางช่วงหลายปีมานี้ นายคงจะเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ นะ เมื่อก่อนนายมันพวกยอมหักไม่ยอมงอ เห็นศักดิ์ศรีสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด" โค้ชลี่มองเพื่อนสนิทพลางเอ่ยเย้า
โค้ชหวังกลอกตาใส่โค้ชลี่ผู้เป็นเพื่อนสนิท แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ฉันไม่เคยเปลี่ยน ฉันยังคงอยากจะอุทิศตัวเพื่อวงการกรีฑาของประเทศเหมือนเดิม เพียงแต่ตัวฉันในตอนนี้ แค่เปลี่ยนวิธีการทำเพื่อมันไปจากเดิมก็เท่านั้นเอง"
"56.42, 56.81, 58.33 วินาที…………"
"ปรี๊ด— ปรี๊ด— กลุ่มต่อไปรีบลงสนามได้แล้ว"
"เข้าที่ ระวัง ปรี๊ด—"
คำพูดของโค้ชหวังดูเหมือนจะทำให้โค้ชลี่รู้สึกคล้อยตามไปไม่น้อย
"นั่นสินะ อันที่จริงพวกเราทุกคนก็แค่เปลี่ยนวิธีการเพื่อที่จะทำเพื่อวงการกรีฑาของประเทศเหมือนกันนั่นแหละ"
หลังจากแข่งกันไปอีกหลายกลุ่ม โค้ชหวังก็ชำเลืองมองสมาชิกทีม ทุกคนต่างก็ได้ลงวิ่งไปคนละหนึ่งรอบแล้ว
เขาจึงหันไปบอกเหล่าลี่ว่า "ฉันขอพูดอะไรกับเด็กๆ หน่อย เดี๋ยวเย็นนี้นายต้องเลี้ยงเหล้าฉันนะ ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดล่ะ"
"ฉันก็จะพูดกับเด็กๆ เหมือนกัน แล้วค่อยไปดื่มกับนาย โอเคไหม?"
"หลินหยวน จัดแถว"
"ครับ โค้ชหวัง"
"ทุกคนฟัง จัดแถวตามลำดับ" หลินหยวนมองดูแถวที่จัดเสร็จแล้วจึงเดินกลับเข้าที่
"ครั้งนี้หลินหยวนของเราได้ที่หนึ่งจริงๆ เพราะงั้นครูก็จะไม่เบี้ยวคำพูด วันนี้พวกเธอแยกย้ายกลับบ้านได้เร็วหน่อย แต่ห้ามไปเถลไถลตามถนนนานๆ เข้าใจไหม?"
"รับทราบครับ"
"โอเคครับ" "รับทราบครับ"
"ตอบกลับครูเสียงอ้อมแอ้มแบบนี้ อยากจะฝึกต่อใช่ไหม ไหนลองใหม่อีกรอบซิ"
"รับทราบครับ!" สมาชิกในทีมต่างพากันตะโกนสุดเสียงจนคอแทบแตก
โค้ชหวังพยักหน้าอย่างพอใจแล้วโบกมือสั่ง "เอาล่ะ แยกย้ายได้"
"เย้ วันนี้ไม่ต้องฝึกซ้อมแล้ว"
"เยี่ยมไปเลย กลับบ้านกันเถอะ กลับบ้าน"
...
หลินหยวนกล่าวคำลากับเพื่อนร่วมทีมที่เข้ามาทักทายเขาก่อนจะแยกย้ายกันไป
"ไปก่อนนะพี่หยวน"
"อืม บาย"
"พี่หยวน สุดยอดจริงๆ ครับ"
"อืม" หลินหยวนชูนิ้วโป้งให้เป็นการตอบกลับ
"ทำไมยังไม่กลับล่ะ ฉันเห็นเพื่อนร่วมนายกลับกันหมดแล้วนะ?" ไล่เว่ยอู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามหลินหยวนด้วยความสงสัย
"ฉันอยากจะฝึกต่ออีกสักหน่อยน่ะ ปริมาณการฝึกซ้อมของวันนี้มันน้อยเกินไป"
"คนจริงชัดๆ มีเวลาให้พักแต่ไม่พัก ถ้าเป็นฉันคงรีบกลับไปตั้งนานแล้ว"
หลินหยวนยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร ถ้าทุกคนคิดแบบเดียวกันหมด ก็คงไม่มีอะไรให้ต้องเปรียบเทียบกันแล้วล่ะ
ตอนนี้ร่างกายเริ่มจะเย็นลงแล้ว หลินหยวนจึงเริ่มอบอัพร่างกายใหม่อีกครั้ง ก่อนการฝึกซ้อมร่างกายต้องตื่นตัวให้เต็มที่เสียก่อน
เรื่องการวอร์มอัพนี่ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ได้กลับมาอาจจะเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดกว่าเดิม
บนสนามกีฬาเริ่มมีเงาร่างของคนที่กำลังวิ่งเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน ไล่เว่ยอู่ที่เพิ่งวิ่งสี่ร้อยเมตรเสร็จไปหนึ่งรอบ
เขายืนหอบหายใจพลางมองดูร่างที่กำลังหลั่งเหงื่ออยู่บนสนามอย่างตั้งใจ เขาจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดสั้นๆ นึกถึงบทสนทนาระหว่างเขากับหลินหยวนเมื่อครู่
"นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันทำเวลาได้ต่ำกว่า 53 วินาทีเหมือนกัน เชื่อไหมล่ะ?"
ในตอนนี้ไล่เว่ยอู่เชื่อแล้ว ไม่ใช่เพราะอะไรอื่น แต่เป็นเพราะเงาร่างบนสนามกีฬาที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจมากกว่าคนอื่นนั่นเอง ทั้งหมดนี้มันช่างน่าเชื่อถือเสียจริงๆ
หลินหยวนกำหนดเวลาพักของตัวเองให้คงที่ และวางแผนการฝึกซ้อมให้ตัวเอง หากทำไม่สำเร็จตามเกณฑ์เขาก็จะไม่เลิกราเด็ดขาด
หากมีคนมาถามคุณว่า กรีฑาคืออะไร?
กรีฑาคือการฝึกซ้อมซ้ำๆ ตลอดทั้งปีเหมือนเดิมทุกวัน
แล้วถ้ามีคนถามคุณอีกว่า พรสวรรค์คืออะไร?
พรสวรรค์คือการที่คุณสามารถพัฒนาได้รวดเร็วกว่าคนอื่น
แล้วถ้ามีคนถามตบท้ายว่า ต้องทำอย่างไรถึงจะเรียกว่าไม่เสียพรสวรรค์ที่มี?
คำตอบเดียวคือความพยายาม เพราะความพยายามคือคำอธิบายที่ดีที่สุดของพรสวรรค์นั่นเอง
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเริ่มการฝึกทหารสำหรับนักเรียนเข้าใหม่เป็นเวลาสองสัปดาห์ ใครที่ร่างกายรับไม่ไหวจริงๆ ให้รีบมาแจ้งครูล่วงหน้า อย่าพยายามฝืนตัวเอง เข้าใจไหม?"
เหล่าปันยืนประกาศอยู่บนโพเดียมหน้าชั้นเรียน
(จบแล้ว)