- หน้าแรก
- อาญาสวรรค์ เทพสงครามเป่ยเหลียง
- บทที่ 12 - เคล็ดวิชาจักรพรรดิ ผู้โอนอ่อนรุ่งเรือง ผู้ต่อต้านดับสูญ
บทที่ 12 - เคล็ดวิชาจักรพรรดิ ผู้โอนอ่อนรุ่งเรือง ผู้ต่อต้านดับสูญ
บทที่ 12 - เคล็ดวิชาจักรพรรดิ ผู้โอนอ่อนรุ่งเรือง ผู้ต่อต้านดับสูญ
บทที่ 12 - เคล็ดวิชาจักรพรรดิ ผู้โอนอ่อนรุ่งเรือง ผู้ต่อต้านดับสูญ
หลี่มู่มองเฉิงซีเลี่ยงแล้วเอ่ยว่า
"ลมเหนือเหน็บหนาว ท่านดั้นด้นเดินทางมาทั้งคืน ตลอดทางคงหนาวแย่เลยสิ!"
"มาผิงไฟไล่ความหนาวหน่อยเถอะ"
เฉิงซีเลี่ยงพยักหน้า เดินเข้าไปนั่งหน้าเตาผิง คลายเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเทาบนร่างออก ถูมือเป่าลมร้อนใส่
"เยียนอี เล่าสถานการณ์ชายแดนให้ท่านซีเลี่ยงฟังหน่อยสิ"
หลี่มู่ปรายตามองเยียนอี
เยียนอีพยักหน้ารับ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า "ที่ชายแดน..."
ไม่นานนัก เยียนอีก็เล่าสิ่งที่เพิ่งรายงานหลี่มู่ไปเมื่อครู่ซ้ำอีกรอบ
เมื่อเฉิงซีเลี่ยงฟังจบ คิ้วกระบี่ของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที
เขามีสีหน้าครุ่นคิด สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ถึงเวลาที่กุนซือต้องออกโรงวางแผนแล้ว
หลี่มู่ไม่เลี้ยงบัณฑิตที่ไร้ประโยชน์ไว้หรอก!
"ท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับร่องรอยของคนเถื่อนในช่วงนี้บ้าง"
หลี่มู่ผิงไฟไปพลาง ไม่ได้มองเฉิงซีเลี่ยง ภายในดวงตามีเปลวไฟลุกโชนสะท้อนอยู่
"เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทางเหนือก็จะเริ่มหนาวเย็นลง! คนเถื่อนไม่ถนัดการเพาะปลูก เลี้ยงม้าอยู่บนทุ่งหญ้าสามหมื่นลี้ เพื่อให้มีอาหารเพียงพอสำหรับฤดูหนาว พวกมันก็มีแต่ต้องออกปล้นสะดม"
"ก่อนที่หิมะจะตกหนักปกคลุมทุ่งหญ้า คนเถื่อนจะต้องกักตุนอาหารสำหรับฤดูหนาวให้เพียงพอ ดังนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พอเข้าฤดูใบไม้ร่วงก็จะมีคนเถื่อนมารุกรานเสมอ"
"แม้ที่ชายแดนจะมีการเพิ่มกำลังทหารรักษาการณ์ แต่ก็ยังมีคนเถื่อนบางส่วนยอมเสี่ยงชีวิตมารุกรานอยู่ดี แต่ก็เป็นเพียงกองกำลังเล็กๆ เท่านั้น"
"การบุกมาเป็นกองทัพใหญ่ที่มีคนเถื่อนหลายพันคนอย่างที่หูหลูโข่วนั้นพบเห็นได้น้อยมาก อีกทั้งยังมีร่องรอยการเคลื่อนไหวของคนเถื่อนกระจายอยู่ทั่วชายแดนอีกด้วย"
"ตามความคิดของข้า เกรงว่าคงจะมีชนเผ่าคนเถื่อนจับมือเป็นพันธมิตรกัน เตรียมรุกรานชายแดนต้าโจวครั้งใหญ่เป็นแน่!"
"แม้ชายแดนทางเหนือของต้าโจวจะมีท่านอ๋องคอยดูแลอยู่ แต่เพื่อให้มีอาหารเพียงพอสำหรับผ่านพ้นฤดูหนาวไปได้ และอาจจะมีผลประโยชน์บางอย่างเป็นแรงจูงใจ การที่ชนเผ่าคนเถื่อนจะยอมเสี่ยงตายบุกมารุกรานก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้"
"มีเงินก็จ้างผีโม่แป้งได้ บนโลกนี้ผู้คนวุ่นวายก็เพื่อผลประโยชน์ ตราบใดที่ผลประโยชน์มันมากพอ ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้"
เฉิงซีเลี่ยงเปิดเผยสิ่งที่คิดไว้ในใจออกมา
การที่คนเถื่อนเคลื่อนไหวอย่างหนักที่ชายแดน ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะชนเผ่าคนเถื่อนจับมือกัน ส่งหน่วยสอดแนมมาดูลาดเลากองทัพ
"ดูเหมือนว่า กองทหารม้าเหล็กเป่ยเหลียงของข้าจะยังไม่ทำให้คนเถื่อนหวาดกลัวจนหน้าถอดสีสินะ! ถึงได้กล้าจับมือกันมารุกรานแบบนี้"
"บางทีอาจจะต้องรอให้ทหารม้าเหล็กเหยียบย่ำทะลวงถึงราชสำนักบนทุ่งหญ้านั่นแหละ ความน่าสะพรึงกลัวของทหารม้าเหล็กเป่ยเหลียงถึงจะฝังลึกเข้าไปในจิตใจของผู้คนได้"
หลี่มู่เองก็นึกถึงจุดนี้เช่นกัน
เขามองดูถ่านที่กำลังลุกไหม้ ในดวงตาที่ใสกระจ่างมีเปลวไฟวูบไหว
"การที่ชนเผ่าคนเถื่อนมีความเคลื่อนไหวในช่วงนี้ เกรงว่าเบื้องหลังคงจะเป็นความทะเยอทะยานของราชวงศ์เป่ยหมั่งและราชวงศ์ทูเสียเป็นแน่"
"แม้คนที่ตระเวนไปตามชนเผ่าต่างๆ เยียนอีจะบอกว่าไม่ทราบฝ่าย แต่ถ้าลองคิดดูให้ดี ก็เดาได้ไม่ยากว่าพวกมันรับคำสั่งมาจากใคร"
"หากคนเถื่อนรุกรานราชวงศ์ต้าโจว เกิดสงครามครั้งใหญ่ บั่นทอนความมั่นคงของราชวงศ์ต้าโจว ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็คือราชวงศ์เป่ยหมั่งและราชวงศ์ทูเสีย"
"หลายปีมานี้ ราชวงศ์เป่ยหมั่งและราชวงศ์ทูเสียคอยสนับสนุนชนเผ่าคนเถื่อนบางกลุ่มอย่างลับๆ ให้ความช่วยเหลือพวกมัน เพื่อใช้ต่อกรกับราชวงศ์ต้าโจว"
"ครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นการหยั่งเชิงของราชวงศ์เป่ยหมั่งและราชวงศ์ทูเสียที่มีต่อต้าโจวเช่นกัน ช่วงนี้ข่าวลือในเมืองฉางอันเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ตามข่าวที่สายลับในราชสำนักส่งมา คนผู้นั้นไม่ได้ว่าราชการมาหนึ่งเดือนเต็มแล้ว!"
เฉิงซีเลี่ยงเอ่ยขึ้น ดวงตาเปล่งประกายคมกล้า
กุนซือก็คือกุนซือ เพียงแค่จุดเล็กๆ จุดเดียวก็สามารถโยงใยออกไปได้มากมาย
ทางเหนือของราชวงศ์ต้าโจว มีราชวงศ์ทูเสียและราชวงศ์เป่ยหมั่งจ้องตะครุบเหยื่ออยู่
ระหว่างสามราชวงศ์ คือทุ่งหญ้าสามหมื่นลี้ ซึ่งก็คือแหล่งที่อยู่อาศัยของชนเผ่าคนเถื่อนกว่าสามพันเผ่า
มีทุ่งหญ้าคนเถื่อนคั่นกลางระหว่างสามราชวงศ์ จึงทำให้ลดการปะทะและสงครามลงไปได้มาก
แต่ราชวงศ์เป่ยหมั่งและราชวงศ์ทูเสียย่อมไม่อยากให้ราชวงศ์ต้าโจวอยู่อย่างสงบสุข
จึงแอบสนับสนุนชนเผ่าคนเถื่อนให้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับราชวงศ์ต้าโจว
"ไม่รู้ว่าองค์จักรพรรดิแห่งต้าโจวผู้นั้นป่วยจริงหรือเปล่านะ"
สีหน้าของหลี่มู่เปลี่ยนไป เย็นชาดุจน้ำแข็ง
น้ำเสียงที่เขาใช้พูดก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
เพราะคำพูดของเฉิงซีเลี่ยง ทำให้เขานึกถึงอดีตที่ขมขื่นบางอย่าง
ผู้เป็นพ่อ กลับ ส่ง ลูกชายวัยแปดขวบที่อ่อนแอและป่วยบ่อยไปอยู่ในดินแดนเป่ยเหลียงที่เต็มไปด้วยไฟสงคราม!
หลี่มู่ได้รับรู้ข่าวที่องค์จักรพรรดิต้าโจวประชวรในช่วงนี้แล้ว แต่ในใจเขากลับสงบนิ่ง ไม่มีความเป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย
"ท่านอ๋องมีความสงสัยอยู่ในใจ จักรพรรดิเป่ยหมั่งและจักรพรรดิทูเสียก็ย่อมมีความสงสัยอยู่ในใจเช่นกัน"
"หากแน่ใจแล้วว่าองค์จักรพรรดิประชวรหนักตามข่าวลือจริง เกรงว่ากองทัพของเป่ยหมั่งและทูเสียคงจะบุกรุกลงใต้เป็นแน่"
เฉิงซีเลี่ยงเอ่ยขึ้น
เขาคาดเดาว่าราชวงศ์ทูเสียและราชวงศ์เป่ยหมั่งกำลังหยั่งเชิงท่าทีขององค์จักรพรรดิต้าโจวอยู่
"ไอ้จิ้งจอกเฒ่าพวกนี้ ช่างวางหมากได้ยอดเยี่ยมจริงๆ จิตใจชั่วร้ายนัก!"
หลี่มู่แค่นเสียงเฮอะ
"ท่านซีเลี่ยง ชนเผ่าคนเถื่อนบนทุ่งหญ้าเป็นหอกข้างแคร่ของชายแดนต้าโจวมาตลอด ท่านมีแผนรับมือในใจบ้างไหม"
หลี่มู่เงยหน้ามองเฉิงซีเลี่ยง แล้วเอ่ยถาม
"ท่านอ๋องปราดเปรื่อง วางแผนการรบได้อย่างแยบยล เกรงว่าคงจะตัดสินใจไว้ในใจแล้วกระมัง!"
เฉิงซีเลี่ยงเอ่ยยิ้มๆ มองหลี่มู่ด้วยสายตาเคารพเทิดทูน
หลี่มู่ต่างหากที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งเป่ยเหลียง ผู้กุมอำนาจสั่งการทัพ หากเฉิงซีเลี่ยงเอาแต่ออกหน้า ก็เท่ากับเป็นการแย่งความดีความชอบของหลี่มู่ไป
ดังนั้น บางเวลาควรพูดก็ต้องพูด บางเวลาควรหุบปากก็ต้องหุบปาก
แสดงความสามารถและสติปัญญาของตัวเองได้
แต่ต้องไม่ข้ามหน้าข้ามตานาย และต้องไม่โดดเด่นเกินหน้านาย
นี่แหละ ที่เรียกว่าศิลปะการอยู่ร่วมกับผู้คน!
"ข้าอยากฟังแผนการของท่านซีเลี่ยงก่อน!"
หลี่มู่ยิ้ม ในใจรู้สึกชื่นชมเฉิงซีเลี่ยงมากขึ้นไปอีก...ไม่เลวเลย ท่านซีเลี่ยงนี่รู้กาลเทศะดีจริงๆ
"เช่นนั้นข้าน้อยก็ขอโชว์ฝีมือสักหน่อย!"
เฉิงซีเลี่ยงประสานมือคารวะหลี่มู่ ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยขึ้น
"ทุ่งหญ้าสามหมื่นลี้มีชนเผ่าคนเถื่อนสามพันเผ่า คนเถื่อนไร้การศึกษา โหดเหี้ยมกระหายเลือด"
"การรับมือกับคนเถื่อน ต้องใช้วิถีแห่งราชันผู้ยิ่งใหญ่ ใช้กำลังสยบกำลัง"
"กวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก สังหารจนคนเถื่อนหวาดกลัวจนหัวหด เมื่อเห็นทหารต้าโจวก็ให้เหมือนเห็นเทพเจ้า"
"ทำเช่นนี้ จึงจะแก้ปัญหาคนเถื่อนได้!"
เมื่อหลี่มู่ได้ยินคำพูดของเฉิงซีเลี่ยง เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย
เพราะทั้งหมดนี้ ตรงกับสิ่งที่เขาคิดไว้ในใจพอดี
"ท่านซีเลี่ยงพูดมีเหตุผล การรับมือกับคนเถื่อนที่ไร้การศึกษา มีเพียงหนทางเดียวคือ ฆ่า!"
"แต่ทว่า ทุ่งหญ้าสามหมื่นลี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก ชนเผ่าคนเถื่อนก็มีถึงสามพันเผ่า อยู่บนทุ่งหญ้า ฆ่าพวกคนเถื่อนยังไงก็ไม่หมดหรอก"
หลี่มู่เอ่ยขึ้น
การสังหารหมู่ สามารถฆ่าคนได้ทั้งเมือง แต่การกวาดล้างประเทศ จะสามารถฆ่าคนได้ทั้งประเทศเลยหรือ
ทุ่งหญ้าสามหมื่นลี้กว้างใหญ่เกินไป การที่ชนเผ่าคนเถื่อนจะหลบหนีการล้อมปราบของกองทัพต้าโจว ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร!
"ท่านอ๋องกล่าวได้ถูกต้อง คนเถื่อนบนทุ่งหญ้านั้นฆ่าไม่หมดหรอก แต่พวกเราสามารถทำเหมือนราชวงศ์ทูเสียและราชวงศ์เป่ยหมั่งได้ รวบรวมชนเผ่าคนเถื่อนมาเป็นพวก แล้วใช้คนเถื่อนคานอำนาจคนเถื่อนด้วยกันเอง!"
"พวกเราจะไม่ให้ความช่วยเหลือเหมือนที่ทูเสียและเป่ยหมั่งทำ แต่จะใช้กำลังข่มขวัญพวกมัน!"
"ยกทัพใหญ่ขึ้นเหนือ ทหารม้าเหล็กเหยียบย่ำ บุกเข้าสู่ทุ่งหญ้า ปราบปรามชนเผ่าคนเถื่อนที่อยู่รอบชายแดนต้าโจวให้สยบยอม หากทำเช่นนี้ ภัยคุกคามที่ชายแดนก็จะคลี่คลายลง"
"ปล่อยให้พวกคนเถื่อนต่อสู้กันเอง สำหรับพวกคนเถื่อนที่ยังแข็งข้ออยู่ ก็ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มันเสีย เพื่อตัดรากถอนโคน!"
"หากผู้ใดไม่ยอมสยบ ก็จงฆ่าทิ้งเสีย!"
"หนึ่งคนเถื่อนไม่ยอมสยบ สังหารสิบคนเถื่อน สิบคนเถื่อนไม่ยอมสยบ สังหารร้อยคนเถื่อน ร้อยคนเถื่อนไม่ยอมสยบ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มันเสีย!"
"ผู้โอนอ่อนเจริญรุ่งเรือง ผู้ต่อต้านดับสูญ!"
นี่แหละ คือเคล็ดวิชาจักรพรรดิ!
[จบแล้ว]