เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 ความหยิ่งทะนงที่แตกสลาย

บทที่ 46 ความหยิ่งทะนงที่แตกสลาย

บทที่ 46 ความหยิ่งทะนงที่แตกสลาย


ทั่วทั้งสนามเงียบกริบราวกับป่าช้า!

เวลาคล้ายจะหยุดนิ่งลงในวินาทีนี้ แม้แต่สายลมก็ยังหยุดพัดพา ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดหวั่น สายตาที่ไม่อยากจะเชื่อคู่นับไม่ถ้วนต่างพุ่งมารวมกันที่กลางลานประลองจากทุกทิศทาง

เยี่ยฟานยืนถือกระบี่ด้วยท่วงท่าองอาจ ร่างกายไร้รอยขีดข่วน แสงสีทองเจิดจ้าอาบไล้ประดุจเทพสงครามผู้ไร้พ่าย

ซูชิงหว่านใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ มีเลือดไหลซึมจากปากและจมูก กลิ่นอายพลังอ่อนแรงและดูอเนจอนาถ ราวกับจักรพรรดินีผู้สูญสิ้นแผ่นดิน

คำว่า "เจ้าแพ้แล้ว" สามคำนี้ เปรียบเสมือนกริชที่คมกริบสามเล่ม ปักลึกเข้าไปในหัวใจของซูชิงหว่านอย่างรุนแรง

มันทำให้แววตาของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน เห็นได้ชัดว่านางยังไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ในทันที

หลังจากเงียบงันไปชั่วครู่ เสียงฮือฮาก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสนาม

"สวรรค์ช่วยด้วย! ศิษย์พี่ซูพ่ายแพ้แล้ว นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!"

"ศิษย์พี่ซูจะแพ้ได้อย่างไร? นางเป็นถึงศิษย์เอกแห่งยอดเขาเหยาเทียนของพวกเรานะ! ทั้งยังเป็นยอดอัจฉริยะกายศักดิ์สิทธิ์ขอบเขตทะเลเทพขั้นที่เก้า จะมาแพ้ให้แก่ไอ้ขยะเยี่ยฟานนั่นได้อย่างไรกัน?"

"เฮ้อ! พวกเราต่างหากที่ตาถั่ว นึกไม่ถึงเลยว่าเยี่ยฟานคนนี้หากไม่ขยับก็แล้วไป แต่พอขยับทีกลับสะเทือนเลื่อนลั่น หลังจากวันนี้ไป ชื่อของเขาคงจะขจรขจายไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์แน่นอน!"

เสียงอื้ออึงดังขึ้นระงมสลับกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่แสบแก้วหู

ก่อนการศึกครั้งนี้ แทบไม่มีใครมองว่าเยี่ยฟานจะชนะ ทุกคนต่างคิดว่าเขาต้องปราชัยอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าเยี่ยฟานกลับใช้พละกำลังของตน ตบหน้าทุกคนอย่างแรง

เขาไม่เพียงเอาชนะซูชิงหว่านได้ แต่ยังชนะด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวและทรงพลังถึงเพียงนี้ หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง คงไม่มีใครเชื่อเด็ดขาด

แต่ความจริงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า จึงช่วยไม่ได้ที่ทุกคนต้องยอมจำนนต่อหลักฐาน

"ยอดเยี่ยมมาก เยี่ยฟาน! ข้าเขื่ออยู่แล้วว่าเจ้าต้องชนะ!"

หลี่ชิงซานกระโดดตัวลอยด้วยความตื่นเต้น ชูกำปั้นเหวี่ยงไปมา เขารู้สึกยินดีกับชัยชนะของเยี่ยฟานจากใจจริง

ทว่าอีกด้านหนึ่ง ฉินฉางชิงและฉินเหวินจิ้งกลับมีท่าทีตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

"เป็นไปไม่ได้ นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

"ลูกผู้พี่คือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด เป็นดั่งธิดาแห่งสวรรค์ จะมาแพ้ให้แก่เยี่ยฟานได้ยังไง?"

"เยี่ยฟานมันก็แค่ขยะที่เกาะผู้หญิงกิน ต่อให้ให้เวลามันอีกสิบปีก็ไม่มีทางเทียบกับลูกผู้พี่ได้ ทั้งหมดนี่ต้องเป็นเรื่องหลอกลวงแน่ๆ!"

จิตใจของฉินฉางชิงแทบจะพังทลายลง

ความอัปยศอดสูครั้งก่อนๆ ทำให้เขาเกลียดเยี่ยฟานเข้ากระดูกดำ ความล้มเหลวของแผนลักพาตัวลอบสังหารยิ่งทำให้เขาลนลานทำอะไรไม่ถูก และยามนี้... ลูกผู้พี่กลับพ่ายแพ้!

เรื่องนี้ทำให้ความภาคภูมิใจในใจของฉินฉางชิงพังทลายลงทีละน้อย รูม่านตาสั่นระริก ร่างกายสั่นเทา ไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้เลย

"บัดซบ! มันเอาชนะชิงหว่านได้จริงๆ หรือนี่!"

"ท่านเจ้าสำนัก... ต้องเป็นท่านเจ้าสำนักแน่ๆ นอกจากท่านแล้ว ไม่มีใครสามารถทำให้ขยะคนหนึ่งแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ได้ในเวลาสั้นๆ"

"ดูท่าครั้งนี้ ท่านเจ้าสำนักคงจะตั้งใจขัดขวางไม่ให้ยอดเขาของเราทั้งสองร่วมมือกันแน่ๆ!"

ฉินเหวินจิ้งมีสีหน้ามืดมนถึงขีดสุด นางกัดฟันกรอด สายตาจับจ้องไปที่เยี่ยฟาน แต่ในหัวกลับคิดถึงแต่ท่านเจ้าสำนักผู้สูงส่ง

เพราะนางไม่เชื่อเด็ดขาดว่าลำพังความพยายามของเยี่ยฟานเองจะทำให้เขาแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ ยามนี้นางรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง ทั้งเกลียดชังเยี่ยฟานและหวาดกลัวท่านเจ้าสำนักไปพร้อมกัน

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบสนามที่ดังเข้าสู่โสตประสาทของซูชิงหว่าน

นางยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ดวงตาสีฟ้าครามเหม่อลอย จ้องมองเยี่ยฟานที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ

ใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น ในยามนี้ไม่มีแม้แต่ความตื่นเต้นที่ได้รับชัยชนะ หรือความสะใจที่ได้แก้แค้น มีเพียงความเงียบงันเย็นเยียบประดุจน้ำนิ่งในบ่อลึก

เรื่องนี้ทำให้หัวใจของซูชิงหว่านสั่นสะท้านขึ้นมาเบาๆ

"ข้าแพ้ได้อย่างไร?"

ซูชิงหว่านไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้ยิ่งกว่าใครเพื่อน เพราะนางนั้นหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี!

ตั้งแต่เล็กจนโต นางไม่ได้เป็นเพียงแก้วตาดวงใจของบิดามารดา แต่ยังเป็นดั่งธิดาแห่งสวรรค์ในสายตาผู้คน ทุกคนต่างห้อมล้อมเอาใจนาง ทุกคนต่างพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความโปรดปรานจากนาง

และความหยิ่งทะนงนี้ ยิ่งพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อนางปลุกกายศักดิ์สิทธิ์ไท่อินสำเร็จและกลายเป็นศิษย์เอกแห่งยอดเขาเหยาเทียน นางยอมรับข่าวลือเรื่องจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด และเชื่อมั่นว่าต่อให้ชาติก่อนนางจะไม่ใช่จักรพรรดินี แต่ชาตินี้นางย่อมสามารถบรรลุมรรคผลเป็นจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน

ความหยิ่งผยองนี้ทำให้นางมองทุกอย่างจากที่สูง จนไม่อาจก้มหัวลงมาได้อีก แม้แต่ในความสัมพันธ์กับเยี่ยฟาน นางก็เริ่มยึดถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง และไม่เคยคำนึงถึงความรู้สึกของเยี่ยฟานอีกเลย

เมื่อลูกผู้พี่ปรากฏตัวขึ้น นางก็จมดิ่งไปกับความโรแมนติกและเซอร์ไพรส์ที่ลูกผู้พี่สรรหามาให้ พร้อมทั้งรับเอาการเสียสละของเยี่ยฟานมาเป็นของตายอย่างสบายใจ ในสายตาของนาง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร!

นางไม่เคยตระหนักถึงความผิดของตนเอง และไม่เคยลดตัวลงมาพิจารณาความรู้สึกของเยี่ยฟานเลยแม้แต่น้อย

การประลองครั้งนี้นางมาพร้อมกับโทสะ หวังจะเอาชนะเยี่ยฟานเพื่อทำลายจิตวิญญาณของเขา ให้เขาไม่กล้าคิดต่อต้านนางอีก เช่นนี้ นางจะได้ควบคุมเยี่ยฟานต่อไป และเสวยสุขจากการเสียสละของเขาได้ดังเดิม

แต่ยามนี้... นางแพ้แล้ว! แพ้อย่างหมดรูป!

เรื่องนี้ทำให้นางรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างยิ่ง และภายใต้ความไม่ยินยอมนั้น ยังแฝงไปด้วยความลนลานหวาดกลัว... นางกลัวว่าจะสูญเสียเยี่ยฟานไป กลัวว่าจะสูญเสียทุกอย่าง!

"ซูชิงหว่าน ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้ว"

"ที่เจ้ามีวันนี้ได้ ไม่ใช่เพราะพรสวรรค์หรือความพยายามของเจ้าหรอก แต่มันเป็นเพราะ ปฐมบทแห่งกายศักดิ์สิทธิ์โบราณของข้า"

"วันนี้ ข้าจะเป็นคนฉุดเจ้ากลับสู่ความจริงด้วยมือของข้าเอง เพื่อให้เจ้ารู้จักตัวเองเสียที"

"การประลองครั้งนี้ ข้าเป็นฝ่ายชนะ!"

"ตำแหน่งศิษย์เอกแห่งยอดเขาเหยาเทียน ยามนี้เป็นของข้าแล้ว!"

เยี่ยฟานเก็บกระบี่หักจูเซียนเข้าที่ แววตาเย็นชา น้ำเสียงเยือกเย็น

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา รูม่านตาของซูชิงหว่านพลันสั่นระริก ภาพความหลังพรั่งพรูเข้ามาในหัวราวกับโคมไฟหมุน

ความเขินอายยามบำเพ็ญคู่ครั้งแรก ความดีใจยามได้รับปฐมบทแห่งกายศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก ความตื่นเต้นยามปลุกกายศักดิ์สิทธิ์ไท่อินได้สำเร็จ...

หากปราศจากปฐมบทแห่งกายศักดิ์สิทธิ์โบราณของเยี่ยฟาน ซูชิงหว่านก็เป็นเพียงศิษย์อัจฉริยะธรรมดาคนหนึ่ง การจะประสบความสำเร็จเช่นในทุกวันนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

พรสวรรค์และความพยายาม กลายเป็นเพียงภาพลวงตาประดุจเงาจันทร์ในน้ำ

มีเพียงปฐมบทแห่งกายศักดิ์สิทธิ์โบราณเท่านั้นที่เป็นเหตุผลที่แท้จริง

ความภาคภูมิใจในหัวใจของซูชิงหว่าน แตกสลายกลายเป็นผุยผงในวินาทีนี้เอง!

นางมองเยี่ยฟานที่อยู่เบื้องหน้า อ้าปากจะเอ่ยบางอย่าง แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา ความเสียใจและสำนึกผิดอันไร้ที่สิ้นสุดถาโถมเข้าปกคลุมจิตใจของนางจนมิด!

ยามที่ฝุ่นละอองแห่งการประลองจางหายไป สายตาที่ผู้คนมองเยี่ยฟานก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและยำเกรง

"ผู้ชนะที่แท้จริงของการประลองในวันนี้คือเยี่ยฟาน ตามสัญญาเดิมพันก่อนการประลอง ตำแหน่งศิษย์เอกแห่งยอดเขาเหยาเทียน ย่อมตกเป็นของเยี่ยฟาน!"

"เมื่อเดือนก่อน ศิษย์พี่ซูเพิ่งจะได้รับตำแหน่งศิษย์เอกมา นึกไม่ถึงเลยว่าก้นยังไม่ทันร้อน ก็ต้องสละตำแหน่งให้ผู้อื่นเสียแล้ว ช่างน่าเวทนาแท้ๆ"

"ยอดเขาทั้งเจ็ดแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่เป็นอันดับหนึ่งของแต่ละยอดเขาคือศิษย์เอก ซึ่งมีฐานะเป็นรองเพียงบุตรศักดิ์สิทธิ์และแม่นางศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ไม่เพียงได้รับสวัสดิการที่สูงส่ง แต่ยังมีอำนาจมหาศาลอีกด้วย ช่างน่าอิจฉาจริงๆ!"

ฝูงชนต่างอิจฉาริษยา แต่ก็ต้องยอมรับผลลัพธ์นี้

ยามที่การประลองจบลง ทุกคนต่างคิดว่าเรื่องคงจะจบเพียงเท่านี้

ทว่าในตอนนั้นเอง เยี่ยฟานพลันเอ่ยปากขึ้น

"วันนี้ที่ข้ามาที่นี่ มีเรื่องต้องทำทั้งหมดสามประการ"

"ประการแรก การประลองได้จบสิ้นลงแล้ว ต่อไปคือประการที่สอง"

"ฉินฉางชิง! เจ้าลักพาตัวศิษย์ร่วมสำนัก และลอบสังหารคนกันเอง เจ้าควรจะรับโทษอย่างไร?"

จบบทที่ บทที่ 46 ความหยิ่งทะนงที่แตกสลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว