บทที่ 39 กลซ้อนกล?
บทที่ 39 กลซ้อนกล?
หืม?
คำพูดของหลี่ชิงซานทำให้เยี่ยฟานชะงักไปเล็กน้อย
ข้อสันนิษฐานนี้เขาไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลย
เพราะที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายคอยชักจูงสถานการณ์มาตลอด และทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามแผนการของเขา
แต่สิ่งที่หลี่ชิงซานพูดมา ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้
ยามนี้บนใบหน้าของหลี่ชิงซานปรากฏร่องรอยของความตกตะลึง เขาเริ่มวิเคราะห์ต่อตามข้อสันนิษฐานของตัวเองอย่างรวดเร็ว
"เยี่ยฟาน เป็นไปได้ไหมว่าตั้งแต่แรกเริ่ม พวกเขาเตรียมแผนการเอาไว้หมดแล้ว?"
"ซูชิงหว่านนอกใจทรยศเจ้า แต่เพื่อรักษาชื่อเสียง นางจึงไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่าก่อน เพื่อไม่ให้คนครหาว่ารวยแล้วลืมยาก หรือทอดทิ้งสามีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา"
"นางแกล้งทำตัวพัวพันกับฉินฉางชิงไม่เลิกรา และยอมให้เจ้าจับได้ ทั้งหมดก็เพื่อยั่วโมโหเจ้า หวังจะบีบให้เจ้าเป็นฝ่ายขอหย่าเอง?"
"ส่วนฉินเหวินจิ้งก็อาศัยจังหวะนี้มาตกลงทำข้อแลกเปลี่ยนกับเจ้า มองเผินๆ เหมือนเจ้าเป็นฝ่ายไปหานางเอง แต่แท้จริงแล้วนางอาจจะรอเจ้าอยู่ตลอด?"
"และเจ้าก็เข้าใจผิดว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือตัวเอง ในงานเลี้ยงฉลองจึงใช้ชื่อของการท้าประลองหลอกให้ซูชิงหว่านเซ็นหนังสือหย่า แต่ความจริงซูชิงหว่านอาจจะรู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว เลยซ้อนแผนตามน้ำไป"
"ทำแบบนี้ พวกนางไม่เพียงแต่โยนความผิดทั้งหมดมาที่หัวเจ้าได้ แต่ยังได้ทั้งชื่อเสียงและผลประโยชน์ กลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"
"ส่วนเรื่องเมื่อคืน เกรงว่าความสัมพันธ์ของเจ้ากับแม่นางศักดิ์สิทธิ์คงจะไปทำให้แผนของพวกเขาป่วน"
"เพราะเดิมทีกายศักดิ์สิทธิ์โบราณของเจ้าฝึกฝนไม่ได้ พวกเขาจะบีบจะคลึงเจ้าอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ"
"แต่เจ้ากลับได้รับการสนับสนุนจากแม่นางศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแต่ฝึกฝนได้ แต่ยังเอาชนะฉินฉางชิงต่อหน้าผู้คน แสดงความแข็งแกร่งออกมา"
"ด้วยเหตุนี้ พวกเขาเลยรู้สึกว่าเจ้าเริ่มจะควบคุมไม่ได้ ไม่อยากรอจนถึงวันประลองให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงชิงลงมือก่อนเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม!"
หลี่ชิงซานยิ่งวิเคราะห์ก็ยิ่งใจหาย
และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนจะช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาได้เป็นอย่างดี
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลี่ชิงซาน เยี่ยฟานก็ตกอยู่ในความเงียบงันเพื่อใช้ความคิด
เป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ?
แต่คำพูดและการกระทำของซูชิงหว่านในช่วงนี้ รวมถึงคำพูดของชุนเถาและฉินฉางชิงเมื่อคืน ดูเหมือนจะมีบางจุดที่ตรรกะยังไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก
"เยี่ยฟาน ถึงแม้สิ่งที่ข้าพูดเมื่อกี้จะเป็นแค่การคาดเดา แต่เจ้าห้ามประมาทเด็ดขาด ต้องเก็บไปคิดให้ดี"
"ซูชิงหว่านผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา ฉินฉางชิงกับฉินเหวินจิ้งก็เป็นพวกสารเลวประเภทเดียวกัน"
"ตอนนี้เจ้าติดกับของพวกเขาแล้ว การจะถอนตัวออกมาอย่างราบรื่นเกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย"
"แต่ตอนนี้ในมือเจ้าไม่ได้มีแค่หนังสือหย่ากับยันต์ภาพนิ่งนะ เจ้ายังมีแม่นางศักดิ์สิทธิ์คอยช่วยเหลือด้วย"
"ข้าว่าเจ้าควรหาโอกาสเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกมัน ไม่เพียงแต่จะได้หย่ากับซูชิงหว่านอย่างสมบูรณ์ แต่ยังทำให้พวกมันต้องชดใช้อย่างสาสมด้วย"
หลี่ชิงซานคิดแทนเยี่ยฟานไปเสียทุกเรื่อง
เขาไม่ทนเห็นเพื่อนรักตั้งแต่เด็กต้องมาถูกข่มเหงรังแกแบบนี้
ต่อให้การทำเช่นนี้จะหมายถึงการล่วงเกินตระกูลฉินและตระกูลซูอย่างถึงที่สุด แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดเคียงข้างเยี่ยฟานอย่างมั่นคง
"ชิงซาน ขอบใจเจ้ามาก!"
"เรื่องที่เจ้าพูดมา ข้าจะเก็บไปคิดอย่างดี"
ความหวังดีของหลี่ชิงซานทำให้เยี่ยฟานรู้สึกอบอุ่นในใจ
เมื่อเทียบกับการทรยศของซูชิงหว่านและการปองร้ายของฉินฉางชิง มิตรภาพที่บริสุทธิ์ของหลี่ชิงซานกลับเป็นสิ่งที่เขารู้สึกหวงแหนยิ่งกว่า
ทว่าเรื่องนี้จะจัดการอย่างไรต่อนั้น เขาคงต้องไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน
หลี่ชิงซานไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก
การจะตัดสินใจอย่างไรนั้น สุดท้ายแล้วต้องให้เยี่ยฟานเป็นผู้กำหนดเอง!
จนกระทั่งเลยเวลาเที่ยงไปแล้ว จี้ฉิงเฉินจึงกลับมาพร้อมกับท่าทางที่เหนื่อยล้าเล็กน้อย
"พวกเจ้าวางใจได้ ข้าไปหาอาวุโสคุมกฎมาแล้ว ไม่เพียงแต่คุ้มครองที่เกิดเหตุ แต่ยังรวบรวมหลักฐานไว้ได้มากพอ"
"แต่เพราะคนในที่เกิดเหตุตายหมดเหลือแค่พวกเจ้า การจะสืบหาความจริงที่แน่ชัดอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย"
"ทว่าไม่ว่าอย่างไร เหตุการณ์ลักพาตัวลอบสังหารครั้งนี้ก็ร้ายแรงมาก อาวุโสคุมกฎให้ความสำคัญอย่างยิ่งและเร่งดำเนินการตรวจสอบแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้ผลลัพธ์"
จี้ฉิงเฉินแจ้งข่าวล่าสุด และในเมื่อนางเป็นคนจัดการ เยี่ยฟานกับหลี่ชิงซานย่อมเชื่อถืออย่างเต็มที่
"แม่นางศักดิ์สิทธิ์ หากสืบจนพบความจริงแล้ว จะขอให้ชะลอการดำเนินการไว้ก่อนได้หรือไม่?"
จู่ๆ เยี่ยฟานก็เอ่ยขึ้น ทำให้จี้ฉิงเฉินชะงักไปเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ
"อีกสามวันจะถึงกำหนดนัดหมายหนึ่งเดือนระหว่างข้ากับซูชิงหว่าน"
"การประลองครั้งนี้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อน และมันไม่ได้ตัดสินเพียงแค่ตำแหน่งศิษย์เอกของยอดเขาเหยาเทียน แต่มันคือการสะสางทุกอย่างระหว่างข้ากับซูชิงหว่านด้วย"
"ข้าไม่อยากให้เรื่องนี้มาทำลายการประลอง ดังนั้นข้าหวังว่าหลังจากจบการประลองแล้ว ค่อยให้อาวุโสคุมกฎลงมือ"
เยี่ยฟานมองจี้ฉิงเฉินด้วยสายตาที่แน่วแน่และชัดเจน
เขาตัดสินใจดีแล้ว!
"อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี และเจ้าก็ยังไม่บรรลุขอบเขตทะเลเทพ"
"การประลองในอีกสามวันข้างหน้า เจ้ายังคิดจะเข้าร่วมอีกหรือ?"
จี้ฉิงเฉินขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกว่าเยี่ยฟานมุทะลุเกินไป
ในมุมมองของนาง ด้วยสภาพของเยี่ยฟานตอนนี้ ต่อให้ให้เวลาอีกสามเดือน ก็ใช่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของซูชิงหว่านได้
การประลองยามนี้ไม่ต่างอะไรกับการเอาไข่ไปกระทบหิน
อีกอย่างพวกเขามีหลักฐานในมือครบแล้ว ไม่จำเป็นต้องประลองเลยด้วยซ้ำ สามารถจับคนมาสอบสวนได้ทันที
แต่เยี่ยฟานกลับปฏิเสธความหวังดีของนาง
"การประลองครั้งนี้มีความหมายต่อข้ามาก ข้าต้องไป"
"ขอให้แม่นางศักดิ์สิทธิ์ช่วยสงเคราะห์ด้วย!"
ความแน่วแน่ของเยี่ยฟานทำให้จี้ฉิงเฉินรู้สึกหวั่นไหวเล็กร้อย
นางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง
"ก็ได้! ในเมื่อนี่เป็นเรื่องของเจ้า และเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็คงไม่พูดอะไรมาก"
"แต่เจ้าวางใจได้ ไม่ว่าผลการประลองจะเป็นอย่างไร เหตุการณ์ลักพาตัวลอบสังหารครั้งนี้ ข้าจะทวงคืนความเป็นธรรมให้เจ้าแน่นอน"
"ไม่ว่าตัวบงการจะเป็นใคร จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก!"
จี้ฉิงเฉินเป็นคนเกลียดความชั่วร้ายเข้ากระดูกดำอยู่แล้ว ยิ่งระหว่างนางกับเยี่ยฟานยังมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้
ครั้งนี้ นางย่อมเลือกที่จะสนับสนุนเยี่ยฟาน!
ฟุ่บ!
จี้ฉิงเฉินสะบัดมือหยิบขวดโอสถออกมาขวดหนึ่ง
"ในเมื่อเจ้าอยากจบการนัดหมายหนึ่งเดือนกับซูชิงหว่าน ข้าก็จะช่วยเจ้าอีกแรง"
"นี่คือ 'โอสถสงบจิตสมาธิ' ที่ข้าหลอมขึ้นเอง เป็นเต๋าโอสถระดับล่าง มีสรรพคุณช่วยให้จิตใจสงบและมั่นคง สามารถช่วยให้เจ้าเปิดทะเลแห่งความรู้และควบแน่นพลังจิตได้"
"ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าตอนนี้ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซูชิงหว่านเลย หวังว่าภายในสามวันนี้เจ้าจะบรรลุขอบเขตทะเลเทพได้นะ!"
เต๋าโอสถนั้นเทียบไม่ได้เลยกับวิญญาณโอสถทั่วไป
เต๋าโอสถระดับล่างหนึ่งเม็ด มีค่ามากกว่าหนึ่งล้านหินวิญญาณ
และโอสถสงบจิตสมาธิเม็ดนี้ ยิ่งเป็นของหายากในหมู่เต๋าโอสถระดับล่าง อย่างน้อยก็น่าจะมีค่าหลายล้านหินวิญญาณ
ของขวัญชิ้นนี้ของจี้ฉิงเฉิน นับว่ายิ่งใหญ่มากจริงๆ
ในมือเยี่ยฟานยังมีหินวิญญาณของฉินเหวินจิ้งที่ใช้ไม่หมด หากรวมกับโอสถสงบจิตสมาธิเม็ดนี้เข้าไป เขาก็มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะบรรลุขอบเขตได้สำเร็จ
"ขอบคุณ!"
เยี่ยฟานไม่ทำเป็นเกรงใจ เขารับโอสถมา
"พวกเจ้าพักรักษาตัวและฝึกฝนอยู่ที่นี่เถอะ ที่นี่มีปราณวิญญาณหนาแน่นและปลอดภัยมาก จะไม่มีใครมารบกวนพวกเจ้า"
จี้ฉิงเฉินยังต้องไปหาอาวุโสคุมกฎต่อ จึงไม่ได้รั้งอยู่นาน หลังจากมอบโอสถและหินวิญญาณแล้ว นางก็ออกจากหุบเขาอัคนีดินไป
เยี่ยฟานไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขาหยิบหินวิญญาณออกมาและกลืนโอสถสงบจิตสมาธิลงไป เตรียมปลดพันธนาการขั้นที่สองเพื่อพุ่งเข้าสู่ขอบเขตทะเลเทพ
"ซูชิงหว่าน ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร การประลองครั้งนี้ข้าจะไม่ขาดนัดเด็ดขาด"
"ระหว่างเจ้ากับข้า ต้องสะสางกันให้จบ!"