- หน้าแรก
- หลังจากบรรลุกายศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดินีผู้นั้นกลับไล่ตามง้อข้าแทบเป็นแทบตาย
- บทที่ 24 ประชันฉินฉางชิง
บทที่ 24 ประชันฉินฉางชิง
บทที่ 24 ประชันฉินฉางชิง
ทุกคนมองตามเสียงนั้นไป เห็นฝูงชนแยกออกราวกับน้ำหลาก
ฉินฉางชิงและซูชิงหว่านเดินเคียงคู่กันมา
ฉินฉางชิงมีคิ้วเข้มดุจดาบดวงตาเป็นประกายดั่งดารา รูปร่างสง่างาม วันนี้เขาอยู่ในชุดคลุมสีเขียว ท่าทางภูมิฐาน หล่อเหลาไม่ธรรมดา ดูราวกับคุณชายผู้สำรวยสราญ
ส่วนข้างกายของเขานั้น
ซูชิงหว่านใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวรับกับเส้นผมสีดำขลับสามพันเส้น กลิ่นอายเย็นชาโฉบเฉี่ยว
เธอมีรูปร่างสูงโปร่ง โดดเด่นเหนือทุกคนในลาน จนทำให้ศิษย์หญิงหลายคนต้องก้มหน้าลงด้วยความอับอาย
ดวงตาคู่สวยนั้นกวาดมองไปทั่ว ความเย็นชาและความถือตัวในแววตาทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนไม่กล้าสบตาด้วย ราวกับเธอคือจักรพรรดินีผู้ปกครองอาณาจักรน้ำแข็ง!
ฉินฉางชิงและซูชิงหว่านยืนคู่กัน กิ่งทองใบหยก ช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก
เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว เย่ฟานที่สวมชุดสีดำและมีใบหน้าหมดจด กลับดูธรรมดาสามัญยิ่ง
"ศิษย์พี่ฉินถึงกับทะลวงเข้าสู่ระดับพื้นฐานเต๋าขั้นที่เจ็ดแล้ว!"
ใครบางคนอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบความเปลี่ยนแปลงของฉินฉางชิง
ในช่วงเวลาสามวัน เย่ฟานรักษาตัวและฝึกฝน ฉินฉางชิงเองก็ไม่ได้อยู่เฉย
เขาอาศัยความช่วยเหลือจากซูชิงหว่าน ยกระดับขอบเขตพลังและเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง
เวลานี้เขาก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าเย่ฟาน มองลงมาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความจองหอง
"เย่ฟาน นายคิดว่าเกาะแข้งเกาะขาสตรีศักดิ์สิทธิ์แล้วจะเอาชื่อท่านมาข่มขู่คนอื่นได้งั้นเหรอ?"
"นายทรยศต่อการแต่งงาน รังแกน้องหญิงของฉัน ในฐานะพี่ชายฉันจะไม่มีวันนิ่งดูดาย"
"วันนี้ฉันจะลงมือสยบนายด้วยตัวเอง ให้นายคุกเข่าโขกศีรษะขอขมาน้องหญิง"
"ฉันไม่อนุญาตให้ใครมารังแจน้องหญิงทั้งนั้น นายเองก็ไม่มีข้อยกเว้น!"
คำพูดนี้ของฉินฉางชิง ไม่เพียงแต่สาดโคลนใส่เย่ฟาน แต่ยังแสดงออกถึงความปกป้องที่มีต่อน้องหญิงของตนอีกด้วย
เหล่าศิษย์รอบข้างที่ได้ยิน ต่างพากันมองฉินฉางชิงด้วยความเลื่อมใส
หากเทียบกับฉินฉางชิงแล้ว เย่ฟานช่างห่างชั้นกันเหลือเกิน
ทั้งคู่ราวกับฟ้ากับเหว!
ทว่าเย่ฟานกลับเมินเฉยต่อการยั่วยุของฉินฉางชิง สายตาของเขาตกลงบนร่างของซูชิงหว่าน
ไม่ได้พบกันสามวัน แม้สีหน้าของซูชิงหว่านจะยังคงเย็นชาและงดงามเช่นเดิม แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่า บนใบหน้าของเธอมีความซูบเซียวแฝงอยู่ ใต้ตาแดงระเรื่อ คล้ายกับแอบไปร้องไห้มา
แต่ในเวลานี้ สายตาที่เธอมองมายังเย่ฟาน กลับยังคงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและไม่ยอมลดราวาศอก
เห็นได้ชัดว่าการมีอยู่ของจี้ชิงเฉิน กลายเป็นหนามที่ทิ่มแทงอยู่ในใจของเธอ
ทำให้เธอเจ็บปวดเจียนตาย!
และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอโกรธแค้นเย่ฟานมากขึ้น
มิเช่นนั้น เธอคงไม่หายหน้าไปจากบ้านถึงสามวัน และไม่แม้แต่จะเอ่ยปากอธิบายเหมือนอย่างที่เคยทำในอดีต
เย่ฟานยิ้ม!
ความรู้สึกของซูชิงหว่านในตอนนี้ เขารับรู้ได้เป็นอย่างดี
ทุกครั้งที่ซูชิงหว่านลอบไปพบกับฉินฉางชิง ทุกคืนที่เธอไม่กลับมา ทุกครั้งที่เธอไปฝึกวรยุทธ์ร่วมกัน... เขาก็เคยมีความรู้สึกแบบเดียวกันนี้!
แค่ครั้งเดียวซูชิงหว่านก็ทนไม่ได้แล้วหรือ?
ตัวเขานั้นเคยสัมผัสกับความเจ็บปวดราวกับถูกพันมีดกรีดหมื่นดาบฟันมาแล้ว
มิเช่นนั้น เขาคงไม่ตัดใจจากซูชิงหว่านได้อย่างเด็ดขาดขนาดนี้!
"เย่ฟาน นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพี่ชาย อย่ามารนหาที่อัปยศเลย!"
"ตอนนี้นายกลับตัวยังทัน ขอเพียงนายก้มหน้าเอ่ยคำขอโทษ เรื่องนี้ก็ให้มันผ่านไปซะ"
"นี่คือโอกาสสุดท้ายของนาย!"
ในตอนนั้นซูชิงหว่านพลันเอ่ยปาก คล้ายกับพยายามจะรั้งเย่ฟานไว้
แต่เย่ฟานผิดหวังในตัวเธอจนถึงที่สุดแล้ว จะยอมรับ "ความหวังดี" ของเธอได้อย่างไร
"ไม่จำเป็น ระหว่างผมกับฉินฉางชิง ไม่ช้าก็เร็วต้องมีศึกนี้"
"คราวก่อนผมบอกเรื่องการลอบสังหารกับคุณแต่คุณไม่เชื่อ งั้นผมก็คงต้องล้างแค้นด้วยตัวเอง"
"ยิ่งไปกว่านั้น ใครบอกว่าผมต้องเป็นฝ่ายแพ้เสมอไป?"
"ใครจะอยู่ใครจะไป ยังไม่รู้แน่!"
เย่ฟานยิ้มเล็กน้อย แล้วก้าวเท้าเข้าสู่ลานประลองเป็นคนแรก
เมื่อเห็นภาพนี้ ดวงตาคู่สวยของซูชิงหว่านก็หม่นแสงลง ความโกรธเคืองในใจยิ่งพุ่งสูงขึ้น
"น้องหญิงระงับโทสะเถอะ ไม่คุ้มหรอกที่จะเสียสุขภาพเพราะไอ้สวะนี่"
"ในเมื่อมันไม่สำนึก งั้นพี่จะช่วยระบายแค้นให้น้องเอง!"
"เชื่อพี่นะ พี่จะล้มนันให้ได้ และให้นายคนนี้มาคุกเข่าขอขมาต่อหน้าน้อง!"
ยิ่งเย่ฟานกับซูชิงหว่านขัดแย้งกันมากเท่าไหร่ ฉินฉางชิงก็ยิ่งดีใจเท่านั้น
ในตอนเขาตบอกรับคำมั่น เพื่อพยายามพิชิตใจของซูชิงหว่าน
พูดจบ เขาก็ก้าวเดินเข้าสู่ลานประลองท่ามกลางสายตาเลื่อมใสของผู้คน ยืนเผชิญหน้ากับเย่ฟานจากระยะไกล
คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าสู่สนามแล้ว การดวลกันครั้งนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ทันใดนั้นฝูงชนต่างพากันถอยรั้ง เปิดพื้นที่ให้กว้างขวาง พร้อมกับมองไปยังคนทั้งสองในสนามด้วยความคาดหวัง
แน่นอนว่าสายตาส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ฉินฉางชิง รอคอยชมอานุภาพที่เก่งกาจของเขา
ส่วนสายตาของซูชิงหว่านนั้น กลับตกอยู่ที่ร่างของเย่ฟาน
"เย่ฟาน ฉันไม่มีวันปล่อยให้นายจากฉันไป!"
"ต่อให้เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ ก็อย่าหวังว่าจะแย่งนายไปจากข้างกายฉันได้!"
ความต้องการครอบครองของซูชิงหว่านนั้นแรงกล้ายิ่งนัก เหตุการณ์ที่หุบเขาเพลิงปฐพีทิ่มแทงใจเธออย่างลึกซึ้ง แต่ขณะเดียวกันมันก็กระตุ้นความอยากควบคุมในตัวเธอให้รุนแรงยิ่งขึ้น
ในเมื่อเห็นว่าเย่ฟานไม่ยอมก้มหัวให้เธอ เธอจึงทำได้เพียงหวังให้พี่ชายเอาชนะเย่ฟาน ทำลายความทระนงของเขาลง เพื่อให้เขาตื่นจากความจริงและกลับมาหาเธอ
ควับ!
บนลานประลอง
ในตอนนั้นฉินฉางชิงยื่นมือออกไปคว้าเอาทวนเล่มยาวออกมาจากแหวนมิติ!
ความพ่ายแพ้สองครั้งก่อนหน้านี้ที่เรือนหลันถิงและเรือนชิงเฟิง ทำให้เขามีปมในใจ ไม่กล้าปะทะหมัดกับเย่ฟานตรงๆ อีก
และสิ่งที่เขาถนัดที่สุดไม่ใช่เพลงหมัด แต่เป็นเพลงทวน
ทวนยาวในมือเล่มนี้มีชื่อว่า ทวนวิญญาณนิลหนัก เป็นศัสตราวิญญาณระดับสุดยอด มีน้ำหนักมหาศาลและเปี่ยมด้วยคมกล้า
"เย่ฟาน คราวก่อนนายอาศัยจังหวะที่ฉันไม่ทันตั้งตัวลอบโจมตีจนได้เปรียบ ทำให้ฉันบาดเจ็บและอับอาย"
"วันนี้ฉันจะไม่มีวันให้โอกาสนายได้ลอบโจมตีอีก"
"รอจนฉันเหยียบนายไว้ใต้แทบเท้า ฉันอยากจะรู้นักว่านายยังจะกล้าอวดดีอยู่อีกไหม!"
ฉินฉางชิงเผยสีหน้าดุร้าย สายตาที่มองเย่ฟานเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชัง
เขาอยากจะสั่งสอนเย่ฟานอย่างหนักมาตั้งนานแล้ว แต่กลับไม่มีโอกาสดีๆ เลย
สองครั้งก่อนหน้านี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ ซึ่งทำให้คนที่มีความทะนงตัวสูงอย่างเขาไม่อาจยอมรับได้
ครั้งนี้เขาเตรียมตัวมาอย่างดี สาบานว่าจะต้องสยบเย่ฟานต่อหน้าน้องหญิงให้ได้ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของตนเองไว้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ลงมือก่อนทันที
กายาจักรพรรดิบรรลือเดชถูกกระตุ้น พลังกดดันอันดุดันระเบิดออกมาจากร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อแขนของเขาปูดโป่ง พละกำลังพุ่งสูงขึ้นมหาศาล
ในขณะเดียวกัน ปราณแท้เจ้ายุทธเจ็ดสายก็โคจรออกมาไหลเข้าสู่ทวนวิญญาณนิลหนัก
บนตัวทวนปรากฏคมกล้าเจิดจ้า กลิ่นอายน่าเกรงขาม
"วิชายุทธ์ระดับปฐพีขั้นกลาง: เพลงทวนเจ้ายุทธ!"
ฉินฉางชิงเบิกตาโพลง ตะโกนก้องเสียงดังราวกับมีจอมยุทธผู้ยิ่งใหญ่ประทับร่างจนสะเทือนไปทั่วขุนเขาและลำน้ำ
เขาก้าวเท้าออกไป ทวนวิญญาณนิลหนักในมือสั่งสมพลังจนถึงขีดสุด ราวกับมังกรคลั่งคำราม ฉีกกระชากอากาศ พุ่งแทงเข้าหาเย่ฟานโดยตรง
ทวนนี้ไม่เพียงบรรจุไว้ด้วยปราณแท้เจ้ายุทธเจ็ดสาย แต่ยังมีการเสริมพลังจากกายาจักรพรรดิบรรลือเดช ผนวกกับวิชายุทธ์ระดับปฐพีขั้นกลาง ไม่เพียงแต่แหลมคมยากจะต้านทาน แต่ยังทรงพลังหนักแน่นมหาศาล
เมื่อแทงออกไป ประกายทวนเจิดจ้าบาดตา เสียงทวนกรีดอากาศบาดหู คมศาสตราที่น่าสะพรึงกลัวฉีกกระชากห้วงอากาศ ราวกับจะแทงทะลุร่างเย่ฟานให้ขาดสะบั้นในทวนเดียว
"ทวนนี้ช่างน่าหวาดกลัวนัก สมกับเป็นศิษย์พี่ฉิน!"
"แม้แต่ยอดฝีมือระดับพื้นฐานเต๋าขั้นที่แปดหรือเก้า เกรงว่าก็คงต้านทานทวนนี้ไม่อยู่!"
"ฉันว่าศึกนี้ไม่มีอะไรต้องลุ้นแล้ว ทวนเดียวนี้ก็เพียงพอจะตัดสินผลแพ้ชนะได้แล้ว!"
ผู้คนต่างตื่นตะลึงในความแข็งแกร่งของทวนนี้ ขณะเดียวกันสายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องไปที่ร่างของเย่ฟาน
เผชิญหน้ากับทวนที่ดุดันและทรงพลังขนาดนี้ เขาจะต้านทานไหวหรือไม่?