- หน้าแรก
- หลังจากบรรลุกายศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดินีผู้นั้นกลับไล่ตามง้อข้าแทบเป็นแทบตาย
- บทที่ 14 อักขระเทวะ "สังหาร"
บทที่ 14 อักขระเทวะ "สังหาร"
บทที่ 14 อักขระเทวะ "สังหาร"
เรือนหลันถิง
หลังจากซูชิงหว่านเดินออกจากเรือนชิงเฟิง นางก็มุ่งตรงมาหาผู้เป็นมารดาเพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่หอหมื่นสมบัติรวมถึงเรื่องของจี้ชิงเฉินให้ฟัง
"เจ้าว่าอะไรนะ?"
"ไอ้ขยะเย่ว์ฟานนั่นไปประจบสอพลอสตรีศักดิ์สิทธิ์จนได้ดิบได้ดีงั้นรึ? แถมยังทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้วด้วย?"
"เป็นไปได้อย่างไร!"
ฉินเหวินจิ้งเบิกตากว้าง ใบหน้าสะสวยฉายแววไม่อยากจะเชื่อ
จี้ชิงเฉินนั้นอยู่สูงส่งประดุจพญาหงส์บนฟากฟ้า ส่วนเย่ว์ฟานต่ำต้อยประดุจมดปลวกที่ไร้ค่า ทั้งสองต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่ควรจะมีจุดบรรจบกันได้เลย
แล้วเย่ว์ฟานไปรู้จักกับจี้ชิงเฉินได้อย่างไร? แถมยังได้รับความเมตตาจากนางอีก?
จี้ชิงเฉินครอบครองกายปทุมโกลาหล เป็นอัจฉริยะกายจักรพรรดิ ทั้งยังเลิศล้ำทั้งทางโอสถและวรยุทธ์ แม้กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลจะถูกสวรรค์สาปแช่งจนฝึกฝนไม่ได้ แต่หากมีจี้ชิงเฉินคอยช่วยเหลือ ก็ใช่ว่าจะปลดพันธนาการสักชั้นสองชั้นไม่ได้
ในใจของฉินเหวินจิ้งพลันเกิดความรู้สึกวิกฤตขึ้นมาเช่นกัน
ทว่านางไม่ได้กังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเย่ว์ฟานกับซูชิงหว่าน แต่นางกังวลเรื่อง "ภัยคุกคาม" จากตัวเย่ว์ฟานเอง
แม้กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลจะฝึกฝนไม่ได้มานับหมื่นปีแล้ว แต่เมื่อหมื่นปีก่อน มันถูกขนานนามว่าเป็นกายศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่ง กายาไร้เทียมทาน หากฝึกจนสำเร็จบริบูรณ์ก็สามารถต่อกรกับจักรพรรดิได้
หากเย่ว์ฟานสามารถฝืนลิขิตเปลี่ยนชะตาได้จริงๆ สำหรับพวกนางแล้ว มันจะเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงนัก
ไม่ได้การ... ต้องหาวิธีสะกดมันไว้ให้ได้!
"ท่านแม่ ท่านว่าข้าควรทำอย่างไรดี?"
ซูชิงหว่านกระวนกระวายใจ นางรู้สึกว่าเย่ว์ฟานกำลังหลุดลอยจากการควบคุมไปทีละนิด ซึ่งเป็นความรู้สึกที่นางเกลียดที่สุด
หากเย่ว์ฟานคือว่าว เส้นป่านเส้นนี้ต้องอยู่ในมือนางอย่างแน่นหนาเท่านั้น
"ทำอย่างไรน่ะรึ?"
"ง่ายมาก เจ้าก็แค่หย่ากับเขาซะ!"
"แม่บอกเจ้าตั้งนานแล้วว่าเขาไม่คู่ควรกับเจ้า"
"ในเมื่อตอนนี้เขาไปพัวพันกับสตรีศักดิ์สิทธิ์จนไม่เห็นหัวเจ้า เจ้าก็ยิ่งควรจะตัดไฟแต่ต้นลม"
"รอหลังจากหย่าขาดกันแล้ว แม่จะหาโอกาสแก้แค้นให้เจ้าเอง!"
ฉินเหวินจิ้งดูแคลนเย่ว์ฟานมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เริ่มแรกนางก็รังเกียจที่เขาเป็นเด็กกำพร้า มีอาจารย์เป็นเพียงผู้อาวุโสธรรมดาของยอดเขายาวกวง ฐานะไม่คู่ควรกันเลยสักนิด
ก่อนจะตกลงเป็นคู่บำเพ็ญ นางพยายามขัดขวางสารพัดแต่ก็แพ้ความดื้อรั้นของซูชิงหว่าน หลังแต่งงานแม้นางจะจำใจยอมรับ แต่ก็ยังรังเกียจเย่ว์ฟานอย่างยิ่ง ทั้งจิกกัด ถากถาง และคอยยุยงให้ทั้งคู่หย่ากันอยู่เสมอ
ยามนี้ซูชิงหว่านเซ็นหนังสือหย่าไว้แล้ว นางเพียงแค่ไปเอามาจากมือเย่ว์ฟาน เรื่องยุ่งยากใจนี้ก็จะจบสิ้นลงเสียที
"ไม่!"
"ข้าจะไม่มีวันหย่ากับเย่ว์ฟานเด็ดขาด!"
"ตอนมีชีวิตเขาเป็นคนของข้า ตายไปเขาก็ต้องเป็นผีของข้า"
"ข้ากับเขาจะไม่มีวันพรากจากกันชั่วนิรันดร์!"
ซูชิงหว่านใบหน้าเย็นชา น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง
นางรักเย่ว์ฟานจริงๆ เพียงแต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา ความรักนั้นแปรเปลี่ยนไป จากความยินยอมพร้อมใจ กลายเป็นความต้องการครอบครองและควบคุมอย่างบ้าคลั่ง
แม้ว่านางจะเข้าใกล้ลูกพี่ลูกน้องเพราะผลประโยชน์ของตระกูลและความปรารถนาส่วนตัว แต่ใจนางไม่มีวันปล่อยเย่ว์ฟานไปเด็ดขาด ความรู้สึกขัดแย้งนี้ทำให้ภายในใจของนางเต็มไปด้วยการต่อสู้และดิ้นรนที่เจ็บปวด
ท่าทีของซูชิงหว่านทำให้ฉินเหวินจิ้งปวดหัวเหลือเกิน หากไม่เป็นเช่นนี้ นางคงไม่ต้องวางแผนซับซ้อนหลอกให้ลูกสาวเซ็นหนังสือหย่าแต่แรก ยามนี้ทำได้เพียงหาทางเอาหนังสือหย่ามาจากมือเย่ว์ฟานก่อน แล้วค่อยๆ ทำลายความยึดติดในใจซูชิงหว่านลงทีละน้อย
"ถ้าเช่นนั้น ก็เหลือเพียงวิธีเดียว!"
"เขาไม่ได้ส่งหนังสือท้าประลองให้เจ้าหรอกหรือ?"
"งั้นในวันนัดหมาย เจ้าจงบดขยี้ร่างกายของเขา ทำลายจิตวิญญาณของเขา ให้เขาสยบแทบเท้าและไม่กล้าขัดขืนเจตนารมณ์ของเจ้าอีกตลอดกาล!"
คำพูดของฉินเหวินจิ้งทำให้ดวงตาของซูชิงหว่านเป็นประกายขึ้นมา
"ท่านแม่ ท่านพูดถูกแล้ว"
"ที่เขาบังอาจส่งหนังสือท้าประลองให้ข้า ก็เพราะได้รับความเมตตาจากจี้ชิงเฉินจนฝึกฝนได้แล้วไม่ใช่หรือ?"
"แต่กายศักดิ์สิทธิ์ของเขามีพันธนาการถึงสิบชั้น ต่อให้โชคดีปลดได้ชั้นหนึ่ง ก็ยังเทียบกับข้าไม่ได้อยู่ดี"
"ในวันประลอง ข้าจะลงมือสยบเขาด้วยตัวเอง ให้เขาตื่นจากความฝันและไม่กล้ามีความคิดแผลงๆ อีก!"
ซูชิงหว่านยิ่งคิดยิ่งตื่นเต้น นางไม่มีวันยอมให้เย่ว์ฟานจากไป และไม่ยอมให้เขาไปยุ่งกับหญิงอื่น ขอเพียงบดขยี้เขาให้กลับสู่โลกความเป็นจริง เขาคงจะยอมอยู่ข้างกายนาอย่างว่าง่าย และเป็นพ่อบ้านที่แสนดีเหมือนเดิมสินะ!
...
ยามนี้เย่ว์ฟานไม่ได้ล่วงรู้บทสนทนาระหว่างสองแม่ลูกเลย
เขากำลังทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักในห้องฝึกชีพจรดิน
ฟึ่บ!
เย่ว์ฟานยื่นมือออกไปหยิบ กระบี่หักประหารเซียน ออกมาจากแหวนมิติตลับ
"กระบี่เล่มนี้มีความพิเศษอย่างไรกันแน่?" เย่ว์ฟานสงสัยในใจ
ทันใดนั้น แสงสีเลือดบนร่างศพหญิงชุดแดงในส่วนลึกของหัวใจพลันสว่างวาบขึ้น แปรรูปเป็นอักขระเทวะคำว่า "สังหาร"
อักขระ "สังหาร" พุ่งออกมาประทับลงบนฝ่ามือขวาของเขา ทันทีที่มันสัมผัสกับกระบี่หักประหารเซียน ตัวกระบี่ก็พลันสว่างโชติช่วง แสงกระบี่เจิดจ้าอาบไล้ไปทั่วห้องฝึกฝน
รังสีฆ่าฟันอันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกมา เย็นเยียบและดุดันจนชวนให้ขนลุกซู่ แสงกระบี่และไอสังหารขับเน้นให้เย่ว์ฟานดูราวกับเทพแห่งการสังหารจุติลงมาเพื่อเข่นฆ่าโลกมนุษย์
"วิชากระบี่เก้าสังหาร!"
เคล็ดวิชากระบี่อันลึกลับถูกส่งผ่านจากกระบี่หักเข้าสู่สมองของเย่ว์ฟานทันที เขาเข้าใจแจ้งในพริบตาจึงกุมกระบี่แล้วฟาดฟันออกไป
"กระบี่สังหารฉับพลัน!"
เพลงกระบี่นี้รวดเร็วถึงขีดสุด ประดุจสายฟ้าฟาดในความมืดมิด ทิ้งรอยแยกดิ่งลึกไว้บนผนังห้องฝึกฝน
"เป็นเพลงกระบี่ที่เร็วมาก!"
เย่ว์ฟานตกใจเมื่อมองรอยกระบี่บนผนัง นี่เป็นเพียงการฟันแบบธรรมดาที่เขายังไม่ได้กระตุ้นกายศักดิ์สิทธิ์หรือใช้ปราณสีทองเลย หากทุ่มสุดตัว ย่อมสามารถตัดเหล็กกล้าและปลิดชีพคนได้ในพริบตา นี่เป็นเพียงกระบวนท่าแรกของวิชากระบี่เก้าสังหารเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าวิชานี้แข็งแกร่งและน่ากลัวเพียงใด
"เอาใหม่!"
เย่ว์ฟานใจร้อนรุ่ม อยากจะตีเหล็กตอนร้อนจึงฝึกฝนต่อทันที เขารู้ดีว่า "โลภมากมักลาภหาย" จึงไม่รีบร้อนฝึกท่าอื่น แต่ทุ่มเทสมาธิไปที่การฝึก "กระบี่สังหารฉับพลัน" เพียงท่าเดียว
ภายในห้องฝึกฝน แสงกระบี่วูบวาบราวสายฟ้า ไอสังหารแผ่กระจายไปทั่ว หลักการของท่านี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือคำว่า "เร็ว!"
วรยุทธ์ใต้หล้า ตัดสินกันที่ความเร็ว ความเร็วที่ถึงขีดสุดบวกกับความคมกริบของกระบี่ประหารเซียน ทำให้กระบวนท่านี้ทรงอานุภาพยิ่งนัก รอยกระบี่บนผนังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกรอยราบเรียบและลึกซึ้ง หากโดนเข้าที่ตัวคน ผลลัพธ์คงเกินจะจินตนาการ
กระบี่ประหารเซียน! อักขระเทวะสังหาร! วิชากระบี่เก้าสังหาร!
เย่ว์ฟานจมดิ่งอยู่กับการฝึกด้วยความตื่นเต้น เวลาผ่านไปเนิ่นนานเขาจึงหยุดพักและใช้ อักขระเทวะ "กลืนกิน" ดูดซับปราณเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
'ของที่ศพหญิงชุดแดงเป็นคนเลือกให้ ย่อมไม่ใช่ของธรรมดาจริงๆ'
'ครั้งนี้ข้าใช้หินวิญญาณเพียงสามหมื่นก้อนก็ได้กระบี่เล่มนี้มา ช่างคุ้มค่ามหาศาลนัก'
'แม้จะเป็นกระบี่หัก แต่ย่อมเหนือกว่าศัสตราวิญญาณทั่วไป อย่างน้อยก็น่าจะเทียบเท่าศัสตราเต๋า หรืออาจจะสูงกว่านั้น!'
'เมื่อมีกระบี่เล่มนี้ พลังของข้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว!'
ดวงตาของเย่ว์ฟานเป็นประกาย รู้สึกยินดีกับการ "เก็บของดี" ในราคาถูกครั้งนี้ และยิ่งเชื่อมั่นในศพหญิงชุดแดงในใจมากขึ้น
ฉัวะ!
ทว่าในขณะที่เย่ว์ฟานกำลังตื่นเต้นอยู่นั้น แสงเย็นเยียบที่เปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่าพลันสว่างวาบขึ้นจากมุมมืด พุ่งตรงเข้าหาแผ่นหลังของเย่ว์ฟานหมายจะสังหารในคราเดียว!