เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 อักขระเทวะ "สังหาร"

บทที่ 14 อักขระเทวะ "สังหาร"

บทที่ 14 อักขระเทวะ "สังหาร"


เรือนหลันถิง

หลังจากซูชิงหว่านเดินออกจากเรือนชิงเฟิง นางก็มุ่งตรงมาหาผู้เป็นมารดาเพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่หอหมื่นสมบัติรวมถึงเรื่องของจี้ชิงเฉินให้ฟัง

"เจ้าว่าอะไรนะ?"

"ไอ้ขยะเย่ว์ฟานนั่นไปประจบสอพลอสตรีศักดิ์สิทธิ์จนได้ดิบได้ดีงั้นรึ? แถมยังทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้วด้วย?"

"เป็นไปได้อย่างไร!"

ฉินเหวินจิ้งเบิกตากว้าง ใบหน้าสะสวยฉายแววไม่อยากจะเชื่อ

จี้ชิงเฉินนั้นอยู่สูงส่งประดุจพญาหงส์บนฟากฟ้า ส่วนเย่ว์ฟานต่ำต้อยประดุจมดปลวกที่ไร้ค่า ทั้งสองต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่ควรจะมีจุดบรรจบกันได้เลย

แล้วเย่ว์ฟานไปรู้จักกับจี้ชิงเฉินได้อย่างไร? แถมยังได้รับความเมตตาจากนางอีก?

จี้ชิงเฉินครอบครองกายปทุมโกลาหล เป็นอัจฉริยะกายจักรพรรดิ ทั้งยังเลิศล้ำทั้งทางโอสถและวรยุทธ์ แม้กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลจะถูกสวรรค์สาปแช่งจนฝึกฝนไม่ได้ แต่หากมีจี้ชิงเฉินคอยช่วยเหลือ ก็ใช่ว่าจะปลดพันธนาการสักชั้นสองชั้นไม่ได้

ในใจของฉินเหวินจิ้งพลันเกิดความรู้สึกวิกฤตขึ้นมาเช่นกัน

ทว่านางไม่ได้กังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเย่ว์ฟานกับซูชิงหว่าน แต่นางกังวลเรื่อง "ภัยคุกคาม" จากตัวเย่ว์ฟานเอง

แม้กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลจะฝึกฝนไม่ได้มานับหมื่นปีแล้ว แต่เมื่อหมื่นปีก่อน มันถูกขนานนามว่าเป็นกายศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่ง กายาไร้เทียมทาน หากฝึกจนสำเร็จบริบูรณ์ก็สามารถต่อกรกับจักรพรรดิได้

หากเย่ว์ฟานสามารถฝืนลิขิตเปลี่ยนชะตาได้จริงๆ สำหรับพวกนางแล้ว มันจะเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงนัก

ไม่ได้การ... ต้องหาวิธีสะกดมันไว้ให้ได้!

"ท่านแม่ ท่านว่าข้าควรทำอย่างไรดี?"

ซูชิงหว่านกระวนกระวายใจ นางรู้สึกว่าเย่ว์ฟานกำลังหลุดลอยจากการควบคุมไปทีละนิด ซึ่งเป็นความรู้สึกที่นางเกลียดที่สุด

หากเย่ว์ฟานคือว่าว เส้นป่านเส้นนี้ต้องอยู่ในมือนางอย่างแน่นหนาเท่านั้น

"ทำอย่างไรน่ะรึ?"

"ง่ายมาก เจ้าก็แค่หย่ากับเขาซะ!"

"แม่บอกเจ้าตั้งนานแล้วว่าเขาไม่คู่ควรกับเจ้า"

"ในเมื่อตอนนี้เขาไปพัวพันกับสตรีศักดิ์สิทธิ์จนไม่เห็นหัวเจ้า เจ้าก็ยิ่งควรจะตัดไฟแต่ต้นลม"

"รอหลังจากหย่าขาดกันแล้ว แม่จะหาโอกาสแก้แค้นให้เจ้าเอง!"

ฉินเหวินจิ้งดูแคลนเย่ว์ฟานมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เริ่มแรกนางก็รังเกียจที่เขาเป็นเด็กกำพร้า มีอาจารย์เป็นเพียงผู้อาวุโสธรรมดาของยอดเขายาวกวง ฐานะไม่คู่ควรกันเลยสักนิด

ก่อนจะตกลงเป็นคู่บำเพ็ญ นางพยายามขัดขวางสารพัดแต่ก็แพ้ความดื้อรั้นของซูชิงหว่าน หลังแต่งงานแม้นางจะจำใจยอมรับ แต่ก็ยังรังเกียจเย่ว์ฟานอย่างยิ่ง ทั้งจิกกัด ถากถาง และคอยยุยงให้ทั้งคู่หย่ากันอยู่เสมอ

ยามนี้ซูชิงหว่านเซ็นหนังสือหย่าไว้แล้ว นางเพียงแค่ไปเอามาจากมือเย่ว์ฟาน เรื่องยุ่งยากใจนี้ก็จะจบสิ้นลงเสียที

"ไม่!"

"ข้าจะไม่มีวันหย่ากับเย่ว์ฟานเด็ดขาด!"

"ตอนมีชีวิตเขาเป็นคนของข้า ตายไปเขาก็ต้องเป็นผีของข้า"

"ข้ากับเขาจะไม่มีวันพรากจากกันชั่วนิรันดร์!"

ซูชิงหว่านใบหน้าเย็นชา น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง

นางรักเย่ว์ฟานจริงๆ เพียงแต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา ความรักนั้นแปรเปลี่ยนไป จากความยินยอมพร้อมใจ กลายเป็นความต้องการครอบครองและควบคุมอย่างบ้าคลั่ง

แม้ว่านางจะเข้าใกล้ลูกพี่ลูกน้องเพราะผลประโยชน์ของตระกูลและความปรารถนาส่วนตัว แต่ใจนางไม่มีวันปล่อยเย่ว์ฟานไปเด็ดขาด ความรู้สึกขัดแย้งนี้ทำให้ภายในใจของนางเต็มไปด้วยการต่อสู้และดิ้นรนที่เจ็บปวด

ท่าทีของซูชิงหว่านทำให้ฉินเหวินจิ้งปวดหัวเหลือเกิน หากไม่เป็นเช่นนี้ นางคงไม่ต้องวางแผนซับซ้อนหลอกให้ลูกสาวเซ็นหนังสือหย่าแต่แรก ยามนี้ทำได้เพียงหาทางเอาหนังสือหย่ามาจากมือเย่ว์ฟานก่อน แล้วค่อยๆ ทำลายความยึดติดในใจซูชิงหว่านลงทีละน้อย

"ถ้าเช่นนั้น ก็เหลือเพียงวิธีเดียว!"

"เขาไม่ได้ส่งหนังสือท้าประลองให้เจ้าหรอกหรือ?"

"งั้นในวันนัดหมาย เจ้าจงบดขยี้ร่างกายของเขา ทำลายจิตวิญญาณของเขา ให้เขาสยบแทบเท้าและไม่กล้าขัดขืนเจตนารมณ์ของเจ้าอีกตลอดกาล!"

คำพูดของฉินเหวินจิ้งทำให้ดวงตาของซูชิงหว่านเป็นประกายขึ้นมา

"ท่านแม่ ท่านพูดถูกแล้ว"

"ที่เขาบังอาจส่งหนังสือท้าประลองให้ข้า ก็เพราะได้รับความเมตตาจากจี้ชิงเฉินจนฝึกฝนได้แล้วไม่ใช่หรือ?"

"แต่กายศักดิ์สิทธิ์ของเขามีพันธนาการถึงสิบชั้น ต่อให้โชคดีปลดได้ชั้นหนึ่ง ก็ยังเทียบกับข้าไม่ได้อยู่ดี"

"ในวันประลอง ข้าจะลงมือสยบเขาด้วยตัวเอง ให้เขาตื่นจากความฝันและไม่กล้ามีความคิดแผลงๆ อีก!"

ซูชิงหว่านยิ่งคิดยิ่งตื่นเต้น นางไม่มีวันยอมให้เย่ว์ฟานจากไป และไม่ยอมให้เขาไปยุ่งกับหญิงอื่น ขอเพียงบดขยี้เขาให้กลับสู่โลกความเป็นจริง เขาคงจะยอมอยู่ข้างกายนาอย่างว่าง่าย และเป็นพ่อบ้านที่แสนดีเหมือนเดิมสินะ!

...

ยามนี้เย่ว์ฟานไม่ได้ล่วงรู้บทสนทนาระหว่างสองแม่ลูกเลย

เขากำลังทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักในห้องฝึกชีพจรดิน

ฟึ่บ!

เย่ว์ฟานยื่นมือออกไปหยิบ กระบี่หักประหารเซียน ออกมาจากแหวนมิติตลับ

"กระบี่เล่มนี้มีความพิเศษอย่างไรกันแน่?" เย่ว์ฟานสงสัยในใจ

ทันใดนั้น แสงสีเลือดบนร่างศพหญิงชุดแดงในส่วนลึกของหัวใจพลันสว่างวาบขึ้น แปรรูปเป็นอักขระเทวะคำว่า "สังหาร" 

อักขระ "สังหาร" พุ่งออกมาประทับลงบนฝ่ามือขวาของเขา ทันทีที่มันสัมผัสกับกระบี่หักประหารเซียน ตัวกระบี่ก็พลันสว่างโชติช่วง แสงกระบี่เจิดจ้าอาบไล้ไปทั่วห้องฝึกฝน

รังสีฆ่าฟันอันน่าสะพรึงกลัวปะทุออกมา เย็นเยียบและดุดันจนชวนให้ขนลุกซู่ แสงกระบี่และไอสังหารขับเน้นให้เย่ว์ฟานดูราวกับเทพแห่งการสังหารจุติลงมาเพื่อเข่นฆ่าโลกมนุษย์

"วิชากระบี่เก้าสังหาร!"

เคล็ดวิชากระบี่อันลึกลับถูกส่งผ่านจากกระบี่หักเข้าสู่สมองของเย่ว์ฟานทันที เขาเข้าใจแจ้งในพริบตาจึงกุมกระบี่แล้วฟาดฟันออกไป

"กระบี่สังหารฉับพลัน!"

เพลงกระบี่นี้รวดเร็วถึงขีดสุด ประดุจสายฟ้าฟาดในความมืดมิด ทิ้งรอยแยกดิ่งลึกไว้บนผนังห้องฝึกฝน

"เป็นเพลงกระบี่ที่เร็วมาก!"

เย่ว์ฟานตกใจเมื่อมองรอยกระบี่บนผนัง นี่เป็นเพียงการฟันแบบธรรมดาที่เขายังไม่ได้กระตุ้นกายศักดิ์สิทธิ์หรือใช้ปราณสีทองเลย หากทุ่มสุดตัว ย่อมสามารถตัดเหล็กกล้าและปลิดชีพคนได้ในพริบตา นี่เป็นเพียงกระบวนท่าแรกของวิชากระบี่เก้าสังหารเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าวิชานี้แข็งแกร่งและน่ากลัวเพียงใด

"เอาใหม่!"

เย่ว์ฟานใจร้อนรุ่ม อยากจะตีเหล็กตอนร้อนจึงฝึกฝนต่อทันที เขารู้ดีว่า "โลภมากมักลาภหาย" จึงไม่รีบร้อนฝึกท่าอื่น แต่ทุ่มเทสมาธิไปที่การฝึก "กระบี่สังหารฉับพลัน" เพียงท่าเดียว

ภายในห้องฝึกฝน แสงกระบี่วูบวาบราวสายฟ้า ไอสังหารแผ่กระจายไปทั่ว หลักการของท่านี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือคำว่า "เร็ว!"

วรยุทธ์ใต้หล้า ตัดสินกันที่ความเร็ว ความเร็วที่ถึงขีดสุดบวกกับความคมกริบของกระบี่ประหารเซียน ทำให้กระบวนท่านี้ทรงอานุภาพยิ่งนัก รอยกระบี่บนผนังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกรอยราบเรียบและลึกซึ้ง หากโดนเข้าที่ตัวคน ผลลัพธ์คงเกินจะจินตนาการ

กระบี่ประหารเซียน! อักขระเทวะสังหาร! วิชากระบี่เก้าสังหาร!

เย่ว์ฟานจมดิ่งอยู่กับการฝึกด้วยความตื่นเต้น เวลาผ่านไปเนิ่นนานเขาจึงหยุดพักและใช้ อักขระเทวะ "กลืนกิน" ดูดซับปราณเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

'ของที่ศพหญิงชุดแดงเป็นคนเลือกให้ ย่อมไม่ใช่ของธรรมดาจริงๆ'

'ครั้งนี้ข้าใช้หินวิญญาณเพียงสามหมื่นก้อนก็ได้กระบี่เล่มนี้มา ช่างคุ้มค่ามหาศาลนัก'

'แม้จะเป็นกระบี่หัก แต่ย่อมเหนือกว่าศัสตราวิญญาณทั่วไป อย่างน้อยก็น่าจะเทียบเท่าศัสตราเต๋า หรืออาจจะสูงกว่านั้น!'

'เมื่อมีกระบี่เล่มนี้ พลังของข้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว!'

ดวงตาของเย่ว์ฟานเป็นประกาย รู้สึกยินดีกับการ "เก็บของดี" ในราคาถูกครั้งนี้ และยิ่งเชื่อมั่นในศพหญิงชุดแดงในใจมากขึ้น

ฉัวะ!

ทว่าในขณะที่เย่ว์ฟานกำลังตื่นเต้นอยู่นั้น แสงเย็นเยียบที่เปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่าพลันสว่างวาบขึ้นจากมุมมืด พุ่งตรงเข้าหาแผ่นหลังของเย่ว์ฟานหมายจะสังหารในคราเดียว!

จบบทที่ บทที่ 14 อักขระเทวะ "สังหาร"

คัดลอกลิงก์แล้ว