เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ศัตรูคู่แค้นทางเดินแคบ

บทที่ 10 ศัตรูคู่แค้นทางเดินแคบ

บทที่ 10 ศัตรูคู่แค้นทางเดินแคบ


ในตอนนั้นเอง ฉินฉางชิงก็สังเกตเห็นเย่ว์ฟานและหลี่ชิงซาน ดวงตาของเขาพลันวาววับก่อนจะเดินวางท่าเข้ามาหา

"เย่ว์ฟาน พวกเรานี่ช่างมีวาสนาต่อกันจริงนะ ขนาดมาที่นี่ยังอุตส่าห์ได้เจอกัน!"

ฉินฉางชิงแสยะยิ้มจอมปลอม เดินเข้ามาด้วยเจตนาที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง

การประลองที่เรือนหลันถิงเขาก็พ่ายแพ้

ที่เรือนชิงเฟิงเขาก็ถูกหมัดเดียวจนบาดเจ็บ

ความพ่ายแพ้ทั้งสองครั้งไม่เพียงแต่ทำให้เขาบาดเจ็บหนัก แต่ยังทำให้เขาเสียหน้าอย่างรุนแรง

หากวัดกันที่ภูมิหลัง เขาเป็นถึงบุตรชายเจ้าสำนักยอดเขาเทียนซู ส่วนเย่ว์ฟานเป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้พ่อขาดแม่

หากวัดกันที่พรสวรรค์ เขาครอบครองกายจักพรรดิอหังการ ในขณะที่กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลของเย่ว์ฟานถูกสวรรค์และโลกสาปแช่ง

หากวัดกันที่พลังฝีมือ เขาเป็นยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานระดับที่หก ส่วนเย่ว์ฟานเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานมาหมาดๆ

หากวัดกันที่ฐานะ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของซูชิงหว่าน ทั้งยังเป็นศิษย์ในของยอดเขายาวกวง ส่วนเย่ว์ฟานเป็นเพียงคู่บำเพ็ญขยะที่เกาะสตรีสกิน

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เขาก็สามารถบดขยี้เย่ว์ฟานได้ทุกประตู

ก่อนหน้านี้ เขาอาศัยอำนาจของบิดาและการสนับสนุนจากท่านอา จนสามารถใกล้ชิดซูชิงหว่านและพิชิตใจนางได้สำเร็จ สิ่งนี้ทำให้เขายิ่งลำพองใจ และยิ่งดูแคลนเย่ว์ฟานที่เป็นเพียงคู่บำเพ็ญขยะกินข้าวแดงมากขึ้นไปอีก

ทว่าเขาไม่นึกไม่ฝันเลย ว่าตนเองจะถูกเจ้าขยะนี่ลงมือทำร้าย แถมยังเป็นถึงสองครั้ง!

นั่นทำให้โทสะในใจเขาเดือดพล่านและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น นับตั้งแต่เดินออกจากเรือนชิงเฟิง ใจเขาก็สุมไปด้วยไฟแค้น สองวันที่ผ่านมาเขายังมัวแต่คิดหาวิธีแก้แค้นอยู่เลย ยามนี้ศัตรูมาเผชิญหน้ากัน ย่อมเกิดอาการตาแดงเดือดด้วยความพยาบาท!

"วันนี้ออกจากบ้านสงสัยไม่ได้ดูฤกษ์ดูยาม ถึงได้มาเจอหมาตัวหนึ่ง!"

เย่ว์ฟานหัวเราะเบาๆ นำคำพูดที่ฉินฉางชิงเคยใช้มาตอกกลับคืนไป

เป็นไปตามคาด เมื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินฉางชิงก็หายวับไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนลงทันที

"เย่ว์ฟาน เจ้าไม่รู้ตัวหรือว่าเจ้ากำลังหาที่ตาย!"

"ในสายตาข้า เจ้ามันยิ่งกว่าสุนัขเสียอีก เป็นเพียงแมลงเหม็นๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น"

"ข้าใช้เพียงนิ้วเดียว ก็สามารถบี้เจ้าให้ตายได้อย่างง่ายดาย"

"รู้ไหมว่าเป็นเพราะอะไร?"

"เพราะกำเนิดของข้ากับเจ้านั้นต่างกัน ข้าสูงส่ง ส่วนเจ้าต่ำต้อย ข้ามีคนคอยหนุนหลังมากมาย แต่เจ้าไม่มีอะไรเลย!"

ฉินฉางชิงเชิดหน้ามองเย่ว์ฟานด้วยท่าทางโอหัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอวดดี หากไม่ใช่เพราะเกรงใจน้องหญิง เขาคงฆ่าเย่ว์ฟานทิ้งไปนานแล้ว ด้วยฐานะและสถานะของเขา การจะฆ่าขยะตัวหนึ่งทิ้งย่อมเป็นเรื่องง่ายดายเพียงชั่วพริบตา

"สูงส่งรึ?"

เย่ว์ฟานหัวเราะ

"หากเจ้าสูงส่งจริงๆ ทำไมไม่ไปแก่งแย่งชิงดีที่ยอดเขาเทียนซู แต่กลับวิ่งมาวางอำนาจบาตรใหญ่ที่ยอดเขายาวกวงล่ะ?"

"ข้าได้ยินว่าเจ้ายังมีพี่ชายคนหนึ่งและน้องสาวอีกคน ซึ่งทั้งคู่ล้วนโดดเด่นกว่าเจ้ามากนัก"

"เจ้าคงเป็นพวกไม่ได้รับการยอมรับที่ยอดเขาเทียนซู ถึงได้ถ่อมาที่ยอดเขายาวกวงเพื่อรับคำประจบสอพลอจากคนอื่น เพื่อเติมเต็มความภาคภูมิใจอันต่ำต้อยของตัวเองสินะ!"

คำพูดของเย่ว์ฟาน ทิ่มแทงใจดำทุกคำ

ใบหน้าของฉินฉางชิงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ เพราะคำพูดของเย่ว์ฟานนั้นจี้เข้าที่จุดอ่อนของเขาอย่างแรง

ยอดเขาเทียนซูคืออันดับหนึ่งในเจ็ดยอดเขา ส่วนยอดเขายาวกวงเป็นเพียงอันดับสุดท้าย ที่เขามาที่นี่ก็เพราะสู้พี่น้องของตัวเองไม่ได้ จึงหนีมาหาตัวตนที่ยอดเขายาวกวง

ในยอดเขายาวกวงแห่งนี้ เขาไม่เพียงแต่ได้รับการยกยอจากเหล่าศิษย์ แต่ยังได้รับความเมตตาจากท่านอา และยังพิชิตใจซูชิงหว่านได้อีกด้วย เรื่องราวเหล่านี้ล้วนช่วยตอบสนองความทะเยอทะยานอันว่างเปล่าของเขาได้อย่างดีเยี่ยม แต่ตอนนี้ คำพูดของเย่ว์ฟานกลับกระชากหน้ากากความจอมปลอมนั้นออกมา

"ดี! ดีมาก! ดีจริงๆ!"

"เย่ว์ฟาน เจ้าขยะ บังอาจมาหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้"

"ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า ปากของเจ้านั้นจะนำพาหายนะมาสู่ตัวเจ้าและคนรอบข้างอย่างไร!"

ดวงตาของฉินฉางชิงลุกเป็นไฟ ทุกคำพูดแฝงไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างรุนแรง และเขายังเบนสายตาไปจดจ้องที่หลี่ชิงซาน เป็นการข่มขู่ที่ชัดเจนที่สุด

"ก็แค่เจ้าน่ะรึ?"

เย่ว์ฟานแค่นเสียงเย็นชาพลางส่ายหน้า

เขามีพลังขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว ย่อมไม่เกรงกลัวฉินฉางชิงที่อยู่ระดับที่หกเลยแม้แต่น้อย หมัดที่เรือนชิงเฟิงก่อนหน้านี้ ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของเขาได้เป็นอย่างดี

"เกิดอะไรขึ้น?"

"หอหมื่นสมบัติมีกฎ ห้ามมิให้ผู้ใดลงมือที่นี่ ใครบังอาจมาก่อเรื่อง?"

ในตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนท่าทางน่าเกรงขามคนหนึ่งแหวกฝูงชนเข้ามา และเดินตรงเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคง

เมื่อเห็นชายวัยกลางคนผู้นี้ ฉินฉางชิงก็ดวงตาเป็นประกายทันที

"ผู้ดูแลจู ข้าฉินฉางชิงเอง"

"คนสองคนนี้ด่าทอข้าต่อหน้าสาธารณชน ท่าทางจองหองอวดดีถึงที่สุด รบกวนท่านช่วยทวงความเป็นธรรมให้ข้าด้วย!"

ชายวัยกลางคนผู้นี้แซ่จู เป็นผู้ดูแลคนหนึ่งของหอหมื่นสมบัติ ยามนี้เขากวาดสายตามองคนทั้งสาม

เมื่อมองไปยังเย่ว์ฟานและหลี่ชิงซาน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส แต่เมื่อสายตาหยุดอยู่ที่ฉินฉางชิง ท่าทีกลับเปลี่ยนเป็นนอบน้อมในทันที อย่างไรเสียฉินฉางชิงก็เป็นถึงบุตรชายเจ้าสำนักยอดเขาเทียนซู ฐานะและภูมิหลังย่อมไม่ธรรมดา

"ที่แท้ก็คุณชายฉินนี่เอง!"

"ท่านวางใจเถอะ หอหมื่นสมบัติเป็นสถานที่ที่ยึดถือระเบียบ ข้าจะให้คำตอบที่น่าพอใจแก่ท่านแน่นอน"

ผู้ดูแลจูค่อมตัวประจบประแจง แววตาเต็มไปด้วยการประจบสอพลอ เขาหันขวับไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นดุดันทันควัน

"พวกเจ้าสองคนช่างขวัญกล้านัก บังอาจมาก่อเรื่องในหอหมื่นสมบัติ ทั้งยังกล้าด่าทอคุณชายฉินต่อหน้าผู้คน ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ!"

"ตอนนี้จงรีบขอขมาคุณชายฉินเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นข้าจะขับไล่พวกเจ้าออกไป!"

ผู้ดูแลจูตวาดเสียงแข็ง แววตาฉายแววข่มขู่

"ทำไมพวกเราต้องขอโทษด้วย?"

"เห็นชัดๆ ว่าเขาเป็นคนหาเรื่องก่อน ถ้าจะไล่ก็ควรจะไล่เขา!"

เย่ว์ฟานยังไม่ทันได้อ้าปาก หลี่ชิงซานที่อยู่ข้างๆ ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป แม้เขาจะกำเนิดจากครอบครัวยากไร้ แต่เขามีสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเย่ว์ฟาน เขารู้เรื่องของฉินฉางชิงกับซูชิงหว่านมานานแล้ว เมื่อเห็นฉินฉางชิงมาวางอำนาจเช่นนี้ โทสะในใจจึงพุ่งปรี๊ด

"ทำไมรึ?"

ผู้ดูแลจูมองด้วยสายตาเยาะหยัน

"ก็เพราะคุณชายฉินเป็นถึงบุตรชายเจ้าสำนักยอดเขาเทียนซู ท่านฐานะสูงส่ง มีหรือจะมาใส่ความพวกเจ้า?"

"กลับกันเป็นพวกเจ้าเองที่พูดจาเหลวไหล ไม่รู้จักสำนึกผิด แถมยังบังอาจใส่ร้ายคุณชายฉิน ช่างหาที่ตายจริงๆ!"

"ถ้าพวกเจ้ายังรู้จักที่ต่ำที่สูง ก็รีบขอโทษเสีย มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!"

ผู้ดูแลจูช่างเป็นคนตาต่ำยกย่องคนรวย เขาทั้งประจบฉินฉางชิงและข่มขู่เย่ว์ฟานกับหลี่ชิงซานไปพร้อมๆ กัน

ยามนี้บนใบหน้าของฉินฉางชิงปรากฏรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโอหัง

"เย่ว์ฟาน ข้าเคยบอกแล้วไงว่าข้าสูงส่ง ส่วนเจ้าต่ำต้อย พวกเราอยู่คนละระดับกันเลย"

"ข้าใช้เพียงคำพูดเดียวก็ทำให้เจ้าไสหัวออกไปได้ แล้วเจ้าล่ะ? ตอนนี้จะทำอย่างไรได้!"

ฉินฉางชิงมองเย่ว์ฟานด้วยสายตาหยิ่งผยอง ราวกับกำลังก้มมองมดปลวกที่ต่ำต้อย เขาไม่จำเป็นต้องลงมือเองด้วยซ้ำ เพียงแค่ขยับปาก ก็เพียงพอจะทำให้เย่ว์ฟานตกที่นั่งลำบากแล้ว นี่แหละคือความต่างระหว่างพวกเขา!

ในขณะที่หลี่ชิงซานยังคงพยายามโต้เถียงเพื่อความเป็นธรรม แต่ด้วยสถานะที่ต่ำต้อย มีหรือผู้ดูแลจูจะสนใจคำพูดของเขา กลับยิ่งรู้สึกรำคาญมากขึ้นไปอีก

"ในเมื่อพวกเจ้ายังดื้อรั้น เช่นนั้นก็อย่ามาโทษข้าแล้วกัน!"

"หอหมื่นสมบัติไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะมาอาละวาดได้ ไสหัวออกไปให้หมด!"

แววตาของผู้ดูแลจูฉายแววอำมหิต พลังกดดันอันแข็งแกร่งระเบิดออกมาจากร่าง เขาเตรียมจะลงมือโยนเย่ว์ฟานและหลี่ชิงซานออกไปด้วยตัวเอง

ในวินาทีนั้นเอง น้ำเสียงเย็นเยียบสายหนึ่งก็พลันดังขึ้น

"ใครบังอาจไล่เขาออกไป?"

จบบทที่ บทที่ 10 ศัตรูคู่แค้นทางเดินแคบ

คัดลอกลิงก์แล้ว