- หน้าแรก
- หลังจากบรรลุกายศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดินีผู้นั้นกลับไล่ตามง้อข้าแทบเป็นแทบตาย
- บทที่ 8 ผู้มีคุณธรรมมักมาจากชนชั้นล่าง
บทที่ 8 ผู้มีคุณธรรมมักมาจากชนชั้นล่าง
บทที่ 8 ผู้มีคุณธรรมมักมาจากชนชั้นล่าง
"อา... มือของข้า!"
เสียงร้องโหยหวนดังออกจากปากของฉินฉางชิง ชวนให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ยามนี้จิตใจของซูชิงหว่านจดจ่ออยู่เพียงแค่ร่างของฉินฉางชิง นางไม่ได้สังเกตเลยว่าฝ่ามือของตนเองสร้างความเสียหายให้แก่เย่ว์ฟานมากเพียงใด
นางรีบนำโอสถออกมาป้อนให้ฉินฉางชิง พร้อมกับโคจรปราณแท้เพื่อช่วยห้ามเลือดและรักษาบาดแผลให้เขา
"น้องหญิง มือของข้ายังจะรักษาไว้ได้หรือไม่?"
"ต่อไปข้าต้องกลายเป็นคนพิการใช่ไหม?"
ฉินฉางชิงทั้งร้องไห้ทั้งคร่ำครวญ ราวกับได้รับบาดเจ็บเจียนตาย
นั่นทำให้ซูชิงหว่านรู้สึกปวดใจยิ่งนัก นางพยายามปลอบโยนไปพร้อมๆ กับการรักษา
ในขณะเดียวกัน เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นก็ระเบิดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจนาง
"เย่ว์ฟาน เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?"
"อาการบาดเจ็บของท่านพี่เพิ่งจะทุเลาลง เจ้ากลับลงมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ ทำเอาหมัดของเขาอาบไปด้วยเลือด"
"ต้องรอให้ท่านพี่กลายเป็นคนพิการก่อนใช่ไหมเจ้าถึงจะพอใจ!"
ซูชิงหว่านแผดเสียงคำราม โดยไม่ทันมองเลยว่าใบหน้าของเย่ว์ฟานซีดขาวและมีคราบเลือดจากการกระอักออกมาเพียงใด
"ข้าบ้าไปแล้วรึ?"
"ข้าว่าคนที่บ้าคือนางมากกว่า!"
"ซูชิงหว่าน เจ้าลองดูสภาพตัวเองในตอนนี้เถอะ เห็นแล้วข้ารู้สึกคลื่นไส้จริงๆ"
"ในเมื่อในใจของเจ้ามีแต่พี่ชายของเจ้า ข้าก็จะสงเคราะห์ให้"
"เรือนชิงเฟิงแห่งนี้ข้ายกให้พวกเจ้า ขอให้พวกเจ้าครองคู่กันอยู่ที่นี่ไปจนแก่เฒ่าเลยแล้วกัน"
เย่ว์ฟานข่มกลั้นความเจ็บปวดรุนแรงตามร่างกาย น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและเด็ดขาด
พูดจบเขาก็หันหลังเดินโโซเซจากไป
หัวใจของซูชิงหว่านกระตุกวูบ แววตาของเย่ว์ฟานยามจากไปทำให้นางรู้สึกลนลานเล็กน้อย
ราวกับว่าหากเขาเดินพ้นประตูนี้ไปแล้ว เขาจะไม่มีวันกลับมาอีกตลอดกาล!
ในตอนนั้นเอง หางตาของนางก็เหลือบไปเห็นรอยเลือดบนพื้น
นั่นคือเลือดที่เย่ว์ฟานกระอักทิ้งไว้
รูม่านตาของซูชิงหว่านหดเกร็ง เมื่อครู่นางร้อนใจเกินไป ฝ่ามือนั้นต้องทำร้ายเย่ว์ฟานจนบาดเจ็บสาหัสแน่ๆ
"เย่ว์ฟาน..."
ในใจของซูชิงหว่านเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและละอายใจ นางเอ่ยปากเรียกหมายจะรั้งตัวเขาไว้
"น้องหญิง มือของข้าเลือดไหลไม่หยุดเลย มันจะพิการไหม?"
แววตาของฉินฉางชิงฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง เขาแสร้งทำให้บาดแผลดูรุนแรงขึ้นเพื่อดึงรั้งซูชิงหว่านที่กำลังจะลุกขึ้นตามไป
เย่ว์ฟานเดินออกจากเรือนชิงเฟิงด้วยความผิดหวังอย่างถึงที่สุด
เขาโคจรปราณแท้เพื่อประคองอาการบาดเจ็บ
จากนั้นจึงหยิบหยกสื่อสารออกมา ส่งข้อความหาเพื่อนสมัยเด็กที่ชื่อ หลี่ชิงซาน
หลี่ชิงซานเป็นเพื่อนแท้เพียงคนเดียวของเย่ว์ฟาน
ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น
ยามนี้เขาเป็นศิษย์ของยอดเขาไคหยาง ซึ่งอยู่ติดกับยอดเขายาวกวง
หลังจากเย่ว์ฟานได้รับข้อความตอบกลับจากหลี่ชิงซาน เขาก็ลากสังขารที่บาดเจ็บออกจากยอดเขายาวกวง มุ่งหน้าไปยังยอดเขาไคหยาง
ไม่นานนัก เงาร่างที่คุ้นเคยก็เดินออกมาต้อนรับ
หลี่ชิงซานตัวไม่สูงนัก ผิวคล้ำและผอมบาง ดูราวกับลิงผอมผิวเข้ม
แม้เขาจะไม่ใช่เด็กกำพร้า แต่ก็มาจากครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น สมัยเด็กมักถูกผู้อื่นรังแกอยู่เสมอ
เย่ว์ฟานอาศัยความได้เปรียบของกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลคอยออกหน้าปกป้องเขา
คนไร้ค่าหนึ่งคน กับคนยากไร้อีกหนึ่งคน
ทั้งสองคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนเกิดเป็นมิตรภาพที่ลึกซึ้ง!
"เย่ว์ฟาน ทำไมเจ้าบาดเจ็บหนักขนาดนี้?"
เมื่อเห็นบาดแผลของเย่ว์ฟาน สีหน้าของหลี่ชิงซานก็เปลี่ยนไป เขารีบก้าวเข้าไปหา
เย่ว์ฟานส่ายหน้า ไม่ได้พูดอะไรมาก
ด้วยการพยุงของหลี่ชิงซาน เย่ว์ฟานมาถึงถ้ำพำนักที่เขาอาศัยอยู่
หลี่ชิงซานเป็นเพียงศิษย์ธรรมดา การมีถ้ำพำนักเป็นของตัวเองก็นับว่าไม่เลวแล้ว
"ที่นี่คับแคบไปหน่อย สู้เรือนชิงเฟิงไม่ได้ เจ้าทนเอาหน่อยนะ"
หลี่ชิงซานพยุงเย่ว์ฟานให้นั่งลง พร้อมกับนำโอสถรักษาบาดแผลออกมาให้ ดูจะใส่ใจมากกว่าซูชิงหว่านเสียอีก
เมื่อได้ยินหลี่ชิงซานเอ่ยถึงเรือนชิงเฟิง แววตาของเย่ว์ฟานก็ยิ่งเย็นชาขึ้น
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
หลังจากเย่ว์ฟานกินโอสถเข้าไปแล้ว หลี่ชิงซานจึงเอ่ยปากถาม
เย่ว์ฟานรวมรวมสมาธิ จิตใจเริ่มกลับมาสงบลง
หลี่ชิงซานคือเพื่อนเพียงคนเดียวของเขา
และเรื่องระหว่างเขากับซูชิงหว่าน หลี่ชิงซานก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง
ดังนั้นเย่ว์ฟานจึงไม่ได้ปกปิด เขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
ทว่าหลี่ชิงซานกลับบันดาลโทสะแทนเพื่อน
"ซูชิงหว่านนางบ้าไปแล้วหรือ?"
"นอกจากจะพาพี่ชายกลับมาที่เรือนชิงเฟิงแล้ว ยังลงมือทำร้ายเจ้าเพื่อมันอีก"
"ข้าเคยบอกแล้วว่าฐานะไม่คู่ควรกันยังไงก็ต้องมีปัญหา แล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่ข้าว่า"
"เจ้าวางใจเถอะ บ้านของข้าก็คือบ้านของเจ้า จากนี้เจ้าอยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องกลับไปอีกแล้ว!"
หลี่ชิงซานเลือกเข้าข้างเพื่อนโดยไม่สนเหตุผล เขายืนหยัดอยู่ข้างเย่ว์ฟานอย่างซื่อสัตย์
สำหรับการแต่งงานครั้งนี้ เขาไม่เคยเห็นดีเห็นงามด้วยตั้งแต่ต้น
เพราะช่องว่างระหว่างทั้งคู่มันกว้างเกินไป
คนหนึ่งเป็นเด็กกำพร้าที่ผู้อาวุโสรับมาเลี้ยง อีกคนเป็นบุตรสาวเจ้าสำนัก
คนหนึ่งเป็นขยะที่ฝึกฝนไม่ได้ อีกคนเป็นอัจฉริยะกายศักดิ์สิทธิ์
เขาเคยเตือนเย่ว์ฟานแล้ว แต่ตอนนั้นเย่ว์ฟานถูกความรักบังตา
"ข้าได้หนังสือหย่าที่นางลงนามด้วยตัวเองมาแล้ว"
"และข้าก็ได้ส่งหนังสือท้าดวลให้นางด้วย"
"ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ข้าจะเอาชนะนางด้วยมือของข้าเอง จากนั้นค่อยประกาศเรื่องการหย่าต่อหน้าสาธารณชน"
"หลังจากนี้ ข้ากับนางจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!"
เย่ว์ฟานเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บ
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แววตาแน่วแน่มั่นคงไม่สั่นคลอน
"เย่ว์ฟาน ข้าสนับสนุนเจ้า!"
"หลายปีมานี้ข้าสลักค่ายกลจนเก็บหอมรอมริบหินวิญญาณได้พอสมควร ข้ายกให้เจ้าทั้งหมดเลย"
หลี่ชิงซานรู้ว่ากายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลของเย่ว์ฟานฝึกฝนไม่ได้ และรู้ว่าซูชิงหว่านได้กลายเป็นศิษย์เอกแห่งยอดเขายาวกวงไปแล้ว
แต่เขากลับไม่ได้พูดจาบั่นทอนกำลังใจเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากลับนำเงินออมทั้งหมดออกมาให้
ความเชื่อมั่นที่ไม่มีเงื่อนไขนี้ทำให้หัวใจของเย่ว์ฟานรู้สึกอบอุ่น
"น้ำใจของเจ้าข้ารับไว้ด้วยใจ แต่ข้ายังมีหินวิญญาณอยู่พอสมควร หินวิญญาณของเจ้ากว่าจะเก็บได้มันลำบาก เก็บไว้ใช้ฝึกฝนเองเถอะ!"
เย่ว์ฟานรู้ดีว่าหลี่ชิงซานเป็นนักอาคมระดับต่ำ วันๆ มักจะสลักแผ่นค่ายกลเพื่อหาหินวิญญาณ
แต่เขาเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐาน แผ่นค่ายกลที่สลักได้จึงยังมีระดับต่ำ รายได้จึงมีจำกัด
ยามนี้เย่ว์ฟานบรรลุข้อตกลงกับจี้ชิงเฉินแล้ว ย่อมไม่ขาดแคลนหินวิญญาณเพียงเล็กน้อยนี้
"ของเจ้าก็คือของเจ้า แต่นี่คือสินน้ำใจจากข้า ถ้าเจ้าไม่รับไว้ ก็ถือว่าไม่เห็นข้าเป็นพี่น้อง!"
หลี่ชิงซานดึงดันยัดแหวนมิติมือของเย่ว์ฟาน
แม้หินวิญญาณข้างในจะมีไม่มากนัก แต่นั่นคือทั้งหมดที่เขามี
ผู้มีคุณธรรมมักมาจากชนชั้นล่าง ส่วนคนลืมบุญคุณมักเป็นผู้มีความรู้!
ความจริงใจของหลี่ชิงซานช่วยเยียวยาหัวใจที่เย็นเยียบของเย่ว์ฟานให้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง
เขาไม่ได้ปฏิเสธอีก และรับหินวิญญาณนั้นไว้
คืนนั้น หลี่ชิงซานเป็นฝ่ายสละเตียงให้เย่ว์ฟาน เย่ว์ฟานปฏิเสธไม่ได้จึงต้องยอมตามนั้น
"โอสถเสริมรากฐาน!"
เย่ว์ฟานหยิบโอสถเสริมรากฐานที่จี้ชิงเฉินมอบให้เขาออกมา
โอสถนี้มีระดับสูงกว่าโอสถหยกน้ำค้างคืนวสันต์เสียอีก จัดเป็นโอสถวิถีระดับต่ำซึ่งล้ำค่าอย่างยิ่ง
เย่ว์ฟานไม่ลังเล รีบกินโอสถเข้าไปเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูรากฐานพลังในเวลาเดียวกัน
โอสถเสริมรากฐานสมกับที่เป็นโอสถระดับวิถี เพียงคืนเดียวก็ทำให้บาดแผลของเย่ว์ฟานหายเป็นปลิดทิ้ง ทั้งรากฐานกายศักดิ์สิทธิ์ที่เสียหายไปก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาไม่น้อย
"เย่ว์ฟาน!"
หลี่ชิงซานเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีนัก
"ซูชิงหว่านมาที่นี่!"
หืม?
นางตามมาถึงที่นี่เชียวรึ?
เย่ว์ฟานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่อยากพบนาง
แต่ที่นี่คือถ้ำพำนักของหลี่ชิงซาน เขาไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนมาให้เพื่อน
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินตามหลี่ชิงซานออกไปนอกถ้ำ และเห็นซูชิงหว่านที่ใบหน้าดูซูบเซียวพร้อมรอยคล้ำใต้ตาที่เด่นชัดในทันที
เมื่อนางเห็นเย่ว์ฟาน ดวงตาที่แดงก่ำคู่นั้นก็ทอประกายขึ้นมาทันที
"เย่ว์ฟาน ข้ามารับท่านกลับบ้าน!"