เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 333 ระดมพล

บทที่ 333 ระดมพล

บทที่ 333 ระดมพล


ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน เมืองจี้เว่ย

บนท้องถนน รถบรรทุกหนัก รถขุด รถเครน รถตัก และยานพาหนะก่อสร้างอื่นๆ ต่างพากันสัญจรไปมา เพื่อเร่งจัดการซากปรักหักพังและตึกแถวที่อันตรายภายในเมืองซึ่งเป็นผลมาจากสงคราม

บรรดาผู้อพยพจำนวนมากที่ต้องไร้ที่อยู่อาศัยเพราะสงคราม ต่างก็ถูกนำไปพักพิงไว้ที่บริเวณนอกเมือง กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอได้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการสร้างบ้านน็อคดาวน์แบบง่ายๆ ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก

“ขอให้ทุกท่านโปรดวางใจ บ้านเรือนของทุกครัวเรือนที่ได้รับความเสียหาย กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอของพวกเราจะทำการก่อสร้างให้ใหม่ และจะทำให้มันใหญ่ขึ้นและสวยงามกว่าเดิมแน่นอน”

หลิ่วหยิงหยิงยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า ในมือถือไมโครโฟนพร้อมกับกล่าวสุนทรพจน์แก่บรรดาผู้อพยพที่สูญเสียบ้านเรือนไป

“ขอให้ทุกท่านพักอาศัยอยู่ที่นี่อย่างสบายใจสักระยะหนึ่ง เรื่องอาหารการกินก็ให้ไปที่โรงอาหารที่พวกเราเปิดไว้ ครอบครัวใดที่มีแรงงานไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ก็สามารถเข้ามาทำงานในกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอได้ตามที่กำลังความสามารถจะทำได้ ในส่วนของค่าจ้างนั้น พวกเราจะจ่ายให้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำในท้องที่ถึงสองเท่า... บริษัทเจี๋ยเคอของพวกเรามาที่นี่เพื่อปลดปล่อยทุกท่าน มิใช่เพื่อมาแย่งชิงพื้นที่หรือทำตัวเป็นขุนศึก”

บรรดาผู้อพยพที่อยู่ด้านล่างต่างพากันมีอารมณ์ตื่นตันใจจนน้ำตาไหลออกมา

หลายคนในหมู่พวกเขามีญาติพี่น้องที่ต้องจบชีวิตลงจากการระดมยิงปืนใหญ่แบบไม่เลือกหน้าของกองกำลังรัฐบาลฉาน เดิมทีคิดว่ากลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอที่เข้ายึดครองรัฐจีปังได้แล้วก็คงจะมีนิสัยแบบขุนศึกทั่วไป

แต่กลับไม่ได้คาดคิดเลยว่ากลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอจะไม่เพียงแต่ชดเชยให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังสร้างบ้านให้ใหม่ ดูแลผู้สูงอายุและเด็กกำพร้าที่ต้องไร้ที่พึ่งเพราะสงคราม และยังจัดหางานใหม่ให้กับทุกคนอีกด้วย

แม้แต่การจัดการซากปรักหักพังภายในเมือง ก็ยังได้รับค่าจ้างที่สูงกว่าเงินเดือนเดิมของคนธรรมดาเหล่านี้อยู่มากนัก

หลังจากหลิ่วหยิงหยิงกล่าวจบ นางก็ได้สั่งการให้พนักงานของเจี๋ยเคอแจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งเสื้อผ้า ยารักษาโรค และอาหารแห้งที่เก็บไว้ได้นาน เป็นต้น

หลังจากวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง หลิ่วหยิงหยิงก็เช็ดเหงื่อที่ใบหน้า งานเช่นนี้หลิ่วหยิงหยิงแทบจะต้องทำเป็นประจำทุกวัน

หลังจากยึดรัฐจีปังคืนมาได้ นางก็ได้เดินทางไปทั่วทุกเมืองในรัฐจีปัง ไปเยี่ยมชมเกือบทุกเขตอุตสาหกรรม และกล่าวสุนทรพจน์เพื่อปลอบโยนจิตใจผู้คนไปทั่วทุกแห่ง

ในฐานะที่เป็นเบอร์สองของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ ในช่วงเวลาที่ซูเจี๋ยไม่อยู่ นางจึงต้องรับภาระหนักอึ้งไว้มากมาย จนน้ำหนักตัวลดลงไปถึงเจ็ดแปดชั่งเลยทีเดียว

“ประธานหลิ่ว ทางด้านล่างแจ้งรายงานมาว่า พวกเราสามารถจับกุมกลุ่มอาชญากรผิวดำที่ก่อเหตุปล้นชิง ข่มขืน และฆ่าคนในเขตผู้อพยพได้แล้ว ไม่ทราบว่าท่านจะสั่งการอย่างไรดีครับ”

นายทหารของหน่วยรักษาความปลอดภัยเจี๋ยเคอเดินเข้ามาพร้อมกับทำความเคารพหลิ่วหยิงหยิง

หลิ่วหยิงหยิงเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเอ่ยถามว่า “ยืนยันข้อเท็จจริงของการก่ออาชญากรรมแล้วใช่หรือไม่?”

“ยืนยันเรียบร้อยแล้วครับ และยังมีผู้อพยพจำนวนมากในที่เกิดเหตุมาชี้ตัวยืนยันด้วยครับ”

“เปิดศาลพิจารณาคดีชั่วคราว แจ้งความผิดของคนเหล่านี้ให้ทุกคนได้รับรู้ จากนั้นก็ให้ประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าต่อหน้าสาธารณชน เพื่อเป็นการข่มขวัญพวกที่ไม่หวังดีคนอื่นๆ”

“รับทราบครับ!”

นายทหารทำความเคารพแล้วเดินจากไปเพื่อเตรียมการจัดการ

ไม่ทันถึงหนึ่งชั่วโมง ที่บริเวณลานกว้างในเขตผู้อพยพ ท่ามกลางสายตาของบรรดาผู้อพยพจำนวนมาก กลุ่มอาชญากรถูกปืนจ่อที่ท้ายทอย และเมื่อสิ้นเสียงปืน บรรดาผู้อพยพในที่เกิดเหตุก็ส่งเสียงโห่ร้องยินดีออกมาอย่างกึกก้อง

หลิ่วหยิงหยิงมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบสงบ ตัวนางในอดีตนั้นคงจะไม่เคยคาดคิดเลยว่า ตนเองจะสามารถตัดสินชีวิตของคนนับสิบคนได้อย่างไร้ความปราณีเช่นนี้

ทว่าหลังจากติดตามซูเจี๋ยมาที่ประเทศฉาน และผ่านประสบการณ์การเคี่ยวกรำต่างๆ มามากมาย ในยามนี้นางสามารถเผชิญหน้ากับความเป็นความตายได้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า และไม่ได้ให้โอกาสให้อาชญากรเหล่านั้นได้ไปติดคุกเลยด้วยซ้ำ

ในยามบ้านเมืองวุ่นวายต้องใช้กฎหมายที่รุนแรง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมผู้อพยพจากสงครามเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัว หลิ่วหยิงหยิงจึงสั่งการให้จัดการอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว นับตั้งแต่การจับกุม การพิจารณาคดี ไปจนถึงการยิงประหาร ทุกขั้นตอนถูกจัดการอย่างเบ็ดเสร็จรวดเร็วในคราวเดียว

ครืนๆ!

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ส่วนตัวของหลิ่วหยิงหยิงก็ดังขึ้น

เมื่อรับสายและได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจากปลายทาง หลิ่วหยิงหยิงก็เผยรอยยิ้มออกมา หลังจากพูดคุยไปไม่กี่คำนางก็วางสาย แล้วบอกกับเลขาส่วนตัวว่า “ฮุ่ยฮุ่ย ไปเตรียมรถที พวกเราจะกลับบริษัทกัน”

................

ตึกกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ

“ซูเจี๋ย แบบแปลนมหาเทคโนโลยีที่เป็นกระดาษตามที่เจ้าต้องการ ข้าได้นำไปเก็บไว้ในโกดังให้เรียบร้อยแล้วนะ”

หลิ่วหยิงหยิงเดินเข้ามา พร้อมกับแจ้งว่าทุกอย่างถูกเตรียมการไว้พร้อมแล้ว

“ลำบากเจ้าแล้ว”

ซูเจี๋ยพยักหน้าพร้อมกับตบที่หน้าขาของตนเองเบาๆ

หลิ่วหยิงหยิงปิดประตูให้เรียบร้อย จากนั้นจึงนั่งลงบนหน้าขาของซูเจี๋ยด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อเล็กน้อย

“ทำไมถึงผอมลงไปมากขนาดนี้ล่ะ?”

ซูเจี๋ยโอบกอดเอวบางของหลิ่วหยิงหยิงไว้ แล้วก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของนางได้ทันที

“งั้นหรือ! ข้าก็ไม่ค่อยได้สังเกตเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ต้องวิ่งไปวิ่งมาบ่อยๆ ก็เลยผอมลงไปบ้างล่ะมั้ง”

“ต้องหาเวลาพักผ่อนบ้างนะ อย่าทำงานหนักจนเกินไปล่ะ”

ซูเจี๋ยบีบแก้มของหลิ่วหยิงหยิงเบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามว่า “ที่รัฐจีปังช่วงนี้ไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่?”

“ที่รัฐจีปังนอกจากเรื่องอื่นก็นับว่าดี ภาคอุตสาหกรรมกำลังทยอยกลับมาผลิตได้ตามปกติ อารมณ์ของประชาชนเริ่มมั่นคงขึ้นแล้ว และกำลังพลใหม่ๆ ก็กำลังถูกรับสมัครและฝึกฝนอยู่

นอกจากนี้ บรรดาทหารของรัฐบาลฉานห้าหมื่นนายที่ถูกจับเป็นลามที่เทือกเขากินเลา หลายคนก็เต็มใจที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอของพวกเราด้วย

หลังจากที่พวกเราทำการคัดเลือกแล้ว เมื่อรวมกับกำลังพลกลุ่มนี้ด้วย ยามนี้กำลังรบโดยรวมของพวกเราที่สามารถส่งเข้าสู่สนามรบได้ทันทีมีจำนวนถึงหนึ่งแสนสองหมื่นนายแล้ว โดยเน้นไปที่ทหารราบเบาภูเขาเป็นหลัก

ทหารจำนวนมากยังอยู่ในระหว่างการฝึกฝน พวกเราได้ย่นระยะเวลาการฝึกทหารให้สั้นลง หลังจากที่พวกเขาเข้าประจำการแล้ว ก็จะถูกส่งไปประจำอยู่ที่แนวหลังก่อน โดยใช้วิธีการให้ทหารเก่าหนึ่งคนดูแลทหารใหม่สี่คนประกอบเข้าด้วยกัน นอกจากสถานการณ์การรบจะย่ำแย่จริงๆ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะไม่ส่งพวกเขาเข้าสู่สนามรบแนวหน้าโดยตรงเด็ดขาด

ในยามนี้ทหารทั้งหมดของพวกเรา รวมถึงทหารที่ยังอยู่ในช่วงฝึกทหารใหม่ กำลังรบรวมทั้งหมดของพวกเราพุ่งทะยานไปถึงสองแสนสี่หมื่นนายแล้ว โดยแบ่งเป็นกองพลน้อยผสมหนักสองกองพล กองพลทหารราบยานยนต์สี่กองพล กองพลทหารราบภูเขาสิบสองกองพล กรมการบินหนึ่งกรม กองพลน้อยการบินทหารบกหนึ่งกองพล กองพลน้อยทหารปืนใหญ่สามกองพล... ยามนี้ยุทโธปกรณ์หลายอย่างยังมีไม่ครบตามจำนวน พวกเรากำลังค่อยๆ ทยอยจัดหามาให้ครบอยู่”

หลิ่วหยิงหยิงรายงานความคืบหน้าของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอให้ซูเจี๋ยฟัง และสิ่งที่สำคัญที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเรื่องกองทัพ

สงครามระหว่างกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอและกลุ่มประเทศทั้งแปดกยังไม่จบลง ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ทำข้อตกลงหยุดยิงกันเลยด้วยซ้ำ

การหยุดยิงในยามนี้เป็นเพียงการที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็เงียบหายไปเพื่อรักษาบาดแผลและสะสมกำลังพลรอเวลาเท่านั้น การต่อสู้ครั้งใหญ่ในครั้งต่อไปย่อมจะมีความน่าตระหนกและโหดร้ายรุนแรงยิ่งกว่าเดิมแน่นอน

ดังนั้นกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอจึงต้องเร่งระดมพลอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ แน่นอนว่าในภูมิภาคที่เป็นดั่งรังอสูรแห่งเอเชียเช่นนี้ จำนวนทหารของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคออาจจะถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเลย เพราะอย่างประเทศเกาหลีเหนือที่มีประชากรเพียงสองแสนห้าร้อยล้านคน กลับมีทหารอยู่ถึงหนึ่งล้านสามแสนกว่านาย

กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอที่มีประชากรภายใต้การปกครองเพียงครึ่งหนึ่งของเกาหลีเหนือ แต่มีทหารอยู่เพียงสองแสนสี่หมื่นนาย จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้กำลังทหารอย่างฟุ่มเฟือยจนเกินไปนัก

“ทหารสองแสนสี่หมื่นนาย แรงกดดันทางด้านการเงินคงไม่น้อยเลยใช่หรือไม่”

ซูเจี๋ยเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ จำนวนทหารในระดับนี้นับว่ามากกว่าทหารของหลายๆ ประเทศไปแล้ว

อย่างประเทศมหาอำนาจเก่าแก่ในยุโรปอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือเยอรมนี ยามนี้จำนวนทหารก็อยู่ที่ประมาณสองแสนนายเท่านั้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขามีนโยบายลดกำลังทหารลง ทว่ามันก็มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องการคงไว้และการฝึกฝนกองทัพกองหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองเงินเป็นอย่างมากด้วย

หลิ่วหยิงหยิงพยักหน้าติดต่อกันหลายครั้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล พร้อมกับกล่าวว่า “มีความกดดันอย่างมากจริงๆ ข้าได้ดูงบประมาณของทางกองทัพมาแล้ว เพราะทหารของพวกเราได้รับสวัสดิการที่ดี เพียงแค่ค่าจ้างอย่างเดียวก็คิดเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยทีเดียว รวมกับการที่พวกเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงต้องสั่งซื้ออาวุธและลูกกระสุนจำนวนมากจากภายนอกมาเพื่อติดอาวุธให้กองทัพ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินรบรุ่นใหม่ จรวดมิสไซล์ต่อต้านอากาศยาน และรถยานเกราะต่างๆ ด้วย

ในปีนี้งบประมาณด้านการทหารของพวกเรา อาจจะพุ่งทะลุสามหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการซื้ออาวุธจากภายนอกนั้นสูงเกินไป ยามนี้พวกเราจึงพยายามอาศัยภาคอุตสาหกรรมในรัฐจีปังเพื่อผลิตลูกกระสุนสำหรับอาวุธเบาและรถยานเกราะขึ้นมาเองบ้างแล้ว หากทำสำเร็จ งบประมาณด้านการทหารของพวกเราก็จะลดต่ำลงไปได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว

นอกจากงบประมาณด้านการทหารแล้ว เพื่อรักษามาตรฐานค่าจ้างที่สูงและโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจำนวนมากในรัฐตงชินและรัฐจีปังเอาไว้ จึงต้องใช้เงินทุนมหาศาลมหาศาลไปกับเรื่องเหล่านี้ แม้จะมีการเก็บภาษีบางส่วนจากท้องถิ่นมาได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเราได้ กำไรของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอแทบจะถูกนำไปเติมลงในจุดนี้จนหมดสิ้นแล้ว

หากพวกเรายังยึดครองพื้นที่ได้มากกว่านี้อีก ด้วยรายได้รวมของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอในยามนี้ คาดว่าในไม่ช้ามันคงจะเกินขีดจำกัดที่พวกเราจะรับไหวแล้วล่ะ”

ซูเจี๋ยฟังจบก็นิ่งเงียบเข้าสู่ห้วงความคิด กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคออาศัยเพียงรายได้จากน้ำยาปลูกผมเทียนหยวน รายได้ต่อเดือนก็สูงถึงหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 60% ถึง 70% เลยทีเดียว

ทว่าดังคำที่ว่าไว้ เสียงปืนใหญ่ดังขึ้นเมื่อไหร่ ทองคำหมื่นตำลึงก็มลายหายไปเมื่อนั้น

กองทัพเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่คอยกลืนกินเงินทอง กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอเพื่อที่จะรับมือกับภัยคุกคามทางทหารจากภายนอก จึงทำได้เพียงกว้านซื้ออาวุธและลูกกระสุนหลากหลายรูปแบบมาเพื่อติดอาวุธให้แก่ตนเอง

การซื้ออาวุธจากภายนอกอย่างน้อยก็ต้องบวกราคาเพิ่มอีก 50% หรือถ้าหากโหดหน่อย ก็อาจจะบวกเพิ่มไปอีกหลายเท่าหรือสิบกว่าเท่าก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

หากยกตัวอย่างจากประเทศมหาอำนาจทางตอนเหนือ ที่มีกองทัพกว่าสองล้านนาย งบประมาณด้านการทหารต่อปีสูงถึงสองแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอหากวัดตามจำนวนทหารแล้วก็เป็นเพียงหนึ่งในสิบของประเทศนั้น แม้ว่ายามนี้กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอจะยังไม่มีกองทัพเรือ และกองทัพอากาศก็เพิ่งจะเริ่มต้น พละกำลังหลักยังคงเป็นกองทัพบกเป็นส่วนใหญ่ จึงขาดสัตว์ร้ายที่คอยกลืนกินเงินทองไปสองตัวหลัก

ทว่าเพียงแค่ค่าอาวุธลูกกระสุนของกองทัพบก ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุคลากร ค่าฝึกฝนรักษาการ และค่าอุปกรณ์ต่างๆ ก็นับว่าสิ้นเปลืองเงินทุนไปมหาศาลแล้ว โดยเฉพาะกองทัพที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด การกว้านซื้ออาวุธอย่างบ้าคลั่งจึงทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอยังต้องดูแลประชาชนภายใต้การปกครองอีก ภาษีที่เก็บมาจากท้องถิ่นเพียงเล็กน้อยนั้นย่อมไม่เพียงพอเลย

เดิมทีประเทศฉานก็เป็นประเทศที่ยากจนอยู่แล้ว การจะขูดรีดเอาจากท้องถิ่นย่อมจะได้เงินมาเพียงไม่กี่บาท และยังจะทำให้ผู้คนพากันโกรธแค้นจนทำให้ประชาชนเริ่มตีตัวออกห่างจากกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย

นอกจากกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอจะอยากทำตัวแย่ๆ เหมือนกับรัฐบาลฉาน คือปล่อยปละละเลยไม่สนใจความเป็นตายของประชาชนในท้องถิ่น และหยุดทุ่มเงินทุนมหาศาลลงไปในโครงการสาธารณูปโภคและระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ หยุดการก่อสร้างถนน สะพาน รถไฟ โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีไฟฟ้า และระบบชลประทานในไร่นาที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด แล้วทำให้ประเทศฉานกลับไปเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ยากจนตามเดิม เช่นนั้นก็ย่อมไม่ต้องเสียเงินอะไรมากมายจริงๆ

ทว่าการที่กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอมุ่งมั่นทำระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่เช่นนี้ เนื้อแท้แล้วก็เพื่อต้องการเอาใจประชาชน เพื่อรักษาความชอบธรรมในการปกครองของตนเองในพื้นที่แห่งนี้เอาไว้

หากเรื่องเหล่านี้หยุดชะงักลง ย่อมจะไม่เป็นผลดีต่อคะแนนนิยมของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ และยิ่งไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาและเติบโตในอนาคตของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอด้วย

“ดูเหมือนว่าจะต้องหาช่องทางทำเงินเพิ่มอีกสักหน่อยแล้วสิ ลำพังเพียงแค่น้ำยาปลูกผมเทียนหยวนอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูประเทศที่ต้องเริ่มต้นใหม่จากซากปรักหักพังทั้งหมดได้”

ซูเจี๋ยขมวดคิ้วพร้อมกับกล่าวออกมา กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีกำไรสุทธิสูงที่สุดอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว ทว่าสงครามที่ยืดเยื้อ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ทำให้น้ำยาปลูกผมเทียนหยวนที่เป็นบ่อเงินบ่อทองของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอเริ่มจะรับภาระไม่ไหวแล้ว

“ซูเจี๋ย ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ลองชะลอโครงการระบบสาธารณูปโภคไว้ก่อน แล้วให้ความสำคัญกับการติดอาวุธทางหารก่อนดีหรือไม่ มีชีวิตรอดให้ได้ก่อนถึงจะมีคุณสมบัติไปคิดถึงเรื่องอื่น”

หลิ่วหยิงหยิงมองดูซูเจี๋ยด้วยความรู้สึกสงสาร พร้อมกับเอ่ยบอกความเห็นของตนเองออกมา

“ยังไม่ถึงระดับนั้นหรอก เรื่องเงินทองข้าจะเป็นคนหาทางจัดการเอง เจ้าเล่าเรื่องของกลุ่มประเทศทั้งแปดกให้ข้าฟังต่อเถอะ ว่าช่วงนี้พวกเขามีการเคลื่อนไหวอะไรบ้างหรือไม่”

ซูเจี๋ยไม่ได้ให้หลิ่วหยิงหยิงต้องคิดมาก จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปทันที

“กลุ่มประเทศทั้งแปดกยังคงคอยสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์และมอบเงินกู้กู้ยืมเพื่อการทหารให้แก่รัฐบาลฉานอย่างต่อเนื่อง ยามนี้ทหารสองหมื่นนายของประเทศญี่ปุ่นในประเทศฉานได้มาถึงครบถ้วนแล้ว และเริ่มทำการฝึกฝนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่นแล้ว นอกจากนี้ทางอเมริกาที่น่ารังเกียจก็มักจะป้ายสีพวกเราในสหประชาชาติอยู่ทุกวัน คอยหาเรื่องขัดขวางพวกเรา โดยบอกว่าพวกเราเป็นกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรง และต้องการให้ทางยุโรปเข้าร่วมการปราบปรามด้วย”

เมื่อหลิ่วหยิงหยิงพูดมาถึงตรงนี้ นางก็ส่ายหน้าด้วยความขบขัน “ทว่าในครั้งนี้ทางยุโรปกลับไม่ยอมหลงกล ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมตกลงที่จะส่งทหารเข้าร่วมด้วยเลย

อาจจะเป็นเพราะการต่อสู้ในศึกที่ผ่านมาของพวกเราก็นับว่ายอดเยี่ยมเกินไป จนทำให้พวกเขากลัวว่าจะต้องสูญเสียกำลังพลไปที่นี่ และอาจนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามภายในประเทศ จนทำให้คะแนนนิยมตกต่ำลงได้ สรุปก็คือทางยุโรปยังไม่มีท่าทีที่จะส่งทหารมาเลยล่ะ”

จบบทที่ บทที่ 333 ระดมพล

คัดลอกลิงก์แล้ว