เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 309 เปิดฉากสงคราม

บทที่ 309 เปิดฉากสงคราม

บทที่ 309 เปิดฉากสงคราม


ปัง!

ที่เมืองย่างกุ้ง นายทหารระดับสูงสุดของกองกำลังญี่ปุ่นประจำประเทศเป้าหมาย พลตรีโยชิมูระ ยูอิจิ ตบโต๊ะดังสนั่น ขณะที่จ้องมองแถลงการณ์ที่เต็มไปด้วยการประชดประชันของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ ข้อความที่ดูคุ้นหูนี้ทำให้โยชิมูระ ยูอิจิ ถึงกับโกรธจนตัวสั่นในทันที

“พวกมันกล้าดีอย่างไร กล้าออกแถลงการณ์แบบนี้ออกมา นี่คือการยั่วยุพวกเรา ยั่วยุจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ของพวกเราชัดๆ”

โยชิมูระ ยูอิจิ พ่นน้ำลายกระเด็นด้วยความโมโห บรรดาเหล่าเสนาธิการที่อยู่ด้านล่างต่างก็แสดงความโกรธแค้นและไม่พอใจออกมาพร้อมกัน พลางชูกำปั้นขึ้นตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว

“ท่านนายพลครับ พวกเราต้องตอบโต้พวกมัน ให้หน่วยปืนใหญ่ยิงกระสุนพลาดไปที่นั่นอีกสักสองสามนัดเถอะครับ”

“ให้เครื่องบินรบติดอาวุธทะยานขึ้นฟ้า ไปบินวนอยู่ในน่านฟ้าของพวกมัน ให้พวกมันรู้บ้างว่าข้าวปลาอาจจะกินมั่วๆ ได้ แต่คำพูดน่ะจะมาพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้”

“ดูเหมือนพวกมันจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ถึงได้ทำได้แค่ใช้ฝีปากเท่านั้น รอให้พวกเราพิชิตพวกมันได้เมื่อไหร่ จับตัวไอ้ซูเจี๋ยคนนั้นมา ให้มันได้รู้ซึ้งถึงผลของการพูดจาพล่อยๆ เสียบ้าง”

เสนาธิการและนายทหารเหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มหัวกะทิของประเทศญี่ปุ่น พวกเขาไม่ได้เป็นเหมือนประชาชนทั่วไปที่ถูกบิดเบือนประวัติศาสตร์จนหลงเชื่อ พวกเขาย่อมรู้ดีว่าแถลงการณ์ของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอฉบับนี้คือการถากถางประเทศญี่ปุ่นอย่างเจ็บแสบ

“เอ่อ จะเป็นไปได้ไหมครับว่า บางทีกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคออาจจะต้องการใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการเปิดฉากโจมตีพวกเราจริงๆ”

ทันใดนั้น เสนาธิการคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา

ภายในห้องบัญชาการเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เขา ก่อนจะพากันส่ายหน้าพร้อมกัน

“เป็นไปไม่ได้ พวกมันไม่มีความกล้าขนาดนั้นหรอก”

“แค่ตอนนี้พวกมันหดหัวอยู่ในกระดองก็แทบจะต้านทานพวกเราไม่ไหวอยู่แล้ว จะกล้าเป็นฝ่ายบุกก่อนได้อย่างไร นั่นมันหาที่ตายชัดๆ”

“คุณคิชิดะ คุณคิดมากไปแล้วล่ะ กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอน่ะเสียเปรียบในเรื่องกระแสสังคมระหว่างประเทศอยู่แล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน เพื่อทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ทางสื่อมวลชนแบบนั้น”

หลังจากความเงียบงันสั้นๆ เหล่าเสนาธิการก็พากันโต้เถียงกันระเบ็งเซ็งแซ่ จนสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า โอกาสที่กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอจะกล้าเปิดฉากโจมตีก่อนนั้นมีน้อยนิดจนแทบจะเป็นไปไม่ได้

“ให้ทหารทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ถึงผมจะไม่เชื่อว่าพวกมันจะกล้าบุกโจมตีก่อนจริงๆ แต่ก็ต้องระวังไว้ก่อนดีกว่า”

โยชิมูระ ยูอิจิ โบกมือเบาๆ แล้วส่งทหารออกไปสั่งการต่อ “นอกจากนี้ รีบส่งโทรเลขแจ้งสื่อมวลชนทันที บอกให้กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคออย่าได้ฝันกลางแดดไปหน่อยเลย พวกเราไม่เห็นทหารของพวกมันเลยแม้แต่คนเดียว และจะไม่มีวันยอมให้พวกมันก้าวเท้าเข้ามาตรวจค้นในค่ายทหารของพวกเราเด็ดขาด”

“ครับผม!”

เหล่าเสนาธิการ lุกขึ้นทำความเคารพ ก่อนจะพากันเดินออกจากห้องบัญชาการเพื่อไปจัดการตามคำสั่ง

ไม่นานนัก ร่างแถลงการณ์ข่าวในนามของกองกำลังทางทหารประจำประเทศญี่ปุ่นก็ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ

“กรณีที่กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอกุเรื่องทหารหายตัวไปนั้น ทางประเทศญี่ปุ่นของพวกเราไม่ทราบเรื่องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และพวกเราจะไม่มีวันยอมให้ทหารของเจี๋ยเคอแม้แต่คนเดียวเหยียบย่างเข้ามาในค่ายทหารของเราเป็นอันขาด ทั้งนี้ ขอเตือนให้กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอสำนึกตนเองให้ดี อย่าได้คิดบังอาจล้ำเส้นพรมแดนจนก่อให้เกิดความขัดแย้ง มิเช่นนั้นจะเท่ากับถลันตัวเข้าสู่หุบเหวแห่งหายนะ”

ข่าวนี้ซึ่งเป็นการตอบโต้กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ ได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในทันที

และสิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ หลังจากนั้นกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอกลับไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไรในทันที แต่กลับเลือกที่จะรักษาความเงียบงันเอาไว้

..............................................

ลานซ้อมรบ!

ยามพลบค่ำ!

ทหารในกองพลน้อยที่ 1 ของฝ่ายรักษาความปลอดภัยเจี๋ยเคอ ซึ่งเป็นกองพลน้อยผสมหนักเพียงหนึ่งเดียวที่กำลังปฏิบัติการซ้อมรบอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้รับคำสั่งให้รวมพล จากนั้นพวกเขาก็ได้เห็นผู้บัญชาการกองพลน้อยถือคำสั่งทหารที่ลงนามเรียบร้อยแล้วเดินตรงเข้ามา

“ทุกคน ตรง!”

พรึ่บ!

ทหารทุกนายต่างพากันไพล่มือไว้ข้างหลัง ยืดอกเงยหน้าเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ แม้ตามร่างกายจะยังมีฝุ่นละอองจากการซ้อมรบหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ทุกคนก็ยังคงมีท่าทางที่กระฉับกระเฉงและขวัญกำลังใจที่ดีเยี่ยม

“ครึ่งชั่วโมงก่อน ท่านผู้บัญชาการสูงสุดซูเจี๋ย ได้ลงนามในคำสั่งทำสงครามต่อรัฐบาลเป้าหมายและกองกำลังทหารญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายของพวกเราไม่ใช่ลานซ้อมรบอีกต่อไป แต่เป็นค่ายทหารของศัตรู ภารกิจคือการบุกจู่โจมสายฟ้าแลบข้ามแม่น้ำวูหยาน ในช่วงสายของวันพรุ่งนี้ ในฐานะกลุ่มยานเกราะจู่โจมกลุ่มแรกที่เข้าโจมตีกองกำลังทหารรัฐบาลทางตอนใต้ของเทือกเขากินเลา โปรดจำไว้ว่านี่ไม่ใช่การซ้อมรบ ย้ำ นี่ไม่ใช่การซ้อมรบ”

ผู้บัญชาการกองพลน้อยถือเอกสารรายงานการทหารที่ตีตราสีแดงเอาไว้ แววตาคมกริบดุจใบมีด ตะโกนก้องออกมาอย่างดุดัน “มีใครสงสัยอะไรไหม มีใครอยากจะถอนตัวบ้างหรือเปล่า”

“ไม่มีครับ”

เสียงตะโกนดังกึกก้องประดุจคลื่นสึนามิ ทหารทุกนายต่างมีสายตาที่คลั่งไคล้และใบหน้าที่แน่วแน่

“ดีมาก ปฏิบัติภารกิจได้ ให้ทุกคนผูกผ้าพันแผลระบุตัวตน แล้วออกเดินทางได้ทันที”

สิ้นคำสั่ง ทหารราบที่เดิมมีกำหนดการจะซ้อมรบตามแผนการ ก็เริ่มลำเลียงยุทโธปกรณ์ขึ้นสู่รถลำเลียงพล รถถังหนักแต่ละคันเริ่มพ่นควันสีขาวออกมา สัตว์ร้ายเหล็กกล้าหนักหลายสิบตันคำรามกึกก้อง ขบวนรถหุ้มเกราะและรถลำเลียงพลขบวนใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่พรมแดนในทันที

เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในกองพลน้อยผสมหนักที่ 1 เท่านั้น แต่กองพลน้อยภูเขาที่ 3 กองพลน้อยภูเขาที่ 6 และกองพลน้อยภูเขาที่ 7 ต่างก็ได้รับคำสั่งทำสงครามในเวลาเดียวกัน โดยเปลี่ยนจากการซ้อมรบเป็นการทำสงคราม เพื่อปฏิบัติภารกิจที่แตกต่างกันออกไป

.................

เวลาตีสี่ที่เงียบสงัด ณ รัฐตงชิน ฐานที่ตั้งกองพลน้อยการบินที่ 1 ของฝ่ายรักษาความปลอดภัยเจี๋ยเคอ

ภายในสนามบินสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ Mi-8 แต่ละลำเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง พายุหมุนหอบเอาลมพัดผ่านพื้นดินจนผู้คนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น

“ภารกิจในครั้งนี้ของพวกเราจะแบ่งออกเป็นสองส่วน กองร้อยที่หนึ่งรับผิดชอบในการติดตามผมไปบุกเข้าโจมตีค่ายทหารแม่น้ำวูหยานของประเทศญี่ปุ่น ขยี้ศัตรูที่นั่นให้สิ้นซาก และระเบิดคลังยุทธ์ศาสตร์ที่นั่นให้กระจุย”

“ส่วนกองร้อยที่สอง มุ่งหน้าไปตามแนวเมืองหนานกวน ทำลายสนามบินทหารที่นั่นซะ บดขยี้เครื่องบินรบเหล่านั้นอย่าให้เหลือ อย่าให้พวกมันแม้แต่ลำเดียวทะยานขึ้นฟ้าได้ เข้าใจไหม”

“ผมขอเน้นย้ำว่า ภารกิจในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ท่านผู้บัญชาการซูไว้ใจพวกเรา ถึงได้มอบหมายภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ให้ ทุกคนมีความมั่นใจที่จะปฏิบัติภารกิจที่ท่านผู้บัญชาการซูมอบให้ได้สำเร็จไหม”

ผู้บัญชาการกองพันเหล็กกล้า เหมี่ยวลุน สวมชุดเกราะเหล็กที่หนักอึ้ง แววตาที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารของเขาทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

และที่อยู่เบื้องหน้าของเหมี่ยวลุนนั้น คือเหล่าสุดยอดทหารระดับหนึ่งทุกคนที่สวมชุดเกราะหนัก แบกปืนกลแกตลิงและปืนกลต่อต้านอากาศยานขนาดใหญ่

“ศึกแรกต้องมีเรา มีเราต้องชนะ”

เสียงกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นดังขึ้น สุดยอดทหารระดับหนึ่งแต่ละคนต่างก็มีสง่าราศีประดุจพยัคฆ์ แม้จำนวนคนจะไม่มากนัก มีไม่ถึงร้อยคน แต่กลับเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวประดุจกองทัพเหล็กที่ทรงพลัง บรรดาเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงและนักบินในสนามบินที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็พากันแข้งขาอ่อนแรงและหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ

เมื่อตั้งสติได้และจ้องมองไปยังหน่วยรบที่เป็นไพ่ตายอันดับหนึ่งของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ แววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความเลื่อมใสและชื่นชมอย่างถึงที่สุด

“ทุกคน ขึ้นเครื่อง ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บัญชาการสูงสุด ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าพวกเรา”

เหมี่ยวลุนกวาดสายตามองไปรอบๆ ยกปืนกลต่อต้านอากาศยานขนาด 14.5 มิลลิเมตรที่หนักอึ้งขึ้นมา ปิดหน้ากากที่ทำจากกระจกกันกระสุน ก่อนจะสาวเท้าก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังเฮลิคอปเตอร์ Mi-8 ลำหนึ่ง

เบื้องหลังของเขา คือบรรดานักรบเหล็กที่ก้าวเท้าอย่างมั่นคง แบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระเบียบ แล้วขึ้นสู่เฮลิคอปเตอร์ทีละลำ

เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงกำลังทำการตรวจสอบขั้นตอนสุดท้าย เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว พวกเขาก็โบกธงสีเหลืองขนาดเล็ก เพื่อส่งสัญญาณแจ้งทางหอบังคับการบินว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว

เมื่อได้รับคำสั่ง ใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ Mi-8 แต่ละลำในสนามบินก็หมุนวนด้วยกำลังสูงสุด ภายใต้การควบคุมของนักบิน เครื่องก็เริ่มทะยานขึ้นจากพื้นดินอย่างช้าๆ แล้วบินวนอยู่กลางอากาศ

ในอีกสิบกว่านาทีต่อมา หลังจากที่รวมพลกับเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่มาคุ้มกันแล้ว กองกำลังจู่โจมทางอากาศขนาดใหญ่กลุ่มนี้ก็บินในระดับต่ำสุดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับตลอดเส้นทางท่ามกลางความมืดมิด มุ่งหน้าตรงไปยังฐานที่ตั้งของกองกำลังทหารญี่ปุ่นในทันที

เนื่องจากอิทธิพลจากความโค้งของโลก คลื่นเรดาร์จึงสามารถครอบคลุมได้เพียงระดับความสูงที่จำกัด ประกอบกับการบินในระดับต่ำที่ใช้ภูมิประเทศ ต้นไม้ และอาคารต่างๆ มาช่วยบดบังสัญญาณเรดาร์ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เรดาร์ตรวจจับเฮลิคอปเตอร์ที่บินในระดับต่ำเป็นพิเศษได้ยากลำบาก

ต่อให้เรดาร์ทางฝั่งรัฐบาลจะเปิดใช้งานอยู่ ก็ยากที่จะจับสัญญาณของกองกำลังจู่โจมทางอากาศกลุ่มนี้ได้

..........

ยามรุ่งสาง

แสงตะวันแรกเริ่มสาดส่องลงมา แสงอาทิตย์สีแดงฉานทาบทับลงบนค่ายทหารแม่น้ำวูหยานของประเทศญี่ปุ่น

อิเคทานิ ฮิราโอกะ พลทหารเวรยามที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงครึ่งหลังของคืนบิดขี้เกียจพลางบ่นพึมพำว่า “ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีข้าวปั้นกับซุปมิโซะให้กินหรือเปล่า กินแต่พวกอาหารท้องถิ่นพวกนี้บ่อยๆ กระเพาะของฉันจะพังหมดแล้วเนี่ย”

“ฮ่าฮ่า ท่าทางแกคงจะถูกเลี้ยงมาแบบคุณหนู พวกเรามาที่นี่เพื่อทำสงครามนะเว้ย แกยังจะหวังว่าจะได้กินของดีๆ แค่ไหนกันเชียว”

ข้างๆ กันนั้น นากาซาวะ อิจิโร่ ทหารเก่าที่เคยผ่านภารกิจรักษาสันติภาพมาแล้ว ตบเข้าที่หลังศีรษะของเขาเบาๆ พลางเช็ดปืนไรเฟิลของตนเองไปด้วย และสั่งสอนออกมา

อิเคทานิ ฮิราโอกะ ส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ “จะไปรบกับใครที่ไหนกัน พวกเรามาที่นี่อย่างมากก็แค่มาเดินขบวนแสดงอำนาจทหารเท่านั้นแหละ ไอ้กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคออะไรนั่นน่ะ สุดท้ายคงจะเลือกยอมจำนนเพราะความกลัวนั่นแหละไม่แน่ ผมล่ะอยากรีบกลับไปที่ประเทศตัวเองจัง ที่นี่มันร้อนจะตายชัก แถมแมลงก็เยอะด้วย ชาตินี้ผมไม่คิดอยากจะกลับมาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สองเลย”

เมื่อนึกถึงการฝึกในป่าเขา อิเคทานิ ฮิราโอกะ ก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปทั้งตัว

นั่นเป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่าเป็นการฝึกที่ทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิตแล้ว มันลำบากยิ่งกว่าตอนเป็นทหารใหม่เสียอีก ที่ไหนๆ ก็มีแต่ยุงและแมลงสารพัดชนิดมารบกวนจนเขาแทบคลั่ง

“เรื่องนั้นมันก็ใช่อยู่หรอก แต่ว่า...”

นากาซาวะ อิจิโร่ พูดค้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ ทันใดนั้นเขาก็ชะงักไป หูของเขาขยับเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง

“มีอะไรเหรอครับ”

อิเคทานิ ฮิราโอกะ ยังคงสงสัย ทันใดนั้นในหูของเขาก็ได้ยินเสียงแปลกประหลาดบางอย่างเช่นกัน

วึ่ง! วึ่ง! วึ่ง! วึ่ง! วึ่ง!

มันเหมือนกับมีใบพัดลมขนาดใหญ่จำนวนมหาศาลกำลังพัดกรรโชกอย่างรุนแรง เสียงนั้นดังมาจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และเสียงก็ดังขึ้นเรื่อยๆ

เมื่ออิเคทานิ ฮิราโอกะ มองตามทิศทางของเสียงไป เขาก็ได้เห็นเฮลิคอปเตอร์จำนวนมหาศาลพุ่งทะยานเข้ามาในระดับต่ำภายใต้แสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่เพิ่งจะขึ้นพ้นขอบฟ้า แรงลมจากใบพัดทำให้ต้นไม้ใบหญ้าในบริเวณใกล้เคียงไหวพะเพื่อมราวกับระลอกคลื่น ตัวเครื่องที่เป็นเหล็กกล้าดูเย็นเยือกเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหารจนทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้านด้วยอาวรณ์

“หือ? ล้อเล่นน่า นี่มัน... นี่อย่าบอกนะว่าเป็นศัตรู”

รูม่านตาของอิเคทานิ ฮิราโอกะ หดเกร็งลงอย่างรุนแรง ความจริงแล้วเขามองเห็นสัญลักษณ์ของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอที่อยู่ข้างลำตัวเครื่องบินเหล่านั้นได้รางๆ แล้ว แต่สัญชาตญาณและความตื่นตระหนกทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อในความจริงข้อนี้

“ศัตรูบุก ศัตรูบุก!”

นากาซาวะ อิจิโร่ สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ในตอนที่เขาได้เห็นกองกำลังจู่โจมทางอากาศขนาดใหญ่นี้ เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น เขาจึงรีบไปแจ้งเตือนทันที แต่ทว่าในตอนนี้มันสายเกินไปเสียแล้ว

ความเร็วของเฮลิคอปเตอร์นั้นรวดเร็วเพียงใด กองกำลังจู่โจมทางอากาศชุดนี้ที่คำวณเวลาไว้อย่างดิบดีว่าจะบุกเข้ามาในช่วงที่ดวงอาทิตย์ยามเช้าเพิ่งจะเริ่มขึ้น ย่อมไม่เปิดโอกาสให้เหล่าทหารญี่ปุ่นได้มีเวลาในรวมพลังพลตอบโต้อะไรเลย

ฐานยิงจรวดของเฮลิคอปเตอร์จู่โจมที่มาคุ้มกันถูกเปิดออก จรวดทางอากาศขนาด 80 มิลลิเมตรพุ่งกระจัดกระจายออกมาเป็นชุดอย่างหนาแน่นจากทั้งสองข้างของเฮลิคอปเตอร์ ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของอิเคทานิ ฮิราโอกะ จรวดเหล่านั้นได้พุ่งเข้าปะทะจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่างๆ ทั่วค่ายทหาร

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ คลังน้ำมัน ปืนต่อต้านอากาศยาน สถานีวิทยุสื่อสาร อาคารที่พักทหาร คลังพัสดุ และอื่นๆ ต่างก็ถูกถล่มด้วยการระดมยิงของจรวดอย่างหนักหน่วง

ทหารญี่ปุ่นจำนวนมากที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา ต่างก็ถูกระเบิดฉีกกระชากร่างกายจนร่างแหลกเป็นชิ้นๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว

แต่อย่างไรก็ตาม การตายแบบนั้นก็นับว่ายังโชคดีอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ทันได้รับรู้ถึงความเจ็บปวด แต่ยังมีทหารอีกจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและสะเก็ดจรวดเหล่านั้น

มีทหารบางนายที่แขนขาถูกระเบิดจนกระเด็นไปไกลนับสิบเมตร ต้องพยายามตะเกียกตะกายไปตามพื้นดินเพื่อหาชิ้นส่วนร่างกายของตนเอง

มีทหารบางนายที่มีลำไส้ไหลออกมากองข้างนอก ได้แต่พยายามโอบอุ้มชิ้นส่วนอวัยวะภายในที่ไหลออกมาด้วยความสิ้นหวัง พลางพยายามจะยัดมันกลับเข้าไปในท้อง เสียงร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวังทำให้ผู้ที่ได้ยินต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบไปตามๆ กัน

ทหารบางนายถูกไฟลุกท่วมไปทั้งตัวจนกลายเป็นมนุษย์เพลิง วิ่งพล่านกรีดร้องไปมา จนไปทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามไปยังจุดอื่นมากขึ้นไปอีก

และในขณะที่ค่ายทหารกำลังตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย เฮลิคอปเตอร์ Mi-8 จำนวนมากก็ได้คว้าโอกาสนี้ ร่อนจอดลงตามจุดต่างๆ ทั่วค่ายทหาร

ประตูเครื่องเฮลิคอปเตอร์เปิดออก แววตาของเหมี่ยวลุนดูเย็นเยือกดุจน้ำแข็ง เขาจ้องมองค่ายทหารเบื้องล่างที่กำลังตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน ก่อนจะจับเชือกแล้วโรยตัวลงมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล และเมื่อเครื่องอยู่ห่างจากพื้นดินประมาณห้าหกเมตร เขาก็ตัดสินใจกระโดดลงมาประทับอยู่บนพื้นดินอย่างมั่นคง

ตึ้ง!

เช่นเดียวกับเหมี่ยวลุน เหล่านักรบเหล็กแต่ละคนต่างก็ร่อนลงจอดบนพื้น ก่อนจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนตระหง่าน พลางชูเครื่องจักรปืนกลในมือขึ้น เพื่อมอบของกำนัลเป็นห่ากระสุนและแรงระเบิดจากกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอให้แก่เหล่าทหารญี่ปุ่นเหล่านั้นในทันที

จบบทที่ บทที่ 309 เปิดฉากสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว