เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 304 กองกำลังมาถึง

บทที่ 304 กองกำลังมาถึง

บทที่ 304 กองกำลังมาถึง


เมื่อได้ยินคำพูดของดัลลัส การเคลื่อนไหวของซูเจี๋ยก็ชะงักไปเล็กน้อย เขามองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างมาก

เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของซูเจี๋ย ดัลลัสก็แย้มยิ้มออกมา พลางกล่าวว่า “ไมโครซอฟท์ของพวกเรามีอิทธิพลในวงการเมืองอยู่บ้าง สถานการณ์ของคุณในตอนนี้ หากคุณยอมแบ่งปันผลประโยชน์ออกมาเพียงเล็กน้อย พวกเราก็มีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่า จะสามารถเกลี้ยกล่อมบรรดาเหล่านักการเมืองระดับสูงเหล่านั้นให้ล้มเลิกปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตงชินได้”

ดัลลัสแสดงออกถึงความมั่นใจเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันไมโครซอฟท์ผลิตสินค้าหลักคือคลาวด์คอมพิวติ้งและอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจที่มีอยู่มากมายทั่วโลก

และแน่นอนว่าลูกค้าเหล่านี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดต่อกับทางรัฐบาล โครงการต่างๆ ของรัฐบาลมีกำไรมหาศาล

ในระหว่างกระบวนการนี้ ไมโครซอฟท์จึงได้สั่งสมทรัพยากรบุคคลเอาไว้มากมาย

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีอย่างไมโครซอฟท์ ย่อมต้องมีเจตนารมณ์ในการรักษาผลประโยชน์ของตนเอง และมีตัวแทนคอยเป็นกระบอกเสียงให้แก่ตนในรัฐบาลอีกด้วย

รากฐานของลัทธิทุนนิยมคือนักการเมืองเองก็ต้องรับใช้เหล่านายทุนเช่นกัน

อิทธิพลของไมโครซอฟท์ในแวดวงการเมืองของสหรัฐอเมริกานั้น แข็งแกร่งจนไม่มีข้อสงสัยใดๆ

เมื่อได้ยินคำมั่นสัญญาที่ฟังดูหนักแน่นเช่นนั้น ซูเจี๋ยก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธและกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในคำมั่นสัญญาของคุณหรอกนะครับ แต่การร่วมมือกันในเรื่องแว่นตาอัจฉริยะนั้น มันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถนำออกขายได้จริงๆ เรื่องนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องเจรจาต่อรองกันอีกแล้วครับ”

ดัลลัสขมวดคิ้วแน่น ซูเจี๋ยแสดงท่าทีที่เด็ดขาดจนเกินไป เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น ไม่ได้พูดถึงเรื่องอัตราการลงทุนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาไม่มีความคิดที่จะร่วมมือกับโลกภายนอกเลย

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้ยินชื่อเสียงของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอมาบ้างว่าชอบกินรวบเพียงคนเดียว แต่เมื่อมาพบกับตัวเองจริงๆ ดัลลัสถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้งว่าชื่อเสียงเหล่านั้นไม่ได้เกินความจริงเลย

“ท่านประธานซูครับ ผมพูดตามตรงเลยนะ สถานะของคุณในตอนนี้กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นอย่างมาก หากไม่พิจารณาหาผู้ที่จะมาช่วยเจรจาเพื่อคลี่คลายวิกฤตครั้งนี้ เกรงว่าความพินาศย่อยยับจะมาเยือนในอีกไม่ช้า”

ดัลลัสกล่าวด้วยความหวังดี พลางตอกย้ำถึงแสนยานุภาพของบริษัทตนอีกครั้ง

“และในยามนี้ ผู้ที่มีความสามารถและมีความคิดที่จะช่วยเหลือคุณ มีเพียงแค่ไมโครซอฟท์ของพวกเราเท่านั้น การร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันถือเป็นเรื่องปกติของการพัฒนาสังคมในปัจจุบัน ปัญหาของคุณ คือการที่คุณต้องแบ่งสรรผลประโยชน์ของน้ำยาปลูกผมเทียนหยวนออกไปบ้าง ไมโครซอฟท์ของพวกเราขอรับรองว่า จะทำให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกายกเลิกปฏิบัติการกับคุณโดยทันที”

“ผมควรจะเข้าใจว่านี่คือคำข่มขู่หรือเปล่าครับ?”

รอยยิ้มของซูเจี๋ยค่อยๆ เลือนหายไป เขาคิดที่จะให้ซูเจี๋ยแบ่งสรรผลประโยชน์ของน้ำยาปลูกผมเทียนหยวนออกไป หากซูเจี๋ยอยากทำเช่นนั้นจริงๆ เขาก็ไม่จำเป็นต้องมีไมโครซอฟท์มาเป็นตัวกลางเล้าโลมให้หรอก

“เปล่าครับๆ ผมไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลย ไมโครซอฟท์ของพวกเราทำธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย และพวกเราก็ไม่ใช่พวกที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาวุธสงครามที่จะต้องออกไปยั่วยุปุกปั่นให้เกิดสงครามเพื่อแสวงหาผลกำไร”

ดัลลัสรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาภายในใจ เพราะข้อมูลที่เขาได้รับรู้มานั้นไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องความขัดแย้งต่างๆ ระหว่างบริษัทเจี๋ยเคอกับทางสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องนิสัยส่วนตัวของคนคนนี้ด้วย ที่มีนิสัยโหดเหี้ยมเด็ดขาดเป็นอย่างมาก หากต้องมาขัดแย้งกับเขาที่นี่ เกรงว่าแม้แต่จะเดินออกจากเมืองม่านเต๋อไปได้อย่างมีชีวิตรอดก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

ซูเจี๋ยยกถ้วยชาขึ้นจิบ พลางกล่าวเรียบๆ ว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านประธานดัลลัสก็เชิญกลับไปได้เลยครับ นี่คือความขัดแย้งระหว่างผมกับบริษัทอาสแตด ฟาร์มาซูติคอล และทางสหรัฐอเมริกาเท่านั้นครับ”

ดัลลัสที่เชี่ยวชาญการใช้ภาษาจีนเข้าใจความหมายของการยกน้ำชาขึ้นจิบเพื่อลาแขกได้เป็นอย่างดี เขาจึงลุกขึ้นยืนด้วยความเสียดาย

“ท่านประธานซู ผมหวังว่าในอนาคตพวกเราจะมีโอกาสได้รับใช้คุณนะครับ”

“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ”

หลังจากที่เดินออกจากกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอมาแล้ว ใบหน้าที่เคร่งเครียดของดัลลัสก็เริ่มดำคล้ำลงในทันที

เขาที่เดินเข้ามาที่นี่ด้วยความมั่นใจเกินร้อย ไม่คิดเลยว่าจะถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้ นับตั้งแต่ที่ไมโครซอฟท์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่แล้ว ก็มีน้อยบริษัทนักที่จะกล้าเมินเฉยต่อไมโครซอฟท์ได้มากถึงเพียงนี้

เขามองไปยังถนนหนทางที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนในเมืองม่านเต๋อ พลางรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ : “น่าเสียดายจริงๆ ที่คุณได้รับโอกาสแล้วแต่กลับคว้าเอาไว้ไม่ได้ อีกไม่นาน พวกเราก็ทำได้เพียงแค่รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่คุณต้องการจากซากศพของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอเท่านั้นแล้วล่ะ”

หลังจากที่กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอถูกชำแหละโดยน้ำมือของสหรัฐอเมริกาแล้ว สิ่งที่เขาหาซื้อในวันนี้ไม่ได้ ด้วยแสนยานุภาพของไมโครซอฟท์ย่อมสามารถไปหาซื้อต่อมาจากทางกองทัพของสหรัฐอเมริกาได้ในภายหลัง เพียงแต่ในเวลานั้น พวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับการแข่งขันจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีเจ้าอื่นๆ เพิ่มเติมด้วยเท่านั้นเอง

“ต้องรีบเตรียมตัวให้พร้อมเสียแล้วล่ะ กลับไปต้องรีบติดต่อกับท่าน สว. เจมส์ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเราจะได้รับผลประโยชน์ที่อ้วนพีที่สุดหลังจบสงครามครั้งนี้”

ดัลลัสพึมพำกับตนเอง พลางวางแผนว่าจะทำกำไรหลังจบสงครามได้อย่างไร ซึ่งทางกลุ่มบริษัทไมโครซอฟท์เองก็คงจะต้องมีการขยับตัวทำอะไรบางอย่างเพื่อให้มีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้ เพื่อเป็นการรับประกันว่าตนเองจะไม่ถูกเขี่ยออกจากกลุ่มผู้ที่ได้รับผลประโยชน์นั่นเอง

ตั้งแต่ต้นจนจบ ดัลลัสเชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่ากลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอครอบครองเทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะที่ล้ำสมัยเอาไว้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนี้มันคือเรื่องที่ตัวเขาเองเข้าใจผิดไปเองทั้งสิ้น

...................

ภายในห้องทำงาน หลิ่วหยิงหยิงกำลังปวดบ่าซูเจี๋ยอย่างอ่อนโยน พลางถามเบาๆ ว่า “ซูเจี๋ยคะ ข้อเสนอของไมโครซอฟท์นั่น...”

“อย่าไปเชื่อคำพูดของพวกนายทุนพวกนั้นเลย ต่อให้พวกเรายอมร่วมมือกับพวกเขา พวกเขาก็พร้อมที่จะหักหลังพวกเราได้ทุกเมื่อ ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้พวกเรากำลังท้าทายอำนาจของพวกเขาอยู่ และพวกเราก็ได้ข้ามหน้าข้ามตาสหรัฐอเมริกามาแล้วหลายครั้ง คนพวกนั้นไม่ยอมรามือให้ง่ายๆ หรอกนะ”

ซูเจี๋ยหลับตาพักผ่อนอยู่บนโซฟา โดยที่ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับข้อเสนอการเป็นพันธมิตรที่ไมโครซอฟท์หยิบยื่นมาให้เลยแม้แต่น้อย

หากหลงเชื่อว่าหมาป่าจะยอมเปลี่ยนมากินเจล่ะก็ นั่นต่างหากล่ะที่เป็นคนโง่เง่าที่แท้จริง

นายทุนทำเพื่อผลกำไร หากการหักหลังและทำลายกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอจะทำให้ได้รับผลประโยชน์ที่มากกว่า พวกเขาย่อมที่จะลงมือทำอย่างแน่นอนโดยไม่ลังเล

ซูเจี๋ยเองก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะอะไรนั่น และต่อให้มีอยู่จริง ซูเจี๋ยก็ย่อมไม่มีทางที่จะร่วมมือกับทางไมโครซอฟท์โดยเด็ดขาด

“ข้อมูลกองกำลังส่วนแรกของประเทศญี่ปุ่นที่มาประจำการในย่างกุ้ง แถบใกล้เคียงประเทศมัณฑะเลย์ ได้เริ่มเข้าประจำการแล้ว ทหารเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากกองพลน้อยที่ 13 ของกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดิน และกองพลพลร่มที่ 1 ในตอนนี้มีประมาณสองพันนายที่เดินทางมาถึงที่นี่ก่อนด้วยเครื่องบินลำเลียง ส่วนอาวุธหนักเครื่องจักรสงครามต่างๆ กำลังอยู่ระหว่างการลำเลียงเข้ามา รวมถึงกรมบินการบินผสมที่พวกเขากำลังเตรียมการเคลื่อนย้ายมาประจำการที่สนามบินที่รัฐบาลปัจจุบันควบคุมอยู่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกลาดตระเวนด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ฝ่ายข่าวกรองของเรายังพบว่า ทหารเหล่านี้กำลังเข้าฝึกซ้อมรบบนภูเขาและรบในภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่นี่ค่ะ”

หลิ่วหยิงหยิงกล่าวถึงอีกหนึ่งภารกิจ นั่นคือข้อมูลการวางแนวป้องกันของศัตรู

ซูเจี๋ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางแสยะยิ้มที่เย็นเยือกออกมาและกล่าวว่า “ในเมื่อรนหาที่ตาย อยากจะมาเป็นองครักษ์พิทักษ์เจ้านายจนตัวสั่น แถมนังอุตส่าห์ดึงเอาจุดแข็งออกมาใช้เสร็จสรรพ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ต้องมอบเซอร์ไพรส์กลับไปให้เขาสักหน่อยแล้วล่ะ”

กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของประเทศญี่ปุ่นนั้น มีกองกำลังรบหลักที่คล่องตัวสูงซึ่งประกอบด้วย 9 กองพล และ 8 กองพลน้อย หากนับรวมกองกำลังส่งกำลังบำรุงแล้ว ในปัจจุบันพวกเขามีกองกำลังรบทหารบกประจำการอยู่เกือบสองแสนนายเลยทีเดียว

กองพลน้อยทั้ง 8 เหล่านี้ คือกองกำลังรบร่วมที่ประเทศญี่ปุ่นสร้างขึ้นโดยเลียนแบบตามโครงสร้างของประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความสามารถในการออกทำการรบได้อย่างเป็นอิสระและมีความสามารถในการทำสงครามพิเศษที่แข็งแกร่ง กองพลน้อยที่ 13 ที่ถูกดึงตัวมาในครั้งนี้มีกำลังทหารอยู่ประมาณสามพันหกร้อยนาย

และกองพลพลร่มที่ 1 คือกองพลพลร่มเพียงหนึ่งเดียวของกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1954 และเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติการรบพิเศษร่วมกับกองพลรบเคลื่อนที่เร็วที่ 1 ของกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดิน ในปัจจุบันมีกำลังพลรวมทั้งสิ้นประมาณหนึ่งพันเก้าร้อยนาย สังกัดภายใต้กองบัญชาการเคลื่อนที่เร็วส่วนกลางของกองทัพบกญี่ปุ่น

ส่วนกรมบินการบินผสมนั้น ส่วนใหญ่ประกอบด้วยกองพลบิน กองบริหารจัดการและควบคุมการลาดตระเวนทางอากาศ และกองกำลังปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน ภายใต้สังกัดยังมีฝูงบินรบที่ประกอบด้วยเครื่อง F-15J และ F-15DJ อีกหลายฝูง รวมถึงหน่วยส่งกำลังลำเลียงและเฮลิคอปเตอร์จู่โจมอย่างเช่น ชีนุก คอบร้า อาปาเช่ อีกประมาณหนึ่งพันห้าร้อยนาย

หากบวกกับเรือรบอีกหลายลำที่ทางประเทศญี่ปุ่นส่งออกมาเข้าร่วมลาดตระเวนกับกองเรือคุ้มกันทางไกลของสหรัฐอเมริกาที่ลอยลำอยู่ในอ่าวเบงกอล นี่จึงเป็นการผนึกกำลังกันทั้งทางเรือ ทางบก และทางอากาศอย่างครบถ้วน

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อกี้ประธานดัลลัสจากไมโครซอฟท์จะดูมีความมั่นใจมากขนาดนั้น ดูเหมือนว่าจะได้รับกลิ่นอายของเมฆหมอกสงครามมาบ้าง”

ซูเจี๋ยลืมตาขึ้น ศึกสงครามในครั้งนี้ หากเทียบกับความประมาทและดูแคลนศัตรูของสหรัฐอเมริกาในครั้งก่อนแล้ว ครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามย่อมที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

บางทีในมุมมองของกลุ่มประเทศทั้งแปดแล้ว ตราบใดที่เนื้อหนังมังสาของพวกเขายังคงเดินหน้าต่อไป พวกเขาย่อมสามารถที่จะบีบรัดกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอให้ตายคามือได้

เพราะหากจะมาเทียบเรื่องขีดความสามารถและศักยภาพในการทำสงครามแล้ว กลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอจะไปเป็นคู่ต่อสู้ของกลุ่มประเทศทั้งแปดได้อย่างไรกันล่ะ

“ประเทศญี่ปุ่นไม่เพียงแต่ส่งกำลังทหารออกมาเท่านั้น แต่ยังเสนอที่จะฝึกฝนทหารให้แก่ทางประเทศที่เป็นเป้าหมายอีกด้วย และในขณะเดียวกันก็ได้มอบเงินกู้ก้อนโตมูลค่าถึงสองพันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่รัฐบาลของประเทศเป้าหมายด้วยค่ะ”

หลิ่วหยิงหยิงกุมกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น เธอรู้สึกไม่พอใจการกระทำของประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

“นี่คงกะจะมาแสดงตัวตนโชว์พาวหน่อยล่ะมั้งในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้น่ะ! โดยที่ไม่ดูสารรูปตัวเองเล้ย มีดีแค่นิดเดียวแต่กลับอยากจะงาบเขาทั้งตัว ไม่กลัวว่าจะทำฟันหมาของตัวเองหักจนหมดปากบ้างเหรอไง”

ซูเจี๋ยรู้สึกตลกอยู่เล็กน้อย ประเทศญี่ปุ่นห่างจากประเทศเป้าหมายแห่งนี้ในแนวเส้นตรงเพียงแค่สี่พันกว่ากิโลเมตรเท่านั้น แต่หากต้องอ้อมมาทางทะเล ระยะทางก็คงจะยิ่งไกลหูไกลตาออกไปอีก

ยิ่งการเดินทางไกลถ่อกันมาถึงที่นี่ หากถูกตัดการส่งกำลังบำรุงเพียงแค่นิดเดียว กองทัพขนาดใหญ่ก็คงจะพากันระส่ำระสายจนทำอะไรไม่ถูกเป็นแน่

“เรื่องการส่งกำลังบำรุงของฝั่งโน้น สหรัฐอเมริกามีการเตรียมการไว้แล้วใช่ไหม?”

ซูเจี๋ยเอ่ยถามขึ้น การทำสงครามในปัจจุบันสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการส่งกำลังบำรุง เรื่องนี้ใครๆ ที่เคยผ่านการเรียนมาต่างก็ต้องเข้าใจดี

“ค่ะ สหรัฐอเมริกาเพิ่งจะประกาศผ่านทางข่าวสารว่า จะสั่งการฐานทัพทหารในต่างแดนทุกแห่ง และจะติดต่อกับกลุ่มประเทศภาคีสมาชิกทั้งแปด เพื่อจัดหาเสบียงและกำลังบำรุงให้แก่ประเทศญี่ปุ่นที่นี่ โดยพัสดุและกำลังบำรุงเหล่านั้นจะถูกจัดส่งมาที่รัฐบาลของประเทศที่เป็นพันธมิตร เพื่อที่ทางพันธมิตรจะได้ทำการส่งมอบต่อไปให้ประเทศญี่ปุ่นอีกทอดหนึ่งค่ะ”

หลิ่วหยิงหยิงเริ่มรายงานต่อ สหรัฐอเมริกามีฐานทัพอยู่ทั่วโลกและมีกองเรือรบที่แข็งแกร่ง เรื่องการสนับสนุนการรบย่อมไม่ใช่ปัญหาของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

“แล้วประเทศอื่นๆ มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหม?”

ซูเจี๋ยดึงหลิ่วหยิงหยิงเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน พลางเริ่มใช้มือไม้ลวนลามเธอตามความเคยชิน

ใบหน้าของหลิ่วหยิงหยิงเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย พลางกล่าวต่อไปว่า “สหรัฐอเมริกาประกาศว่าจะเพิ่มกำลังในการลาดตระเวนและส่งทหารเข้ามาฝึกซ้อมการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกค่ะ นอกจากสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่นแล้ว อีกหกประเทศในกลุ่มสมาชิกทั้งแปดที่เหลือไม่ได้มีการเคลื่อนทัพเข้าสู่ประเทศเป้าหมายเลย เพียงแต่ส่งเรือรบขนาดเล็กออกมาเข้าร่วมสมทบกับกองเรือคุ้มกันของสหรัฐอเมริกาเพื่อแสดงแสนยานุภาพเท่านั้นค่ะ”

บรรดาประเทศเพื่อนบ้านของประเทศเป้าหมายนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นประเทศเล็กๆ มีกำลังรบที่ไม่แข็งแกร่งนัก ถึงแม้พวกเขาจะเกรงใจสหรัฐอเมริกา แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็แตกต่างจากประเทศญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากญี่ปุ่นนั้นถูกสหรัฐอเมริกาควบคุมและมีอิทธิพลในเชิงลึกเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์

พวกเขาจึงมีสิทธิ์มีเสียงและมีอิสระในการตัดสินใจที่มากกว่า ยกเว้นเสียแต่ว่าสหรัฐอเมริกาจะยอมมอบผลประโยชน์มหาศาลให้แก่พวกเขาจนพอใจ มิเช่นนั้นคนพวกนี้ย่อมที่จะไม่ยอมก้าวเท้าเข้าสู่สมรภูมิที่วุ่นวายและรังแต่จะทำให้เสียประโยชน์แบบนี้แน่นอน

“ขนาดสหรัฐอเมริกาเองก็ยังไม่อยากจะออกตัวแรง แต่ประเทศญี่ปุ่นนี่กลับกระตือรือร้นเหลือเกินนะ ช่างเป็นสุนัขที่แสนซื่อสัตย์จริงๆ เลยนะ”

ซูเจี๋ยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสหรัฐอเมริกาไปให้คำมั่นสัญญาหรือให้ติปอะไรแก่ประเทศญี่ปุ่นไว้บ้าง ถึงได้ยอมเป็นหัวหอกนำทัพบุกเข้ามาท้าทายกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอเช่นนี้ เขาได้แต่ถอนหายใจและรู้สึกทึ่งกับความสามารถในการฝึกสุนัขของทางสหรัฐอเมริกาจริงๆ เลยนะ

ภายใต้สถานการณ์ที่ตนเองยังไม่คิดที่จะเปิดฉากบุกโจมตีด้วยตนเอง แต่กลับมีสุนัขที่แสนจงรักภักดีวิ่งออกมาแยกเขี้ยวท้าทายเพื่อทดลองฝีมือของกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอให้เสียอย่างนั้น

“แก๊งที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดีพวกนี้น่ะ ก็นึกว่าตนเองยังเป็นพี่ใหญ่ในเอเชียอยู่หรือไงกัน”

ซูเจี๋ยครุ่นคิดไปมา พลางรู้สึกเนือยๆ อยู่เหมือนกัน

ประเทศญี่ปุ่นเคยอยู่ในตำแหน่งพี่ใหญ่ของเอเชียเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น แต่สุดท้ายตำแหน่งพี่ใหญ่นั่นเองที่เป็นคนจุดไฟเผาให้เขาต้องทนทุกข์จนแทบปางตายอยู่บนนั้น จนแทบจะเอาชีวิตที่มีค่าของพี่ใหญ่คนนั้นไปไม่รอด

แต่ก็นั่นแหละ บรรพบุรุษของพวกเขาก็เคยยิ่งใหญ่มาก่อน ญี่ปุ่นจึงน่าจะยังมีความฝันที่จะกลับมาเป็นผู้นำในเอเชียอีกครั้ง และพวกเขาก็น่าจะหวังที่จะใช้ความขัดแย้งทางทหารกับกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอในครั้งนี้ เพื่อเป็นการประกาศศักดาความแข็งแกร่งของตนเองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เป็นที่ประจักษ์

สหรัฐอเมริกาที่กุมบังเหียนสุนัขตัวนี้อยู่ บางทีก็อาจจะเกรงว่าสุนัขจะย้อนกลับมาแว้งกัดเจ้าของตนเองเข้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นการปล่อยมันออกมาให้ต่อสู้กับกลุ่มบริษัทเจี๋ยเคอ นอกจากจะเป็นการลับฟันหมาให้คมกริบแล้ว ก็ยังเป็นการระบายพละกำลังของสุนัขไปในตัวด้วยอีกทางหนึ่ง

“ในเมื่อเป็นแบบนั้น พวกเราเองก็ถึงเวลาที่ต้องอัปเกรดคลังแสงเพื่อเป็นการตอบโต้เหมือนกันแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าการใช้อาวุธใหม่จำเป็นต้องผ่านการฝึกฝนและการปรับตัวจนกว่าจะใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว และสงครามครั้งนี้ก็น่าจะยังนำมาใช้ได้ไม่ทันการนักก็เถอะ”

ซูเจี๋ยลูบเส้นผมที่นุ่มสลวยของหลิ่วหยิงหยิง พลางกล่าวว่า “ข้าจำได้ว่างานแสดงเทคโนโลยีการบินนานาชาติของประเทศมหาอำนาจขั้วโลกเหนือกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วใช่ไหม หยิงหยิง เจ้าจงนำคนทีมหนึ่งเดินทางไปที่นั่นเพื่อเจรจาซื้อขายเครื่องอาวุธสงครามล่วงหน้าล่ะ”

หลิ่วหยิงหยิงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เธอค่อยๆ ตอบรับ พร้อมทั้งสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออันซุกซนของซูเจี๋ย จนใบหน้าที่สวยงามของเธอเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมามากยิ่งขึ้น : “เดี๋ยวสิคะ ที่นี่นะมันที่ทำงานนะ”

“ทำแบบนี้สิถึงจะได้อรรถรสและตื่นเต้นยิ่งขึ้น!”

ภายใต้เสียงครางกระเซ้าเย้าแหย่ของหลิ่วหยิงหยิง บรรยากาศภายในห้องทำงานจึงถูกปกคลุมไปด้วยความเร่าร้อนและเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก

จบบทที่ บทที่ 304 กองกำลังมาถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว