- หน้าแรก
- พลิกโลกเซียนด้วยทรัพยากรพันล้าน
- บทที่ 74 ป่าอัฐิ
บทที่ 74 ป่าอัฐิ
บทที่ 74 ป่าอัฐิ
แปะ แปะ แปะ!
ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ เสียงปรบมือดังแทรกผ่านม่านฝนออกมา
"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่เสียทีที่เป็นศิษย์พี่เผย ความแข็งแกร่งช่างน่านับถือนัก จัดการลูกศิษย์สำนักจื่อเสียได้ง่ายดายถึงเพียงนี้"
ซูเจี๋ยยืนอยู่บนหัวของตะขาบพันมือพลางหรี่ตามองและปรบมือให้
"ข้านึกว่าเจ้าจะไม่กล้าเสนอหน้าออกมาเสียแล้ว หรือว่าเจ้าเห็นว่าข้าสูญเสียพลังไปมาก เลยคิดว่าจะมีโอกาสเอาชนะข้าได้งั้นหรือ? เหอะ เจ้าประเมินพวกสวะนั่นสูงเกินไปแล้ว ที่ข้าหลอกให้สำนักจื่อเสียมาลงมือแทนข้า ก็เพราะข้ามั่นใจว่าข้าสามารถจัดการพวกมันได้ทุกเมื่อ"
เผยไห่ปิงหันกลับมา แววตาของเขาปรากฏความประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นซูเจี๋ยปรากฏตัวออกมา
เขาเดิมทีคิดว่าหลังจากซูเจี๋ยได้เห็นการต่อสู้เมื่อครู่แล้ว ก็น่าจะตกใจจนหนีไปเสียมากกว่า
ทว่าไม่นานนัก เมื่อเขาสังเกตเห็นตะขาบพันมือที่อยู่ใต้เท้าของซูเจี๋ย แววตาก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ในตอนนั้นเองที่เขาเข้าใจว่าความมั่นใจของซูเจี๋ยมาจากที่ใด
ด้วยสายตาของเขา แม้จะไม่ได้เดินสายผู้ใช้กู่ แต่ในสำนักวังเขากุ่ยหลิ่งแห่งนี้ ถึงไม่เคยกินเนื้อหมูแต่อย่างน้อยก็น่าจะเคยเห็นหมูวิ่งผ่านตามาบ้าง
ตะขาบพันมือที่มีขนาดร่างกายใหญ่โตมโหฬารเช่นนี้ เพียงแวบเดียวเขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือกู่ระดับล่างหลอมวิญญาณสามรอบที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ซูเจี๋ยยิ้มมุมปากพลางกล่าวว่า "ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก ใครจะอยากใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวงไปตลอดกาล สู้ฆ่าเจ้าทิ้งเสียที่นี่ แล้วป้ายความผิดให้เป็นฝีมือของสำนักจื่อเสียเสียเลย มันไม่ดูเข้าท่ากว่าหรือ"
ในระหว่างที่พูด ซูเจี๋ยก็ได้หยิบกระบี่อัฐิเทียนซาออกมาจากถุงมิติ
"เจ้าอยากได้กระบี่บินเล่มนี้ไม่ใช่หรือ มาสิ มาลองดูว่ามันจะชอบเจ้าหรือไม่"
รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของซูเจี๋ย ทันใดนั้นกระบี่บินในมือเขาก็พลันหายวับไป พุ่งทะยานฝ่ามวลเมฆและอากาศ ก่อนจะไปโผล่ตรงหน้าเผยไห่ปิงในพริบตา
เผยไห่ปิงรีบประกบมือทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อจะคว้ากระบี่บินเล่มนั้นไว้ ทว่าความคมกริบของกระบี่อัฐิเทียนซานั้นมีมากกว่ากระดูกของเขา
ในจังหวะที่ปะทะกัน กระบี่บินพุ่งทะยานกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง โดยที่นิ้วมือสองนิ้วทางข้างซ้ายของเผยไห่ปิงร่วงหล่นลงสู่พื้นดินเพราะถูกกระบี่ฟันจนขาดกระเด็น
ก่อนหน้านี้กระดูกที่โฮ่วหย่งชิงฟันไม่เข้าเลยแม้แต่นิดเดียว บัดนี้กลับไม่อาจต้านทานความคมกริบของกระบี่อัฐิเทียนซาได้เลย
"ของวิเศษชั้นยอด ช่างเป็นของวิเศษชั้นยอดจริงๆ"
แม้จะเสียไปสองนิ้ว แต่เผยไห่ปิงกลับไม่ได้ใส่ใจ เขามองไปที่กระบี่อัฐิเทียนซาที่จู่โจมเข้ามาอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภ กิ่งก้านกระดูกจำนวนมหาศาลบนท้องฟ้า พุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฝูงงูยักษ์ที่พยายามจะพันธนาการกระบี่อัฐิเทียนซาเอาไว้
กระบี่อัฐิเทียนซาภายใต้การควบคุมของซูเจี๋ยนั้นเปรียบเสมือนนกที่คล่องแคล่ว พุ่งผ่านทุกช่องว่างไปได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน ซูเจี๋ยก็ได้ตบหัวของตะขาบพันมือที่ตนนั่งอยู่เบาๆ
ตะขาบพันมือชูหัวขึ้น แผ่นเกราะบนใบหน้าแยกออก เผยให้เห็นแสงสีม่วงที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่องนั้น
ครืน!
วินาทีต่อมา ลำแสงสีม่วงนับสิบสายก็พุ่งออกมาแผดเผาอากาศ เข้าปะทะกับกิ่งก้านกระดูกจำนวนมหาศาลจนกลายเป็นจุณไปในพริบตา
จากนั้น มือศพขาวซีดจำนวนมากก็คลานออกมาจากใต้ท้องของตะขาบพันมือ มุ่งหน้าเข้าหาเผยไห่ปิงด้วยความรวดเร็ว
"อัฐินภา!"
เผยไห่ปิงเริ่มหวาดกลัวความร้อนแรงของลำแสงสีม่วงนั้นบ้างแล้ว ทว่าเขาก็ยังคงมีความมั่นใจในการเอาชนะอยู่ จึงเอ่ยกระชากเสียงออกมาสั้นๆ
สายฝนบนท้องฟ้าหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ซูเจี๋ยรีบเงยหน้ามองทันที
บนท้องฟ้า สายฝนหยุดตกลงแล้ว ทว่ากลับมีหิมะสีขาวโพลนร่วงหล่นลงมาอย่างประจวบเหมาะ
หากมองดูให้ดี นี่ไม่ใช่เกล็ดหิมะทั่วไป แต่มันคือผงกระดูกต่างหาก
ผงกระดูกที่ร่วงหล่นลงมาทำให้พื้นดินกลายเป็นสีขาว ซูเจี๋ยรีบสั่งให้ตะขาบพันมือเข้ามาโอบล้อมกายตนเพื่อป้องกันในทันที
ฝึ่บ ฝึ่บ!
ตะขาบพันมือส่งเสียงร้องออกมา ผงกระดูกเหล่านั้นไม่มีผลกับหินหรือต้นไม้เลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ผงกระดูกเหล่านั้นกำลังกัดเซาะเปลือกไคตินของมัน ซึ่งเป็นเปลือกที่แข็งแกร่งจนแม้แต่ปืนต่อสู้อากาศยานยังยากที่จะทำลายได้
เปลือกบนตัวของตะขาบพันมือเริ่มแตกปริออกอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะสลายตัวเป็นตะขาบตัวจิ๋วๆ แล้วพินาศไป มันพยายามใช้ความสามารถในการฟื้นตัวขั้นสูงสุดเพื่อเยียวยาบาดแผล
นับว่ายังดีที่ซูเจี๋ยลงมือได้รวดเร็ว มิฉะนั้นหากเขาต้องสัมผัสกับผงกระดูกเหล่านั้นเข้า ผลที่ตามมาคงจะสยดสยองยิ่งนัก
เมื่อมองไปที่ฉู่พูที่อยู่ไม่ไกลก็จะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เพราะเขากำลังถูกผงกระดูกที่ร่วงหล่นลงมาเกาะที่ตัวจนกระดูกทั่วร่างละลายหายไป และสุดท้ายก็ขาดใจตายไปอย่างน่าสมเพช
"อัฐิปฐพี!"
เผยไห่ปิงประกบมือเข้าหากัน พื้นดินเบื้องล่างราวกับมีมังกรอสรพิษกำลังดิ้นรน ผิวดินถูกพลิกกลับ กระดูกจำนวนมหาศาลผสมผสานกับดินและหินเติบโตเป็นต้นไม้อัฐิ กิ่งก้านกระดูกนับไม่ถ้วนแตกแขนงออกมาจนบดบังม่านฝนบนท้องฟ้าไปหมด
เมื่อมองลงมาจากด้านบน จะเห็นป่าอัฐิเร้นลับที่ผลิบานอยู่บนพื้นดิน กิ่งก้านกระดูกจำนวนมหาศาลประสานกันจนกลายเป็นอาณาเขตแห่งอัฐิไปโดยสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะเป็นกระบี่อัฐิเทียนซาหรือมือศพขาวซีดที่เพิ่งพุ่งเข้าไปในป่าอัฐิแห่งนี้ ต่างก็ถูกกิ่งก้านกระดูกเหล่านั้นเข้าบดขยี้อย่างต่อเนื่อง บนท้องฟ้ามีกิ่งก้านกระดูก ส่วนพื้นดินก็มีรากกระดูก เรียกได้ว่าปิดตายเส้นทางการโจมตีทุกทิศทุกทางไปโดยปริยาย
"ต่อให้เป็นกู่หลอมวิญญาณสามรอบแล้วจะอย่างไร ในป่าอัฐิที่ข้าสร้างขึ้นมานี้ อย่าหวังว่าจะมีแมลงตัวไหนรอดเข้าไปได้เลย"
เสียงของเผยไห่ปิงดังแว่วมาจากภายในป่าอัฐิ นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา ระดับพลังในขอบเขตหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นที่เจ็ด ตอนที่ต่อสู้กับพวกจางฉางซินนั้นเขาควบคุมเพียงต้นปะการังยักษ์ต้นเดียวเท่านั้น ทว่าตอนนี้เขาสร้างป่าอัฐิที่ประกอบด้วยต้นไม้อัฐินับสิบต้น แสดงให้เห็นว่าเขาหวาดเกรงในตัวซูเจี๋ยมากเพียงใด
"ถ้าแมลงตัวเดียวไม่พอ งั้นถ้ามาเป็นฝูงล่ะจะเป็นยังไง"
ซูเจี๋ยตบที่ถุงเก็บแมลงที่เอวของตน ทันใดนั้นกลุ่มควันสีดำสนิทก็พุ่งทะยานออกมาจากถุงอย่างรวดเร็ว
ผีเสื้อหน้าคนนับหมื่นตัวกระพือปีกราวกับเมฆดำมืดที่ทรงพลัง พุ่งเข้าหาป่าอัฐิด้วยความรวดเร็ว
"เคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณ! เจ้าไม่ใช่ลูกศิษย์ฝ่ายใน แล้วไปเรียนมาจากที่ไหนกัน"
น้ำเสียงของเผยไห่ปิงสั่นคลอนเป็นครั้งแรก เพราะไพ่ตายชิ้นนี้ของซูเจี๋ยทำให้เขาตั้งตัวไม่ติดจริงๆ
ฝูงผีเสื้อหน้าคนภายใต้การบัญชาของซูเจี๋ยที่เป็นราชาแมลง พุ่งเข้าหาป่าอัฐิโดยไม่เกรงกลัวผงกระดูกที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าเลยแม้แต่น้อย พวกมันยอมสละชีวิตของผีเสื้อที่อยู่รอบนอกเพื่อป้องกันตัวที่อยู่ด้านล่าง ฝูงแมลงจำนวนมหาศาลพุ่งทะลวงเข้าไปในป่าอัฐิอย่างบ้าคลั่ง
ผีเสื้อหน้าคนนั้นเป็นเพียงกู่ที่ยังไม่ขึ้นระดับ ความสามารถมีเพียงแค่คมเขี้ยวที่แข็งแกร่งและน้ำกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเท่านั้น ทว่านั่นหมายถึงกรณีที่พวกมันมีเพียงตัวเดียว แต่เมื่อรวมตัวกันเป็นฝูงขนาดมหึมาเช่นนี้ พวกมันย่อมกลายเป็นอาวุธสังหารที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
ครืน!
ป่าอัฐิเริ่มพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ฝูงผีเสื้อหน้าคนพุ่งทะยานไปราวกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือก้อนหินที่ขวางทางอยู่ ต่างก็ถูกพวกมันกัดกินและกัดกร่อนจนหายวับไป กลายเป็นพื้นที่ราบที่เตียนโลงไปในพริบตา
แม้แต่ป่าอัฐิเหล่านั้นก็เช่นกัน หากเป็นเพียงเคล็ดวิชากายาแมลงควบแน่นวิญญาณธรรมดาๆ ก็คงไม่มีพลังทำลายล้างมากถึงเพียงนี้ ทว่าในฝูงผีเสื้อหน้าคนที่ซูเจี๋ยฟูมฟักมาเป็นอย่างดีนั้น มีผีเสื้อหน้าคนนับสิบตัวที่มีสีทองประกายและสามารถข้ามขั้นขึ้นสู่ระดับล่างได้สำเร็จ น้ำกรดของพวกมันสามารถละลายกระดูกจำนวนมากได้ในพริบตา นำพาฝูงแมลงพุ่งชนป่าอัฐิอย่างไม่ลดละ กิ่งก้านกระดูกที่พยายามจะโจมตีเข้ามานั้น เมื่อเข้าใกล้ฝูงแมลงก็ถูกกัดกินจนสูญสิ้นไปทันที
"เจอตัวแล้ว"
ซูเจี๋ยยกยิ้มที่มุมปาก ในพริบตาที่ป่าอัฐิถูกทำลายลงไป ร่างของเผยไห่ปิงที่แอบซ่อนอยู่ภายในก็ปรากฏขึ้นสู่สายตาของซูเจี๋ยทันที
"อัฐิมนุษย์!"
ใบหน้าของเผยไห่ปิงดูแย่มาก เมื่อเห็นกระบี่อัฐิเทียนซาที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วระดับเหนือเสียง มือศพขาวซีดที่คลานอย่างแปลกประหลาดบนพื้นดิน และฝูงแมลงที่พุ่งเข้ามาบดบังหน้าจนมืดฟ้ามัวดิน เขาจึงกัดลิ้นของตนเองอย่างแรง แล้วใช้เลือดที่ปลายลิ้นเขียนอักขระคำว่า 'มนุษย์' ที่บิดเบี้ยวลงบนหน้าผาก เพื่อหวังจะสู้จนตัวตายให้จงได้