- หน้าแรก
- จักรพรรดิกระบี่ไร้พ่าย สยบสุสานเทพ ทลายโลงศพเซียน
- บทที่ 19 - กระบี่สะท้านภพ
บทที่ 19 - กระบี่สะท้านภพ
บทที่ 19 - กระบี่สะท้านภพ
ตูม
และที่ฝั่งตรงข้าม แรงกดดันกระบี่ของเฉินเฟิงก็กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เก้าสิบแปดชั้น!
เก้าสิบเก้าชั้น!
หนึ่งร้อยชั้น!
เช่นเดียวกัน แรงกดดันกระบี่ของเฉินเฟิงก็บรรลุถึงหนึ่งร้อยชั้นแล้ว
ฟุ่บ
ชั่วพริบตา ร่างของเฉินเฟิงก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรุนแรง
ร่างสองร่างพุ่งเข้าหากันตรงกลางลานประลองราวกับสายฟ้าฟาด
วินาทีนี้ แรงกดดันกระบี่อันบ้าคลั่งที่ก่อตัวจนเป็นรูปธรรมกำลังเข้าปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง
ดวงตาของทุกคนในลานกว้างต่างเบิกกว้างขึ้นพร้อมกัน พวกเขาเฝ้ามองร่างที่รวดเร็วดุจสายฟ้าทั้งสองร่างพุ่งเข้าหากัน
"เคล็ดกระบี่ซ่อนแสง กระบี่เดียวตัดรุ้ง!"
เฉินเทียนหลางคำรามต่ำพร้อมกับตวัดกระบี่ฟาดฟันออกไป
ฟุ่บ
เสี้ยววินาทีนั้น ประกายแสงสายหนึ่งสว่างวาบราวกับสายรุ้งทอดยาวสาดส่องไปทั่วฟ้าดิน สายลมกรรโชกแรงนับไม่ถ้วนพัดม้วนตัวก่อเกิดเป็นพายุหมุนพัดกระหน่ำอยู่รอบลานประลองอย่างบ้าคลั่ง
กระบี่นั้นงดงามจนสะกดสายตาทุกคนในที่แห่งนั้น
และที่ฝั่งตรงข้าม เฉินเฟิงก็ชักกระบี่ออกไปในเวลาเดียวกัน ประกายกระบี่สว่างวาบประดุจแสงดาวที่เปล่งประกายเพียงชั่วครู่ แฝงไว้ด้วยพลังแห่งเจ็ดดาราสะท้านฟ้าสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตา
"เคล็ดกระบี่เจ็ดดารา กระบี่เดียวประกายดาว!"
วินาทีนี้ ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ร่างที่รวดเร็วดุจสายฟ้าทั้งสองร่างพุ่งสวนทางกันด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
เสี้ยววินาทีต่อมา สายลมกรรโชกแรงและประกายแสงทั้งหมดก็สงบลงในพริบตานี้
ฟ้าดินกลับคืนสู่ความเงียบสงบ ราวกับว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นเลย
เงียบกริบ!
ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทุกคนหยุดหายใจ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองร่างสองร่างที่อยู่บนลานประลอง
"ใคร ... ใครชนะงั้นหรือ" มีคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
แม้แต่เว่ยโม่และชายชราในชุดขาวก็ยังอดไม่ได้ที่จะเบิกตาโพลง พวกเขาจ้องมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนลานประลองเขม็ง
เห็นเพียงร่างสองร่างยืนหยัดอยู่คนละฝั่งของลานประลองราวกับหอกเหล็ก ทั้งสองหันหลังให้กัน!
ค่อยๆ ... ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นว่าที่ปลายกระบี่ของเฉินเฟิงมีเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งค่อยๆ ไหลรินลงมาและหยดลงพื้น
วินาทีต่อมา เฉินเทียนหลางก็กระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายของเขาราวกับถูกกระแทกอย่างแรงจนต้องทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น
รูม่านตาของเขาขยายกว้าง ร่างกายกึ่งคุกเข่าอยู่บนพื้นพลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ที่บริเวณหน้าอกของเขามีเลือดไหลซึมจนชุ่มเสื้อผ้าและแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว
รอยบาดแผลจากกระบี่ที่มองเห็นได้ชัดเจนเกือบจะผ่าทะลวงหน้าอกของเขาไปจนหมด ดูน่าสยดสยองและชวนให้หวาดผวายิ่งนัก!
ทั่วทั้งลานกว้างตกอยู่ในความเงียบงันราวกับไร้สิ่งมีชีวิตในวินาทีนี้
เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก
ซี๊ด!
วินาทีต่อมา เสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงก็ดังระงมไปทั่วทั้งลานกว้างประดุจคลื่นยักษ์ถาโถม
ทั่วทั้งลานกว้างเกิดความโกลาหล
เสียงโห่ร้องด้วยความแตกตื่นระเบิดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
"แพ้แล้ว ถึงกับแพ้แล้วงั้นหรือ"
"เฉินเทียนหลางผู้ตื่นรู้วิญญาณกระบี่กลับพ่ายแพ้ให้กับขยะคนนั้น เป็นไปได้อย่างไรกัน"
"บ้าไปแล้ว โลกใบนี้มันบ้าไปแล้วจริงๆ นี่มันคือการต่อสู้ข้ามระดับถึงแปดขั้นรวดเลยนะ!"
"บัดซบเอ๊ย ข้ามระดับแปดขั้นยังเอาชนะได้ บนโลกนี้ยังมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้อีก"
"นี่มันเทพเจ้าจุติลงมาหรือไง"
เสียงฮือฮา ดังก้องกังวานไปทั่วลานกว้างอย่างไม่ขาดสาย
นี่คือการต่อสู้ที่ไม่สมน้ำสมเนื้อกันเลยสักนิด!
คนหนึ่งอยู่ขอบเขตก่อเกิดทะเลปราณขั้นหนึ่ง ส่วนอีกคนอยู่ขอบเขตก่อเกิดทะเลปราณขั้นเก้า!
ความห่างชั้นระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นราวกับหุบเหวลึกที่ไม่อาจก้าวข้ามได้ แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเฉินเฟิงจะยังคงเป็นฝ่ายชนะ แถมยังเอาชนะได้ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว!
เพียงแค่กระบี่เดียวก็สามารถเอาชนะเฉินเทียนหลางจนล้มลงไปกองกับพื้นได้แล้ว
"ไอ้เด็กนี่ ทำสำเร็จจริงๆ ด้วย สู้ข้ามระดับถึงแปดขั้น ... " เจียงอินในเวลานี้ก็ยืนอึ้งไปเช่นกัน นางมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ท่านพี่เจียง ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม นายน้อยชนะจริงๆ ชนะแล้ว!" เป่าเอ๋อร์ที่ได้สติกลับมาก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
ชนะแล้ว ชนะจริงๆ ด้วย!
นางไม่คิดเลยว่านายน้อยของนางจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้จริงๆ!
บนแท่นสูง บรรดาผู้นำตระกูลต่างๆ ล้วนมีสีหน้าตกตะลึง ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้พวกเขารู้สึกราวกับกำลังฝันไป ยากที่จะเชื่อได้ลง!
อัจฉริยะผู้ตื่นรู้วิญญาณกระบี่ แถมยังมีระดับพลังบรรลุถึงขอบเขตก่อเกิดทะเลปราณขั้นเก้า แต่ในวินาทีนี้กลับพ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่มขอบเขตก่อเกิดทะเลปราณขั้นหนึ่ง!
นี่มันเล่นตลกอะไรกัน!
นี่คือการต่อสู้ข้ามระดับถึงแปดขั้นเลยนะ!
ร่างอรชรของฉินหรูเยว่สั่นสะท้าน นางจ้องมองร่างของเด็กหนุ่มในชุดสีฟ้าอ่อนบนลานประลองเขม็ง นางกัดฟันแน่นจนริมฝีปากมีเลือดสีแดงสดซึมออกมา
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ ในเส้นทางวิถีกระบี่ผู้ครอบครองรากวิญญาณกระบี่สมควรจะไร้เทียมทานสิ ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้!"
ฉินหรูเยว่ไม่อยากจะเชื่อความจริงตรงหน้า!
นี่คือการต่อสู้ที่ไม่สมน้ำสมเนื้อ แต่เฉินเฟิงก็ยังคงชนะ แถมยังใช้กระบี่เพียงเล่มเดียวเอาชนะเฉินเทียนหลางผู้ครอบครองรากวิญญาณกระบี่ได้อีกด้วย
ด้านล่างลานประลอง ชายชราในชุดขาวกำหมัดแน่น ใบหน้าชราเผยให้เห็นถึงความตกตะลึง เขาเอ่ยเสียงต่ำว่า "เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ เคล็ดวิชากระบี่ที่เขาใช้เมื่อครู่บรรลุถึงระดับสูงสุดจนหาที่ติไม่ได้แล้ว หากนำเฉินเทียนหลางมาเทียบกับเขาก็แทบจะดูไม่ได้เลย! เคล็ดวิชากระบี่ที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีจะสามารถฝึกฝนมันออกมาได้จริงๆ หรือ"
"ท่านประมุขหอ คนผู้นี้สมควรดึงตัวมาเป็นพวกอย่างยิ่ง หากหอโอสถของเราได้เขามา จะต้องเป็นโชคดีอันใหญ่หลวงของหอโอสถเราแน่ขอรับ!" เว่ยโม่กล่าวอย่างตื่นเต้นเช่นกัน
"อืม สมควรดึงตัวมาเป็นพวกจริงๆ แต่ว่าครั้งนี้ตระกูลเฉินสูญเสียครั้งใหญ่แล้วล่ะ เด็กหนุ่มที่เก่งกาจขนาดนี้พวกเขากลับขับไล่ออกมา ตระกูลเฉินนี่มันสมองมีปัญหาหรือไงนะ" ชายชราในชุดขาวอดไม่ได้ที่จะด่าทอออกมา
และไม่ใช่แค่ชายชราในชุดขาวเท่านั้นที่มีความคิดเช่นนี้ บรรดาผู้นำตระกูลใหญ่บนแท่นสูง รวมถึงเจ้าเมืองต่างก็มีสีหน้ามึนงง
อัจฉริยะที่เก่งกาจและแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ตระกูลเฉินกลับขับไล่เขาออกไป บัดซบเอ๊ย สมองของผู้บริหารตระกูลเฉินโดนน้ำเข้าหรือโดนประตูหนีบมาหรือไงกัน
"เทียนหลาง!" เฉินหงเซิงกำหมัดแน่น เขามองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หลานชายของเขาแพ้งั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร
บนลานประลอง เฉินเทียนหลางกุมหน้าอกเอาไว้ สีหน้าของเขาค่อยๆ บิดเบี้ยวดูดุร้ายขึ้นมา "ข้าจะฆ่าแก!"
ทันใดนั้น เขาก็ล้วงเอาโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยัดเข้าปากทันที ชั่วพริบตากลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งของเขาก็พุ่งทะยานกลับคืนมาในเวลาไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ และเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้มันยังเพิ่มพูนขึ้นอีกมาก จนแทบจะบรรลุถึงขอบเขตก่อรูปกายาแล้ว
แสงสีเลือดสาดส่องปกคลุมร่างของเขาเอาไว้จนมิด เมื่อมองไปก็คล้ายกับมนุษย์เลือดคนหนึ่ง
"โอสถระเบิดโลหิต ไอ้หมอนี่บ้าไปแล้วงั้นหรือ" เมื่อเห็นแสงสีเลือดประหลาดที่ปกคลุมร่างของเฉินเทียนหลาง สีหน้าของทุกคนในลานกว้างก็เปลี่ยนไปพร้อมกัน
สิ่งที่เรียกว่าโอสถระเบิดโลหิตก็คือโอสถระดับสาม และยังเป็นโอสถต้องห้ามอีกด้วย นั่นหมายความว่าโอสถชนิดนี้ถูกสั่งห้ามไม่ให้มีการซื้อขายในตลาด
โอสถชนิดนี้สามารถรีดเร้นศักยภาพของมนุษย์ออกมาได้ภายในครึ่งก้านธูป ทำให้สามารถระเบิดพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าช่วงพีคออกมาได้ แต่ในขณะเดียวกันผลข้างเคียงของมันก็รุนแรงมากเช่นกัน เพราะนี่คือการรีดเร้นศักยภาพของตนเอง มันจะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับรากวิญญาณของผู้ใช้
"โอสถระเบิดโลหิตชนิดนี้หายไปจากแคว้นหนิงนานแล้ว เฉินเทียนหลางไปเอามันมาจากไหนกัน" เจียงอินร้องอุทานออกมา ใบหน้างดงามปรากฏความร้อนรนขึ้นมาทันที จากนั้นนางก็หันไปมองบนแท่นสูง เห็นเพียงฉินหรูเยว่กำลังยิ้มอย่างเย็นเยียบอยู่
โอสถระเบิดโลหิตจะสร้างความเสียหายให้กับรากวิญญาณกระบี่ก็จริง แต่หอกระบี่พิรุณของพวกเขามีทั้งเงินและอำนาจ มีสมุนไพรล้ำค่ามากมายก่ายกอง แค่ซ่อมแซมรากวิญญาณที่เสียหายของเฉินเทียนหลางจะไปยากอะไร
แม้การกลืนโอสถบนลานประลองจะดูเป็นวิธีการที่สกปรกไปบ้าง แต่ขอเพียงสามารถสังหารเฉินเฟิงลงได้ที่นี่ เรื่องทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา!
รูม่านตาของเฉินเทียนหลางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ลมหายใจถี่กระชั้น ราวกับว่าเลือดทุกหยดในร่างกายกำลังเดือดพล่านในวินาทีนี้ เขาพุ่งทะยานออกไปอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ กระบี่สว่างวาบดุจสายรุ้ง แฝงไว้ด้วยสายลมกรรโชกแรงไร้ที่สิ้นสุด พุ่งเข้าฟาดฟันเฉินเฟิง
"โอสถระเบิดโลหิตงั้นหรือ"
เฉินเฟิงมีสีหน้าเรียบเฉย ภายในนัยน์ตาลึกล้ำมีรอยยิ้มเย็นเยียบแฝงอยู่
ทันใดนั้น เขากระทืบเท้าลงบนพื้นดินอย่างแรง พลังปราณแสงสีทองอันบ้าคลั่งระเบิดออกมาอย่างต่อเนื่อง และหลั่งไหลเข้าไปในตัวกระบี่ทั้งหมด
เฉินเฟิงทำท่าชักกระบี่ขึ้นมาอีกครั้ง!
วิ้ง
ชั่วพริบตา กระบี่เมฆาสวรรค์ก็สั่นไหวอย่างต่อเนื่องพร้อมกับส่งเสียงกระบี่ร่ำร้องออกมา
แรงกดดันกระบี่พุ่งสูงขึ้นเป็นชั้นๆ!
เพียงแค่เวลาไม่ถึงสองลมหายใจ แรงกดดันกระบี่ก็ทับซ้อนกันจนถึงหนึ่งร้อยชั้น!
"ความเร็วในการรวบรวมสภาวะของเขา ทำไมถึงได้เร็วขนาดนี้" ทั่วทั้งลานกว้างมีเสียงอุทานดังขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว เวลาที่จอมกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่ใช้ในการรวบรวมสภาวะจะต้องนานกว่าสองนาทีอย่างแน่นอน แต่เฉินเฟิงกลับใช้เวลาเพียงแค่สองลมหายใจก็สามารถรวบรวมแรงกดดันกระบี่นี้จนถึงระดับสูงสุดได้แล้ว!
ในขณะที่ร่างของเฉินเทียนหลางพุ่งเข้ามาถึงตรงหน้าเฉินเฟิง เฉินเฟิงก็ลงมือเช่นกัน เขาชักกระบี่ออกไป ประกายแสงดาวเจิดจรัสราวกับดาวตกที่พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน พุ่งตัดขวางออกไป!
บนลานประลอง ประกายกระบี่ที่สว่างจ้าดุจดวงตะวันสองสายพุ่งตัดขวางกัน เสี้ยววินาทีนั้นพลังปราณก็ระเบิดออกมาราวกับน้ำหลากกวาดม้วนไปทั่วบริเวณ
พื้นดินปริแตกอย่างรวดเร็ว สายลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำ ฝุ่นควันตลบอบอวลปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน
ปัง
เสี้ยววินาทีต่อมา ร่างของเฉินเทียนหลางก็ปลิวละลิ่วออกไปทันที เขาตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงจนกระอักเลือดออกมา ใบหน้าซีดเผือดจนถึงขีดสุด!
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!" ใบหน้าของเฉินเทียนหลางบิดเบี้ยว นัยน์ตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
หากกระบี่แรกนั้นคือความโชคดี กระบี่ที่สองนี้ก็คือความสามารถที่แท้จริง ต่อให้เขากลืนโอสถระเบิดโลหิตลงไป มันก็ยังคงไร้ประโยชน์อยู่ดี!
"รากวิญญาณกระบี่ ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเอามาใช้เย่อหยิ่งได้! หากอยากจะเป็นผู้ฝึกกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้ใช้กระบี่จะต้องมีหัวใจกระบี่ที่ผ่านการหล่อหลอมมาอย่างหนักหน่วง!"
"น่าเสียดาย ที่ข้ามองไม่เห็นหัวใจกระบี่ใดๆ ในตัวเจ้าเลย หากเมื่อครู่เจ้ายอมหยุดมือ ข้าคงจะมองเจ้าดีขึ้นมาบ้าง แต่น่าเสียดาย ที่เจ้ายอมทำทุกวิถีทางแม้กระทั่งการใช้โอสถระเบิดโลหิต นั่นก็แสดงว่าในใจของเจ้ามีความหวาดกลัวต่อข้าแล้ว!"
"ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แพ้แล้วก็ยังสู้ใหม่ได้ แต่ความหวาดกลัวต่างหาก คือการแสดงออกที่ไร้ความสามารถที่สุด!"
"น่าเสียดาย ที่เจ้าไม่มีโอกาสอีกแล้ว!"
ท่ามกลางฝุ่นควันที่คลุ้งกระจาย ร่างของเฉินเฟิงเดินเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้!
กระบี่เมฆาสวรรค์ถูกยกขึ้นอย่างช้าๆ และพุ่งแทงทะลุหัวใจของเฉินเทียนหลางลงไป
วินาทีนี้ ทั่วทั้งลานกว้างตกตะลึง
"หยุดเดี๋ยวนี้!" บนแท่นสูง ใบหน้าของฉินหรูเยว่เย็นเยียบ นางตวาดเสียงดังก้อง ก่อนที่ร่างอรชรจะพุ่งทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว
ทว่าระยะห่างระหว่างนางกับเฉินเฟิงก็ยังคงไกลเกินไป!
"อายุแค่นี้ ฝีปากช่างกล้าหาญนักนะ ขยะที่มีรากวิญญาณเบ็ดเตล็ดห้าธาตุอย่างเจ้า กล้ามาพล่ามเรื่องหัวใจกระบี่ต่อหน้าลูกศิษย์ของข้าเชียวหรือ ช่างน่าขันนัก!"
ในเวลานั้นเอง น้ำเสียงเย้ยหยันดังกังวานราวกับเสียงฆ้องก็ดังก้องมาจากกลางฟ้าดินกะทันหัน
เสี้ยววินาทีต่อมา ทุกคนในบริเวณนั้นต่างก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันกระบี่อันแข็งแกร่งสุดจะบรรยายกดทับลงมา ภายใต้แรงกดดันกระบี่นี้ สีหน้าของทุกคนบนลานกว้างก็แปรเปลี่ยนเป็นหวาดผวาทันที
[จบแล้ว]